• redribbons07
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : meaw459@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 2515
  • จำนวนผู้ชม : 2511622
  • ส่ง msg :
  • โหวต 712 คน
Redribbons:Taloktoktak
Hello:Have a nice day.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07
วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม 2561
Posted by redribbons07 , ผู้อ่าน : 631 , 12:48:01 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

'กอบศักดิ์' ปัดไทยแชมป์เหลื่อมล้ำโลก โต้ข้อมูลเก่าดีเลย์ อย่าเชื่อหมด!

"กอบศักดิ์" ปัดไทยแชมป์เหลื่อมล้ำที่สุดในโลก เช็กพบอ้างอิงข้อมูลเก่าเหลื่อมล้ำปี 49 สมัย "ทักษิณ" เตือนระวังอย่าไปเชื่อหมด

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.61 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ CS Global Wealth Report 2018 เมื่อเดือนต.ค.ระบุว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งมากที่สุดในโลกว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งด้านรายได้และความมั่งคั่งเป็นปัญหาสำคัญ ที่ทุกประเทศประสบอยู่ในขณะนี้ โดยรัฐบาลไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ได้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องด้วยนโยบายต่างๆ เช่น ดูแลพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเป็นระบบ การจัดสวัสดิการประเภทใหม่ๆ เช่น สวัสดิการเด็กเล็กแรกเกิด ถึง 3 ขวบ 600 บาท/เดือน การเพิ่มเงินเลี้ยงชีพให้ผู้สูงอายุ การจัดตั้งกองทุนลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา การช่วยเกษตรกรผ่านโครงการช่วยเหลือต่างๆ การจัดการกับเจ้าหนี้นอกระบบ รวมถึงการออกกฎหมายภาษีสำคัญเช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน กฎหมายขายฝากเป็นครั้งแรก และการพยายามขยายฐานภาษี เพื่อกระจายรายได้จากคนที่มีรายได้สูงไปให้ผู้มีรายได้น้อย

นายกอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า แต่ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะฟื้นตัวดีขึ้น ราคาข้าวสูงสุดในรอบหลายๆ ปี แต่ปัญหาราคาสินค้าเกษตรโลกที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการกระจายรายได้ และเกษตรกรบางกลุ่มของไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้พี่น้องประชาชนที่ฐานรากบางส่วนยังลำบาก โดยเฉพาะผู้ปลูกยางพารา จากราคายางโลกและราคาน้ำมันโลกที่ลดลง และผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของอียู ที่ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันลดลง ซึ่งมาตรการล่าสุดของรัฐบาลก็น่าจะช่วยบรรเทาไปได้บางส่วน

นายกอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน จะต้องทำอย่างเป็นระบบ โดยต้องช่วยสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งที่แท้จริงจากฐานราก คือการให้โอกาสที่เท่าเทียมแก่ทุกคน โดยเฉพาะด้านการศึกษา การหางาน และการเข้าถึงแหล่งเงิน ลดการใช้อำนาจของรายใหญ่เอาเปรียบรายย่อย ซึ่งถ้ารัฐบาลมีหน่วยงานกลางที่ต่อสู้แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยตรง เหมือนกรณีที่มีการตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเข้ามาแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำทุกในระบบ จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ของรัฐและช่วยลดความเหลื่อมล้ำของรายได้และความมั่งคั่งในระยะยาวได้

"ส่วนข้อมูลความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งของเครดิตสวิสที่ทุกคนพูดถึงนั้น ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง อย่าเชื่อทั้งหมด เพราะอ้างอิงจากข้อมูลความเหลื่อมล้ำเก่า เมื่อปี 49 สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการศึกษาของนายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญาและคณะ ในปี 51 ที่ได้สอบถามผู้เขียนแล้วพบว่า ใช้ข้อมูลความมั่งคั่ง เพียงแต่ในส่วนของบัญชีเงินฝากเท่านั้น ในส่วนของหุ้น ที่ดิน และสินทรัพย์อื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นตัวเงินนั้น ไม่ได้รวมอยู่ด้วย และทางเครดิตสวิสได้ประมาณการเพิ่มเติมต่อมาอีก 12 ปี ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดได้มาก" นายกอบศักดิ์ กล่าว

ขอขอบคุณข่าวจากไทยรัฐ 8/12/2561

https://www.thairath.co.th/content/1440555

 หมายเหตุ เพลงประกอบเพื่อความบันเทิง ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าวค่ะ 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
redribbons07 วันที่ : 10/12/2018 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ชัดแล้ว! ไทย "ไม่ได้" เหลื่อมล้ำที่สุดในโลก

แชร์กันว่อนในโซเชียลมีเดียว่า ไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก โดยอ้างอิงจาก CS Global Wealth Report 2018

คำถามคือ ข้อมูลที่ว่านั้นถูกต้องและน่าเชื่อถือแค่ไหน?

CS Global Wealth Report 2018 วัดความเหลื่อมล้ำโดยดูจากการกระจายความมั่งคั่ง หรือ Wealth Distribution ซึ่งปกติไม่มีมาตรวัดที่ชัดเจน แต่เพราะคำว่า Wealth หมายถึง "รายได้ส่วนเกินสะสม" ดังนั้น จึงพออนุมานได้ว่า ถ้าประชาชนไม่มีรายได้สะสมหรือเงินออม ความมั่งคั่งก็จะต่ำ

ทีนี้รายงานชิ้นนี้ดันไปหยิบเอาข้อมูลปี 2549 ซึ่งเก่ามากมาใช้ ในขณะที่ข้อมูลของประเทศอื่นเป็นข้อมูลหลาย ๆ ปี เพราะฉะนั้นการวัดการกระจายความมั่งคั่งในรายงานดังกล่าวอาจไม่สะท้อนสถานการณ์ของไทยได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับการวัดจากข้อมูลสำรวจจริงตามมาตรฐานของธนาคารโลกที่เราทำมาตั้งแต่ปี 2531

ไม่เพียงเท่านั้น!

ข้อมูลของแต่ละประเทศที่ถูกหยิบมามีความสมบูรณ์เพียง 35 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี สวีเดน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ส่วนประเทศไทยนั้นข้อมูล Wealth Distribution ไม่มีการจัดเก็บ เพราะคำจำกัดความและข้อมูลของสินทรัพย์ต้องมีความชัดเจนจึงจะวัดได้

นอกจาก 35 ประเทศที่มีข้อมูลสมบูรณ์ ยังมีอีก 133 ประเทศ ที่ข้อมูลไม่สมบูรณ์ เพราะมีแต่ข้อมูลการกระจายรายได้ (Income Distribution) แต่ไม่มีข้อมูลการถือครองความมั่งคั่ง (Wealth Ownership) ซึ่งในรายงานเองก็ออกตัวไว้ชัดเจนว่าเป็นการประมาณการอย่างหยาบ บนสมมติฐานที่ว่า การกระจายความมั่งคั่งจะสัมพันธ์กับการกระจายรายได้ และไทยก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้

และถ้าเราไปดูข้อมูลจริงจากการสำรวจที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับตามหลักเกณฑ์ของธนาคารโลก ก็จะพบว่า...

ประเทศไทย "ไม่ได้" มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดอย่างที่ร่ำลือกัน

ในทางกลับกัน...สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทั้งในด้านรายได้และรายจ่ายของไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยค่า GINI ด้านรายได้ลดลงจาก 0.499 ในปี 2550 เป็น 0.453 ในปี 2560 และค่า GINI ด้านรายจ่ายลดลงจาก 0.398 ในปี 2550 เป็น 0.364 ในปี 2560

ความแตกต่างของรายได้ ระหว่างกลุ่มคนรวยที่สุดกับกลุ่มคนจนที่สุด ลดลงจาก 25.10 เท่า ในปี 2550 เหลือ 19.29 เท่า ในปี 2560

ความแตกต่างของรายจ่าย ระหว่างกลุ่มที่มีรายจ่ายสูงที่สุดและกลุ่มคนที่มีรายจ่ายน้อยที่สุด ลดลงจาก 11.70 เท่า ในปี 2551 เหลือ 9.32 เท่า ในปี 2560

อย่างไรก็ตาม การลดความเหลื่อมล้ำและความแตกต่างของรายได้ เป็นเรื่องสำคัญที่ภาครัฐใส่ใจและแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพและรายได้ การจัดสวัสดิการสังคม ทั้งในด้านการศึกษา สาธารณสุข ที่อยู่อาศัย และอื่น ๆ อีกหลายด้าน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

--เกร็ดความรู้เพิ่มเติม--

การวัดสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของไทย จะใช้วิธีการวัดตามมาตรฐานของธนาคารโลก โดยวัดจากดัชนี GINI Coefficient Index ซึ่งธนาคารโลกใช้ในการวัดความเหลื่อมล้ำของประเทศต่าง ๆ ราว 110 ประเทศ

โดยดัชนี GINI มี 2 ลักษณะ คือ 1) GINI ด้านรายได้ และ 2) GINI ด้านรายจ่าย โดยค่าดัชนีจะอยู่ระหว่าง 0 – 1 ถ้าค่าดัชนียิ่งต่ำจะแสดงถึงการกระจายรายได้และรายจ่ายที่ดี

นอกจากนี้ การจัดอันดับความเหลื่อมล้ำของประเทศต่าง ๆ ที่ดำเนินการโดยธนาคารโลก ใช้ค่าดัชนี GINI coefficient เป็นตัวชี้วัด ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 2556 มีค่าดัชนี GINI coefficient ด้านรายจ่าย อยู่อันดับที่ 46 จาก 73 ประเทศ และปรับตัวดีขึ้นเป็นอันดับที่ 40 จาก 67 ประเทศในปี 2558 ซึ่งจำนวนประเทศในแต่ละปีจะไม่เท่ากัน เนื่องจากข้อจำกัดด้านข้อมูลของประเทศต่าง ๆ

ล่าสุดข้อมูลของธนาคารโลก ระบุว่า ค่า GINI ของไทยอยู่ที่ 0.36 และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหราชอาณาจักร ซึ่งมีค่า GINI อยู่ที่ 0.33 และสหรัฐอเมริกา มีค่า GINI อยู่ที่ 0.41 แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของไทยอยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างกันมากกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

---------------------------
ภาพ / ข่าว กลุ่มสื่อสารเชิงกลยุทธ์ สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี


http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/17383


.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
redribbons07 วันที่ : 10/12/2018 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

แถลงข่าวชี้เเจงประเด็นข้อเท็จจริงเรื่อง "สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย"

สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของไทยจากการสำรวจข้อมูลจริงและใช้วิธีการวัดที่เป็นมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลโดยธนาคารโลก ประเทศไทยมิได้มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดอย่างที่ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด ในทางกลับกันสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทั้งในด้านรายได้และรายจ่ายของไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ อย่างไรก็ดี การลดความเหลื่อมล้ำและความแตกต่างของรายได้ เป็นเรื่องสำคัญที่ภาครัฐให้ความสำคัญและมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมมากขึ้นผ่านกลไกของภาครัฐและความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพและรายได้ การจัดสวัสดิการทางสังคม ทั้งในด้านการศึกษา สาธารณสุข และที่อยู่อาศัย โดยตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยมีการกระจายรายได้ ในด้านความแตกต่างของรายได้ระหว่างประชากรร้อยละ 10 ที่มีรายได้สูงที่สุดต่อประชากรร้อยละ 10 ที่มีรายได้น้อยที่สุด ที่ไม่เกิน 15 เท่า (ปัจจุบัน 22 เท่า) ภายในปี 2580 หรือมีค่า GINI coefficient ด้านรายได้ในระดับ 0.36

อ่านข่าวเพิ่มเติม
http://www.nesdb.go.th/ewt_news.php?nid=8490&filename=index

อ่านรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ปี 2560
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1963643040416890&id=215868861860992


.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 10/12/2018 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

“กอบศักดิ์” ปัดไทยแชมป์เหลื่อมล้ำตอกข้อมูลเก่ายุค “แม้ว” ย้ำ 4 ปี รัฐบาลแก้จนทุกมิติ
เผยแพร่: 8 ธันวาคม 2561 17:45 น. ปรับปรุง: 10 ธันวาคม 2561 07:41 น. โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“กอบศักดิ์” ปัดไทยแชมป์เหลื่อมล้ำโลก ระบุ CS ข้อมูลเก่าดีเลย์ 12 ปี ไร้ความน่าเชื่อถือ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ยัน 4 ปี รัฐบาลตอบโจทย์ช่วยประชาชนทุกมิติ

วันนี้ (8 ธ.ค.) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ CS Global Wealth Report 2018 ออกมาเมื่อเดือน ต.ค. แล้ว ระบุว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก ว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งด้านรายได้และความมั่งคั่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกประเทศประสบอยู่ในขณะนี้ โดยรัฐบาลไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ได้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องด้วยนโยบายต่างๆ เช่น ดูแลพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเป็นระบบ การจัดสวัสดิการประเภทใหม่ๆ เช่น สวัสดิการเด็กเล็กระหว่าง 0-3 ขวบ 600 บาท/เดือน การเพิ่มเงินเลี้ยงชีพให้ผู้สูงอายุ

การจัดตั้งกองทุนลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา การช่วยเกษตรกรผ่านโครงการช่วยเหลือต่างๆ การจัดการกับเจ้าหนี้นอกระบบ รวมถึงการออกกฎหมายภาษีสำคัญ เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน กฎหมายขายฝากเป็นครั้งแรก และการพยายามขยายฐานภาษี เพื่อกระจายรายได้จากคนที่มีรายได้สูงไปให้ผู้มีรายได้น้อย

โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวต่อว่า ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะฟื้นตัวดีขึ้น ราคาข้าวสูงสุดในรอบหลายๆ ปี แต่ปัญหาราคาสินค้าเกษตรโลกที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมาได้ ส่งผลกระทบต่อการกระจายรายได้และเกษตรกรบางกลุ่มของไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้พี่น้องประชาชนที่ฐานรากบางส่วนยังลำบาก โดยเฉพาะผู้ปลูกยางพารา จากราคายางโลกและราคาน้ำมันโลกที่ลดลง และผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของอียู (EU) ที่ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันลดลง ซึ่งมาตรการล่าสุดของรัฐบาลก็น่าจะช่วยบรรเทาไปได้บางส่วน

นายกอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน จะต้องทำอย่างเป็นระบบ โดยต้องช่วยสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งที่แท้จริงจากฐานราก คือ การให้โอกาสที่เท่าเทียมแก่ทุกคน โดยเฉพาะด้านการศึกษา การหางาน และการเข้าถึงแหล่งเงิน ลดการใช้อำนาจของรายใหญ่เอาเปรียบรายย่อย ซึ่งถ้ารัฐบาลมีหน่วยงานกลางที่ต่อสู้แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยตรง (เหมือนกรณีที่มีการตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเข้ามาแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำทุกในระบบ) ก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบูรณาการหน่วยงานต่างๆของรัฐและช่วยลดความเหลื่อมล้ำของรายได้และความมั่งคั่งในระยะยาวได้

“ส่วนข้อมูลความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งของเครดิตสวิสที่ทุกคนพูดถึงนั้น ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง อย่าเชื่อทั้งหมด เพราะอ้างอิงจากข้อมูลความเหลื่อมล้ำเก่า เมื่อปี 2549 สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการศึกษาของ นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา และคณะ ในปี 2551 ที่ได้สอบถามผู้เขียนแล้ว พบว่า ใช้ข้อมูลความมั่งคั่ง เพียงแต่ในส่วนของบัญชีเงินฝากเท่านั้น ในส่วนของหุ้น ที่ดิน และสินทรัพย์อื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นตัวเงินนั้น ไม่ได้รวมอยู่ด้วย และทางเครดิตสวิสได้ประมาณการเพิ่มเติมต่อมาอีก 12 ปี ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดได้มาก” นายกอบศักดิ์ ระบุ

http://news1live.com/detail.aspx?NewsID=9610000122173&fbclid=IwAR0svrGoRhiw-8CbTNg3IKhaA17Dw5vAqs-lyRoAJD__nhMzMzj9tM6zOGE


.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณมาเยี่ยมบล็อก Redribbons07 จากสื่อใด
เป็นสมาชิกบล็อก oknation และอ่านประจำ
94 คน
จาก Icon comment ของ redribbons07
29 คน
จาก forward mail
8 คน
เพื่อนแนะนำ
9 คน
อื่น ๆ
68 คน

  โหวต 208 คน