*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2116870
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 271 , 18:42:12 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อดุลย์ , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

 

 

บรรดาไก่ที่เลี้ยงกันในฟาร์มนั้น
ส่วนใหญ่แทบไม่เคยผ่านการฟักไข่จากแม่ไก่ของพวกมันเลย
แต่พวกมันจะถูกฟักไข่โดยใช้ความร้อนเทียม
ซึ่งเป็นเตาอบไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ตู้ฟักไข่
ซึ่งมีหลายขนาดมาก  ตั้งแต่หลักสิบฟองถึงพันฟอง
โดยสามารถทำหน้าที่ฟักไข่ได้ในเวลาเดียวกัน
ตู้ฟักไข่เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทันสมัย ​​แต่กว่าจะได้ตู้ฟักไข่ไก่นั้น
ต้องผ่านประสบการณ์และการเรียนรู้มายาวนานหลายพันปีเลยทีเดียว

ชาวอียิปต์โบราณเป็นชาติแรกที่สร้างโรงฟักไก่
ทำให้บรรดานักเดินทางชาวต่างชาติต่างพากันหลงใหล
และแทบจะไม่เชื่อเลยเพราะไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
นักเดินทางหลายคนยอมรับวิธีการที่แปลกประหลาดในเรื่องนี้
ในการที่ชาวอียิปต์เพาะเลี้ยงลูกไก่จากโรงฟักไข่
แต่เพราะบรรดานักเดินทางไม่ค่อยจะรู้ถึงรายละเอียด
เกี่ยวกับการทำงานภายในของโรงฟักไข่
เพราะส่วนหนึ่งมาจากชาวอียิปต์เองมักจะบอกไม่หมด
ทำให้บรรดานักเดินทางต่างพากันคาดการณ์และมักจะเข้าใจผิดในเรื่องนี้

นักเขียนคนหนึ่งอ้างว่า ไข่นั้นถูกฟักโดยมีคนเข้าไปนั่งฟัก
Friar Simon Fitzsimons ผู้เดินทางไปยังอียิปต์ในช่วงศตวรรษที่ 14
เขียนด้วยความไม่เชื่อว่า ลูกไก่ฟักออกจากกองไฟ
โดยไม่มีพ่อไก่กับแม่ไก่  ไข่จะฟักเป็นตัวได้อย่างไร
แต่ท่านไม่รู้ว่า ไข่ไก่ผ่านการผสมพันธุ์มาก่อนแล้ว
ก่อนที่จะนำไข่ไก่ไปวางไว้ในโรงฟักไข่ประจำบ้าน

แม้แต่ Aristotle ก็เขียนเกี่ยวกับโรงฟักไข่
โดยบอกว่า ลูกไก่ถูกฟักออกมาโดยการฝังไข่ไว้ในกองมูลสัตว์
(Aristotle เป็นอาจารย์ของ Alexandre The Great 
ได้ติดตามไปในการรบหลายครั้งรวมทั้งการไปยึดอียิปต์ด้วย)

หนังสือท่องเที่ยวเล่มแรกที่มีคำอธิบายที่แท้จริง
เกี่ยวกับโรงฟักไข่ของอียิปต์คือ
The Travels of Sir John Mandeville  ตีพิมพ์เมื่อปี 1356  ได้เขียนว่า
ตามบ้านทั่วไปในเมืองนั้น เต็มไปด้วยเตาเผาขนาดเล็ก
และหลังจากนั้น บรรดาผู้หญิงในเมืองต่างนำ
พวกไข่ไก่ หรือไข่ห่าน หรือไข่เป็ด เข้าไปในเตาเผาเหล่านั้น
และคนที่ดูแลบ้านหลังนั้น(เตาฟักไข่) จะทำความร้อน/ฟักไข่จากการเผามูลม้า
โดยไม่ต้องใช้แม่ไก่ แม่ห่าน หรือ แม่เป็ด ทำการฟักไข่แต่อย่างใด
และเมื่อสิ้นสุดสามสัปดาห์หรือราวหนึ่งเดือน
พวกเธอก็จะกลับมาอีกครั้ง และเพื่อพาพวกไก่ พวกเป็ด พวกห่าน
บรรดาสัตว์เลี้ยงของพวกเธอที่ฟักตัวออกจากไข่แล้ว
เพื่อนำไปขาย/เลี้ยงต่อภายในครอบครัวของพวกตน
ทำให้บ้านเรือนในชนบทเหล่านี้เต็มไปด้วยลูกไก่ ลูกห่าน ลูกเป็ด


2.

.
ในปี 1750
René Antoine Ferchault de Réaumur
นักธรรมชาติวิทยาและนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส
ที่ได้อธิบายได้อย่างถูกต้องเป็นครั้งแรกของโรงฟักไข่
หลังจากที่ได้เดินทางไปที่อียิปต์และเยี่ยมชมโรงฟักไข่หลายแห่งมาก

โดยทั่วไปแล้ว โรงฟักไข่อียิปต์จะทำด้วยโครงสร้างอิฐ
สูงประมาณ 9 ฟุตและประกอบด้วยทางเดินยาวกลาง
ที่เดินผ่านห้องทั้งสองข้าง  ที่ก่อสร้างเป็น 2 ชั้นซ้อนกัน
แต่ละชั้นมีขนาดเท่ากัน และมีช่องเปิดที่ใหญ่พอให้คนคลานเข้าไปข้างในได้
บรรดาไข่จะวางอยู่บนชั้นล่างจัดเรียงบนกองผ้าลินินหรือฟาง
ห้องด้านบน(ชั้นสอง) ใช้สำหรับจุดไฟโดยใช้มูลวัวและอูฐผสมกับฟาง
วิธีการนี้ช่วยให้ไฟเผาไหม้ช้าลง และควบคุมความร้อนได้ง่ายขึ้น

ไฟจะถูกจุดให้ลุกไหม้เพียงวันละสองครั้งโดยขึ้นกับสภาพอากาศ
และบรรดาไข่จะถูกหมุนอย่างเพียงพอ
เพื่อให้พวกไข่ได้รับความอบอุ่นทุกด้านเสมอกัน
(แต่เกษตรกรบางคนบอกถ้าไม่หมุนไข่ไก่
ลูกไก่อาจจะตาย/ฟักออกมามักพิการ
คงคล้าย ๆ กับการต้มไข่  ให้ไข่แดงอยู่ตรงกลาง
ต้องใช้วิธีการกวนให้ไข่หมุนไปรอบ ๆ
พอไข่สุก ไข่แดงจะอยู่ตรงกลาง)
การหมุนไข่จะทำอย่างต่อเนื่องอีกประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากที่ดับไฟ
เมื่อผ่านมาถึงระยะเวลานี้แล้ว อวัยวะของตัวอ่อนค่อนข้างจะสมบูรณ์
และตัวอ่อนนั้นก็เริ่มก่อรูปก่อร่างเพื่อเตรียมฟักออกมาเป็นลูกไก่ ลูกห่าน ลูกเป็ด

ความร้อนภายในเตาฟักไข่ยังมีการจุดไฟอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกราวหนึ่งสัปดาห์
ที่ทำให้ในที่สุดบรรดาไข่จะฟักตัวออกมาในวันที่ 21

เมื่อ  René Antoine Ferchault de Réaumur กลับไปที่ฝรั่งเศส
ท่านก็พยายามสร้างโรงฟักไข่โดยเลียนแบบวิธีการของอียิปต์
แต่เนื่องจากสภาพอากาศในยุโรปนั้นหนาวเย็นกว่า
จึงไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ปีกชาวอียิปต์
หลังจากการมตะของ René Antoine Ferchault de Réaumur
ตู้ฟักไข่ก็ถูกพัฒนาขึ้นโดย Abbé JeanAntoine Nollet
และต่อมาโดยฝีมือของ  Abbé Copineau
ผู้ปรับปรุงการออกแบบของ René Antoine Ferchault de Réaumur
โดยใช้ตะเกียงแอลกอฮอล์ เพื่อทำความร้อนให้กับไข่
แต่ก็ไม่ได้ผลเหมือนกับเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ปีกชาวอียิปต์
จนกระทั่งช่วงศตวรรษที่ 19
จึงมีโรงฟักไข่เชิงพาณิชย์แห่งแรกที่เปิดให้บริการ
ในการเพาะไข่ให้ฟักออกมาเป็นตัวเพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกร


3.
 
โรงเพาะฟักแบบอียิปต์ดั้งเดิมโดยใช้ตะเกียงน้ำมัน เพื่อให้แสงสว่างกับให้ไข่อุ่น 
Credit : Lenny Hogerwerf via Atlas Obscura
 
 
ในอียิปต์  ยังมีโรงฟักไข่หลายร้อยแห่ง

ที่ยังคงใช้วิธีการแบบดั้งเดิมที่พัฒนาการมานานหลายพันปีก่อน
แม้ว่าทุกวันนี้ บรรดามูลสัตว์จะถูกแทนที่ด้วยหลอดไฟ น้ำมันและเครื่องทำความร้อนไฟฟ้า
แต่เกษตรกรสัตว์ปีกเหล่านี้ยังคงไม่ใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย
เช่น เทอร์โมมิเตอร์ หรือเทอร์โมสแตทเพื่อควบคุมอุณหภูมิในโรงฟักไข่
ผู้ฟักไข่ที่ชำนาญและมีทักษะสามารถตรวจวัดอุณหภูมิโรงฟักไข่
ด้วยการวางไข่ใบหนึ่งที่สุ่มมาบนเปลือกตา(หนังตา)
และใช้การมองเข้าไปภายในโรงพักไข่  เพื่อสัมผัสรับรู้ถึงความร้อนภายในโรงฟักไข่
และหากพบว่าไข่มีความร้อนสูงเกินไป จะพ่นน้ำเข้าไปข้างในโรงฟักไข่เพื่อลดความร้อน
ส่วนการดูว่าไข่มีการพัฒนาหรือไม่  ก็เพียงแค่จับไข่ส่องดูกับแหล่งกำเนิดแสง เช่น หลอดไฟ แสงแดด
เปลือกไข่โปร่งแสง พอที่จะแสดงถึงรูปร่างภายในของไข่ไก่ว่าพัฒนามาแล้วขนาดไหน
ทักษะเหล่านี้ได้รับการสืบทอดมาหลายชั่วอายุคนภายในครอบครัว
เทคนิคการประกอบวิชาชีพของเกษตรกรเหล่านี้เป็นความลับ
เป็นเคล็ดวิชาฟักไข่ที่ถ่ายทอดกันเฉพาะภายในครอบครัวเท่านั้น

แต่โรงฟักไข่แบบดั้งเดิมของอียิปต์
กำลังจะค่อย ๆ ทะยอยหายไปในไม่ช้านี้
จากการสำรวจที่จัดทำโดย องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ
Food and Agricultural Organization of the United Nations
ในปี 2009 เจ้าของโรงฟักไข่ทุกคนต่างถูกตั้งคำถาม
ถึงความปรารถนาภายในใจของแต่ละคน
ว่าจะปรับปรุงวิธีการฟักไข่ให้ทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิมอย่างไร
เพราะอัตราการฟักไข่ของเครื่องรุ่นใหม่
มีประสิทธิผลมากกว่าเตาฟักไข่แบบเดิม
ที่ใช้ประสบการณ์และทักษะที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา
(เพราะอาจจะเรียนรู้กันมาแบบผิด ๆ ก็ได้
หรือบอกด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ไม่ได้ในบางเรื่อง)

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2m674Qj

4.
 
Credit: Lenny Hogerwerf via Atlas Obscura

5.

6.

 
7.
 

8.

9.

10.

11.

12.

 
13.
 
 
เรื่องเล่าไร้สาระ
 
 
ไข่ไก่ที่ไม่ฟักออกเป็นตัว
แถวบ้านผมเรียกไข่ตายโคม
มีบางคนนิยมเอามาต้มกินเป็นอาหาร
แต่ผมขอสารภาพว่า  ผมเคยเห็นคนวางขาย/หาบขาย
แต่ผมไม่กล้าดูไม่กล้ากินแต่อย่างใด
 
ส่วนโรงงานฟักไก่ไข่ยักษ์ใหญ่แถวบ้านพรุ-บ้านทุ่งหาดใหญ่
จะขายไข่ตายโคมร่วมกับลูกไก่ตัวผู้
โดยนักตรวจ เพศลูกเจี๊ยบ มืออาชีพ
จะจับคัดแยกลูกไก่ตัวผู้ออกมารวมกัน
แล้วคนงานจะจับใส่ถุงดำ/ปิดปากถุงให้ขาดอากาศหายใจ
เพื่อขายต่อให้กับคนเลี้ยงจระเข้ ปลากินเนื้อ สัตว์อื่น ๆ
นำไปบดผสมกับหัวเชื้อ เนื้อปลา อาหารเม็ด ทำเป็นอาหารสัตว์
จากเดิมที่โรงงานต้องหาที่ฝังกลบ/แจกจ่าย
 

14.
 
 
ส่วนที่อีศานมีการขายในชื่อว่า ไข่ฮ้างฮัง
ไข่ด้าน ไข่ข้าว ไข่ที่ฟักไม่เป็นตัว
ต้มแล้วแข็งและเหนียวผิดปรกติ
เป็นอาหารธรรมดาแต่หากินยาก
เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ชอบทานไข่
ต้องหามาลองชิมดูชักครั้ง
เนื้อสัมผัสและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
จะกึบ ๆ นิ่ม ๆ ส่วนรสชาติจะออกเค็มนิด ๆ มัน ๆ
และมีรสหวานจากตัวอ่อนของไก่
ส่วนหน้าตาจะเป็นเหมือนไข่ไก่ทั่วไป
แต่ข้างในจะมีตัวอ่อนของไก่ หรือเป็นรูปร่างไก่อยู่
 
ไข่ฮ้างฮัง คือ ไข่ที่ฟักไม่สำเร็จ
จนถึงเวลาที่แม่ไก่ต้องเลี้ยงลูกเจี๊ยบและต้องทิ้งรังไป
ตามวิถีชีวิตธรรมชาติของไก่ แม่ไก่จะฟักไข่ประมาณ 21 วัน
และจะทิ้งรังเพื่อเลี้ยงลูก ไข่ฮ้างฮังแบ่งออกเป็นสองประเภท
 
1. ไข่ลูก คือไข่มีเชื้อที่เริ่มเจริญเป็นตัวอ่อน และตายในระยะใดระยะหนึ่ง
ไม่สามารถฟักเป็นตัวออกมาจากไข่เป็นลูกเจี๊ยบได้
 
2. ไข่ข้าว คือไข่ที่ไม่มีเชื้อ ไม่มีการเจริญเป็นตัวอ่อน
แต่ได้รับการฟักทำให้สภาพของเนื้อไข่เปลี่ยนแปลงไป 
(ความร้อนจากแม่ไก่ฟัก) ทำให้ไข่ข้าวแตกต่างจากไข่ไก่สดที่ทั่วไป
 
 

15.

ไข่ฮ้างฮั้งที่ไม่ฟักแล้ว

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน