• redribbons07
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : meaw459@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 2515
  • จำนวนผู้ชม : 2512708
  • ส่ง msg :
  • โหวต 712 คน
Redribbons:Taloktoktak
Hello:Have a nice day.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07
วันอังคาร ที่ 8 มกราคม 2562
Posted by redribbons07 , ผู้อ่าน : 749 , 17:30:15 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน redribbons07 , wullopp โหวตเรื่องนี้

รองนายกฯ พร้อมรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจ ร่วมกล่าวบรรยายพิเศษในงาน "Thailand Economic Challenges 2019" ยอมรับปี 62 เศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน

7 มกราคม 2562 ณ โรงแรมดิ แอทธีนี โฮเทล แบงค็อก ห้องแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 2 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วย ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, และ ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงาน Global Business Development and Strategy ธนาคารกรุงไทย ร่วมกันบรรยายพิเศษในงาน Thailand Economic Challenges 2019 โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวบรรยายพิเศษ

นายสมคิด กล่าวว่า ปี 2562 เป็นปีแห่งความไม่แน่นอน จากปัจจัยภายนอกที่ทางสหรัฐฯ สร้างความขัดแย้งกับจีนเรื่องสงครามการค้า จนทำให้เกิดปัญหาและความเสี่ยงกับทุกประเทศ ตลาดหุ้นกำลังวิกฤติ ส่งผลถึงเศรษฐกิจโลก กระทบถึงราคาสินค้าเกษตรที่เกิดความแปรผันตามตลาดโลก ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับเหตุการณ์ 2 เรื่องคือ จะมีการเลือกตั้ง ภายในครึ่งปีนี้จะรู้ว่าใครเป็นรัฐบาล ซึ่งเป็นความไม่แน่นอนว่า นโยบายที่รัฐบาลนี้ทำอยู่นั้นจะยังทำต่อหรือไม่ ด้านนักลงทุนที่จะเข้ามาร่วมลงทุนกับไทยก็ต้องหยุดเพื่อรอดูสถานการณ์ก่อน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ภายนอก รัฐบาลนี้มีหน้าที่ประคองไว้ให้ดีที่สุด เราเคยทำได้แล้วตอนที่เศรษฐกิจเติบโตเพียง 0.8 เราทำให้ขึ้นไปถึง 4.8 ก่อนลดลงมา 4.2 ในปีนี้ แต่ที่คุมไม่ได้คือ สถานการณ์ด้านการเมืองภายในประเทศ

          แต่ทั้งนี้ โอกาสของประเทศเรายังมีจากหลายปัจจัย ไม่มียุคไหนที่ไทยสามารถจัดการความสัมพันธ์กับจีนและญี่ปุ่นได้ดีเท่านี้ จีนจะทำรถไฟมาเชื่อมกับไทยผ่านโครงการเบลต์แอนด์โร้ด และประกาศว่าเราเป็นเป้าหมายการลงทุน ขณะที่ญี่ปุ่นก็จะใช้ไทยเป็นฐานการลงทุน เพื่อขยายตลาดไปสู่ CLMV ส่วนเรื่องของการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลงก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ทางด้านเศรษฐกิจมี 2 ภารกิจ คือพยุงเศรษฐกิจให้อยู่ได้กับการปฏิรูป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย รากฐานของประเทศคนไทยยากจน 20-30 ล้าน เกษตรกร /สินค้าแปรรูปมีน้อย /ไม่มีข้อมูลด้านการตลาด /ผลิตมาแล้วให้รัฐบาลขายและราคาต้องดี รัฐบาลเข้ามาแก้ปมตรงนี้ ด้วยการเปลี่ยนกระบวนการผลิต เอาเทคโนโลยีลงไป ต้องแปรรูปให้ได้ ต้องรู้ว่าจะขายให้ใคร ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะทำแน่ๆ เรื่องการขายออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของ อีอีซี /สนามบิน /เมืองการบิน /ท่าเรือแหลมฉบัง ไทยจะต้องทำให้หมด ผู้ประกอบการใหม่ๆ หรือสตาร์ทอัพ เราต้องสร้าง ไม่เช่นนั้นจะสู้ประเทศคู่แข่งไม่ได้ รัฐบาลต้องทำให้คนตื่นตัวเรื่องเศรษฐกิจดิจิตอลที่กำลังเปลี่ยนโลก ถ้าตามไม่ทันจะตกเทรนด์ เมืองจีนถึงขึ้นก้าวกระโดด เวียดนามก็เริ่มเข้าสู่ดิจิตอลแล้ว

          อย่างไรก็ตาม ภายในครึ่งปี ถ้ารักษาสถานการณ์ให้ดี มันจะดีขึ้น สงครามการค้าจีน-สหรัฐคงจะไม่กินเวลานานขนาดนั้น ในประเทศก็มีความชัดเจนของรัฐบาล สถานการณ์มันจะคลี่คลาย รัฐบาลหน้าอาจเป็นรัฐบาลผสม แต่ก็เป็นรัฐบาลที่รวมกันสร้างความยั่งยืน สร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเรามีศักยภาพอยู่แล้ว นายสมคิด กล่าว

.....................................................................................................................

 ด้าน ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศเรากำลังอยู่ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ประเด็นที่ถือเป็นความท้าทาย คือ “โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ” การเลือกตั้งในอนาคต จะเป็นการกำหนดทิศทางของประเทศ คนรุ่นใหม่จะต้องเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์เป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ ต้องมีทักษะฝีมือในการลงมือทำ ต้องแข่งขันกันที่ความคิดและการใช้ทักษะและเทคโนโลยีในการทำธุรกิจ นอกจากการสร้างความสามารถในการแข่งขันแล้ว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของคนในสังคมทุกระดับและทุกพื้นที่ในประเทศ เพิ่มรายได้และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ผลักดันจิ๊กซอว์ตัวสำคัญทั้ง 13 ตัว ที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศไทย ไปสู่ศตวรรษที่ 21 นั่นคือ

1) สร้างกลุ่มนักรับเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า Startup และนักประดิษฐ์ (Maker) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยนโยบายสร้างประเทศสู่การเป็น Startup Nation และ Makers Nation/

2) เตรียมคนไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนเพื่อให้เห็นภาพของอาชีพในอนาคต (Career for the Future)/

3) การพัฒนาเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ประเทศไทยมีศักยภาพและคนทั้งประเทศได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง/

4) การพัฒนาเทคโนโลยีรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย การสร้างระบบ Big Data และ AI การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ เช่น ดาวเทียม THEOS เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนชุดใหม่ เป็นต้น และการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยยกระดับการพัฒนาของประเทศไทยในที่สุด/

5) การยกระดับความเป็นอยู่ของคนในประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ และการกระจาย ความเจริญสู่พื้นที่ต่างๆ ด้วยการนำวิทยาศาสตร์มาสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้กับชุมชนในพื้นที่ทั่วประเทศ การพัฒนา Smart Farmer ด้วยระบบ IoT การพัฒนาย่านนวัตกรรม (Innovation Districts) 16 แห่งทั่วประเทศไทย เช่น ย่านนวัตกรรมการแพทย์ที่โยธี เป็นต้น การพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (Regional Science Park) และการพัฒนาเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis)

 

ขอขอบคุณข่าวจาก ส่วนสื่อสารองค์กร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

http://www.most.go.th/main/th/news/sort-by-strategic/strategic1/34/7807-thailand-economic-challenges-2019-62?preview=1&fbclid=IwAR139VQfdtnrMCLcCVl6orqHYq_srlB0zjbhl01Lz2ry7YdXZZqz6SPia_g





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 08/01/2019 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

“สมคิด” เผยเศรษฐกิจปี62 เตรียมเผชิญความไม่แน่นอน ทั้งปัจจัยภายนอก- ลงทุนตปท.-เลือกตั้ง


นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงาน Thailand Economic Challenges 2019 ว่า สำหรับทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี2562 มี 3 มิติที่ไทยต้องเผชิญ ประกอบด้วย มิติที่ 1ความไม่แน่นอนสูง ซึ่งมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน การเลือกตั้งของเยอรมนี Brexit ฯลฯ ส่งผลให้มีหลายประเทศได้รับผลกระทบด้านการส่งออกจากปัจจัยเหล่านี้ เช่น จีน สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย โดยการส่งออกของไทยมีสัดส่วนถึง70%ของจีดีพี ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาการส่งออกของไทยติดลบและเริ่มกลับมาเป็นบวกในช่วงปลาปีที่ผ่านมา เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปี 2561สามารถเติบโต อยู่ที่ 4-4.2% ซึ่งเห็นจากการประชุมจัดทำงบประมาณประจำปีงบประมาณ2563 ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ในปี2561 ตัวเลขการลงทุนรวมทะลุเป้าหมาย โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐานและโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว ในขณะที่กลุ่มฐานรากเป็นกลุ่มที่ต้องดูแลอย่างจริงจัง เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรค่อยๆกระเตื้องขึ้น

“สำหรับมิติที่ 2 ถึงแม้ว่ามีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก แต่ไทยได้รับอานิสงส์จากการลงทุนต่างประเทศสูง เนื่องจากการประชุมล่าสุดที่ปักกิ่งเขาต้องการลงทุนในประเทศที่3 คือไทย เพราะเขามองว่าไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค รวมถึงนักลงทุนฮ่องกงต้องการให้ไทยเป็นฐานการผลิตในการลงทุนเพื่อเชื่อมโยงกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม ) ถ้าเราทำให้ดีเชื่อว่าการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาไทยแน่นอน” นายสมคิดกล่าว


นอกจากนี้มิติที่ 3 คือ การเลือกตั้งของไทย หากมีการเลือกตั้งในช่วงครึ่งปีแรกนี้ เชื่อว่าสถานการณ์โลกจะดีขึ้น รวมถึงกฎหมายต่างๆจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ทุกอย่างจะค่อยๆคลี่คลายลง ซึ่งก็ต้องเซตตัวเองให้พร้อม รวมถึงรัฐต้องดูแลเศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้เพื่อส่งต่อรัฐบาลหน้า

ข่าวจากประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/economy/news-274936?fbclid=IwAR3RW97czwIe8NJYqzQxqan6KfFldKmokZqW7dzTxVqOHVoTS5UcPSBg3eI


.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณมาเยี่ยมบล็อก Redribbons07 จากสื่อใด
เป็นสมาชิกบล็อก oknation และอ่านประจำ
94 คน
จาก Icon comment ของ redribbons07
29 คน
จาก forward mail
8 คน
เพื่อนแนะนำ
9 คน
อื่น ๆ
68 คน

  โหวต 208 คน