*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115942
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 9 กันยายน 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 215 , 20:52:13 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้


 

Katusha (WWII favorite)





 
 
Joseph Beyrle หรือชื่อเล่นว่า Jumpin’ Joe
เคยแหกคุกนาซีเยอรมันได้ถึง 3 ครั้ง
เช่นเดียวกับการเอาตัวรอดจากการสอบสวนของหน่วยตำรวจลับ Gestapo
ท่านได้พบกับจอมพล Georgy Zhukov และต่อมาได้หลงใหลชื่นชอบชีวิตแบบชาวรัสเซีย
และอาหารแบบ Buckwheat  ของรัสเซียมาก
(ข้าวผสมธัญพืชต้มอาหารยอดนิยมชาวรัสเซีย)

“ เรื่องราวทั้งหมดนี้ดูเหมือนนวนิยายสงครามโลกครั้งที่ 2  และมันเหลือเชื่อมากเกินไป  ”
มีการบอกเล่าชะตากรรมและประวัติความเป็นมาเรื่องนี้บน  YouTube
เกี่ยวกับผลงานที่ประสบความสำเร็จของ Joseph Beyrle  ทหารพลร่มชาวอเมริกัน
ที่ร่วมหัวจมท้ายและเป็นสหายร่วมรบกับกองทัพแดงในปี 1945 และนี่เป็นเรื่องจริง
และนี่คือ ทหารอเมริกันเพียงคนเดียวที่เคยต่อสู้กับพวกนาซีเยอรมัน
ทั้งในแนวรบด้านตะวันออกและตะวันตกร่วมกับกองทัพแดง
ลูกของ Joseph Beyrle ยังจดจำได้และเชื่อมั่นจนทุกวันนี้ว่า
ท่าน คือ วีรบุรุษที่แท้จริงที่ไม่มีใครเสมอเหมือนและไม่มีใครทำได้อีก


 
 
การกระโดดร่มที่โชคร้าย
 
 
Joe Jumpin  คือ ฉายาที่ท่านได้รับจากการกระโดดที่ไร้ที่ติของท่าน
ด้วยการรักษาความกล้าหาญของท่าน พร้อมกับความเยือกเย็น
จากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับท่านในวันที่ 6 มิถุนายน 1944
ในการรุกไปที่แนวหน้าแห่งที่  2 ใน Normandy

Joseph Beyrle วัย 20 ปีในตอนนั้นพร้อมกับทหารพลร่ม 24,000 นาย
ร่วมกันเป็นแนวหน้าในการโดดร่มลงไปรบกับนาซีเยอรมันใกล้กับชายฝั่งฝรั่งเศส
แต่โชคชะตาเล่นตลก เพราะการกระหน่ำยิงด้วยปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานของศัตรู
ทำให้เครื่องบินต้องบินเลยไปจากเป้าหมายที่กำหนดไว้
และท่านต้องกระโดดร่วมลงบนหลังคาของโบสถ์ในหมู่บ้านชาวเยอรมัน

ท่านโชคร้ายที่ต้องดิ้นรนหาทางออกเพียงผู้เดียว
โดยอยู่ในแนวหลังของกองทัพนาซีเยอรมันที่ห่างไกลจากสนามรบ
แม้ว่า Joe Jumpin เพิ่งจะผ่านการสู้รบกับพวกศัตรูก่อนหน้านี้
เพียงไม่กี่เดือนก่อนที่ Normandy
โดยท่านได้รับมอบหมายภารกิจให้ส่งมอบทองคำ
ให้กับฝ่ายต่อต้านชาวฝรั่งเศสเป็นเงินทุนสำรองไว้ในการสู้รบ

RIA Novosti  ได้สัมภาษณ์  John Beyrle ลูกชายของท่าน
(เอกอัครราชทูตประจำรัสเซียระหว่างปี 2008 ถึง 2012)
" พ่อของท่านพยายามจะติดต่อกับทหารคนอื่น ๆ ของอเมริกา
แต่โชคร้ายในวันที่ 3 ขณะที่ท่านคลานผ่านพุ่มไม้หนาทึบ
ท่านก็เผชิญหน้ากับพวกชาวเยอรมันซึ่งได้จับท่านไปเป็นเชลยศึก "

ท่านติดคุกอยู่ 4 เดือนก่อนที่จะส่งโปสการ์ดให้ทางบ้าน
เพื่อแจ้งให้ทราบว่าท่านยังไม่ได้เสียชิวิต
แต่คนที่เสียชีวิตคงเป็นสายลับเยอรมันที่เอาป้ายชื่อทหารของท่านไป
และถูกยิงตายที่ชายหาด Utah ในวันที่ 10 มิถุนายน 1944


 
Beyrle ในฐานะเชลยศึกปี 1944
 
.
เช่นเดียวกับนักโทษเชลยศึกรายอื่น ๆ
Joseph Beyrle  ก็ถูกค่อย ๆ อพยพย้ายไปทางตะวันออก
เมื่อกองพันธมิตรรุกตีโต้กลับมาและปลดปล่อยดินแดนฝรั่งเศสจากนาซีเยอรมัน

เรื่องที่เหลือเชื่อคือ ท่านสามารถหลบหนีการถูกจองจำได้ถึง 3  ครั้ง
ครั้งแรก พยายามกลับมาที่ Normandy
เมื่อขบวนรถไฟถูกทหารอเมริกันโจมตี
และท่านสามารถหลบหนีออกมาได้ท่ามกลางความโกลาหล
แต่เสียดายที่ท่านถูกตะครุบตัวและถูกจับได้ในวันรุ่งขึ้น

ไม่นานหลังจากนั้นในปี 1944
ท่านก็สามารถหลบหนีได้อีกครั้ง
คราวนี้จากค่ายเชลยศึกในโปแลนด์

“ พ่อเก่งมากในการเล่นพนันโยนลูกเต๋า
และที่สำคัญพ่อไม่ใช่นักสูบบุหรี่
นักโทษในค่ายเชลยศึกต่างใช้บุหรี่
ในการเล่นการพนันแทนการใช้เงินสด
และท่านเล่นชนะพนันได้ถึง 40 ห่อ
ทำให้ท่านกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านบุหรี่เลย "
John Beyrle  กล่าว


 
รายละเอียดนักโทษของนาซีเยอรมัน
 
 
ขึ้นรถไฟผิดขบวน

ท่านใช้บุหรี่พวกนี้เป็นประโยชน์ในการหลบหนี
ด้วยการติดสินบนทหารนาซีเยอรมัน
"  โดยทหารยามต่างยืนหันหลังให้
ขณะที่ท่านกับเพื่อนของท่านไต่กำแพงรั้วลวดหนาม
แต่ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายในการหลบหนี
ทั้งกลุ่มกับขึ้นขบวนรถไฟผิดขบวน
รถไฟแทนที่จะมุ่งหน้าไปยัง Warsaw
ที่ซึ่งจะสามารถติดต่อกับฝ่ายต่อต้านนาซีเยอรมันได้
แต่ทุกคนต่างลงเอยที่ Berlin 
และตกอยู่ภายใต้เงื่อมมือของตำรวจลับ Gestapol

(เรื่องนี้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจในฉากหนึ่งในภาพยนตร์
แหกค่ายมฤตยู  The Great Escape
ที่เชลยศึกหลบหนีขึ้นรถโดยสารแล้วเกิดพลั้งปากพูดภาษาอังกฤษ
เลยถูกจับกุมคุมขังอีกครั้งเพราะเผลอพูดภาษาอังกฤษบนรถโดยสาร

 
 
The Great Escape (1963) Original Trailer
 
 
ทูตสวรรค์ไม่พูดภาษาเยอรมัน

Joseph Beyrle เกือบเสียชีวิตจากการถูกทรมาน/ถูกซ้อม
อาการบาดเจ็บของท่านสาหัสมากในตอนนั้น
เพราะบรรพบุรุษของท่านอพยพจากแคว้น Bavaria เยอรมันไปยังสหรัฐอเมริกา
ทำให้ท่านต้องกลายเป็นผู้ทรยศต่อมาตุภูมิชาวเยอรมัน
แต่เจ้าหน้าที่ที่ทำการสอบสวนและซักถามต่างล้มเหลวในเรื่องนี้

Joseph Beyrle รำลึกได้ว่า มีครั้งหนึ่งท่านตื่นขึ้นมาในตอนดึก
และเห็นคนชุดคลุมสีขาวยืนอยู่เหนือท่าน
ปฏิกิริยาแรกของท่าน คือ ท่านต้องตายแล้วอย่างแน่นอน
และกำลังเดินทางไปสู่สรวงสวรรค์
" แต่ดูเหมือนว่า  ผมไม่ได้อยู่ในสรวงสวรรค์
เพราะทูตสวรรค์ไม่พูดภาษาเยอรมัน "
ข้อความตาม Thomas Taylor นักเขียนชีวประวัติของท่าน

ขบวนรถไฟได้ขนส่งกลับไปยังค่ายกักกันในโปแลนด์
ซึ่งท่านทำตัวแตกต่างกับนักโทษในขบวนรถไฟรายอื่น ๆ
(มักจะอดตายและหนาวตายจากตู้โดยสารที่ย่ำแย่มาก)
Joseph Beyrle สามารถอยู่รอดและต่อสู้ได้

คราวนี้การหลบหนีของทานเป็นผลมาจาก
ความขัดแย้งระหว่างทหารนาซีเยอรมัน(Wehrmacht)
ที่เรียกร้องให้ Gestapo มอบท่านให้กลับคืนมายังค่ายกักกันโปแลนด์
จากข้อมูลของ Thomas Taylor เขียนว่า
พวกทหารนาซีเยอรมันเริ่มรู้แล้วว่า สงครามใกล้จะยุติแล้ว
และพวกทหารนาซีเยอรมันต้องรับผิดชอบต่อชีวิตเชลยศึก
(อาจจะต้องการพ้นผิดเพราะปล่อยให้เชลยศึกหลบหนีได้
แต่สามารถนำกลับมาที่คุกได้อีกครั้ง ก็จะได้รับโทษสถานเบา)



 
ผลการตรวจสุขภาพของ Joe Beyrle โดยเสนารักษ์ชาวรัสเซีย
ที่แสดงรายละเอียดบาดแผลของท่าน
 
 
สหายชาวอเมริกัน

ในเดือนมกราคมปี 1945
Joseph Beyrle ก็หลบหนีอีกครั้ง
จากคุก Stalag 3-C ใน Alt Drewitz เยอรมันนี
คราวนี้แอบซ่อนตัวไปกับถังขยะขนาดใหญ่
ท่านพยายามหลบเลี่ยงการใช้เข็มทิศ
แต่ใช้การค้นหาทิศทางเสียงปืนใหญ่ของรัสเซีย
ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกใกล้กับคุกที่นั่น

เมื่อท่านพบกับทหารโซเวียตรัสเซีย
ท่านยกมือเปล่าขึ้น  พร้อมกับเดินเข้าไปหาทหารรัสเซีย
และพูดประโยคเดียวที่ท่านรู้คือ
“ Ya Amerikanskiy tovarisch ! ”
(ผมเป็นสหายชาวอเมริกัน)
ด้วยความหวังว่าจะไม่ถูกยิงตายในที่นั้น

ทหารกองทัพแดงต่างประหลาดใจและแทบจะไม่เชื่อเลยว่า
จะพบ Joseph Beyrle  ทหารชาวอเมริกันในสนามรบแห่งนี้
จึงจัดหาล่ามเพื่อทำการแปลภาษาอเมริกันเป็นภาษารัสเซีย
และซักถามประวัติความเป็นมาของ Joseph Beyrle
และยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีกว่า Joseph Beyrle
ไม่ต้องการกลับไปสมทบกับกองทหารอเมริกัน
แต่ต้องการร่วมรบกับกองทัพแดงเพื่อต่อสู้กับนาซีเยอรมัน
และต้องการพิชิตชัยและบุกยึดนครหลวง Berlin
(สัญลักษณ์อำนาจการปกครองของนาซีเยอรมัน)


 
 
Joe Jumpin ประสบความสำเร็จ
 
“ ทหารรัสเซียมอบปืนกล PPSH-41 ที่โด่งดังให้กับพ่อ
ซึ่งพ่อยอมรับว่า ปืนที่ได้รับนี้ดีกว่าปืนกล Thompson ของอเมริกา
เพราปืนกล Thompson  มักจะขัดลำกล้องในตอนยิงเป็นชุด
แต่ปืนกล PPSH  ยิงรัวได้ตลอดโดยไม่มีอาการขัดลำกล้อง
พ่อประจำอยู่ในหน่วยทหารราบของกองทัพโซเวียตรัสเซีย
เป็นหน่วยทหารราบประจำรถถังรัสเซีย
ซึ่งคือ รถถัง Sherman ที่โซเวียตรัสเซียยืมสหรัฐมาใช้ก่อน
ภายใต้ข้อตกลง ยืม - เช่า  กับกองทัพสหรัฐอเมริกา " John Beyrle ให้สัมภาษณ์

ในความทรงจำของ  Joseph Beyrle ช่วงที่ร่วมรบกับสหายศึกรัสเซีย
ท่านมองในแง่บวกที่ดีมาก ๆ กับโซเวียตรัสเซียเป็นส่วนใหญ่
ลูก ๆ ของท่านยังจำได้ว่า ท่านชื่นชอบ Buckwheat รัสเซียมาก
(ข้าวผสมธัญพืชต้มอาหารยอดนิยมชาวรัสเซีย)
และท่านชอบดื่ม Vodka อวยพรให้กับ Stalin และ Roosevelt

แต่เรื่องที่น่าเศร้า คือ ท่านได้ร่วมรบกับสหายศึกชาวรัสเซียเพียงแค่ 1 เดือน
โดยเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น  กองพันของท่านก็สามารถปลดปล่อยค่ายกักกันได้
ค่ายกักกันที่ Joseph Beyrle   เคยถูกกักขังไว้
หลังจากนั้นไม่นาน Joseph Beyrle  ก็ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศ
สหายของท่านยังรบคืบหน้าไปยังกรุงเบอร์ลิน
ในขณะที่ท่านต้องอยู่แนวหลังอยู่ในโรงพยาบาล

ในขณะที่ท่านเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
ท่านก็ได้ไปพบกับจอมพล Georgy Zhukov
(ซึ่งมีอนุสาวรีย์ของท่านยืนตระหง่านที่จตุรัสแดงใน Moscow)
จอมพล Georgy  Zhukov ช่วยเขียนจดหมายน้อยให้กับ Joseph Beyrle
เพื่อให้แน่ใจว่า ท่านจะได้เดินทางไปยัง Moscow ได้อย่างปลอดภัย
อย่างสวัสดิภาพโดยไม่ถูกตรวจค้นและจับกุมคุมขัง
และให้ท่านเดินทางไปพบกับบรรดาเจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกันที่นั่น
เมื่อท่านเดินทางถึงสถานทูตอเมริกาแล้ว
Joseph Beyrle  ยิ่งประหลาดใจมากกับข้อมูลที่ว่า
ท่านถูกฆ่าตายในสนามรบตามเอกสารราชการที่ส่งไปที่บ้านท่าน
เรื่องนี้จึงทำให้ท่านถูกส่งตัวกลับไปจำคุกที่สหรัฐอเมริกา
ด้วยข้อหาที่ทางราชการคิดว่า ท่านเป็นสายลับนาซีเยอรมัน


 
.
เมื่อท่านได้กลับบ้านแล้ว
ทหารผ่านศึกของสองกองทัพ
ก็ใช้ชีวิตแบบชาวบ้านทั่วไป
ทำงานที่ บริษัท Brunswick Corporation
ได้แต่งงานมีบุตร 3 คน Julie, Joseph Jr, และ John
และชอบเล่าเรื่องราวสงครามให้ลูก ๆ ฟัง

ท่านเดินทางไป Moscow มากกว่า 5  ครั้ง
ท่านยังอยู่ในความทรงจำอันแสนงดงาม
ของทั้งประเทศและผู้คนทั้งสองประเทศ
หลังจากที่ท่านมตะ 12 ธันวาคม 2004
ศพของท่านถูกฝังที่สุสานหลวงทหารหาญที่
Arlington National Cemetery

เรียบเรียง/ที่มา

http://bit.ly/2ME6MMP
http://bit.ly/2PdL1Fr
http://bit.ly/2PjiVc1
http://bit.ly/2U7m2Tj
 


 


Aleksandra Samusenko นายทหารหญิงเพียงคนเดียว
ในกองพันรถถังรักษาดินแดนที่ 1 (1st Guards Tank Army)
และเป็นผู้บัญชาการกองพันรถถังช่วงปี 1943-1944
เธอยังเป็นเพื่อนสนิทกับทหารสหรัฐ US Army
นายสิบเอก (Sergeant) Joseph Beyrle
ผู้แหกค่ายกักกันเชลยศึก Stalag III-C POW ใน Alt Drewitz
ได้สำเร็จในช่วงต้นเดือนมกราคม 1945
Beyrle เป็นทหารอเมริกันที่ทำงานให้ทั้งสหรัฐกับรัสเซียในช่วงนั้น
ได้รับอนุมัติให้เดินทัพเคียงข้าง Aleksandra Samusenko ร่วมรบไปจนถึง Berlin

Joseph Beryl ได้เล่าเกี่ยวกับ Aleksandra Samusenko ว่า
เธอสูญเสียสามีกับครอบครัวไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
เธอยังมีคนรักชายอีกคนชื่อ Mindlin  (ไม่มีประวัติ/รูปถ่าย)
คนที่ทำให้เธอยอมหยุดสูบบุหรี่และหยุดดื่มเหล้าเพื่อคนรัก
เธอ คือ วีรสตรีของโซเวียตในเรื่องความกล้าหาญและความอดทน








เรื่องเล่าไร้สาระ


ผู้อพยพเข้าไปในสหรัฐอเมริกาชุดแรก ๆ  คือ
พวกเชื้อสายเยอรมันมากที่สุดและยังมีมากที่สุดจนทุกวันนี้
เพราะหนีการเป็นไพร่และต้องการเสรีภาพเรื่องศาสนา
ส่วนการที่ต้องเปลี่ยนการใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาอังกฤษ
เพราะต้องติดต่อค้าขายกับอังกฤษในช่วงแรก
กับจ่ายเงินค่าค้ามนุษย์ให้แก๊งลูกวัว
ตามการโฆษณาชวนเชื่อเรื่องการบุกเบิกดินแดนใหม่
จับจองที่ดินได้เสรี ไม่มีศักดินาเจ้าที่ดิน
โดยนายทุนอังกฤษชาวยิวใช้เครือข่ายพันธมิตร
ออกเงินให้กู้ก่อน แล้วค่อยหักใช้หนี้กันภายหลัง

การที่มีชาวเยอรมันจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา
แล้วไปรบกับนาซีเยอรมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
ที่จะถูกกล่าวหาว่าทรยศต่อมาตุภูมิ
รวมทั้งเรื่องการที่บรรพบุรุษเคยเป็นแก๊งลูกวัวมาก่อน
เลยมีส่วนสร้างความเกลียดชังชาวยิว
ที่ขูดรีดขูดเนื้อในการหากินกับการส่งคนไปทำมาหากินในสหรัฐ
เลยพลอยสร้างกระแสความเกลียดชังชาวยิวในเยอรมันด้วย
เพราะจากปากคำบอกเล่าให้ญาติพี่น้องที่เยอรมันรับทราบ

ธุรกิจการค้ามนุษย์มีมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว เช่น แก๊งลูกหมู = คนจีน
ที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากในไทย มาเลย์ อินโดนีเซีย บางคนที่ไม่มีเงินค่าเดินทาง
ต้องทำงานใช้หนี้เป็นกรรมกร/คนงาน พรรคพวกคนออกค่าเดินทางให้ ก่อนจนหมดหนี้
หรือยอมเป็นลูกน้อง/สมุนอั้งยี่(มีกฎหมายไทยเรื่องอั้งยี่และซ่องโจร) เพื่อความอยู่รอด
โดยตั่วเฮียจะสำรองใช้หนี้ไปก่อน  ตั่วเฮีย คือ เจ้าพ่อชาวจีนที่ทำมาค้าขายในเมืองหลวง
หรือ เจ้าพ่อเหมืองแร่ดีบุกชาวจีน ในภาคใต้สมัยก่อนก็เติบโตมาจากวงการนี้
ซึ่งมีทายาทหลายคนที่ใช้นามสกุลที่รู้จักกันดี ในทุกวันนี้ (มีในหนังสือศิลปวัฒนธรรม)

แก๊งลูกแพะ = คนปากีสถาน บังคลาเทศ อัฟกานิสถาน โรฮิงญา
ตามที่เป็นข่าวแก๊งค้ามนุษย์ที่จับได้แถวภาคใต้ เพื่อส่งออกไปมาเลย์ อินโดฯ ออสเตรเลีย ยุโรป

ชื่อประเภทสัตว์ ตั้งตามอาหารที่คนในกลุ่มนี้ชอบกิน

14.



15.




16.

ที่มา  http://bit.ly/2ZqaBHi
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน