*/
  • พาไล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pechlada.sinhaseni@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-08-26
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 63296
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม 2563
Posted by พาไล , ผู้อ่าน : 142 , 07:30:10 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

       

งา ถั่ว ข้าวสาร กระต่ายไม่มี

ขอท่านจงบริโภคข้าพเจ้าที่สุกด้วยไฟนี้

แล้วบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด

 

               พูดถึงชาดก นิยมนึกทศชาติชาดก เฉพาะอย่างยิ่งเวสสันดรชาดก แต่จริงแล้วชาดกมีมากกว่านั้น

               ชาดกเป็น ๑ ใน ๑๕ คัมภีร์แห่งขุททกนิกายอันประกอบด้วย ขุททกปาฐะ ธรรมบท อุทาน อิติวุตตกะ สุตตนิบาต วิมานวัตถุ เปตวัตถุ เถรคาถา เถรีคาถา ชาตกะ (เล่ม ๒๗ และ ๒๘) นิทเทส ปฏิสัมภิทามรรค อปทาน พุทธวังสะ และจริยาปิฏก

               ชาดกคือ ๑ ใน ๙ แบบคำสอนนวังคสัตถุศาสตร์ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม และเวทัลละ 

               ชาดกปรากฏในรูปคาถา พระอรรถกถาจารย์ขยายความเป็นร้อยแก้ว

               ชาดกมีชื่อตามบาลีบทว่า ชาตกะ แปลว่าผู้เกิด หมายถึงกำเนิดพระโพธิสัตว์ในชาติต่างๆ  

               ชาดกทรงเล่าเพื่อทรงสอน เฉพาะอย่างยิ่งบารมี ๑๐ อันได้แก่ ทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมะบารมี ปัญญาบารมี วิริยะบารมี ขันติบารมี สัจจบารมี อธิษฐานบารมี เมตตาบารมี และอุเบกขาบารมี

                

                               

 

               บารมี หมายถึงคุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวดเพื่อบรรลุจุดหมายสูงสุด

               บารมีสามระดับ ได้แก่สามัญบารมี (ระดับวัตถุสิ่งของ) อุปบารมี (ระดับอวัยวะ) ปรมัตถบารมี (ระดับชีวิต) บารมี ๑๐ ครบสามระดับเรียกว่า สมตึงสปารมี แปลว่าบารมี ๓๐ ถ้วน หรือบารมี ๓๐ ทัศ

               สสบัณฑิตชาดก ๑ ใน ๕๔๗ ชาดกทรงเล่า ขอเลือกมาเป็นทานปรมัตถบารมีบูชาต่อกระต่ายโพธิสัตว์ เรื่องมีอยู่ว่า  

               สมัยหนึ่งในอดีตกาลไกลโพ้น นาก สุนัขจิ้งจอก ลิง และกระต่ายเป็นเพื่อนบัณฑิตกัน ทั้งสี่รื่นรมย์อยู่ในพงไพรอันอุดมด้วยลูกไม้ สัตว์นานาพันธุ์ สายน้ำและร่มเงา กระต่ายนั้นชื่อว่าสสบัณฑิต มีกำเนิดพิเศษกว่าสามเพื่อนตรงที่เป็นกระต่ายโพธิสัตว์ จึงมีใจฝักใฝ่ในธรรม และไม่เพียงนั้นยังชักชวนเพื่อนให้ตั้งอยู่ในกุศลธรรมอีกด้วย ดังนั้นทุกวันเวลาเย็นสสบัณฑิตจะชวนเพื่อนทั้งสามมารวมตัวที่สำนักของตน พูดคุยสนทนาธรรมและให้โอวาท ซึ่งสหายทั้งสามก็จะตั้งใจฟังด้วยใจยินดี การณ์ก็ผ่านไปเช่นนี้เสมอมา

               เย็นวันหนึ่ง สสบัณฑิตกล่าวแก่สหายว่า พรุ่งนี้เป็นวันอุโบสถ ขอท่านทั้งสามจงสมาทานศีล รักษาศีล ประพฤติอุโบสถธรรมแล้วพึงให้ทาน เพราะทานแห่งผู้มีศีลนั้นมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ฉะนั้นในวันพรุ่งหากมียาจกจรมา พวกท่านพึงให้ทานด้วยจิตเกษม สหายทั้งสามรับคำ แล้วก็แยกย้ายกลับที่พำนักของตน

               เช้าวันรุ่งขึ้น นากก็ออกหาเหยื่อ มุ่งตรงริมฝั่งแม่น้ำ ครานั้นพรานเบ็ดผู้หนึ่งตกปลาตะเพียนได้ ๗ ตัว เขาคิดในใจว่าหากเราจะแบกปลาทั้งหมดนี้เคลื่อนย้ายไปตกปลาที่อื่นด้วย คงไม่เป็นการสะดวก อย่ากระนั้นเลย เราควรฝังปลาไว้ใต้ทรายก่อน คิดดังนั้นจึงนำเถาวัลย์มาร้อยปลาทั้ง ๗ ไว้ด้วยกัน ฝังไว้ใต้ทรายริมน้ำแล้วเดินจากไป

               ลำดับนั้นเมื่อนากมาถึงริมฝั่งก็ได้กลิ่นปลา ครั้นไม่เห็นตัวปลาจึงลองคุ้ยทราย ปลาตะเพียนทั้ง ๗ ก็ปรากฏ นากประกาศหาเจ้าของ ๓ ครั้ง เมื่อไม่มีเสียงตอบ จึงคาบปลาทั้งหมดไปเก็บไว้ในพุ่มไม้ คิดว่าจะกินเมื่อถึงเวลา แต่หากมีผู้ขอก็จะให้ แล้วก็นอนนึกถึงศีลของตน

               ฝ่ายสุนัขจิ้งจอกออกหาเหยื่อกลางดึก เดินไปถึงกระท่อมร้างปลายนาหลังหนึ่ง เมื่อย่องเข้าไปข้างในเห็นเนื้อย่าง ๒ ไม้ เหี้ย ๑ ตัว และนมส้ม ๑ หม้อวางทิ้งไว้ สุนัขจิ้งจอกร้องหาเจ้าของถึง ๓ ครั้งก็ไม่มีเสียงตอบ จึงเดินไปหาเชือกเถาวัลย์มาสอดเข้ากับหม้อนมส้มแล้วแขวนไว้ที่คอ ปากก็คาบเนื้อย่างและเหี้ยเดินกลับรัง คิดว่าจะยังไม่กินอาหารนี้ จะรอจนฟ้ารุ่ง เผื่อมียาจกผ่านมาจะให้เป็นทาน แล้วก็นอนนึกถึงศีลของตน

               ฝ่ายลิงนั้นก็เข้าป่าเก็บผลมะม่วงแล้วกลับมานอนใต้ต้นไม้ ในใจคิดว่ามะม่วงนี้จะเป็นทานแก่ผู้หิว เหลือจากนั้นเราจึงจะกิน แล้วก็นอนนึกถึงศีลของตน

               ส่วนกระต่ายโพธิสัตว์นั้นนอนพักอยู่บนกอหญ้า ตั้งใจว่าอีกไม่นานจะออกไปหาหญ้าแพรก แต่แล้วก็คิดไปถึงทานในวันอุโบสถ คิดต่อว่าเรากินหญ้าเป็นอาหาร เรามีเพียงหญ้าแพรก เราไม่มีอาหารอื่น เราไม่มีงา ไม่มีถั่ว ไม่มีข้าวสาร แล้วเราจะบำเพ็ญทานอย่างไร

               ครานั้นท้าวสักกะทราบกุศลเหตุแห่งสหายธรรมทั้งสี่ ปรารถนาจะทดสอบจึงเนรมิตกายเป็นพราหมณ์ยากจน ปรากฏตัวครั้งแรกต่อนาก

               เมื่อนากเห็นพราหมณ์ยาจกก็ถามว่า ท่านต้องการสิ่งใดจึงมายืนอยู่ ณ ที่นี้

               พราหมณ์ตอบว่า ถ้าข้าพเจ้าพึงได้อาหาร ข้าพเจ้าจะเป็นผู้รักษาอุโบสถศีล ข้าพเจ้าจะกระทำสมณธรรม

               นากได้ยินเช่นนั้นก็มีใจยินดีกล่าวว่า 

               ดีแท้ ข้าพเจ้ามีปลาตะเพียนอยู่ ๗ ตัว ขอท่านจงบริโภคแล้วบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด

               พราหมณ์ตอบว่า เรื่องนี้ยกไว้ก่อน แล้วก็เดินจากไป

 

               ครั้นเดินทางมาถึงรังสุนัขจิ้งจอก พราหมณ์ท้าวสักกะก็หยุดยืนนิ่งอยู่

               เมื่อสุนัขจิ้งจอกถามถึงสิ่งที่ต้องการ พราหมณ์ก็ตอบเช่นเดิม

               สุนัขจิ้งจอกจึงกล่าวว่า

               ดีละ ข้าพเจ้ามีเนื้อย่าง ๒ ไม้ เหี้ย ๑ ตัว และนมส้ม ๑ หม้อ ขอท่านจงบริโภคแล้วบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด

               พราหมณ์ตอบว่า เรื่องนี้ยกไว้ก่อน แล้วก็เดินทางต่อไป

 

               ครั้นพบลิง พราหมณ์แปลงกายก็บอกความประสงค์เช่นเดิม

               ลิงก็กล่าวตอบว่า

               มะม่วงสุก น้ำเย็น ร่มเงาอันน่ารื่นรมย์ของข้าพเจ้า ขอท่านจงรับไว้แล้วบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด

               พราหมณ์ก็ตอบเช่นเดิม แล้วเดินทางต่อไปยังสำนักของกระต่ายโพธิสัตว์

 

               สสบัณฑิตนั้นเมื่อรู้ความประสงค์ของพราหมณ์ จิตก็เปี่ยมโสมนัสกล่าวว่า

               ดีล่ะ วันนี้ข้าพเจ้าจักให้ทานที่ยังไม่เคยให้มาก่อน ข้าพเจ้าจักให้ทานแก่ท่านผู้มีศีล ท่านจงไปรวมไม้ฟืนนานาชนิดมาก่อกองไฟเถิด  พราหมณ์ท้าวสักกะรับคำปฏิบัติตาม

               ครั้นสสบัณฑิตเห็นพราหมณ์ก่อกองไฟเสร็จเรียบร้อย ก็ลุกขึ้นจากที่นอน เดินตรงไปยังกองไฟด้วยใจเบิกบาน ยืนนิ่งหน้าเพลิงโหมอธิษฐานว่า แม้สัตว์เล็กสัตว์น้อยในระหว่างขนของเรามีอยู่ก็ขอให้พ้นภัย ขอจงหลุดรอดออกมาเถิด สิ้นวาจาก็สะบัดตัว ๓ ครั้ง แล้วกระโดดตรงเข้าสู่กองเพลิง

               คัมภีร์กล่าวว่า อากัปกิริยาของกระต่ายโพธิสัตว์ขณะตกลงสู่เปลวไฟฉานนั้น สง่างามประหนึ่งพญาหงส์ร่อนลงแตะสระปทุม ครานั้นพราหมณ์ท้าวสักกะได้ยินว่า

                                                         งา ถั่ว ข้าวสาร กระต่ายไม่มี

                                                  ขอท่านจงบริโภคข้าพเจ้าที่สุกด้วยไฟนี้

                                                    แล้วบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด

                        สสปัณฑิตชาดก (เรื่องที่ ๓๑๖ เล่มที่ ๒๗ จตุกกนิบาตชาดก ปุจิมันทวรรค ลำดับที่ ๖)

 

 

อ้างอิงข้อมูล

  • พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (พิมพ์ครั้งที่ ๑๒), พ.ศ. ๒๕๔๖.
  • พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลศัพท์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (พิมพ์ครั้งที่ ๑๑), พ.ศ. ๒๕๔๖.
  • พระสุตตันตปิฎกขุททกนิกาย เล่มที่ ๒๗ -๒๘ (ภาษาไทย) ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พ.ศ. ๒๕๓๙.
  • สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). รู้จักบ้านของตัว เที่ยวทั่วพระไตรปิฏก. สำนักพิมพ์ผลิธัมม์ ในเครือบริษัท สำนักพิมพ์เพ็ทแอนด์โฮม จำกัด, พ.ศ. ๒๕๖๑
  • https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=562

 

อ้างอิงภาพ

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน