• redribbons07
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : meaw459@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 2339
  • จำนวนผู้ชม : 2388461
  • ส่ง msg :
  • โหวต 712 คน
Redribbons:Taloktoktak
Hello:Have a nice day.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07
วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม 2561
Posted by redribbons07 , ผู้อ่าน : 130 , 05:53:03 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

ถึงเวลา Reinventing Thailand ด้วย Innovation

อย่างที่ผมได้พูดและเขียนไว้หลายต่อหลายครั้งนะครับว่าโลกในศตวรรษที่ 21

เป็นโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เฉียบพลันและรุนแรง เป็นยุคที่เทคโนโลยีกำลังป่วนโลก

ประเทศไทยก็ไม่สามารถหลีกหนีจากพลวัตนี้ได้พ้น

เมื่อโลกเปลี่ยนไทยต้องปรับ ถึงเวลาที่เราจะต้อง “Reinventing Thailand”

เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับโอกาสและภัยคุกคามชุดใหม่ได้

ซึ่งวันศุกร์ที่ 5 ต.ค. 61 ผมได้มีโอกาสบอกเล่าประเด็นนี้ในงาน Innovation Thailand Expo 2018

ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC บางนาครับ

โลกในศตวรรษที่ 21 ถูกขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรม” ดังนั้น โจทย์สำคัญในการ Reinventing Thailand นั้น

จึงอยู่ที่ทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดการรังสรรค์นวัตกรรม เราจำเป็นต้องหาเครื่องยนต์ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตตัวใหม่

(New Growth Engine) เพื่อทำให้เกิดนวัตกรรมขึ้น เหมือนเช่นในอดีตที่เราเคยมี “ยุคโชติช่วงชัชวาลย์”

ภายใต้การนำประเทศของนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ หรือ “ยุคการเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า”

ในสมัยของนายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัน ซึ่งเครื่องยนต์เครื่องใหม่

 

ในยุคนี้ภายใต้การบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ “ Thailand 4.0”

ที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างสู่เศรษฐกิจสังคมฐานนวัตกรรม

“Thailand 4.0 จึงเป็นแพลทฟอร์มและกระบวนการ Reinventing ประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม”

Thailand 4.0 ให้ความสำคัญกับการสร้าง “เศรษฐกิจฐานคุณค่า” (Value-based Economy)

ที่ผ่านมา โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยทำได้เพียงการเพิ่มมูลค่า (Value Added)

ให้กับสินค้าและบริการ แต่ภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจแบบใหม่นี้ เราจะต้องเปลี่ยนไปสู่การสร้างคุณค่า (Value Creation)

ให้กับสินค้าและบริการ ด้วยการเติมองค์ความรู้ผ่านการวิจัยและพัฒนา เพื่อนำไปสู่การรังสรรค์นวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่า

ให้สูงขึ้นและใช้ทรัพยากรน้อยลง ถ้าอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือการเปลี่ยนจากการ “ทำมากได้น้อย” (More for Less)

เป็นการ “ทำน้อยได้มาก” (Less for More) หรือการเปลี่ยนการผลิต “สินค้าโภคภัณฑ์” (Commodity Products)

เป็น “สินค้านวัตกรรม” (Innovative Products) นั่นเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้นั้น

เราต้องเปลี่ยนแปลงผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน ตั้งแต่การเปลี่ยนเกษตรกรดั้งเดิมไปสู่การเป็น Smart Farmers

เปลี่ยนผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยการผลิตให้เป็นผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

(Innovation-driven Enterprises) แม้กระทั่งผู้ให้บริการก็จะต้องยกระดับเป็นผู้ให้บริการที่มีมูลค่าสูง

(High-Value Service Providers)

อย่างไรก็ดี การจะรับมือกับพลวัตโลกในศตวรรษที่ 21 นั้น จะต้องไม่มองเพียงแค่”ความมั่งคั่ง” ทางเศรษฐกิจ

แต่จะต้องมองถึงความเป็น “ปกติสุข” ของคนในสังคมด้วย

 

ดังนั้น Thailand 4.0 จึงไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น

แต่ในอีกด้านหนึ่ง Thailand 4.0 ให้ความสำคัญกับการสร้าง “สังคมของเรา” (We-Society)

เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยยังคงติดกับดักความเหลื่อมล้ำ ความเจริญและการพัฒนากระจุกตัว

ซึ่งเป็นลักษณะของ “สังคมของกู” (Me-Society) ดังนั้น Thailand 4.0 จะต้องนำไปสู่นวัตกรรมที่มีส่วนร่วม

(Inclusive Innovation) เพื่อเปลี่ยน “สังคมของกู” เป็น “สังคมของเรา”

การสร้าง We-Society นั้น จะต้องทำให้เกิดสังคมที่เกื้อกูลแบ่งปัน (Caring & Sharing Society)

ซึ่งจะต้องอาศัยนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovations) เป็นตัวขับเคลื่อน นอกจากนั้นแล้ว We-Society

จะต้องเป็นสังคมที่มีพลังของการแบ่งปันทรัพยากร องค์ความรู้ และคนที่มีความสามารถ

(Power of Shared Resources, Knowledge, and Talents) มีการผนึกกำลังความร่วมมือ

เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน เช่นเดียวกับที่ C. K. Prahalad ได้เคยพูดไว้ว่า

“The future of competition is collaboration”

รวมถึงการสร้างสังคมที่ “เปิดกว้างที่ทุกคนสามารถเข้าถึง” (Open Access) ทั้งการเข้าถึงองค์ความรู้ ทุน ข้อมูล บริการภาครัฐ ฯลฯ

ซึ่งนำไปสู่การสร้าง “เศรษฐกิจนวัตกรรมเปิด” (Open Innovation Economy) ที่ให้ทุกคนสามารถนำไปใช้และแบ่งปันได้อย่างอิสระ

เหมือนกับแนวคิด NEA ที่ผมได้เรียนรู้จาก Silicon Valley ก็คือ Nobody owns (ไม่มีใครเป็นเจ้าของ) Everybody can use it (ทุกคน

สามารถนำไปใช้ได้) และ Anybody can improve it (ใครๆ ก็สามารถนำไปพัฒนาต่อไปได้)

ดังนั้น การเกื้อกูลแบ่งปัน (Caring & Sharing) การผนึกกำลังร่วมมือ (Collaboration) และระบบที่เปิดกว้างให้ทุกคนเข้าถึงได้

(Open Access) จึงเป็น 3 หัวใจสำคัญของ “สังคมของเรา” ( We-Society)

ซึ่งจะตอบโจทย์ความเป็น “ปกติสุข” ของผู้คนในสังคมในที่สุด

เมื่อพวกเราเข้าใจแล้วว่า Thailand 4.0 เป็นการสร้าง “Value-based Economy” ไปควบคู่กับการสร้าง “ We-Society”

แต่การถักทอทั้ง 2 แนวคิดนี้ เราจะต้องผลักดันให้เกิด “การเติบโตอย่างมีส่วนร่วม” (Inclusive Growth)

คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นตามมา ก็คือ จะทำอย่างไรให้เกิด Inclusive Growth นี้ขึ้นได้ คำตอบ คือ

การสร้างให้เกิด “นวัตกรรมที่มีส่วนร่วม” (Inclusive Innovation) ผ่านการ “การกระจายศูนย์กลางความเจริญไปสู่พื้นที่ต่างๆ”

(Multiple Growth Poles) โดยการสร้าง “นวัตกรรมเชิงพื้นที่” (Area-based Innovation)

และการส่งเสริม“นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยภูมิปัญญามหาชน” (Crowded-based Innovation)

โดย Area-based Innovation มีหลากหลายรูปแบบ เช่น การสร้างเมืองนวัตกรรมหรือย่านนวัตกรรม

(Innovation City/Innovation District) ซึ่งจะช่วยสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมเฉพาะด้าน เช่น Health Tech

ในย่านนวัตกรรมโยธี เป็นต้น หรือการสร้างชุมชนนวัตกรรม (Innovative Community) ผ่านการสร้าง Smart farmer

หรือการพัฒนาสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) เพื่อให้คน (People) พื้นที่ (Place) และผลิตภัณฑ์

(Product) ผสมผสานกันอย่างลงตัว เพื่อพัฒนาสู่การเป็นชุมชนนวัตกรรมระดับโลก (Global Innovative Villages) ได้

ในส่วนของ Crowded-based Innovation จะให้ความสำคัญกับการพัฒนานักประดิษฐ์ชุมชน (Local Makers)

และวิสาหกิจเริ่มต้นชุมชน (Local Startups) เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถสร้างนวัตกรรมได้ด้วยตนเอง

และเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็น Makers Nation และ Startup Nation ในที่สุด

ทั้งหมดที่ผมเล่าให้ฟังนี้ เพื่อที่จะบอกกับพวกเราว่า นวัตกรรมเชิงพื้นที่ (Area-based Innovation)

และนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยภูมิปัญญามหาชน (Crowded-based Innovation)

เป็น 2 หัวใจสำคัญที่จะสร้างนวัตกรรมที่มีส่วนร่วม (Inclusive Innovation) นำไปสู่การเติบโตอย่างมีส่วนร่วม (Inclusive Growth)

ที่เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานคุณค่า (Value-based Economy)

ควบคู่กับการสร้าง “สังคมของเรา” (We-Society) เพื่อให้บรรลุ Thailand 4.0 ที่ตั้งไว้

และทั้งหมดนี้ คือ กรอบความคิดของการ Reinventing Thailand รายละเอียดต่างๆติดตามได้ในลิงต์ครับ

https://youtu.be/mgUPvRHo1OY

ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ https://www.facebook.com/drsuvitpage/


 https://www.facebook.com/drsuvitpage/posts/1626147831025274?__tn__=K-R





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
redribbons07 วันที่ : 11/10/2018 เวลา : 08.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

@นายยั้งคิด


ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นค่ะ


.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 11/10/2018 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

เนื้อหาสาระในปาฐกถาเรื่องนี้ คุณภาพคับแก้วเชียวครับ ครอบคลุมหลายๆประเด็นที่คนในสังคมควรรู้

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 11/10/2018 เวลา : 05.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

แบ่งปันความคิดเห็นกันได้ค่ะ

ส่วนตัวสนับสนุนแนวคิด We Society>>>

Caring & Sharing Society ค่ะ

การสร้าง We-Society นั้น จะต้องทำให้เกิดสังคมที่
เกื้อกูลแบ่งปัน (Caring & Sharing Society)
ซึ่งจะต้องอาศัยนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovations) เป็นตัวขับเคลื่อน
นอกจากนั้นแล้ว We-Society จะต้องเป็นสังคมที่มีพลังของการแบ่งปันทรัพยากร องค์ความรู้
และคนที่มีความสามารถ (Power of Shared Resources, Knowledge, and Talents)
มีการผนึกกำลังความร่วมมือ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
ดังนั้น การเกื้อกูลแบ่งปัน (Caring & Sharing)
การผนึกกำลังร่วมมือ (Collaboration)
และระบบที่เปิดกว้างให้ทุกคนเข้าถึงได้ (Open Access)
จึงเป็น 3 หัวใจสำคัญของ “สังคมของเรา” ( We-Society)
ซึ่งจะตอบโจทย์ความเป็น “ปกติสุข” ของผู้คนในสังคมในที่สุด



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณมาเยี่ยมบล็อก Redribbons07 จากสื่อใด
เป็นสมาชิกบล็อก oknation และอ่านประจำ
93 คน
จาก Icon comment ของ redribbons07
29 คน
จาก forward mail
8 คน
เพื่อนแนะนำ
9 คน
อื่น ๆ
68 คน

  โหวต 207 คน