• redribbons07
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : meaw459@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 2515
  • จำนวนผู้ชม : 2518943
  • ส่ง msg :
  • โหวต 712 คน
Redribbons:Taloktoktak
Hello:Have a nice day.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07
วันพฤหัสบดี ที่ 17 มกราคม 2562
Posted by redribbons07 , ผู้อ่าน : 834 , 07:58:21 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน redribbons07 โหวตเรื่องนี้

ดร.สุวิทย์ฯ เปิดประชุม “ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ…พลิกโฉมนวัตกรรมงานบริการสาธารณะ” กลไกสำคัญพัฒนาระบบราชการไทย สู่ระบบราชการ 4.0

 

11 มกราคม 2562 ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ/ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ ในงานการประชุม “ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ…พลิกโฉมนวัตกรรมงานบริการสาธารณะ” จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ร่วมกับสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มุ่งสร้างนวัตกรรมงานบริการภาครัฐที่สนองตอบต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า  ขณะนี้เรากำลังอยู่ในโลกที่สุดโต่ง ทั้งเรื่องธรรมชาติ เศรษฐกิจ การเมือง และเรื่องต่างๆ มากมาย และเรากำลังอยู่ในโลกที่มีความย้อนแย้ง โลกในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน มีความเป็นพลวัตรสูง (Dynamic World) อีกทั้ง การอุบัติขึ้นของเทคโนโลยีพลิกโฉม (Disruptive Technology) ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการแข่งขัน ความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกต่อ ปัจเจก และปัจเจกต่อรัฐ การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ส่งผลให้ผู้คนในโลกสมัยใหม่ต้องปรับตัวโดยเฉพาะภาครัฐ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ ไม่เพียงส่งผลต่อประชาชนเท่านั้น หากยังกระทบต่อความคาดหวังที่ประชาชนมีต่อระบบราชการ ซึ่งในยุคปัจจุบันประชาชนก็หวังว่ารัฐบาลจะสามารถออกนโยบายซึ่งจะเอื้อให้ประชาชนสามารถปรับตัวได้ในโลกสมัยใหม่.

 ประเทศไทย รัฐบาลไทยในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมโลก (Global Society)  ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในบริบทโลกได้ หน่วยงานราชการผู้ให้บริการต่างๆ ในฐานะองคาพยพของระบบราชการจึงไม่อาจที่จะดำเนินงานในแบบเดิมๆ ที่เคยทำมาในอดีตได้อีกต่อไปแล้ว หากแต่ต้องเปลี่ยนแปลง และประยุกต์ใช้กระบวนการดำเนินงานรูปแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม โดยต้องก้าวข้ามการจัดองค์กรในรูปแบบไซโลที่ไม่มีความยืดหยุ่น (Rigid Organizational Siloes) ซึ่งมีลักษณะการทำงานที่ขาดกการบูรณาการ และที่สำคัญจะต้องหันมาคำนึงถึงหลักการขั้นพื้นฐานของการให้บริการสาธารณะ และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการให้บริการ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-centric Approach) เพื่อตอบสนองความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการให้บริการของภาครัฐที่จะต้อง เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลา ขณะเดียวกันหน่วยงานซึ่งดำเนินการในการกำหนดนโยบาย จำเป็นต้องมีศักยภาพในสำรวจภาพทัศน์ (Scenario) เพื่อฉายให้เห็น ข้อท้าทาย ตลอดจนถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ อันอาจจะส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ตลอดจนถึงต้องสามารถกำหนดรูปแบบนโยบายใหม่ๆ ซึ่งสามารถสนองกับข้อท้าทายทั้งที่เกิดขึ้นแล้ว และที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

      ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา รัฐบาลในหลายประเทศได้นำแนวคิด Innovation Lab เข้ามาใช้ในภาครัฐอย่างแพร่หลาย เพื่อรับมือกับความท้าทายที่แตกต่างกันไป ตามบริบททางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งต่างมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการจัดตั้งที่แตกต่างกันออกไป เช่น Mind Lab ของประเทศเดนมาร์ก มุ่งเน้นให้หน่วยงานภาครัฐ ตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรม ตลอดจนให้องค์ความรู้และเครื่องมือในการสร้าง นวัตกรรม UK Policy Lab ของหราชอาณาจักร มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมมาใช้ในการ วางนโยบายที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง  และ THE Lab ของ ประเทศสิงคโปร์มุ่งเน้นนวัตกรรมในการพัฒนาประสิทธิภาพของภาครัฐในการยกระดับ งานบริการประชาชน เป็นต้น โดยปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐที่จัดตั้งโดย รัฐบาลอยู่ประมาณ 40 แห่งทั่วโลก นับตั้งแต่ Sitra ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นองค์กรเก่าแก่ที่มีอายุครบรอบ 51 ปี ในปี 2561 ที่ผ่านมา จนถึง Seoul Innovation Bureau ประเทศเกาหลีใต้ และ Open Mexico ประเทศเม็กซิโก ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในปี 2555 และปี 2556 ตามลำดับ เพื่อให้ระบบราชการไทยสามารถปรับตัวให้เข้ากับความต้องการได้นั้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์เชิงนโยบายในการพัฒนาประเทศ ในนาม THAILAND 4.0 ซึ่งครอบคลุมประเด็นการพัฒนาระบบราชการให้เป็นระบบราชการ 4.0 ภายใต้การยึดหลักธรรมาภิบาล  เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยเน้น 3 หลักการสำคัญ 1) การสร้างความร่วมมือ (Collaboration) 2) นวัตกรรม (Innovation) และ 3) การทำให้กระบวนงานมีความเป็นดิจิทัล (Digitalization) ซึ่งจะยกระดับไปเป็น Digital Transformation เพื่อให้ภาครัฐนั้นเป็นภาครัฐที่เป็นที่พึ่งของประชาชนและเป็นที่เชื่อถือไว้วางใจได้ (Credible and Trusted Government) 

  “ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมภาครัฐและบริการสาธารณะของประเทศไทย รัฐบาลได้มีการออกแบบ “ห้องทดลองภาครัฐ” ภายใต้ชื่อ Prime Minister Labs (PM Labs) อันประกอบไปด้วย 1. การสำรวจอนาคต (Future Lab) โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเจ้าภาพ ห้องทดลองนี้จะทำการวิเคราะห์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในทุกมิติและจัดทำฉากทัศน์อนาคตของไทยในโอกาสที่สำคัญ  ตลอดจนถึงการให้คำปรึกษาในการปรับเปลี่ยนและพัฒนาองค์กรให้มีศักยภาพ ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ 2. การริเริ่มและทดสอบนโยบาย (Policy Lab) โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นเจ้าภาพ โดยห้องทดลองดังกล่าวจะทำหน้าที่ในการริเริ่มนโยบายใหม่ๆ โดยการเรียนรู้จากแนวทางการปฏิบัติที่ดีของสถานที่อื่นๆ  การทดสอบนโยบายและนวัตกรรมเชิงนโยบายใหม่ๆ (Policy Testing) ตลอดจนถึง ร่วมมือในการวางมาตรการในการถ่ายทอดให้นโยบายนั้นไปสู่การปฏิบัติได้ 3. การออกแบบนวัตกรรมภาครัฐ (Government Lab) โดยสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. เป็นเจ้าภาพ ห้องทดลองดังกล่าว จะช่วยออกแบบบริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพสูงและตอบสนองความต้องการของ ประชาชน โดยการยึดหลักการความต้องการของประชาชนผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางและเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเข้ามามีส่วนออกแบบรูปแบบการให้บริการ ตลอดจนถึงร่วมขับเคลื่อนและร่วมขยายผลให้มีการนำไปใช้ 4. การติดตามนโยบายสำคัญ (PMDU) โดยสำนักบริหารนโยบายของ นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ เพื่อให้สามารถติดตามผลการทำงานเชิงนโยบายของรัฐบาล และสามารถระบุถึงปัญหาและอุปสรรคเพื่อให้การทำงานนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว ห้องปฏิบัติการเหล่านี้รัฐบาลไทยคาดหวังว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบราชการไทยให้สามารถมีความสามารถที่จะรับมือกับข้อท้าทาย และการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอนาคต และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่มีประสิทธิภาพ จากระบบราชการเดิมสู่ระบบราชการ 4.0 และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคประชาชน ทั้งในมิติทางด้านสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม” ดร.สุวิทย์ฯ กล่าว

 นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ในฐานะโฆษก สำนักงาน ก.พ.ร. กล่าวว่า สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ริเริ่มโครงการห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ หรือ Government Innovation Lab (GovLab) ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมงานบริการภาครัฐ เป็นการร่วมคิดออกแบบ (Co-creation) เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ อันเกิดจากภาครัฐ โดยนำแนวคิด Design Thinking ซึ่งจะต้องมีการทดสอบ ทดลอง และนำไปขยายผล อันเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของภาครัฐ โดยใช้แนวคิด  Design Thinking ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การเข้าใจภาพรวม การเข้าถึงความต้องการการพัฒนาและทดสอบแนวคิด และการวางแผนเพื่อนำไปใช้ ในการดำเนินโครงการห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. ได้รับความร่วมมือจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP ประจำประเทศไทยในการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ความรู้ในเรื่องของการสร้างนวัตกรรมภาครัฐแก่ผู้บริหารหน่วยงานและนวัตกรที่ปรึกษา อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานวัตกรรมต้นแบบของโครงการห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ

  “ในปี 2562 มีแผนการดำเนินการห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐจำนวน 5 โครงการ ได้แก่ 1) ด้านการท่องเที่ยว ที่มีการพัฒนารูปแบบการอำนวยความสะดวกให้กับมัคคุเทศก์ในการตรวจสอบใบสั่งงานมัคคุเทศก์  (Job Order) 2) ด้านการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส มีการพัฒนารูปแบบการจัดเก็บฐานข้อมูลผู้ด้อยโอกาสที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการพื้นฐานทางสังคมของภาครัฐ และทำให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อการรับบริการจากภาครัฐ 3) ด้านงานตรวจคนเข้าเมือง มีการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการให้บริการการรายงานตัวของแรงงานต่างด้าว รวมทั้งให้ความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น 4) ด้านการศึกษา ที่มีการพัฒนาแนวทางการเรียนการสอน ให้สอดคล้องกับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ตามกรอบนโยบาย THAILAND 4.0 ที่มุ่งเน้นในเรื่องการเสริมสร้างทักษะ ทัศนคติ ความรู้ความสามารถทั่วไป (aptitude) และความรู้รายวิชา 5) ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ SMEs  ที่มีการยกระดับจากการเป็น SMEs สู่การเป็น Internet Entrepreneur ที่มีความเชี่ยวชาญและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และทำความเข้าใจรูปแบบการทำธุรกิจที่เปลี่ยนไป”

 

เขียนข่าวโดย : นายวรุฒ กิ่งเล็ก

ถ่ายภาพ : นายภูมินทร์ ปั้นเล็ก
ถ่ายภาพวีดิโอ : นายสุเมธ บุญเอื้อ
 
ส่วนสื่อสารองค์กร
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอขอบคุณข่าวจาก http://www.most.go.th/main/th/news/34-news-gov/7826-mostgovlab2019?fbclid=IwAR0jfIk0KFiuJ-Ga7Y225fGTeQ7v4tApVSNeQGe25texfmSNLd-LDfTkjVE





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 17/01/2019 เวลา : 08.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

บทสรุปจากเพจ ดร.สุวิทย์ https://www.facebook.com/drsuvitpage/

ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ... พลิกโฉมนวัตกรรมงานบริการสาธารณะ

เช้าวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมเวทีประชุม "ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ... พลิกโฉมนวัตกรรมงานบริการสาธารณะ" หรือ Government Innovation Lab ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ก.พ.ร. สภาพัฒน์ UNDP และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ที่มุ่งพัฒนางานบริการของส่วนราชการให้สะดวก รวดเร็ว ตอบโจทย์ประชาชน และขับเคลื่อนประเทศไปสู่ Thailand 4.0 ครับ

อย่างที่ผมได้เคยพูดมาตลอดครับว่า โลกเราทุกวันนี้เป็นโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทันใด หรือเป็น Disruptive World ซึ่งหากเราตามไม่ทัน เราก็จะไม่สามารถแข่งขันกับใครๆ ได้ ดังนั้น เมื่อโลกเปลี่ยน ไทยจึงต้องปรับ ครับ

การปรับประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง หรือ Reinventing the Nation เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของรัฐบาล โดยผลผลิตของการปรับเปลี่ยนก็คือ "นวัตกรรม" ซึ่งนวัตกรรมที่เกิดในภาครัฐมีความสำคัญสูง เพราะจะสร้างผลกระทบต่อ "ระบบ" ทั้งหมด และยกระดับประเทศไปสู่การพัฒนาในอีกขั้นหนึ่ง

สำนักงาน ก.พ.ร. สภาพัฒน์ และ UNDP ได้ใช้ Design Thinking เข้ามาปรับเปลี่ยนระบบการบริการสาธารณะให้ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยมากขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อมูลน้ำเกษตรกร ชุดข้อมูลสุขภาพติดตัวผู้ป่วย หรือการลดอุบัติเหตุรถสาธารณะระหว่างเมือง ซึ่งทุกเรื่องล้วนเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย จะทำให้ทุกคนกินดีอยู่ดี และมีความสุขกับการใช้ชีวิตประจำวันครับ

จุดเริ่มในวันนี้ของ Government Innovation Lab เป็นจุดเริ่มที่ดี สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐกำลังปรับตัวไปสู่ความทันสมัย ไม่ล้าหลัง พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกคน จุดเริ่มในวันนี้จะต้องเป็นจุดเปลี่ยนอย่างก้าวกระโดดที่จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนต่อไปครับ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณมาเยี่ยมบล็อก Redribbons07 จากสื่อใด
เป็นสมาชิกบล็อก oknation และอ่านประจำ
94 คน
จาก Icon comment ของ redribbons07
29 คน
จาก forward mail
8 คน
เพื่อนแนะนำ
9 คน
อื่น ๆ
68 คน

  โหวต 208 คน