• kancht958
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : trimoorati@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 56310
  • ส่ง msg :
  • โหวต 17 คน
นะ โม พุท ธา ยะ
สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจมิใช่หรือ ถ้าเราถือก็เป็นทุกข์ไม่สุขสันต์ หากปล่อยวางก็ว่างทุกข์สุขทุกวัน เพระาฉะนั้นจงเลือกทางห่างทุกข์เอ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/real-ohm
วันอังคาร ที่ 13 พฤศจิกายน 2550
Posted by kancht958 , ผู้อ่าน : 1915 , 00:27:11 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การที่เรามาปฏิบัติธรรม

การที่เรามาปฏิบัติธรรมจึงมาหัดภาวนา มาฝึกพุทโธไว้ ฝึกเป็นประจำ แค่พุทโธเราทำไม่ได้แล้วจะอะไร เราจะไปเอาสวรรค์วิมานอะไรได้ แค่ “พุท” ลมเข้า “โธ” ลมออก เรายังทำไม่ได้ แล้วเราจะไปเรียกร้องความสุขที่ไหน มันไม่มีแน่นอน แค่ “พุทโธ” เรายังทำให้เกิดขึ้นไม่ได้ แล้วเราจะไปเอาความสุขที่อื่นนั่นไม่มีหวังเลย

 

“พุท” ลมเข้า “โธ” ลมออก สัก ๕ นาที ๑๐ นาที เรายังทำไม่ได้ เรายังหยุดใจไม่ได้ แล้วความสุขที่ไหนจะเกิดขึ้นแก่ใจเรา เพราะเราภาวนาไม่ได้ ก็แสดงว่าเราไม่สงบเลย เราไม่สงบก็ไม่สุขเลยสิ เหมือนกันลูกไม้มันไม่ออกลูกมาเลย เราจะเอาลูกสุกที่ไหนมากิน หรือลูกไม้ที่มันออกมายังไม่ทันโต มันหล่นเสียก่อนสุก แล้วเราจะเอาลูกสุกที่ไหนมากิน

 

ใจเราไม่เคยภาวนา ไม่เคยพุทโธ ไม่เคยสงบเลย เมื่อทำใจไม่ได้ ไม่ต้องไปหาความสุขอีกแล้ว ไม่มีความสุข พุทโธ ไม่ได้ เข้าวัดสงบใจไม่ได้ ไม่ต้องไปหาความสุขในโลกนี้ไม่พบหรอก ต่อให้มีเงินสักร้อยล้านพันล้าน ให้ขี่เครื่องบินไปรอบโลก ให้ขี่จรวดไปดวงจันทร์ก็ไม่มีความสุข เพราะเราพุทโธไม่ได้ ลอง “พุธ” ลมเข้า “โธ” ลมออก ไม่ได้ ก็ไม่ต้องแสวงหาความสุขนอกโลก แค่ใจของเรายังทำไม่ได้ ยังหยุดคิดไม่ได้เลย เราจะเอาความสุขที่ไหนได้ มันไม่มีความหวังเสียแล้ว ถ้าทุกคนเป็นอย่างนี้แล้ว ไม่พบแล้วความสุขในชาตินี้ เพราะเราพุทโธไม่เป็น ภาวนาไม่เป็น สงบไม่เป็น

 

แสดงว่าเราไม่มีปัญญาที่จะหาอุบายดับทุกข์ได้ และความผิดหวังจะเกิดขึ้นในใจเราเรื่อย ๆ ไม่สมหวังในครอบครัว ในลูกภรรยาสามี การทำมาค้าขาย การดำเนินชีวิต

เพราะอะไร.?

เพราะใจเราไม่เคยหยุดคิดเลย




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
kancht958 วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/real-ohm
“ สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงย่อมดับไปเป็นธรรมดา “: http://www.oknation.net/blog/Happytopofmind 


เรา เปรียบเสมือน เสือกับลิง
เสือ คือ ร่างกาย
ลิง คือ จิต
การทำสมาธิ เปรียบล่ามลิงไม่ให้ซน
เสือ คือ ร่างกาย เลี้ยงไม่เชื่อง ไม่ซื่อสัตย์
ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาเมนต์ ดี เพิ่มอรรถ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
jiab670 วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jiab670

แวะมาทักทายค่ะ ว่างๆก็เข้ามาทักกันบ้างนะคะ
สวัสดีคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นาราด้า วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tarot
http://www.oknation.net/blog/narada ไพ่ยิปซีทำนายชีวิต

สวัสดีค่ะ ครั้งแรกที่ได้นั่งสมาธิก็ไม่สามารถจับจิตให้หยุดนิ่งได้เลยค่ะ ...จิตนั้นคอยแต่จะหนี...ไปมา...เลยไปถามหลวงตาท่านค่ะ ท่านได้แนะนำไว้ว่า...แล้วก็ทำได้จริงๆนะคะ นี่ก็นั่งมาตั้งแต่ 5 ขวบจนตอนนี้ 37 แล้วค่ะ

วิธีทำจิตให้สงบควรตั้งมั่นอันเป็นทางสมถะ คือ ตั้งจิตให้เป็นหนึ่งไม่ให้เที่ยวไป และก็ใช้จิตปรารถนาที่จะเที่ยวก็ให้เที่ยวไปในกาย และไปในธาตุ คือ ให้จิตเที่ยวไปแบบช้าๆ และให้หยุดสติอยู่ที่อาการอันใดอันหนึ่งให้ปรากฏชัด เช่นทำสมาธิให้ไปเที่ยวในกาย คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ดี ไต หัวใจ เป็นต้น

ลมหายใจ ให้ตั้งจิตใจไว้ในลมหายใจเข้า ในลมหายใจออกคือ มีสติกำหนดลมหายใจออก ลมหายใจเข้านี้มีอยู่ที่กายเป็นปกติแล้ว แต่ไม่ได้กำหนด ในการปฏิบัติก็ตั้งสติกำหนดอยู่ที่ลมหายใจเข้าและลมหายใจออก ที่มีอยู่เป็นประจำนี้เอง คือ ตั้งกายตรงคิดสติมั่น มีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก คือ แทนที่จะส่งใจไปในที่อื่นก็รวมใจมาไว้ให้อยู่ที่ลมหายใจเข้าหายใจออกนี้เท่านั้น มีสติอยู่ที่ลมหายใจเสมอ และจากนั้นก็กำหนดให้ละเอียดลงไปคือ

หายใจเข้ายาว ก็ให้รู้ หายใจออกยาว ก็ให้รู้ หายใจเข้าสั้น ก็ให้รู้ หายใจออกสั้น ก็ให้รู้ ไม่ต้องบังคับลมหายใจ
คงให้หายใจอยู่โดยปกตินั้นเอง เป็นแต่เพียงให้รู้ เป็นอย่างไรก็ให้รู้อย่างนั้น ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องบังคับ ปล่อยให้เป็นปกติแต่ว่าให้รู้

ต่อจากนี้ ในพระสูตรสอนให้ศึกษา คือ สำเหนียกให้รู้กายทั้งหมด หายใจเข้า ให้รู้กายทั้งหมด หายใจออก คือให้
ขยายความรู้สึกตัว ออกไปให้ทั่วตัว ทั้งที่เป็นส่วนนามกาย และที่เป็นส่วนรูปกาย ที่เป็นส่วนนามกายคือ สติในขณะนี้เป็นอย่างไร จิตใจขณะนี้เป็นอย่างไร ความกำหนดในขณะนี้เป็นอย่างไร ก็ให้รู้ตัวทั้งหมด ในส่วนรูปกายนั้น ให้รู้ว่ารูปกายมีอิริยาบถอย่างไร เช่นว่านั่งอยู่อย่างไร เบื้องบนแต่พื้นเท้าขึ้นมาถึงศีรษะเป็นอย่างไร เบื้องต่ำแต่ศีรษะลงไปเป็นอย่างไรก็ให้มีความรู้ตัวอยู่โดยตลอด

วิธี ทำจิตให้สงบตั้งมั่นอันเป็นทางสมถะ ได้แสดงแล้วคือ อานาปานสติ กายคตาสติ และ ธาตุกรรมฐาน เพื่อให้
เลือกปฏิบัติตามแต่ความประสงค์ เมื่อมุ่งที่จะตั้งจิตให้เป็นหนึ่งไม่ให้เที่ยวไป ก็ใช้แต่ความประสงค์ เพ่งช้าๆ และให้หยุดตั้งสติอยู่ที่อาการอันใดอันหนึ่งให้ปรากฏชัดก็ได้ เช่น ทำสมาธิให้เที่ยวไปในกาย พิจารณา เกสา ผม โลมา ขน นขา เล็บ ทันตา ฟัน ตโจ หนัง มังสา เนื้อ – นหารู เอ็น – อัฏฐิ กระดูก จะหยุดตั้งสติกำหนดดูกระดูกให้เห็นเป็นโครงร่าง กระดูกที่ ตนเอง เพียงอาการเดียวดังนี้ก็ได้ เป็นการรวมจิตให้อยู่ที่เช่นเดียวกัน

การกำหนดจิต

คราวนี้ เมื่อคอยดูให้รู้เวทนาดังกล่าวมานี้ ก็ให้ดูเข้ามาถึงจิตใจเอง ดูเข้ามาถึงจิตใจนี้ ก็คือ ดูภาวะความเป็นของ
จิตใจ กำหนดว่า จิตใจเป็นอย่างไร เมื่อกำหนดดูก็จะรู้สึกว่า เวทนานั้นแล่นเข้ามาถึงจิตใจด้วย ถ้าไม่กำหนดก็จะไม่รู้สึกคือ เมื่อเกิดไม่สบายกายไม่สบายใจ ไม่สบายกายนั้นก็แล่นมาถึงใจ ไม่สบายใจก็เป็นเรื่องของใจโดยตรง ก็เกิดความไม่ชอบที่เรียกรวมว่า โทสะ แต่เรียกว่าโทสะออกจะเป็นคำรู้สึกว่าแรง ฉะนั้น ก็ให้เข้าใจว่าคือความไม่ชอบ เป็นความหมายกว้าง ๆ

เพราะว่าใคร ๆ ก็ไม่ชอบทุกข์ เมื่อเป็นทุกข์ขึ้นก็เกิดความไม่ชอบ ความไม่ชอบนี้ก็เริ่มเป็นเรื่องของโทสะ ไม่ชอบ
มากขึ้น โทสะก็ปรากฏชัดขึ้น เพราะฉะนั้น ความไม่ชอบหรือเรียกว่าโทสะนี้ จึงเนื่องมาจากทุกขเวทนา คือความรู้สึกเป็นทุกข์กายทุกข์ใจ เมื่อกระทบอะไรเข้า ต้องเป็นทุกข์กายทุกข์ใจขึ้นก่อน จึงจะเป็นเรื่องของโทสะ

ฉะนั้น ทุกขเวทนาจึงเป็นชนวนให้เกิดโทสะ หรือความไม่ชอบ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ให้รู้ว่าจิตมีโทสะ คือ จิตใจมีความ
ไม่ชอบขึ้นแล้วนทางตรงกันข้าม เมื่อประสบสุขเวทนาคือ สุขกายสุขใจ ก็เกิดความชอบขึ้น หรือเรียกว่า ราคะ แต่เรียกราคะนี้ออกจะรู้สึกว่าเป็นคำแรง พึงเข้าใจว่าจะเป็นอันเริ่มเป็นราคะขึ้น ราคะนั้นมีความหมายตั้งแต่ละเอียดคือความยินดี อันเป็นเป็นเรื่องของความชอบ ฉะนั้น

จิตของมนุษย์ก็เหมือนกัน ถ้าปล่อยให้ความทุกข์ คือ ความอึดอัดขัดใจ หมั่นไส้ รำคาญ ขวางโน่นขวางนี่อยู่ตลอดเวลา มันมากลุ้มรุมจิตใจอยู่เรื่อยๆ จิตนั้นก็ขาดความเป็นปกติ และสะสมอาการของความทุกข์เพิ่ม มากขึ้นๆ โดยไม่รู้ตัว ผลที่สุดก็ลงเอยด้วยโรคประสาท โรคหัวใจ หรือมะเร็ง โรคร้ายต่างๆ

การที่เราสะสมอาการของความทุกข์ไว้นี่แหละ คือการเป็นมะเร็งที่ใจ เราสะสมเอาไว้ทีละนิดๆ บอกตัวเองว่า ไม่เป็นไร ใครๆเขาก็เป็นกัน จนวันหนึ่งที่เราเป็นมะเร็งเข้าจริงๆ เพราะความเครียดที่สะสมไว้ ทำไมคนอื่นเขาไม่เป็น ก็เพราะว่าเขารู้ทัน จึงอยากจะคุยว่า ในเมื่อเราเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว จะเป็นอยู่กันอย่างไรจึงไม่เป็นทุกข์

เท่านี้แหละค่ะ ขอบคุณนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kancht958 วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 01.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/real-ohm
“ สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงย่อมดับไปเป็นธรรมดา “: http://www.oknation.net/blog/Happytopofmind 



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สายธาร วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 01.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน