• redribbons07
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : meaw459@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 2434
  • จำนวนผู้ชม : 2415776
  • ส่ง msg :
  • โหวต 712 คน
Redribbons:Taloktoktak
Hello:Have a nice day.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07
วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม 2561
Posted by redribbons07 , ผู้อ่าน : 302 , 07:02:27 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

ภาคีเพื่อการศึกษาไทย (Thailand Education Partnership: TEP) และTDRI ชวนพรรคร่วมคิด พลิกห้องเรียน เปลี่ยนไทยทันโลก
2 ธันวาคม 2561 ห้องอเนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ
ตัวแทน 7 พรรคการเมืองที่มา "ร่วมคิด พลิกห้องเรียน เปลี่ยนไทยทันโลก"
1.ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (ฝ่ายวิชาการ) ทีมพลังประชารัฐ ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ Dr. Suvit Maesincee
2. คุณกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และ ประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ Democrat Party, 
3.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง พรรครวมพลังประชาชาติไทย - ACT Party
4.ดร.พะโยม ชิณวงศ์ จากพรรคภูมิใจไทย กิจกรรมหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
5.คุณกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้า พรรคชาติไทยพัฒนา Chartthaipattana Party
6.คุณกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้า พรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party
7.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย

โจทย์ที่ระบบการศึกษาไทยต้องเผชิญ “3 ปัญหาเก่า” และ “2 ความท้าทายใหม่”
ปัญหาประการแรก คือ คุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนที่ต่ำมาก
ประการที่สอง คือ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูง
ประการที่สาม คือ ประสิทธิภาพต่ำ
นอกจากต้องแก้ “3 ปัญหาเก่า” แล้ว ระบบการศึกษาไทยต้องเตรียมรับมือกับ “2 ความท้าทายใหม่” 
ความท้าทายใหม่ประการแรก คือ สังคมไทยกลายเป็นสังคมสูงวัย เนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดลงตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
ความท้าทายใหม่ประการที่สอง คือ การที่โลกเข้าสู่ยุคแห่งความปั่นป่วนทางเทคโนโลยี (Technology Disruption)
“3 ปัญหาเก่า” และ “2 ความท้าทายใหม่” นี้ คือโจทย์สำคัญในการพัฒนาคนไทย ที่ต้องการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคสังคม ในการหาคำตอบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดคือ “การเตรียมคนไทยทุกช่วงวัยให้พร้อมใช้ชีวิตและสามารถสร้างคุณค่าในโลกที่เปลี่ยนแปลง”

การศึกษาปฐมวัย (0 – 5 ปี)
สถานการณ์ : ความจำเป็นดึงพ่อแม่ออกจากลูกเล็ก แม้รัฐช่วยแบ่งเบาภาระ แต่ยังลงทุนไม่มากพอ

“การลงทุนในเด็กปฐมวัยมีความคุ้มค่าสูงสุดเมื่อเปรียบกับช่วงอายุอื่น โดยมีอัตราผลตอบแทนถึง 7-10% ต่อปี เพราะการสร้าง ‘ทุนมนุษย์’ ตั้งแต่แรกเกิด ช่วยลดช่องว่างทางการเรียนรู้เมื่อเด็กโตขึ้น ลดปัญหาสังคม ทำให้มีผลตอบแทนต่อสังคมสูง”
— ศาสตราจารย์ James J. Heckman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล

ทางออก : ลงทุนเพื่อเพิ่มคุณภาพเด็กไทย
ข้อเสนอที่ 1 ลงทุนในพ่อแม่
ข้อเสนอที่ 2 ลงทุนในครูและสิ่งจำเป็นพื้นฐาน
ข้อเสนอที่ 3 ลงทุนในศูนย์พัฒนาเด็กในสถานประกอบการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน
สถานการณ์ : โรงเรียนขาดอิสระ บุคลากรขาดศักยภาพ และขาดประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้

ทางออก : เสริมพลังให้โรงเรียนและบุคลากร
ข้อเสนอที่ 1 เปลี่ยนรูปแบบการจัดสรรงบประมาณ
ข้อเสนอที่ 2 กระจายอำนาจการตัดสินใจไปสู่ผู้ที่อยู่หน้างาน
ข้อเสนอที่ 3 เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรทางการศึกษา

อาชีวศึกษา
สถานการณ์ : ภาครัฐลงทุนไม่เพียงพอ ภาคธุรกิจไม่สานต่อ ก่อช่องว่างอาชีวะ-การทำงาน

ทางออก : เพิ่มการลงทุน หนุนผู้ประกอบการ สานต่อ “อาชีวะทวิภาคี”
ข้อเสนอที่ 1 เพิ่มการลงทุนในทรัพยากร
ข้อเสนอที่ 2 สร้างหน่วยงานขยายผลอาชีวะทวิภาคี

อุดมศึกษาและการศึกษาต่อเนื่อง
สถานการณ์ : หลายหน่วยงาน หลากเป้าหมาย แต่คนไทยยังห่างไกลการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ทางออก : รัฐสนับสนุนให้คนไทย Reinvent ตัวเองทันโลก
ข้อเสนอที่ 1 รัฐสร้างระบบสนับสนุนให้คนไทย Reinvent ตัวเอง
ข้อเสนอที่ 2 มหาวิทยาลัยเน้นหลักสูตรสร้างสมรรถนะ

ภาคนโยบาย กับการขับเคลื่อนการศึกษาไทย
สถานการณ์ปัญหาของนโยบายการศึกษาไทย
ขาดเสถียรภาพ
ขาดคุณภาพ
ขาดส่วนร่วม

สามองค์ประกอบในการสร้างนโยบายพัฒนาคนที่ใช้ได้จริง
เพิ่มคุณภาพของนโยบาย

เปลี่ยนวัฒนธรรมการกำหนดนโยบายจาก “บนสู่ล่าง” เป็น “ร่วมมือ”
(from “top-down” culture to collaborative policy making)

กระจายอำนาจการตัดสินใจไปที่หน้างาน
สร้างเสถียรภาพในภาคนโยบาย
สร้างเสถียรภาพโดยภาคสังคม
รายละเอียดเพิ่มเติมตามเพจ TDRI 
https://tdri.or.th/…/11/white-paper-political-parties-talk/…

แนวคิดจากผู้เข้าร่วมพลิกห้องเรียนเปลี่ยนไทยทันโลก

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (ฝ่ายวิชาการ) ทีมพลังประชารัฐ
มากับแนวคิดการศึกษาต้องพร้อมเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ที่ต้องต่อสู้กับเทคโนโลยี่ป่วนโลก โดยคิดว่าในเรื่องของการศึกษาต้องปลอดเรื่องของการเมืองมาเกี่ยวข้อง และควรมีกระทรวงต่างๆ มามีส่วนรวมในการเปลี่ยนแปลงเรื่องการศึกษานี้ 3 กระทรวง คือกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ที่กำลังจัดตั้งใหม่) กระทรวงศึกษาและกระทรวงแรงงาน
พร้อมเสนอแนวคิด 5 C คือ 
C แรก การเปลี่ยนแปลงต้องไม่ประนีประนอม (No Compromise) การเปลี่ยนแปลงจึงจะเกิดขึ้นได้
4 C ที่ต้องทำ
1: Continuity : การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
2: Commitment : มีข้อผูกพัน พูดแล้วต้องทำ
3: Collaboration : ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
4: Coherence : การเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว

และดร.สุวิทย์ มีแนวคิดว่าเราต้องปฏิรูปใน 3 ด้านคือ
ด้านที่ 1: ปฏิรูปกฏระเบียบ (Regulatory Reform)
ด้านที่ 2: ปฏิรูปด้านงบประมาณ (Budgeting Reform)
ด้านที่ 3: ปฏิรูปด้านการบริหาร (Administrative Reform)
สำหรับด้านการบริหารจัดการนี้ ดร.สุวิทย์มีแนวคิดว่า
“หัวใจสำคัญไม่ใช่การกระจายอำนาจ แต่คือ Distributed Network”
สิ่งสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาและประเทศไทย คือ ไม่ใช่การกระจายอำนาจ แต่คือการสร้างเครือข่ายที่ทุกคนมีส่วนร่วมและเข้าถึงได้ ซึ่งหน่วยที่สำคัญที่สุด คือ “บวร” หรือ “บ้าน วัด โรงเรียน”

กลไกการแก้การศึกษาที่ดีที่สุด คือการปรับ Machanism Design ที่ชุมชนเป็นเจ้าของ ไม่ใช่กระทรวงศึกษาเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

“จุดเชื่อมที่สำคัญ คือ สังคมแห่งการแบ่งปัน”
Missing Link ที่หายไป ต้องเติมเรื่องกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ลงไป, เรื่้องธุรกิจ Startup ในอนาคตมันจะมีเรื่อง Sharing Economy อีกมาก ทั้งเรื่องการ Learning, Living และ Working

สำหรับสรุปสุดท้ายจากตัวแทนทุกพรรคการเมืองที่เข้าร่วมเสวนาครั้งนี้

คุณกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ เน้นเรื่อง อาหารเช้า อาหารกลางวัน และ
เรื่องที่สองคือเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการศึกษา EdTech (Education Technology และ GovTech (Goverment Technology)

ดร.พะโยม ชิณวงศ์ จากพรรคภูมิใจไทย เสนอเรื่องการศึกษาที่เสมอภาคเท่าเทียม การศึกษาออนไลน์

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คิดว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ต้องเกิดจากประชาชนรู้สึกทนไม่ได้ที่การศึกษาไทยอยู่ในสภาพแบบนี้ และการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงการศึกษา

การสร้างการมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Empowerment) ทั้ง “บวร : คือ บ้าน วัด โรงเรียน”, กลุ่มกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise), กลุ่มนักรบทางเศรษฐกิจใหม่ (Startup)

ในเรื่อง “วัฒนธรรม” (Culture) การศึกษาต้องสร้างวัฒนธรรมของการมี “จิตสาธารณะ” (We in Me) และ “การอุทิศตน” (Me in We) คือ เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและเป็นกลไกในการขับเคลื่อนสังคมได้

และยังกล่าวเน้นว่าสังคมของเราควรเป็นสังคม We Society ไม่ใช่สังคม
Me Society

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง พรรครวมพลังประชาชาติไทย
เน้นเรื่องวิธีทำงาน เน้นคัดคนที่ดีที่สุดมาเป็นรมว.ศึกษา

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย
- ต้องกระจายโอกาสทางการศึกษาลงไปให้มากที่สุด
- หัวใจการศึกษาต้องเอาเด็กเป็นศูนย์กลาง (Child Center) ต้องให้โรงเรียนเป็นแหล่งผลิตคน เพื่อเป็นอนาคตของชุมชน ไม่ใช่ผลิตคนไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ โดยทิ้งชุมชนไว้ข้างหลัง
- งบประมาณโรงเรียนต้องเปิดเผย พ่อ แม่ ชุมชน ร่วมกันบริหาร หากไม่พอ ก็ช่วยกันชวน SE เข้ามา
- ระดับมหาวิทยาลัย เรียนใน Cloud ประกอบเป็น Module ย่อยๆ และสะสมเป็นปริญญาได้ และทำให้เด็กไทยมีความสามารถหลากหลายเป็นพลเมืองโลก เป็น Global Citizen

คุณกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
- ระยะสั้น : ลดความเหลื่อมล้ำ เราควรมี Mega Project ด้านการศึกษาได้แล้ว ไม่ใช่แค่ Infrastucture ถนนหนทาง เราต้องยกระดับโรงเรียนให้มีมาตรฐานมากขึ้น
- ระยะกลาง : เราต้องซ่อมรื้อระบบ การจัดการดูแลด้านการศึกษา ให้กระทรวงบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้เกิดการเรียนรู้และ Empower กันและกัน
- ระยะยาว : การปรับโครงสร้างหลักสูตร โดย Input ของผู้มีส่วนร่วมด้านการศึกษาทุกคน และการ Train ครูที่มีประสิทธิภาพ

คุณกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้า พรรคชาติไทยพัฒนา
- การศึกษาอยู่ในทุกช่วงวัยของมนุษย์ เราต้องปรับการศึกษาให้เหมาะกับช่วงวัย
- โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านปฐมวัย คือการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจในการเรียนรู้
- เราพร้อมเปิดรับทุกนโยบาย ความรู้ของทุกพรรคเอาไปใช้ร่วมกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังและจะรับนโยบายของทุกท่านเอาไว้หมดเลย





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
redribbons07 วันที่ : 03/12/2018 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

@นายยังคิด


จากที่ภาคีเพื่อการศึกษาไทย (Thailand Education

Partnership: TEP)และTDRI

List ปัญหาและทางออก ออกมาก็ครอบคลุมทุกช่่วงชั้นการ

ศึกษา อีกทั้งได้รับแนวทางจากหลายๆ พรรคการเมือง

นำมาเลือกให้เหมาะสม ก็พอจะเห็นอนาคตการเปลี่ยนแปลง

ได้อยู่ค่ะ

ส่วนตัวคิดว่าการจัดการศึกษาสำคัญทุกช่วงชั้น แต่การปูพื้นฐาน

ในช่วงปฐมวัยจะสำคัญที่สุด

ควรสนับสนุนในส่วนของอาชีวะศึกษาให้สอดคล้องตรงกับความ

ต้องการทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม


และที่สำคัญอีกอย่างคือการผลิตครูที่จะมาเป็นครูผู้สอน

ให้มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดีจึงจะสามารถพัฒนาเด็กและการเรียน

การสอนไปได้ค่ะ



.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 03/12/2018 เวลา : 09.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

การศึกษาของประเทศไทยพูดกันมามาก และมีการนำสู่ภาคปฏิบัติตามคำสั่งรัฐมนตรีในสมัยนั้นๆบางครั้ง แต่ยังคลำเป้าไม่เจอครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณมาเยี่ยมบล็อก Redribbons07 จากสื่อใด
เป็นสมาชิกบล็อก oknation และอ่านประจำ
94 คน
จาก Icon comment ของ redribbons07
29 คน
จาก forward mail
8 คน
เพื่อนแนะนำ
9 คน
อื่น ๆ
68 คน

  โหวต 208 คน