• respiration
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 30551
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
art & culture
เราสัมผัสศิลปะและวัฒนธรรม ศิลปะและวัฒนธรรมสัมผัสเรา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/respiration
วันจันทร์ ที่ 5 เมษายน 2553
Posted by respiration , ผู้อ่าน : 2254 , 00:10:51 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาพยนตร์เรื่อง Glasses เป็นเรื่องของกลุ่มคนใส่แว่นตาในเกสต์เฮ้าส์บนเกาะแห่งหนึ่งที่ไม่ใช้เงิน ไม่ใช้ชีวิตเร่งรีบ พวกเขาต้อนรับการมาเข้าเยือนของสาวแว่นคนหนึ่งที่ต้องการมาหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

ส่วน Many happy returns เป็นเรื่องของคณะเผยแพร่ศาสนาที่เร่ไปตามที่ต่าง ๆ เพื่อนำเงินมาสร้างศาสนสถาน ด้วยวิธีการเล่นละครตบตาให้ผู้คนมาเชื่อถือ ศรัทธา

และ My Secret Cache (The Secret Garden ก็เรียก) เป็นเรื่องของหญิงสาวที่รักเงินเป็นชีวิตจิตใจ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงิน ทุกขั้นตอนชีวิตของเธอลิขิตไว้ด้วยเงินจำนวนมหาศาล

สุดท้าย เรื่อง Adrenaline Drive เป็นเรื่องของความบังเอิญของสองหนุ่มสาวใจเสาะคู่หนึ่งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ดันมาอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน และฉกเงินล้านจากแก๊งมาเฟียไปแบ่งกัน ต่อมาถูกตามล่าจ้าละหวั่น


เรื่องย่อคร่าว ๆ ประมาณนี้ก็คงจะพบว่ามีคำสำคัญเหมือนกันอยู่คำหนึ่ง นั่นคือ คำว่า 'เงิน'

เงิน เงิน เงิน เงิน

'เงิน' ในภาพยนตร์ทั้ง ๔ เรื่อง มีความหมายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เรื่อง Glasses เงินไม่มีค่าอันใดเลย เรื่อง Many happy returns เ
งินก่อให้เกิดกุศโลบายทางศาสนา เรื่อง My Secret Cache สามารถเปลี่ยนคนหงอย ๆ เซื่องซึมกะโปโลกะโหลกกะลา กลายเป็นคนที่ขมีขมันขยันขันแข็งมุมานะและบ้าบิ่นขึ้นมาดื้อ ๆ และเรื่อง Adrenaline Drive เงินจำนวนมากล้นสามารถทำให้คนเปลี่ยนสถานะทางสังคมและสภาพความเป็นอยู่เพียงข้ามคืน ไม่ว่าเงินนั้นจะมาได้มาอย่างถูกกฎหมายหรือนอกกฎหมายก็ตาม

แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่เงินเท่านั้นที่เป็นจุดร่วมของภาพยนตร์ ๓ เรื่องนี้ ยังมีอย่างอื่นที่เหมือนกันอีก นั่นคือ ได้ยิ้มไปกับพฤติกรรมของตัวละคร แต่ถ้าจะให้คะแนนรอยยิ้ม เรื่อง Glasses ดูจะได้คะแนนยิ้มมากที่สุด รองลงมาก็ My Secret Cache และเรื่อง Adrenaline Drive ส่วนเรื่อง Many happy returns ถึงแม้จะได้อันดับท้ายสุด แต่ก็ได้แย้มยิ้มไปไม่น้อย

การแย้มยิ้มต่อตรงกับความจรรโลงใจ แม้ว่าเรื่อง My Secret Cache จะเป็นเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินจำนวนมหาศาลก็ตาม แต่ประเด็นเรื่องความมุ่งมั่นของเธอก็โดดเด่นกว่าเรื่องเงินมากนัก เพราะท้ายสุดแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ไม่ได้บอกว่าเธอได้เงินจำนวนนั้นหรือไม่ หรือนำเงินนั้นไปใช้ทำอะไร และเรื่อง Many Happy Returns ที่เกี่ยวกับการหาเงินจากผู้ที่ต้องการรักษาโรคต่าง ๆ เจ้าสำนักเผยแพร่ศาสนาไม่สามารถรักษาโรคได้จริง ๆ หรอก แต่โดยกระบวนการแล้วเป็นเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นและแรงศรัทธาของผู้ต้องการรักษาโรค ให้ผู้ต้องการรักษาโรคได้รู้สึกเชื่อมั่น และความเชื่อมั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การปลด ปล่อยศักยภาพในการรักษาตัวเองของผู้ป่วยออกมาใช้ เรื่องนี้ชวนขำเป็นหลัก และเรื่อง Adrenaline Drive ที่ได้เห็นคนเซื่องซึมกลายเป็นกะปรี้กะเปร่าขึ้นมา อันเนื่องมาจากสิ่งเร้าภายนอกที่เรียกว่า เงิน

ขณะที่เรื่อง My Secret Cache ดูมีลักษณะคล้ายภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลาย ๆ เรื่องที่มักจะเน้นความมุ่งมั่นและความพยายามของตัวละครใน การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในสัมฤทธิ์ผล ทางด้าน My Secret Cache แม้ตัวละครหลักอาจจะดู 'หน้าเงิน' หรือระหว่างที่เธอพยายามอาจดูน่าสมเพชบ้าง ดูหน้ามืดตามัวบ้าง แต่เธอก็สามารถทำให้เราลุ้นเอาใจช่วยเธอตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างกับตัวเราเองกำลังจะได้ส่วนแบ่งจากเงินที่ตัวละครได้อย่างนั้นล่ะ

โธ่ ทำไงได้ ก็เธอมันลุ้นขึ้นนี่หว่า

ส่วน
Adrenaline Drive มีเงินเป็นแกนหลักของเรื่อง ทำให้ทุกคนวิ่งไล่ตาม แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครได้เงินนั้นไปครอง และฉากสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตตัวละครทุกตัว นั่นก็คือ การช่วยเหลือชีวิตคนก่อนที่จะคว้าเงิน ไม่ว่าเขาจะอยู่ในฐานะอะไรก็ตาม ไม่ว่าคนธรรมดาหรือยากูซ่า

สรุปว่า ความจรรโลงใจที่ได้จากภาพยนตร์เรื่อง Glasses มีมากที่สุดใน ๔ เรื่องนี้ เนื่องจากในภาพยนตร์เรื่องนี้มีหลายช่วงหลายตอนที่เหตุการณ์ในเรื่องขัดแย้งกับความเป็นจริงที่รับรู้ในสังคมจริง ๆ แต่เป็นความขัดแย้งที่เสียดทานและลดทอนความหยาบกระด้างของทัศนะของตัวเราเอง เช่น ความแช่มช้าที่เหนี่ยวรั้งความเร่งรีบ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่สังเกตได้จากการนั่งม้านั่งเดียวกัน ไม่ใช่แค่การสรรหาคำมาเรียกความสัมพันธ์นั้น การซ้อนท้ายจักรยานที่เป็นเรื่องสำคัญมากของหมู่คณะแทนที่จะเป็นแค่เรื่องธรรมดา ๆ การใช้กระดาษประดิษฐ์เป็นรูป สัตว์เพื่อแลกกับน้ำแข็งไสแทนการใช้เงิน เงินแทบไม่สำคัญเลย รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ในกลุ่มคนของบ้านพักแห่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครบอกว่ามันเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ ขึ้นอยู่กับการสังเกต การถาม และการปรับตัวให้เข้ากับหมู่คณะ ไม่ใช่จารีต ไม่ใช่หลักการที่ต้องทำ ไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์ ไม่มีการลงโทษ หากเป็นวิถีปฏิบัติที่ผู้ที่อยู่แต่เดิมเขาปฏิบัติเช่นนี้กันอยู่แล้วทุกเมื่อเชื่อวัน

และที่สำคัญ ความรู้สึกในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในเมืองอันเร่งรีบ ทำให้เราสามารถพบความรู้สึกเดียวกับตัวละครหลักในเรื่อง ที่ปรารามุมสงบเพื่อเสพรับความสุนทรีย์ มาเพื่อท่องเที่ยวสถานที่สำคัญ ๆ ในละแวกใกล้เคียง อ่านหนังสือที่ลากมาตั้งไกล และก็ได้จริง ๆ ตัวละครหลักได้รับสุนทรีย์ แต่ไม่ใช่สุนทรีย์กับสิ่งที่คาดหวังไว้ล่วงหน้า เธอได้สุนทรีย์ไปกับธรรมชาติที่เป็นอยู่ ณ ขณะนั้น และได้รับสุนทรีย์จากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน เพียงแค่เธอปรับตัวให้เข้ากับสถานที่และความเป็นอยู่ของหมู่คณะให้ได้แค่นั้น เธอก็พบ

เงินที่ไม่ปรากฏผ่านภาพยนตร์เรื่อง Glasses ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เร่งรีบ ไม่หลอกลวง ไ่ม่ไล่ล่า ไม่มายา และไม่อีกหลายไม่ ส่วนภาพยนตร์ ๓ เรื่องที่เหลือ ที่มีเงินเป็นแกนหลักของเรื่องและเป็นสิ่งเร้าของตัวละครก็ทำให้เรื่องราวน่าติดตาม ตื่นเต้น โลดโผน ผจญภัย เงินเป็นปัจจัยเร่งเร้าให้ตัวละครไปสู่การครอบครองและได้มาซึ่งเงิน ด้วยวิธีชิงไหวชิงพริบ ปิดบังอำพราง โกหกมดเท็จ ซ่อนกลต่าง ๆ นานา พร้อมที่จะทำร้ายมนุษย์ด้วยกัน

ภาพยนตร์ทั้ง ๓ เรื่องนี้ ชมผ่านมาแล้วโดยไม่ต้องเสียเงิน ที่โรงภาพยนตร์ JF Theatre ใน Japan Foundation ชั้น ๑๐ อาคารเสริมมิตร ถนนอโศก กรุงเทพฯ การฉายภาพยนตร์ให้ชมฟรียังมีเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ ๔ เรื่องบ้าง ๕ เรื่องบ้าง ภาพยนตร์ที่ฉายอาจจะเป็นเรื่องเก่าบ้างใหม่บ้าง เรื่องที่เก่าก็อาจจะเก่าขนาดที่มันแก่ก
ว่าอายุเรา (ค.ศ.๑๙๖๙) เรื่องที่ยังใหม่ก็เพิ่งลาโรงมาเมื่อ ค.ศ. ๒๐๐๗ นั่นก็คือ เรื่อง Glasses ซึ่งฉายครั้งแรกที่โรงนี้เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ค.ศ.๒๐๑๐

างผู้จัดฉายภาพยนตร์ของ JF Theatre คัดสรรและจัดหมวดภาพยนตร์มาให้ทุกเดือน อย่างเรื่อง Glasses ก็จัดอยู่ในหมวด Life หรือหมวดภาพยนตร์แนวสะท้อนชีวิต ส่วนเรื่อง Many happy returns กับ My Secret Cache จัดอยู่ในหมวด Comedy หรือหมวดภาพยนตร์เบาสมองนั่นเอง

การจัดฉายภาพยนตร์ของ JF Theatre มีรอบวันศุกร์ ฉายตรงเวลา ๕ โมงเย็น และรอบวันเสาร์ฉายตรงเวลาบ่าย ๓ โมงครึ่ง ใครมาเร็วได้นั่งแถวหน้า ใครมาช้านั่งเก้าอี้แถวหลัง เก้าอี้จัดวางระนาบเดียวกัน คนนั่งแถวหน้าจึงนั่งบังคนแถวหลัง การมาช้าจึงหมายถึงการดูหนังแล้วต้องอ่านซับไตเติ้ลภาษาไทยสลับกับอ่านท้ายทอยคนข้างหน้าไปด้วย อ่านแล้วโยกตัวไปทางซ้ายทีขวาทีเพื่ออ่านซับไตเติ้ลให้ครบทั้งแถว แต่หากปรับตัวให้เข้ากับสถานที่สักนิด ไปก่อนเวลาฉายสักหน่อย เราก็จะพบตำแหน่งที่นั่งที่เหมาะที่สุดสำหรับชมภาพยนตร์ ณ โรงภาพยนตร์พิเศษแห่งนี้

เอาหละ ภาพยนตร์เรื่องไหนฉายวันไหน หาข้อมูลต่อได้ที่ http://www.jfbkk.or.th/2009/jftheatre_th.php3











อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
bon09 วันที่ : 06/04/2010 เวลา : 15.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

ขอบคุณค่ะ

ฟังเพลงฟรีได้ที่
http://www.onehitwondercenter.com/

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน