*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1089
  • จำนวนผู้ชม : 2198573
  • จำนวนผู้โหวต : 495
  • ส่ง msg :
  • โหวต 495 คน
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2563
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 316 , 17:13:59 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้


A broken femur that has healed is evidence that another person has taken time to stay with the ... [+]
 AUSTRALIAN NATIONAL UNIVERSITY
© How A 15,000-Year-Old Human Bone Could Help You Through The Coronacrisis

 

หลายปีก่อน นักศึกษาได้ถาม 
Margaret Mead นักมนุษยวิทยาระดับตำนาน
ว่า อะไรที่เธอคิดว่าคือ สัญญาณแรกเริ่มของ
อารยธรรมที่มีในวัฒนธรรมของมนุษย์
นักศึกษาต่างคาดว่า  คำตอบจะเป็น เบ็ดตกปลา
หรือ หม้อปั้นดินเผา หรือ ขวานหิน หรือ ศาสนวัตถุ

(นักวิทยาศาสตร์บางท่านระบุว่า ไฟ
คือ อารยธรรมเริ่มต้นในวัฒนธรรมมนุษย์)

แต่ Margaret Mead กลับบอกว่า
ตั้งแต่ยุคโบราณ
จุดเริ่มต้นอารยธรรมในวัฒนธรรมของมนุษย์
คือ กระดูกต้นขาที่หักของคน
ได้รับการรักษาเยียวยาจนกระดูกสมานกันและหายดีแล้ว

หลักฐานชิ้นแรกของอารยธรรม คือ
กระดูกโคนขาร้าวอายุ 15,000 ปีที่พบในแหล่งโบราณคดี 
โคนขาเป็นกระดูกที่ยาวที่สุดในร่างกายเชื่อมโยงสะโพกถึงหัวเข่า 
ในสังคมที่ยังไม่มีการแพทย์แผนปัจจุบัน
จะใช้เวลาพักประมาณ 6 สัปดาห์เพื่อรักษากระดูกขาที่แตกหัก
จนกระทั่งกระดูกขานี้หายเป็นปกติ

คำอธิบายก็คือ  ในโลกของสัตว์ ถ้าขาเกิดหัก ตายสถานเดียว
เพราะวิ่งหนีจากภยันตรายไม่ได้  ไปกินน้ำที่แม่น้ำไม่ได้
ออกล่าสัตว์หาอาหารกินไม่ได้  จะตกเป็นเหยื่อของนักล่าที่อยู่รอบๆตัว
ไม่มีสัตว์ตัวใดที่จะเอาชีวิตรอดอยู่ได้นานพอ
ก่อนที่จะรอให้กระดูกต้นขาที่หักประสานกัน  และใช้งานได้อีกครั้ง

มีหลักฐานว่า กระดูกต้นขาที่หักและประสานกันจนหายดีของคน
แสดงว่ามีใครสักคนหนึ่ง  ที่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับคนที่กระดูกต้นขาหัก
ทำการดาม/รักษากระดูกต้นขาที่หัก  แบกคนเจ็บไปยังที่ปลอดภัย
และคอยเฝ้าดูแลคนเจ็บอยู่ตลอดเวลาพักรักษาตัว

การช่วยเหลือผู้อื่นในช่วงเวลาทุกข์ยากลำบาก
คือ  สัญญานแรกเริ่มของอารยธรรมที่กำเนิดขึ้นมาแล้ว
เราจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุด
เมื่อเราช่วยเหลือผู้อื่น  จงเป็นคนมีอารยธรรม
ไม่ต้องสงสัยเลยที่มีกลุ่มชนเล็ก ๆ ที่มีน้ำใจ
คนเหล่านี้ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้
และแน่นอนนี่คือ  เรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง 

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2YU6KWq
https://bit.ly/3drlZKq

 


 



 



เรื่องเล่าไร้สาระ

Margaret Mead  เป็นคนทำงานแบบทุ่มเททั้งกายและใจในการทำวิจัย
จนมีข่าวเล่าลือว่า เธอยอมเป็นเมียหัวหน้าเผ่าคนหนึ่งใน  Samua
เพื่อทำการวิจัยชนเผ่านี้จนได้ผลงานตามที่ต้องการ
แต่ข้อเท็จจริงคือ เธอผ่านการแต่งงานถึง 3 ครั้ง
กอปรกับเธอเชื่อมั่นในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศสภาพ
 



เมืองไทย มีงานวิจัยที่ทุ่มเททั้งกายและใจที่ จขกท.เคยอ่าน

1. นางศุลีมาน นฤมล  ที่ไปคลุกคลีกับพนักงานอาบอบนวด
โดยได้เพื่อนพนักงานช่วยกันปกป้องเธอจากการขายบริการ
จนได้วิทยานิพนธ์เรื่องนี้  และเป็นสตรีคนแรกที่จุดประกายการวิจัยแบบมีส่วนร่วม
กระบวนการกลายเป็นหมอนวด : กรณีศึกษาหญิงบริการในสถานบริการ อาบ อบ นวด
มีตีพิมพ์เป็นหนังสือ นางงามตู้กระจก : การศึกษากระบวนการกลายเป็นหมอนวดไทย  ศุลีมาน (นฤมล) วงศ์สุภาพ

2. ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข  อาจารย์มหาวิทยาลัยผู้ทำวิจัยด้วยการซ้อนท้ายเด็กแว้น
จนกระทั่งได้ประเด็นและข้อมูลในการวิจัยเรื่อง
การป้องกันปัญหาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ในกลุ่มเยาวชน กรณีศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา

3. นายบุญเลิศ  วิเศษปรีชา การเดินทางสู่โลกของคนไร้บ้าน
ด้วยการลงพื้นที่คลุกคลีกับคนไร้บ้านในกทม.
และนำวิทยาพนธ์มาเขียนเป็นหนังสือ ลกของคนไร้บ้าน
ในการทำวิทยาพนธ์ปริญญาเอก ได้เดินทางไปฟิลิปปินส์
เพื่อคลุกคลีหาข้อมูลในการเสนอดุษฎีนิพนธ์
หัวข้อ Structural violence and homelessness: Searching for  Happiness on the streets of Manila
และตีพิมพ์เป็นหนังสือ  สายสตรีท: มานุษยวิทยาข้างถนนในมะนิลา

4. นายศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ 
ที่ลงพื้นที่ในหมู่บ้านนายู(ไทยมุสลิม/มาลายู)
เพื่อทำงานวิจัยแบบคลุกคลีกับชาวบ้านและอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
หัวข้อ ปาเยาะห์เนาะยาดีนายู (มันยากที่จะเป็นนายู) : 
ความเป็นชาติพันธุ์ ความหมาย และการต่อรองของมลายูในชีวิตประจำวัน

และตีพิมพ์เป็นหนังสือ  มันยากที่เป็นมลายู

คนฟาตอนี(ปัตตานี) จะเรียกคนไทยว่า ซือแย(สยาม)
ส่วนมาเลย์ จะเรียกคนไทยว่า เซียม(สยาม)


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน