*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1052
  • จำนวนผู้ชม : 2130368
  • จำนวนผู้โหวต : 482
  • ส่ง msg :
  • โหวต 482 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 285 , 13:45:46 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
 
Hava Nagila
 
 


Hava Nagila แปลว่า เรามาเฉลิมฉลองกัน‎ เป็นเพลงพื้นเมืองภาษาฮีบรู
นิยมใช้ร้องและบรรเลงในงานแต่งงาน และในเทศกาลบาร์มิตซาร์ของชาวยิว
เพลงนี้นำทำนองมาจากเพลงเต้นรำพื้นเมือง แถบแคว้นบูโควีนาทางตะวันออกของยูเครน
ส่วนคำร้องแต่งโดย Abraham Zevi Idelsohn เมื่อปี ค.ศ. 1918
ในการฉลองที่กองทัพอังกฤษชนะการรบที่ปาเลสไตน์ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
เพลงนี้ได้รับความนิยมในวงกว้างจากผลงานบันทึกเสียงของแฮรี เบลาฟอนเท ในปี ค.ศ. 1959
จนกลายเป็นเพลงประจำตัว ที่เบลาฟอนเทใช้ในการแสดงคอนเสิร์ตทุกครั้ง
Credit : http://bit.ly/2m21s9L

Hava nagila    הבה נגילה     Let's rejoice
Hava nagila    הבה נגילה         Let's rejoice
Hava nagila ve-nismeḥa    הבה נגילה ונשמחה     Let's rejoice and be happy (repeat)         
Hava neranenah    הבה נרננה         Let's sing
Hava neranenah    הבה נרננה         Let's sing
Hava neranenah ve-nismeḥa    הבה נרננה ונשמחה   Let's sing and be happy   (repeat)         
Uru, uru aḥim!     !עורו, עורו אחים   Awake, awake, my brothers!
Uru aḥim be-lev sameaḥ    עורו אחים בלב שמח   Awake my brothers with a happy heart  (repeat line four times)         
Uru aḥim, uru aḥim!    !עורו אחים, עורו אחים     Awake, my brothers, awake, my brothers!
Be-lev sameaḥ    בלב שמח   With a happy heart


 

 
 
 
Anne Frank ไม่ใช่วัยรุ่นเพียงคนเดียว
ที่เสียชีวิตในช่วงสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว
ยังมีเด็กและวัยรุ่นอีกหลายพันคนทั่วยุโรป
ที่พบว่าเสรีภาพของพวกตนค่อย ๆ ลดน้อยหายไป
ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาต้องสูญสิ้นหายหายไป
และชีวิตวัยเยาว์ของเด็กและวัยรุ่นเหล่านั้น
ต้องแตกดับและพลัดพรากจากครอบครัว

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นจากนาซีเยอรมัน
อาจจะมีคนหลายร้อยคนที่ได้เขียนบันทึกประจำวัน
ที่ได้จดบันทึกชีวิตประจำวัน ความทุกข์ ความหวัง
แต่มีการค้นพบสมุดบันทึกลับเพียงไม่กี่ 10 เล่ม
หลังจากสงครามครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง
และมีการตีพิมพ์เผยแพร่เพียงไม่กี่เล่ม
น้อยกว่า Dairy of Anne Frank ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด
ที่มีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ และได้รับการอ่านกันมากที่สุด
เรื่องราวเกี่ยวกับความหายนะและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว
แต่มันคงจะไม่ยุติธรรมนักที่จะลืมบางคน
ที่ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกันในยุคนั้น


1.
 
 
Rutka Laskier

Rutka Laskier อายุ 14 ปี ตอนที่เธอเริ่มเขียนไดอารี่ของเธอ
ในฐานะชาวยิวที่อาศัยอยู่ในโปแลนด์
Rutka Laskier และครอบครัวของเธอ
ต้องเผชิญกับความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติที่เพิ่มมากขึ้น
ในเงื้อมมือของชาวเยอรมันที่ยึดครองประเทศของพวกเธอ
ครอบครัวของเธอถูกบังคับให้ย้ายไปอยู่ที่สลัมชาวยิว
ในเมือง Będzin ในช่วงแรก ๆ ของสงครามโดยนาซีเยอรมัน

นาซีเยอรมันมักจะหลอกในเบื้องต้นว่า
สลัมแห่งใหม่ดีกว่า มีเสรีภาพ อิสรภาพดีกว่า
แล้วจัดการยึดทรัพย์สมบัติที่เหลืออยู่เป็นของพวกตน
บางครั้งก็ใช้วิธีการขับไล่ให้ชาวยิวไปให้พ้นจากที่อยู่
เพื่อเข้าครอบครองทรัพย์สินต่าง ๆ 

แต่เธอยังไม่ได้เริ่มเขียนไดอารี่จนกระทั่งมกราคม 1943
เธอสามารถเขียนได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น
ก่อนที่เธอจะถูกส่งไปที่ Auschwitz
ไดอารี่ของเธอตกอยู่ในมือของเพื่อน Rutka ที่รอดชีวิตมาได้
แต่กินเวลาเนิ่นนานมากกว่า 60 ปี
เพื่อนเธอจึงจะยอมมอบให้สำนักพิมพ์
และได้เผยแพร่สู่สาธารณะในปี 2005

เรื่องราวของ Rutka Laskier มีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง
กับเรื่องราวของ Anne Frank ทั้งคู่มีอายุ 14 ปีตอนตาย
พ่อของทั้งสองคนต่างรอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว
ไดอารี่ของทั้งสองคนต่างบันทึกชีวิตประจำวัน
มิตรภาพ ความรักครั้งแรก ความตื่นตัวทางเพศ
และความน่าสะพรึงกลัวของการยึดครองของนาซีเยอรมัน
 

 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
 
Rutka Laskier: The diary of a Polish-Jewish girl


 
2.


Renia Spiegel


ไดอารี่ขนาดหนาของ Renia Spiegel ที่มีเกือบ 700 หน้า
ซึ่งเรื่องราวประกอบไปด้วย 4 ปีสุดท้ายในชีวิตของเธอ
ตั้งแต่ตอนอายุ 15 ไปจนถึงตอนเสียชีวิตของเธอ
ไม่นานนักหลังจากเธออายุครบ 18 ปี
ไดอารี่ของเธอบันทึกชีวิตของเธอ
ในฐานะชาวยิวใน Przemyśl ในโปแลนด์
ช่วงวัยรุ่นของเธอ เธอได้พูดถึงหัวข้อทั่วไป
เช่น โรงเรียน มิตรภาพและเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ
รวมทั้งเกี่ยวกับความหวาดกลัวของเธอ
เกี่ยวกับสงครามที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น
และเกี่ยวกับเรื่องการถูกบังคับให้ย้ายเข้าสู่สลัม Przemyśl

สลัม Przemyśl ถูกก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม 1942
Renia Spiegel และน้องสาวของเธอถูกบังคับ
ให้ย้ายไปอยู่ที่นั่นพร้อมกับปู่ย่าตายายของเธอ
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ Zygmunt Schwarzer
แฟนของ Renia Spiegel ที่ทำงานลับเกี่ยวกับ
การลักลอบพาชาวยิวไปหลบซ่อนในบ้านชาวโปแลนด์
(แลกกับการจ่ายเงินและค่าตอบแทนในการให้ที่หลบซ่อน)
ได้พาเธอกับน้องสาวหลบหนีออกจากสลัม
แล้วพาไปซ่อนตัวอยู่ร่วมกับพ่อแม่ของ Zygmunt Schwarzer
ที่ห้องใต้หลังคาของลุง Zygmunt Schwarzer
(โดยมีชาวโปแลนด์คอยช่วยเหลือในเรื่องเสบิยงอาหาร
หยูกยารักษาโรคโดยได้เงินค่าตอบแทนในการนี้
คล้ายกับการให้ที่พักหลบซ่อนผู้ต้องหาที่ผิดกฎหมาย)

แต่ในที่สุดสถานที่หลบซ่อนของพวกเธอ
ก็ถูกเปิดเผยโดยผู้แจ้งข่าว เพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินรางวัล/คูปองอาหาร
หรือต้องการให้พวกตนพ้นผิดจากโทษบางอย่าง
Renia Spiegel พร้อมกับพ่อแม่ของ Zygmunt Schwarzer
ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าบนท้องถนนในคืนนั้นทันที

หลังจากตายของเธอ
Zygmunt Schwarzer ได้เก็บรักษาไดอารี่ของเธอไว้
และได้เขียนรายละเอียดครั้งสุดท้าย
เกี่ยวกับการพา Renia Spiegel ไปซ่อนนอกสลัม
และการตายของเธอในวันนั้น
“ สามนัด ! สามชีวิตที่หายไป ! เมื่อคืนนี้เวลา 10.30 น.
โชคชะตาได้พาคนรักของผมจากไปแล้ว
ชีวิตของผมคงจบสิ้นลงแล้ว
ทั้งหมดที่ผมได้ยินก็ คือ ปัง ปัง ปัง
....Renia ที่รักของผม
บทสุดท้ายของไดอารี่เธอจบสิ้นสมบูรณ์แล้ว " 

Zygmunt Schwarzer รอตตายจากสงครามแล้วย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา
ที่ซึ่ง Zygmunt ได้มอบไดอารี่ของ Renia ให้กับแม่ของ Renia
ไดอารี่ของ Renia ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาโปแลนด์เท่านั้น
ในปี 2016  จึงมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ


 
 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
 
Renia Speigel: The unknown diary of a Polish Jewish girl


3.
 
 
Eva Heyman

Eva Heyman เป็นชาวยิวที่เกิดใน Nagyvarad ปัจจุบันอยู่ในโรมาเนีย
พ่อแม่ของเธอหย่าร้างกัน  แล้วแม่ของเธอย้ายไปอยู่ที่ปารีส์
Eva Heyman จึงอาศัยอยู่กับปู่ย่าของเธอใน Budapest
ปู่ของเธอเป็นเจ้าของร้านขายยา

วันที่ 19 มีนาคม 1944
เมื่อกองทัพนาซีเยอรมันได้บุกมาถึง Budapest
อีกหนึ่งเดือนถัดมมา Eva Heyman และปู่ย่าของเธอ
ได้รับคำสั่งให้เก็บข้าวของและย้ายไปอยู่ที่สลัม
ในเดือนมิถุนายน 1944
Eva ถูกเนรเทศไปที่ Auschwitz
ที่ซึ่งเธอเสียชีวิตใน 4 เดือนต่อมาตอนเธออายุ 13 ปี

Agnes Zsolt แม่ของ Eva เกือบจะเสียชีวิต
เมื่อเธอได้เดินทางมาที่ Budapest
เพื่อตามหาลูกสาวของเธอ
เธอถูกจำคุกที่ค่ายกักกัน Bergen-Belsen
แต่ได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพพันธมิตรในปี 1945
แล้วเธอก็กลับมาอีกครั้งเพื่อค้นหาลูกสาวของเธอ
แต่ก็พบสมุดบันทึกของเธอแทน
เมื่อได้อ่านไดอารี่ของ Eva
แม่ของเธอรู้สึกเศร้าโศกมากจนต้องฆ่าตัวตาย

ไดอารี่ของ Eva Heyman มีการตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษา Hungarian
ต่อมาแปลเป็นภาษา Hebrew ในปี 1964 และภาษาอังกฤษในปี 1974

 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
 
Eva stories- trailer



4.

 
 
 
Petr Ginz เกิดในปี 1928 ใน Prague
พ่อเป็นชาวยิว และแม่เป็นชาวคาทอลิก
ซึ่งทำให้ Petr กลายเป็น Mischlinge
ลูกของการแต่งงานผสม
ตามกฎหมายต่อต้านยิวของนาซีเยอรมัน
เด็กพวกนี้จะถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกันเมื่ออายุ 14 ปี

เมื่อถึงเดือนธันวาคม 1941
ก็เริ่มมีการเนรเทศชาวยิวออกจาก  Prague
ให้ไปอยู่ที่สลัม Theresienstadt
แล้วตระกูล Ginz ก็ค่อย ๆ สูญสลายหายไป
Petr ถูกย้ายไปยังค่ายกักกันในเดือนตุลาคมปี 1942 อายุได้ 14 ปี
2 ปีต่อมาก็ถูกส่งตัวไปที่ค่าย Auschwitz
แล้วถูกสังหารในห้องรมแก๊ส

Petr เป็นเด็กฉลาดมากก่อนที่อายุได้ 14 ปี
Petr  ได้เขียนเรื่องสั้น 5 เรื่องพร้อมกับภาพประกอบที่เขียนขึ้นเอง
ทั้งยังสนใจวรรณคดี ประวัติศาสตร์ ภาพเขียน ภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา และสาขาวิชาเทคนิค
ที่ค่ายกักกันTerezín นั้น
Petr และเด็กชายคนอื่น ๆ ต่างได้ร่วมกันก่อตั้งนิตยสารชื่อ Vedem
ซึ่งผลิตด้วยมือด้วยการลักลอบนำกระดาษและอุปกรณ์ศิลปะเข้ามาในค่ายกักกัน
โดย Petr เป็นหัวหน้าบรรณาธิการ เป็นนิตยสารวรรณกรรมภาษา Czech
ที่เผยแพร่ในระยะเวลา 2 ปีตั้งแต่ปี 1942 - 1944
โดยตีพิมพ์ถึง 800 หน้า มีทั้งบทกวี บทความตลก บทสนทนา
บทวิจารณ์วรรณกรรม เรื่องสั้น  และภาพวาดต่าง ๆ

ก่อนที่ Petr จะถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกัน
Petr ได้เขียนไดอารี่เกี่ยวกับชีวิตของตนเองไว้
ไดอารี่เล่มนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกโดย Eva น้องสาวของ Petr
ชื่อเรื่อง ไดอารี่พี่ชายของฉัน Diary of My Brother
มีฉบัยแปลภาษาอังกฤษที่ได้รับการตีพิมพ์ในปี  2007
ในชื่อเรื่อง  The Diary of Petr Ginz 1941–1942

 

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
 
The Last Flight of Petr Ginz Official Trailer (2013)


5.
 
 
 
Miriam Wattenberg (Mary Berg)

สมุดบันทึกของ Mary Berg  คือ วารสารเด็กเล่มแรก
ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เปิดเผยต่อสาธารณชน
ถึงความน่ากลัวของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว

Miriam  เกิดที่โปแลนด์ในปี 1924
แต่แม่ของเธอเป็นชาวอเมริกัน
ซึ่งทำให้ครอบครัวของเธอได้รับสิทธิพิเศษ
เพราะชาวยิวที่มีสัญชาติอเมริกัน
จะสามารถแลกเปลี่ยนตัวกับเชลยศึกชาวเยอรมันได้
ในขณะที่ชาวยิวหลายแสนคนถูกเนรเทศไปสู่ความตาย
Miriam  และครอบครัวของเธอถูกกักตัวที่ค่ายกักกันในฝรั่งเศส
รอการแลกเปลี่ยนเชลยศึกชาวเยอรมัน
ก่อนที่จะถูกพากลับไปยังสหรัฐอเมริกาในที่สุด

เกือบทุกวันในช่วง 2 ปีที่เธออยู่ในสลัม Warsaw
Miriam ได้สังเกตเห็นผู้คนจำนวนมากที่เดินไปตามท้องถนน
เพื่อไปขี้นรถไฟที่จะพาชาวยิวไปยัง Treblinka
เธอได้เขียนว่า : “ พวกเราที่ได้รับการช่วยเหลือออกจากสลัม
เราต่างรู้สึกละอายที่จะมองหน้าซึ่งกันและกัน
เรามีสิทธิ์ที่รอดตาย(พวกเดียว) หรือไม่ 
ที่นี่ ทุกหนทุกแห่งทุกสิ่งมีกลิ่นของแสงอาทิตย์และดอกไม้ และที่นั่น
มีเพียงแต่เลือด เลือดของคนของเรา "

ไม่นานหลังจากที่พวกเธอมาถึงสหรัฐอเมริกาในปี 1944
ไดอารี่ของเธอได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์อเมริกัน
แบบเป็นเรื่องราวต่อเนื่อง ที่ยืนยันถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งแรก
ไดอารี่ของเธอถูกมีการรวมเล่มตีพิมพ์เป็นหนังสือในปีถัดมา
 
 
 

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
 
 


6.



Tanya Savicheva

ไดอารี่ของ Tanya Savicheva ค่อนข้างน้อยมีเพียง 9 หน้า
มีถ้อยคำเพียงไม่กี่คำ แต่ทรงพลังมากที่สุด
ฉายภาพความหน้าสะพึงกลัวการปิดล้อม Leningrad ของนาซีเยอรมัน

Tanya เป็นลูกสุดท้องของพี่น้อง 5 คนในตระกูล Savicheva
เธอมีพี่สาว 2  คนชื่อ Nina กับ Zhenya
พี่ชาย 2 คนชื่อ Mikhail กับ Leka
ครอบครัวของเธอมักจะใช้ชีวิตในชนบทเวลาช่วงฤดูร้อน

ในปี 1941 นาซีเยอรมันได้บุกสหภาพโซเวียต
ได้ทำลายแผนการพักร้อนของครอบครัวเธอ
มีเพียง Mikhial ที่เดินทางออกไปล่วงหน้า
เพื่อเข้าร่วมกับสหายในการป้องกันมาตุภูมิ
ส่วนครอบครัวของเธอยังอยู่ใน Leningrad
ทุกคนต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อสนับสนุนกองทัพ

แม่ของเธอเย็บชุดเครื่องแบบทหาร
Leka ทำงานเป็นผู้ตรวจสอบเครื่องบินที่โรงงานทหารเรือ
Zhenya ทำงานที่โรงงานผลิตอาวุธ
Nina ทำงานสร้างแนวป้องกันเมือง
ลุง Vasya และ ลุง Lesha ทำหน้าที่ต่อต้านอากาศยาน
Tanya อายุ 11 ปีต้องขุดสนามเพลาะและดับเพลิง

ไดอารี่ Tanya แสนสั้นเหมือนชีวิตของเธอ

แท้จริงแล้วไดอารี่ Tanya  มีการจดบันทึกเป็นเล่มหนามาก
เพื่อบันทึกชีวิตประจำวันของเธอ
แต่เมื่อครอบครัวไร้เชื้อเพลิงใส่เตาให้ความร้อน
หน้ากระดาษไดอารี่ของเธอก็ถูกใช้ไปเป็นเปลวไฟ
ในเวลาต่อมา Tanya จึงได้รับสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ

เมื่อถูกล้อมเป็นเวลานานจากนาซีเยอรมัน
เสบียงอาหารก็เริ่มขาดแคลน
สมาชิกในครอบครัวของเธอ
ก็เริ่มตายเพราะความอดอยาก
Tanya ได้ใช้สมุดบันทึกของเธอ
เพื่อบันทึกความตายในแต่ละครั้ง
ด้วยลายมือขนาดใหญ่
ที่เขียนเต็มหน้ากระดาษ เธอเขียนว่า:

Zhenya ตาย 28 ธันวาคม เวลา 12 กลางวัน ปี 1941
ยายตาย 25 มกราคม เวลาตี 3 ปี 1942
Leka ตาย 17 มีนาคม 1942 เวลาตี 5 ก่อนรุ่งเช้า ปี 1942
ลุง Vasya ตาย 13 เมษายน เวลาตี 2  ก่อนรุ่งเช้าปี 1942
ลุง Lesha ตาย 10 พฤษภาคม เวลา 4 โมงช่วงบ่ายปี 1942
แม่ ตาย 13 พฤษภาคม เวลา 7:30 น. ในตอนเช้า ปี 1942
ครอบครัว Savichevs ตายแล้ว
ทุกคนตายไปแล้ว
เหลือเพียงแต่ Tanya

เธอเขียนเพียง 9 หน้า
แต่ละหน้าเพียงแต่ละประโยค
นี่คือ เนื้อหาของไดอารี่ทั้งหมดของ Tanya

Tanya ก็ยังไม่รอดตายจากการถูกปิดล้อม
แม้ว่าเธอจะถูกอพยพออกจากเมือง Leningrad
พร้อมกับเด็ก ๆ อีกประมาณ 150 คน
แต่เธอก็ป่วยหนักและอ่อนแอมากจากการขาดสารอาหาร
เธอเสียชีวิตจากวัณโรคในช่องท้องในเดือนกรกฎาคม 1944
เมื่อเธออายุได้ 14  ปี

ไดอารี่ของเธอถูกค้นพบโดย Nina พี่สาวของเธอที่รอดตาย
เธอไม่พบกับ Tanya และครอบครัวของเธออีกเลย
หลังสงครามสิ้นสุดลง แล้วเธอได้กลับมาที่ Leningrad
ไดอารี่ของเธอถูกนำเสนอเป็นหลักฐานของการสังหารโหดของนาซีเยอรมัน
ในระหว่างการพิจารณาคดีอาชญากรสงครามที่ Nuremberg
(ผลคืออาชญากรสงครามหลายคนต้องโทษประหารชีวิตจนกระทั่งตาย)
สมุดบันทึกของ Tanya ได้ถูกนำแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Leningrad



คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

Everyone died. Only Tanya is left’: 12yo girl’s diary documents horror of Leningrad siege

เรื่องเดิม   เกี่ยวกับการล้อมเมืองของนาซีเยอรมันที่ Leningrad

นักวิทยาศาสตร์รัสเซียยอมอดตายท่ามกลางอาหารรอบตัว



7.


Hélène Berr

Hélène Berr เริ่มเขียนไดอารี่เมื่ออายุ 21 ปี
เธอเขียนเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเธอในปารีส์
การศึกษา เพื่อนของเธอ และความรักที่เธอมีต่อชายหนุ่มคนหนึ่ง
เธอเริ่มเขียนเกี่ยวกับการยึดครองของนาซีเยอรมัน
และข้อห้ามต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นโดยผู้ปกครอง
ทางออกสุดท้ายที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชนเลย
ในช่วงแรก  Berr ไม่รู้ว่ามีห้องรมแก๊สชาวยิว
และการสังหารหมู่ชาวยิวที่เกิดขึ้นเลย
เธอแค่สงสัยอย่างหญิงไร้เดียงสาว่า
ทำไมผู้หญิงและเด็กจึงถูกรวมอยู่
ในการเนรเทศไปยังค่ายกักกันด้วย

แต่หลังจากที่เธอได้เห็นการซ้อมอย่างทารุณชายชาวยิวผู้มีเกียรติในสังคม
Berr จึงได้เข้าร่วมกับเครือข่ายลับ เพื่อช่วยเหลือเด็กชาวยิวจากการถูกเนรเทศ
Berr ถูกจับได้ในปี 1944  และถูกส่งไปยังค่าย Bergen-Belsen
เธอเสียชีวิตไปหลายวันก่อนที่อังกฤษจะปลดปล่อยค่ายแห่งนี้ ตอนเธออายุ 23 ปี

ไดอารี่ของเธอถูกตีพิมพ์ในปี 2008




คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


The Diary of Hélène Berr: Research from the Yale Program for the Study of Antisemitism



8.


Ruth Maier

Ruth Maier เกิดในออสเตรียในปี 1920
หลังจากเยอรมนีเข้ายึดครองโปแลนด์
และเกิดสงครามครั้งที่ 2 แล้ว
Ruth สามารถหนีไปนอร์เวย์ได้
โดยติดต่อกับพ่อของเธอ
เธอใช้ชีวิตที่นั่น 3 ปีอย่างน่าพอใจ
เธอเริ่มพูดภาษานอร์เวย์ได้อย่างคล่องแคล่ว
ภายในเวลาหนึ่งปีต่อมา
เธอได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของนอร์เวย์
และร่วมในโครงการค่ายอาสาสมัคร
กับเพื่อนนักกวี Gunvor Hofmo
ที่มีชื่อเสียงมากในภายหลัง

กองทัพนาซีเยอรมันบุกยึดนอร์เวย์ในปี 1940
2 ปีต่อมา Ruth ถูกจับกุมและถูกส่งตัวไปยังค่าย Auschwitz
ที่นั่นเธอถูกพาไปที่ห้องรมแก๊สชาวยิว

Gunvor Hofmo ได้เก็บรักษาไดอารี่ของ Ruth
และจดหมายโต้ตอบของเธอไว้หลายฉบับ
แม้ว่า Gunvor Hofmo จะพยายามขอให้ตีพิมพ์เผยแพร่ไดอารี่ของ Ruth
และติดต่อผู้ตีพิมพ์หนังสือ  แต่เธอก็ถูกปฏิเสธหลายครั้ง
จนกระทั่งหลังจากการตายของ Gunvor Hofmo ในปี 1995
เมื่อนักเขียนและกวีชาวนอร์เวย์ได้ค้นพบไดอารี่เล่มนี้
และประทับใจกับคุณค่าทางวรรณกรรมจึงได้ตีพิมพ์ในปี 2007
หนังสือเล่มนี้ได้แปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 2009

 
 


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


Ruth Maier's Diary

9.


Philip Slier


Philip Slier เกิดที่ Amsterdam ในปี 1920
ตอนอายุ 17 ปี กองทัพนาซีเยอรมันได้บุกยึดเนเธอร์แลนด์
ในตอนแรก Philip ถูกส่งตัวไปทำงานหนัก
ที่ค่ายแรงงานซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของ Hardenberg
จากนั้น Philip ก็เขียนจดหมายถึงเพื่อน ๆ และครอบครัวเกือบทุกวัน
เป็นประจักษ์พยานถึงชีวิตที่เลวร้ายในค่ายกักกัน

Philip เขียนจดหมายฉบับสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 กันยายน 1942
หลังจากวันนั้นก็หลบหนีออกจากค่ายกักกัน
โดยหนีกลับไป Amsterdam และหลบซ่อนตัวอยู่พักหนึ่ง
ก่อนหลบหนีจากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกที่แห่งหนึ่ง
ขณะที่ Philip กำลังจะหลบหนีไปสวิตเซอร์แลนด์
ก็ถูกจับกุมได้ที่สถานีรถไฟขณะที่พยายามหลบหนีขึ้นบนรถไฟ

Philip ถูกย้ายจากค่ายหนึ่งไปยังอีกค่ายหนึ่ง
จนกระทั่งถูกส่งไปยัง Sobibor ค่ายขุดรากถอนโคนชาวยิว  ในปี 1943
และถูกฆ่าตายในห้องรมแก๊ส

ครอบครัวของ Philip ได้ปกปิดจดหมายเหล่านี้ไว้
ภายในบ้านของครอบครัวที่ Amsterdam
ก่อนที่จะถูกค้นพบหลังจากนั้นกว่า 50 ปีต่อมา
เมื่อบ้านต้องถูกรื้อถอนเพราะพังทะลายลง
จดหมายจำนวน 86 ฉบับรวมทั้งโปสการ์ดและโทรเลข
ถูกค้นพบว่าซ่อนอยู่บนเพดานของห้องน้ำชั้น 3
ในที่สุด เอกสารทั้งหมดเหล่านี้
ตกอยู่ในความครอบครองของลูกพี่ลูกน้องของ Philip
ในปี 1999 จึงได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ Hidden Letters




คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


Hidden Letters: Keeping Alive The Message Of The Holocaust



10.


Rywka Lipszyc

Rywka Lipszyc เด็กหญิงวัยรุ่นชาวโปแลนด์-ชาวยิว
เธฮเริ่มเขียนไดอารี่ของเธอในขณะที่อาศัยอยู่ในสลัม Łódź Ghetto
เธอถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกัน Auschwitz-Birkenau ในเดือนสิงหาคม 1944
พร้อมกับน้องสาวและลูกพี่ลูกน้องของเธอ  เธอรอดตายจากค่ายกักกัน  
และเธอยังรอดชีวิตจากการเดินไปสู่ความตายที่ Bergen-Belsen
(นาซีเยอรมันบังคับนักโทษทุกคนเดินไปที่นั่นในสภาพอากาศหนาวเย็น)
และเธอยังมีชีวิตอยู่จนเห็นการปลดปล่อยในเดือนเมษายน 1945
แต่เธอป่วยหนักมากจนถูกย้ายไปที่โรงพยาบาลใน Niendorf เยอรมนี
ซึ่งเธอหายใจเป็นครั้งสุดท้าย ตอนเธออายุ 16 ปี

ในเดือนมิถุนายน 1945
ไดอารี่ของ Rywka ถูกค้นพบในซากปรักหักพัง
เตาเผาศพที่ไม่ใช้งานแล้วที่ค่ายกักกัน Auschwitz-Birkenau  
โดย Zinaida Berezovskaya แพทย์กองทัพแดง  
ซึ่งได้หยิบไดอารีของเธอกลับไปยังสหภาพโซเวียตด้วย
50 ปีต่อมาหลานสาวของ Zinaida ได้เห็นเอกสารต้นฉบับนี้และเก็บรักษาไว้
อีก 10 ปีต่อมา ไดอารี่นี้ได้ส่งมอบให้ศูนย์ข้อมูลผู้ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในซานฟรานซิสโก
ไดอารี่เล่มนี้มีการตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเมื่อต้นปี 2014



คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


Dziewczyna z pamiętnika | The Girl in the Diary



เรียบเรียง/ที่มา

http://bit.ly/2m0Utht




 
รอยสักที่ยังเห็นได้จากผู้รอดตายจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว Holocaust
Edith (Weingarten) Fox ที่ Tucson หลังจากอพยพมาอยู่ที่ Buffalo สหรัฐอเมริกา
เธอได้แต่งงานกับ Joseph และมีลูกด้วยกันสามคน (Photo courtesy of Nina Trasoff)




ชายผู้ช่วยชีวิตเด็กชาวยิวกว่า 669 คนจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซีเยอรมันนี

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
 
Sir Nicholas Winton

 


 

เรื่องเล่าไร้สาระ

 

นาซีเยอรมันรู้ว่าใครเป็นยิวเพราะ
การขึ้นทะเบียนเป็นคนยิว ระบบทะเบียนราษฏร์ในยุโรปมีมานานแล้ว
รองลงมาผู้ชายยิวต้องขริบอวัยวะเพศชายเป็นประเพณีธรรมเนียมปฏิบัติ
ขณะที่คนยุโรปในยุคนั้นยังไม่รู้จักขัอดีของการขริบ
การทำพิธีศาสนาภายในบ้าน ต้องมีหนังสือ/เครื่องหมายหลงเหลืออยู่
หรือมีคนเห็น Rabbi ครูสอนศาสนาเดินทางเข้าออกในบ้านผู้ต้องสงสัย
หรือเพื่อนบ้านสงสัยปากโป้งไปร้องเรียนหวังเงินรางวัล กับให้พ้นผิด


นามสกุลผิดเพื่อน ถูกคนในชาติที่เข้าไปอยู่
ตั้งนามสกุลแบบล้อเลียนเหยียดหยาม เช่น
นิโกรขาว  Schwarze ขาว negger นิโกร คนยิวเขียนเอง
ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอเนียร์ อาโนล์ ชเวกเนกเกอร์ 

ยิวจะสืบทอดทายาท/สายเลือดทางแม่เป็นหลักก่อน
เพราะมีหลายครั้งที่ยิวถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปมาก
ดังนั้นแรบไบยิว/คนยิว จึงออกกฏระบุว่า
ถ้าแม่เป็นยิว ลูกชายหญิงเกิดมาก็เป็นยิวหมด
สืบทอดต่อ ๆ ไปเป็นยิวเรื่อย ๆ
ทำให้สามารถรักษาเผ่าพันธุ์ได้นาน
ดังนั้นจะเห็นยิวหน้าตาแปลก ๆ เช่น
ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอเนียร์ อาโนล์ ชเวกเนกเกอร์ เป็นต้น
หรือดาราฝรั่งบางคน  หรือยิวในอินเดีย หรือยิวในจีน
รายละเอียดอ่านได้จาก สู่ความเป็นอัจฉริยะด้วยการพัฒนาพลังสมองแบบยิว


ชาวยิวมีผิวดำ ที่เอธิโอเปียก็มี เพราะตามคัมภีร์ระบุว่า
บรรพชนเคยแต่งงานกับคนดำและมีลูกมีหลานเป็นคนผิวดำ
รวมทั้งยังรักษาวัฒนธรรมแบบยิวได้อยู่
อิสราเอลเคยอพยพคนกลุ่มนี้ส่วนหนึ่ง
ย้ายมาที่ประเทศ ตั้งชื่อ ปฏิบัติการโซโลมอน และโมเสส
ลองอ่านดูได้เป็นเรื่องเป็นราวทะเลาะกับประเทศเอธิโอเปียช่วงหนึ่ง


ส่วนเรื่องศาสนายูดายกินหมูหรือไม่  ปกติจะไม่กิน/ห้ามกิน
แต่ถ้านับถือศาสนาคริสต์บางนิกาย เช่น ออโธดอกซ์ อนุญาตให้กินได้
กุ้งลอบเตอร์ ห่าน ไก่งวง กินได้
ยกเว้นแต่สัตว์น้ำไม่มีเลือดแบบสัตว์บก เช่น ปู หอย อันนี้ห้ามกิน
คนไทยที่ไปทำงานแถวตะวันออกกลางบอกกันเองว่า
เปรมมากกับอาหารประเภทนี้ ปูไข่ตัวใหญ่ ๆ หอยตัวใหญ่ ๆ สดสด
เพราะคนมุสลิมแถวตะวันออกกลางก็ห้ามกินเช่นกัน
แต่คนท้องถิ่นเลยดูคนไทยเป็นคนแปลกประหลาด/กินของฮะรอม(ตรงข้าม ฮะลาล)


ยกเว้นชาวมุสลิมในเขตเอเซียอาคเนย์
ที่ครูสอนศาสนาอิสลามในยุคแรกต้องอนุโลม
ให้กินสัตว์น้ำไม่มีเลือดเช่น ปู หอย  ได้
เพราะครูสอนศาสนายุคแรกรู้ว่า ถ้าห้ามอาจจะเสียมวลชน
เพราะคนแถวนี้อาหารทะเลหากินง่ายกว่าสัตว์ป่าสัตว์เลี้ยง
ที่ต้องลงทุนลงแรงในการล่าหรือเสียเวลาในการเลี้ยงกว่าจะโต
แต่ตอนนี้มีมุสลิมบางกลุ่มในแถบนี้ ก็เริ่มไม่ยอมกินกันแล้วเช่นกัน

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน