*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1090
  • จำนวนผู้ชม : 2215922
  • จำนวนผู้โหวต : 495
  • ส่ง msg :
  • โหวต 495 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 717 , 20:10:22 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อดุลย์ , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

 

ในบรรดาพืชที่กินได้จำนวนมาก
ต่างเกิดขึ้นในช่วงรุ่งอรุณของอารยธรรมมนุษย์สมัยใหม่
นับแต่ตั้งกลุ่มคนจากอัฟริกาเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ
และมนุษย์เริ่มมีการแพร่กระจายไปทั่วโลก
มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถแยกแยะความแตกต่างของพืช
ความอ่อน/แข็งของพืช คุณภาพการเก็บรักษา
และคุณค่าทางโภชนาการว่ากินได้/กินไม่ได้ มีพิษ

มันฝรั่งเป็นพืชดอกพื้นเมืองของอเมริกาใต้และเทือกเขาแอนดีส
บริเวณทางใต้ของเปรูและโบลิเวียทางตะวันตกเฉียงเหนือ
มันฝรั่งได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณประโยชน์/สรรพคุณ
ที่มีผลต่อเนื่องกับบรรพบุรุษของมนุษย์ ที่ปลูกเลี้ยงบำรุงรักษามันฝรั่ง
และทำให้มั่นใจได้ในเรื่องความอยู่รอดของมนุษย์ ในช่วง 10,000 ปีที่ผ่านมา

หลังจากที่มันฝรั่งได้รับการแนะนำให้รู้จักกัน
ในประเทศแถวยุโรปและอเมริกาเหนือ
มันฝรั่งกลายเป็นหนึ่งอาหารที่สำคัญที่สุดของโลก
ที่ปลูกกันมากเป็นอันดับ 4 ในโลก รองจาก ข้าวโพด ข้าว และข้าวสาลี
 

ทุกวันนี้ มีการวิจัยกันอย่างละเอียด
และผลจากการคัดเลือกสายพันธุ์มันฝรั่งมาหลายศตวรรษ
ทำให้สามารถแยกแยะสายพันธุ์มันฝรั่ง
ได้มากกว่าพันชนิดที่ปลูกกันรอบโลก
 
 
เรื่องราวของมันฝรั่งเริ่มต้นเมื่อประมาณ 350 ล้านปีก่อน
เมื่อมันฝรั่งเริ่มวิวัฒนาการจากบรรพบุรุษที่มีพิษของ plant nightshade
ในที่สุดพืชตระกูลนี้ก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเป็นแต่แค่มันฝรั่งเท่านั้น
แต่ยังกลายเป็นยาสูบ พริก พริกหวานและมะเขือเทศด้วย

มันฝรั่งค่อยๆพัฒนาเป็นรูปแบบปัจจุบัน
ในที่ราบสูงแอนเดียนอเมริกาใต้ระหว่างเปรูและโบลิเวีย
มนุษย์ที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานได้นำมาเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร
เมื่อประมาณ 15,000 ปีก่อนและจัดการกิน/เพาะปลูกมันฝรั่งป่าได้
ราวช่วงประมาณ 8 พันปีก่อนคริสต์ศักราช
จากจุดเริ่มต้นที่นั้น  มันฝรั่งเริ่มเดินทางข้ามทวีปอย่างช้า ๆ

แต่มันฝรั่งได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงทศวรรษ 1500
เมื่อผู้พิชิตชาวสเปญคนแรกเริ่มสำรวจนอกชายฝั่งของอเมริกาใต้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากยุค 1530
เมื่อพวกทหารสเปญต่างค้นหาทองคำในเปรู
ในบรรดาการค้นพบที่หลากหลายของพวกทหารสเปญ
มันฝรั่งได้รับความสนใจอย่างมากจากพวกทหารสเปญ
และได้นำพืชชนิดนี้กลับไปยังยุโรประหว่างปี ค.ศ. 1570-1593

2.


.
การนำมันฝรั่งเข้าไปในในยุโรปกว่าจะนิยมกินกันนั้นช้ามาก
ในตอนแรกมีชาวบ้านน้อยคนมากที่สนใจและกินมันฝรั่งเป็นอาหาร

โดยรัฐบาลสเปญได้ใช้มันฝรั่งเป็นอาหารที่เชื่อถือได้
เพราะขนส่งได้ง่ายสำหรับกลาสี/ทหารเรือสเปญ
รวมทั้งมันฝรั่งแก้ไขโรคเลือดออกตามไรฟันของกลาสี/ทหารเรือสเปญได้

ในยุคนั้น การขนส่งผักสดทางทะเลทำไม่ได้
เพราะไม่มีตู้เย็นเก็บรักษาพืชผัก
กอปรกับความไม่รู้ว่าเลือดออกตามไรฟัน
อาการดังกล่าวเป็นเพราะขาดวิตามินซี
ที่เป็นอาการเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพฟัน
เช่น เหงือกอักเสบ เหงือกร่น สาเหตุหลักเกิดจาก
การขาดสารอาหารจำพวกวิตามินซี Credit https://bit.ly/2mBowN7 ) 

มันฝรั่งมาถึงอังกฤษในปี 1585  เบลเยียมและเยอรมนีในปี 1587
ออสเตรียในปี 1588  ไอร์แลนด์ในปี 1589 และฝรั่งเศสในปี 1600
 
แต่เรื่องที่น่าเศร้า ประชากรในประเทศเหล่านั้น
ต่างมองมันฝรั่งว่าเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น พึชที่แปลกประหลาดมีพิษ
รากของพืชเท่านั้นที่กินได้ ซึ่งไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อนเลยในยุโรป
มันฝรั่งจึงกลายเป็นสิ่งชั่วร้าย
กินเวลาหลายปีเลยทีเดียว ที่มันฝรั่งถูกกล่าวหาว่า
เป็นต้นเหตุของโรคเรื้อน ซิฟิลิส ตายเร็ว การเป็นหมัน
กิจกรรมทางเพศสัมพันธ์ที่ป่าเถื่อน  วัณโรคต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
ทำให้มึนเมาหมดความรู้สึก และทำลายพื้นดินที่มันฝรั่งเติบโตขึ้นมา
 
ความเชื่อมั่นนี้ลดลงไปมากในยุโรป
หลังจากฝรั่งเศสหาอาหารได้ไม่เพียงพอ
แต่ต้องมีอาหารให้ทหารในกองทัพอย่างเพียงพอ
ขณะที่ประชาชนต่างอดอาหารจากภัยสงครามที่รบพุ่งกันอยู่เรื่อย ๆ

ผลจากการตรวจสอบมันฝรั่งเป็นเวลานาน
โดย Antoine-Augustin Parmentier
นักพฤกษศาสตร์และนักเคมีชาวฝรั่งเศส
ในที่สุดท่านก็ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้
และได้ชักชวนให้กษัตริย์ฝรั่งเศส Louis XVI (1754–1793)
ให้ส่งเสริมการเพาะปลูกมันฝรั่งจำนวนมาก

กษัตริย์ได้มอบเงินทุนและที่ดินให้สำหรับปลูกมันฝรั่ง 100 เอเคอร์ (ราว 250 ไร่)
พื้นที่ดังกล่าวได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาจากทหาร
ความสนใจของทหารและรัฐบาลกลายเป็นข่าวใหญ่
เรื่องการปกป้องมันฝรั่งเหล่านี้เป็นอย่างดี
ได้จุดประกายความสนใจของชาวบ้านทันที
หลังจากนั้นก็เริ่มมีการนำมันฝรั่งมากินกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
จนกระทั่ง มันฝร่งในฝรั่งเศสกลายเป็นแหล่งอาหาร
ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
Marie Antoinette ราชินีฝรั่งเศส(1755-1793)
มีส่วนทำให้ดอกมันฝรั่งกลายเป็นแฟชั่นยอดนิยมในหมู่สตรีชั้นสูงทั่วยุโรป
เพราะพระนางนำดอกมันฝรั่งมาแซมพระเกสา

ตามอัตชีวประวัติของ มาดามคูรีและปิแอร์ คูรี ทั้งคู่ช่วงเริ่มต้นชีวิตในปารีส์
ทั้งคู่ต้องอาศัยมันฝรั่งกินเป็นอาหารประจำวันแทนอาหารอื่น
เพราะไม่มีเงินทองเพียงพอในการซื้ออาหารประเภทอื่นได้

ในช่วงต้นปี 1800 มันฝรั่งกลายเป็นพืชที่นิยมกันทั่วยุโรป
แต่ความนิยมดังกล่าวได้รับการทดสอบอย่างหนัก

ในระหว่างปี 1845-1849
เมื่อโรคเชื้อราน้ำได้ทำลายผลผลิตมันฝรั่งทั้งหมดของไอร์แลนด์
ในช่วงทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ในไอร์แลนด์
ทำให้มีผู้คนราวหนึ่งล้านคนเสียชีวิตและบีบบังคับให้คนจำนวนมากอพยพออกจากไอร์แลนด์
คนจำนวนมากกว่า 500,000 คนอพยพไปอเมริกาเหนือและออสเตรเลีย
(ต้นตระกูล Kennedy ก็มาจากที่นี่และมีอาชีพปล่อยกู้ชาวบ้านจนร่ำรวย)

ทำให้ต่อมา  ไอร์แลนด์ประกาศเอกราช เหลือแต่ไอร์แลนด์เหนือ
แต่ก็มีการก่อการร้ายมากมายจนเกิดเพลง Zombie
ที่ด่าผู้ก่อการร้ายว่าเหมือนพวกผีดิบ (ไร้สมอง/ไร้ความเป็นคน)
มีส่วนยุติสงครามกลางเมืองในเวลาต่อมา

 
 
 
 
 
 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

 

3.
.

สหรัฐอเมริกานำมันฝรั่งมาเป็นอาหารหลัก
ก่อนหน้านี้หลายปียังใช้มันฝรั่งเป็นอาหารสำหรับม้าและสัตว์อื่น ๆ
หลังจากปี 1872 ความพยายามของ Luther Burbank (1849-1926)
นักพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียงชาวอเมริกัน
ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์มันฝรั่ง
ทำให้อุตสาหกรรมมันฝรั่งเติบโตครั้งสำคัญ
เพราะท่านได้ค้นพบมันฝรั่งลูกผสมที่ต้านทานโรค
และมันฝรั่งลูกผสมสายพันธุ์อื่นที่ใช้ปลูกในไอร์แลนด์ได้
เพื่อช่วยต่อสู้กับโรคระบาดที่ทำลายมันฝรั่งทั้งประเทศในอดีตได้
 
ในศตวรรษที่ 20 มันฝรั่งกลายอาหารเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก
ในฐานะแหล่งผลิตอาหารหลักที่สำคัญ
และได้รับความนิยมมากที่สุดในยุโรป
คุณค่าแคลอรี่สูงและความหลากหลายของอาหาร
ที่ทำจากมันฝรั่งปรากฏในรายการอาหารทั่วโลก
ในปี 2010 การผลิตมันฝรั่งทั่วโลกสูงถึง 324 ล้านตัน
74.8 ล้านตันในจีน  36.6 ล้านตันในอินเดีย
21.1 ล้านตันในยูเครน 18.3 ล้านตันในสหรัฐอเมริกา
และ 10.2 ล้านตันในเยอรมนีและอื่น ๆ
 

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2oHKApZ
https://bit.ly/2u8Dzkw (ภาพ 4-11)


4.

5.

6.

7.

8.
 
 
ดอกมันฝรั่ง ออกดอกเป็นช่อ ช่อดอกเกิดเป็นกลุ่มบริเวณยอดของต้น/ซอกใบ 
ก้านดอกยาว มีดอกฝอยประมาณ 7-20 ดอก ก้านดอกย่อยมีขน 
ดอกหนึ่งมีกลีบดอก 5 กลีบ กลีบดอกเป็นสีขาว สีกุหลาบ สีชมพูม่วง หรือสีม่วง 
โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน และเกสรเพศเมีย 1 อัน ซึ่งมีก้านชูเกสรยาว
 

9.
 
ผลมันฝรั่ง เป็นผลสดมีหลายเมล็ด มีลักษณะเล็กและกลม 
มีสีเขียว สีน้ำตาล มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยาวประมาณ 1 นิ้ว ผลติดกันเป็นพวง ๆ
 
10.

11.

12.

13.
 
ที่มา  https://bit.ly/2okWaTA

14.
 
ที่มา  https://bit.ly/2mAimN5
 

15.

16.
 

17.
 

18.
 
 
จ้ำดำที่ปรากฏบนใบมันฝรั่งที่โดย ไฟทอฟธอรา อินเฟสทันส หรือ เชิ้อราน้ำ

19.
 
หัวมันฝรั่งที่ถูกเชื้อราน้ำ ที่ในที่สุดก็จะเน่าเละส่งกลิ่นเหม็น

20.
 
ร่างสตรีและเด็กที่บรรยายความยากเข็ญ

21.
 
 
ครอบครัวชาวไอริชที่ถูกไล่ที่ ราว ค.ศ. 1879

22.
ผู้อพยพออกจากไอร์แลนด์

23.
 
อัตราการเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากร

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน