*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 607
  • จำนวนผู้ชม : 649974
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
  • โหวต 198 คน
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2551
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 1778 , 17:24:48 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 10 พฤษภาคม 2551 09:58 น. 


ฟันธงตั้ง OREC ข้าวเกิดยาก.!ชี้ ‘สมัคร’มั่วข้อมูล-ทั่วโลกประณาม

       วงในแฉเหตุล้มโต๊ะ OREC! ระบุ“สมัคร”ปากไว-ได้ข้อมูลมั่วจนถูกทั่วโลกประณาม ขณะที่ “ผู้ส่งออก-นักวิชาการ” ประสานเสียงตั้งกลุ่ม OREC ข้าวเกิดได้ยาก เพราะข้าวแต่ละประเทศคนละเกรดไม่เหมือนน้ำมัน ทั้งต้นทุนการผลิตก็ไม่เท่ากัน ด้าน “ส.โรงสีข้าวไทย” เสนอภาครัฐแจง 4 องค์กรโลกบาล ชี้ราคาข้าวไทยพุ่งเพราะต้องการช่วยชาวนา พร้อมเสนอให้ทั่วโลกรับประกันราคาข้าวไทยหากต้องการช่วยคนจนทั่วโลกมีกิน
      
       เป็นข่าวที่ทั่วโลกให้ความสนใจสำหรับแนวคิดการจัดตั้งกลุ่มของผู้ผลิตและส่งออกข้าวหรือ OREC (Organization of Rice Exporting Countries) ที่ไทยประกาศพร้อมจะเป็นเจ้าภาพในการจัดตั้งกลุ่ม โดยแนวคิดการจัดตั้งกลุ่มดังกล่าวจะยึดเอากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก หรือโอเปก เป็นแบบอย่างในการกำหนดราคาส่งออกข้าวทั่วโลก เพราะประเทศไทยคือผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับหนึ่ง เวียดนามอันดับสอง และ อินเดียอับดับสาม โดยหาก 3 ประเทศรวมกลุ่มกันได้จะมีสัดส่วนการส่งออกทั่วโลกมากกว่า 65% แต่จนถึง ณ เวลานี้แนวคิดดังกล่าวทำท่าว่าจะแท้งแล้ว
      
       ล่าสุด “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันในที่ประชุมรัฐมนตรีกระทรวงการค้าของ 10 ชาติสมาชิกอาเซียนว่าไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลกจะไม่ดำเนินตาม 4 ประเทศ (ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม) และยืนยันจะส่งออกข้าวเพิ่มขึ้นจากที่เคยส่งออก 9.55 ล้านตัน เมื่อปีที่แล้วนี่ก็จะเป็นอีกครั้งที่แนวคิดก่อตั้งกลุ่มORECของไทยไม่มีทางจะเป็นได้จริงอีกครั้ง
      
       แฉเบื้องหลังล้มโต๊ะ OREC
      
       แหล่งข่าวในวงการค้าข้าว เผยสาเหตุรวมกลุ่ม OREC ไม่สำเร็จเนื่องจาก สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศว่า 4 กลุ่มประเทศนำโดย ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนามได้บรรลุข้อตกลงสนับสนุนแนวความคิดไทยให้เป็นเจ้าภาพกลุ่ม OREC เรียบร้อยแล้วทำให้ประเทศอินเดียซึ่งครั้งนี้มีทีท่าว่ารวมกลุ่มกลับไทยต้องถอยห่างออกไปเหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนกับเมื่อ 6 ปีที่แล้วที่อดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้นก็มีแนวความคิดดังกล่าวจึงได้เชิญ อินเดีย จีน ปากีสถาน จีน มาร่วมจัดกลุ่ม OREC ดังกล่าวแต่ครั้งนั้นภายหลังการหารืออินเดียได้ออกมาประกาศว่าไม่ขอเข้าร่วมกลุ่มทำให้แนวความดังกล่าวล้มเลิกไป
      
       ทว่าเหตุการณ์หลังจากที่นายกฯสมัครออกมาประกาศ “หงียน ทาห์น เบียน” รมว.อุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามก็ออกมาปฏิเสธว่ายังไม่ได้บรรลุข้อตกลงใดๆกลับไทยทำให้ไทยถูกชาวโลกมองว่าจะทำการค้าในลักษณะ CARTEL หรือผูกขาดแต่ไม่สำเร็จ
      
       “อยากรู้จริงๆว่าใครเอาข้อมูลหรือเมคข้อมูลให้นายกฯสมัครไปพูดเพราะพูดออกไปอย่างนั้นหน้าแตกระดับโลกซ้ำยังถูกมองว่าเราผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ1 ของโลกจะฮั้วกับอีก 4 ประเทศแต่ไม่สำเร็จ” แหล่งข่าวในวงการข้าวระบุและว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เสียโอกาสที่จะรวมกลุ่มกับประเทศอินเดีย และเวียดนามในการกำหนดราคาข้าวโลกไปอย่างน่าเสียดาย
      
       อ.จุฬาฯฟันธง OREC เกิดยาก.!
      
       ด้าน รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสิรฐ อาจารย์ ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวถึงแนวคิดจัดตั้งกลุ่มORECของไทยว่า ต้องยอมรับว่าแนวโน้มในทางปฏิบัติเป็นไปได้ค่อนข้างยากเพราะการรวมกลุ่มดังกล่าวไม่เหมือนการรวมกลุ่มโอเปกในเรื่องน้ำมัน เพราะข้าวมีหลายราคา มีหลายเกรด แต่ละประเทศก็มีข้าวคนละเกรด อย่างเวียดนามก็ส่งออกข้าวในระดับล่าง ขณะที่ไทยและอินเดียจะส่งออกข้างในตลาดบน (premium ) การรวมกลุ่มจึงมีข้อยุ่งยากมากกว่าน้ำมันที่ใช้มาตรฐานเดียวกันและราคาเดียวกันได้ทั่วโลก
      
       นี่คือโจทย์ใหญ่หากรัฐบาลต้องการจะผลักดันให้เกิดขึ้นจริง อีกทั้งต้นทุนการปลูกข้าวแต่ละประเทศก็ไม่เท่ากันการจะหาราคาสมดุลในการส่งออกให้ทุกฝ่ายยอมรับจึงเป็นอีกเรื่องที่ยากมาก
      
       นอกจากนี้การรวมกลุ่มในเรื่องยางพาราก็เคยหลอกหลอนเกษตรกรมาแล้ว ที่รวมตัวกันขึ้นมาได้ แต่เกษตรกรกลับไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลย มีแต่ตัวแทนภาครัฐและนักธุรกิจเข้าไปจัดการและต่อรองราคา แต่ตัวแทนภาคการเกษตรจริงๆกลับไม่มีตัวแทนเข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมการ ซึ่งหากการตั้งกลุ่มผู้ผลิตและส่งออกข้าวหรือORECขึ้นมาได้จริงๆ ก็เชื่อว่าชาวนาก็จะยังไม่มีโอกาสไปกำหนดราคาข้าวเหมือนเดิม
      
       กำหนด “ราคาข้าว” ร่วมกันไม่มีทาง
      
       แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับ “ชูเกียรติ โอภาสวงศ์” นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศที่มองว่า ความร่วมมือตั้งOREC เป็นไปได้ยาก ซึ่งข้าวต่างจากยางพาราและมันสำปะหลังเพราะข้าวสามารถบริโภคพืชอื่นๆทดแทน ต่างกับน้ำมันที่ขุดเจาะมาใช้เมื่อใดก็ได้ แต่หากการตั้งกลุ่ม OREC เพื่อความร่วมมือกับประเทศผู้ส่งออกช่วงที่ตลาดเป็นของผู้ขายขณะนี้เป็นสิ่งที่ดี แต่ยอมรับว่าความร่วมมืออาจจำกัดเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านราคา, ปริมาณสต็อกของแต่ละประเทศ แต่ปัญหาที่ท้าท้ายที่สุดคือการกำหนดราคาร่วมกันคงทำได้ยากเพราะแต่ละประเทศมีข้าวแต่ละชนิดและราคาก็แตกต่างกัน
      
       “ไม่แน่ว่าสถานการณ์อาจจะกลับสู่ภาวะปกติในช่วงเดือน พ.ย.นี้ก็ได้ จากนั้นทุกประเทศก็จะหันมาแข่งกันขายข้าวเหมือนเดิม ส่วนความร่วมมือOREC น่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้าข้าวซึ่งกันและกัน“
      
       ช่วย ‘ชาวนา’ ลดต้นทุนการผลิต
      
       อย่างไรก็ดีสิ่งที่รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ควรดำเนินเร่งด่วน คือเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น100%ทั้งจากราคาปุ๋ย และ ยาฆ่าแมลงทำให้ราคาข้าวที่สูงขึ้นมากกลับมีราคาต้นทุนการผลิตที่มากขึ้นทำให้กำไรจากการปลูกข้าวจึงเท่าเดิม ส่วนพ่อค้าคนกลางผู้ส่งออกกลับเป็นกลุ่มที่มีกำไรจากการขายข้าวแทน
      
       “หากต้องการช่วยชาวนาอย่างยั่งยืนต้องลงลึกไปถึงต้นทุนการผลิตก่อนที่จะมาช่วยด้านราคาส่งออกเพราะนั่นคือคือฐานรากของประเทศ” รศ.ดร.ณรงค์ ระบุ
      
       โดยปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือข้าวนาปีที่ปลูก 2/3ส่วนของพื้นที่ทั่วประเทศเก็บเกี่ยวหมดแล้วและข้าวเหล่านั้นอยู่ในมือพ่อค้าผู้ส่งออกการขึ้นราคาช่วงนี้ชาวนาจึงไม่ได้ประโยชน์ ขณะที่พื้นที่ปลุกนาปรัง1/3 ของพื้นที่ปลูกทั่วประเทศก็ทยอยเก็บเกี่ยวในการปลูกนาปรังครั้งแรก และเริ่มปลูกนาปรังครั้งที่สองทำให้เกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากราคาข้าวทั่วโลกมีเพียงเกษตรกร 1/3 ที่ปลูกข้าวนาปรังเท่านั้น
      
       ระวัง..!ข้าวในประเทศแพง
      
       ขณะเดียวกันการตั้งกลุ่มประเทศ OREC ที่ถูกต่างชาติประณามว่าเป็นการฉวยโอกาสนั้นก็ค่อนข้างจะเป็นจริง แม้ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทุกประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบ แต่หากขึ้นราคาข้าวที่เป็นเรื่องปากท้องย่อมส่งผลสะเทือนมากกว่าเพราะในกลุ่มประเทศแอฟริกาที่มีประชนชนกว่า 100 ล้านก็กินข้าวแต่ประเทศเหล่านี้อยู่ในฐานะยากจนคงไม่มีเงินที่จะมาพอซื้อข้าวในราคาที่สูงได้
      
       “น้ำมันแพงขึ้นมากก็ไม่ใช้ได้ แต่ข้าวต้องกินทุกมื้อนี่คือสิ่งที่หลายฝ่ายอดห่วงใยไม่ได้”
      
       ปัจจุบันสถานการณ์ของไทยก็ไม่แตกต่างกันเพราะกำลังแรงงานกว่า 37 ล้านคนซึ่งอยู่ในภาคการเกษตรแค่ 15 ล้านคนแต่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมถึง 22 ล้านคน ซึ่งต้องซื้อข้าวกินหากราคาข้าวในประเทศแพงคนกลุ่มใหญ่ของประเทศก็ได้รับความเดือดร้อนด้วยเช่นกัน
      
       ยื่นข้อเสนอต่อ 4 องค์กรโลก
      
       ขณะที่ “ปราโมทย์ วานิชานนท์” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทยเสนอถึงแนวทางช่วยชาวนาไทยว่า ภาครัฐต้องเสนอข้อมูลต่อ 4องค์กรหลักไม่ว่าจะเป็น World Bank, IMF , WTO , UN ถึงสาเหตุที่ไทยต้องการขึ้นราคาในช่วงนี้เพราะชาวนาไทยไม่สามารถแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นได้ ขณะเดียวกันชาวนาไทยก็มีหนี้สินกว่า 80% กว่า 4ล้านครอบครัวที่มีอาชีพทำนา ซึ่งหากองค์กรระดับโลกต้องการช่วยเหลือประเทศที่ยากจนที่ต้องกินข้าวแพง 4 องค์กรนี้ก็ต้องช่วยชาวนาไทยด้วย เพราะนี่คือหลักมุนษยธรรม
      
       อีกทั้งต้องคำนวณต้นทุนการผลิตเสนอไปด้วยว่าต่อไปไทยจะเสนอขายในราคาไม่ต่ำกว่าเท่านั้นเท่านี้เพื่อต้องการให้ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ เพราะเมื่อมีการประกันราคาซื้อชาวนาไทยจะได้หมดภาระหนี้สินนี่คือสิ่งที่ทั่วโลกต้องรับรู้
      
       “ชาวนาไทย อินเดีย เวียดนาม ฐานะยากจน แต่จะให้คนจนเหล่านี้แบกรับภาระปากท้องทั่วโลกโดยไม่ช่วยเหลือเขาได้หรือ ซึ่งไทยต้องตั้งโต๊ะเจรจาไม่ใช้สุมหัว “ฮั้ว” กันแบบที่ทำกันไปต่างชาติจะประณามได้ แต่หากทำตามข้อเสนอนั้นองค์กรชาวโลกจะไม่มีสิทธิ์ประณามไทยได้”
      
       นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย ย้ำว่า รัฐบาลชุดนี้ตั้งโจทย์ผิดในการเสนอรวมกลุ่ม OREC เพราะไม่บอกสาเหตุถึงการขึ้นราคาสินค้าและต้องการช่วยชาวนาไทย หากเปิดโต๊ะเจรจากับประเทศอินเดีย และ เวียดนามรวมกลุ่มกันได้อีกครั้งจะทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยจะสูงขึ้นแต่ต่างชาติรับได้ ขณะที่ชาวนาไทยจะได้ประโยชน์แต่ต้องอธิบายถึงสาเหตุที่รวมตัวกันได้เพราะการรวมกลุ่มแบบนี้ใครๆก็ทำกันแต่ต้องนุ่มนวลให้ชาวโลกยอมรับได้ด้วย
 
http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9510000054133



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
indexthai วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


การพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ..เริ่มเมื่อปี 2000 ..USD อ่อนตัวลงเรื่อยๆ
ทำให้ราคาทองคำ ทองแดง แพลตินัม สังกะสี น้ำมัน ข้าวโพด มันสำปะหลัง ราคายาง...สูงขึ้น
รวมทั้งข้าว และน้ำตาล ก็สูงขึ้นตามมาในตอนนี้

สรุป ..
การสูงขึ้นของสินค้าเหล่านี้ ..
เป็นปฏิบัติการของ Hedge Fund แต่อย่างเดียว
เป็นผลมาจากการอ่อนตัวหรือการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ
ไม่มีประธานาธิบดี หรือนายกรัฐมนตรี ของประเทศใด.. ทำให้มันสูงขึ้นได้
ถ้าผู้นำคนใดอ้าง แสดงว่าไม่มีความรู้ มั่ว

จำได้ไหม ..ก่อนหน้านี้ราคายางอยู่ที่ 18-20 บาทต่อกิโลกรัม
แล้วก็ขึ้นมาที่ 60-90 บาทที่กิโลกรัม
มีการอัดข่าวออกมาในระบบว่าซ้ำๆ ..ซิเนตราเป็นคนทำให้ราคายางสูงขึ้น
ราคายางที่มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ก็สูงขึ้นเช่นเดียวกัน ....ฝีมือซิเนตราด้วยงั้นซิ
เสนอให้.. ซิเนตราเป็นสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ไม่เคยมีมาก่อน

ซิเนตราบอก ..จะชวนอินโด มาเลเซีย และประเทศผู้ปลูกยาง
มากำหนดราคายาง เหมือน OPEC เป็นกำหนดราคาน้ำมัน ....เคยเพ้อเจ้อแบบนี้มาแล้ว

เพราะ USD เป็นเช่นนี้ ..ไม่ต้องทำอะไร ราคายางก็ขึ้นอยู่แล้ว

แต่...

มีการ "สวมรอย" ใช้งบประมาณแทรกแซงราคายาง ..ไม่ทราบว่าหมดไปกี่หมื่นล้าน

หลังจากถูกปฏิวัติ ..
รมว.ปรีดิยาธร เทวกุล รมว.คลังในรัฐบาลสุรยุทธ ..ออกมาแถลง
หนี้คงค้างจากการแทรกแซงราคายาง ..8,000 ล้านบาท

มั่วแล้วได้ชื่อเสียง มั่วแล้วได้เงิน ..ไม่มีใครสงสัยอีก
คนตามไม่ทัน ..หลงไหลเหมือนหลงไหลดารา

โฉเก

รัฐบาลหมัก มาใน อีหรอบเดียวกัน คิดตั่ง OREC ออกมากำหนดราคาข้าว
เพ้อเจ้อ.. ซ้ำรอยเดิม

ไม่มีสาระในการทำงาน ..จึงทำแต่เรื่องไม่เป็นสาระ
ประเทศไทยไม่ได้ดีขึ้นหรอก

(ดูคคห.2 ประกอบ)

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BaCon วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme

ถ้าเรื่องไหนไม่มั่วนั่นสิแปลก !!
สังเกตุดูว่าจะรีบเอาข้อมูลลับมาปูด
กลัวคนทั่วโลกจะรู้ความจริงว่า.. ปกติไม่ค่อยรู้อะไรจริง !!

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
indexthai วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


(ความคิดเห็นท้ายข่าว)
.
.
ความคิดเห็นที่ 15
ทำไมจะเกิดไม่ได้ถ้าทุกประเทศจริงใจที่จะร่วมกันสร้างขึ้นมาจริงๆ เวลาที่ราคาข้าวตกต่ำไม่เห็นหน้าไหนมาช่วยประเทศไทยและเพื่อนบ้านไทยที่ผลิตข้าวเลยนี่นา ถ้าเราจะตั้งกลุ่ม OREC ก็ดีเห็นด้วย ถ้าทำได้นะ !.. สำคัญที่ว่ามันจะทำได้หรือเปล่าแต่ละประเทศมีปัญหาในการผลิตไม่เหมือนกัน ..ได้ผลผลิตแต่ละปีไม่เท่ากัน ..เอาแน่เอานอนไม่ได้..

ทางที่ดีไทยควรจะหันมาพัฒนารูปแบบการทำนาใหม่ดีกว่า โดยเฉพาะเขตภาคอีสานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ทำให้มันจริงๆจังๆเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรไปเลย ( ผลิตให้มันได้ทั้งปีในทุกๆผืนที่ ) ใช่ว่าจะทำไม่ได้นะ งบประมาณน่าจะหามาลงทุนในระบบชลประทานและพัฒนาผืนดินได้ไม่ยาก .. ทุกวันนี้ไทยเองก็ผลิตข้าวได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคเพราะมัวแต่เอาพื้นที่ไปทำการเกษตรอย่างอื่นแทน .. เวลาอะไรดีก็เฮกันไปปลูกพร้อมๆกัน .. อย่างยูคาดีก็เฮไปปลูกยูคากัน พออ้อย พอสำปะรังดี ก็เฮกันไปปลูก ..เป็นอยู่อย่างนี้ ดินเสื่อม น้ำเสื่อม หมด .. ข้าวไทยเราเลยไม่พัฒนาไปถึงไหนสักที ..
ชาวนาไทย
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 14
ประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ของโลกก็จริง แต่ rice ที่ปลูกได้ ยังไม่ถึง 1% ของกลุ่ม gains ที่ชาวโลกเขากินกัน เช่น ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เล่ย์ (เราเรียกว่ามอลล์) ข้าวโอ๊ต ข้าวไรน์

หนำซ้ำยังมีธัญญพืชชนิดเมล็ด ฝักและหัวที่กินอิ่มแทน rice อีกมากมายเช่น ลูกเดือย ข้าวโพด หัวมัน เผือก กลอย มันฝรั่ง ฟักทอง ถั่วต่างๆ

เหตุที่เราส่งออกได้มาก ก็เพราะว่าเรากินไม่หมด และเรา ยัง import สารพัดข้าวและธัญญพืชชนิดอื่นๆเข้ามาด้วย

จีนปลูกข้าวได้มากกว่าไทย 10 เท่า แต่เพราะว่าเขามีคนมากกว่าเรา 16 เท่า และมีคนจนเยอะ ก็เลยไม่พอกิน

ตัวดิฉันเองกินอย่างอื่นๆแทน rice เป็นประจำ ข้าวก็กินแต่ข้าวซ้อมมือ เดือนละสัก 1 กิโล 4 วันก่อนไปซื้อที่คาร์ฟู เจอแต่ข้าวซ้อมมือแดง โดนคิดกิโลละ 65 มิหนำซ้ำ กดคิดเงิน 2 ครั้ง โดนไปกิโลละ 130

2 วันก่อน ไปหาซื้อที่ Central World ชั้น 7 ขนาดเป็นข้าวอินทรีย์ซ้อมมือและข้าวอินทรีย์ชาวเขา กิโลละ 50 บาท
prettypetite
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 13
รัฐบาลไหนสามารถแยกเรื่องข้าวมาทำเป็นวาระแห่งชาติยกระดับชีวิตชาวนา ตั้งเป็น กระทรวงข้าว ดูแลราคา กำหนดราคากลางที่รับซื้อ ดูแลทั้งระบบของข้าวเพื่อให้ชาวนาตั้งรับ หรือชิ่งจังหวะขายในช่วงที่ราคาดีที่สุดได้ รับรองพรรคนั้นได้เข้าสภาเพียบ
น่าทำนะทั่น สส
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 12
ช่วยโรงสี หรือว่าช่วยใครกันแน่
ชาวนา
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 11
ข้าวปลูกได้เรื่อย ๆ คนปลูกยังไงก็ไม่อดตาย แต่จะตายเพราะหนี้สิน ส่วนน้ำมันมันหมดโลกได้ คนขายน้ำมันจึงคิดการนี้ ส่วนคนไม่ได้ทำนาซื้อกินก็บ่นแพง(บ้าน รถ มือถือ แอร์ โฮมเธียเตอร์ ก็ยังต้องผ่อน) ก็มันแพงขึ้นเหมือนน้ำมัน ราคาพอ ๆ กันเลย เบนซิน91 กับข้าวหอมมะลิ 35 บาทกว่า ๆ แล้วความพอดีอยู่ตรงไหน คิดแล้วก็ปลง ๆ จะอดตายวันไหนเราเนี่ย
kengi
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 10
ประเทศไทยเป็นอู่ข้าวของโลกต่อเนื่องกันมานานกว่า ๔๐ ปีแล้ว - - - แต่ ทำไม คนในประเทศจึงกินข้าวแพง ผู้นำมักอ้างเสมอๆว่า เพราะโลกต้องการๆ ๆ ๆ
ส่งออกได้ราคาดี เป็นกลไกของตลาดโลก ไม่เคยพูดว่า
ไร้ปัญญาในการบริหารจัดการ เพื่อคนในชาติเลยทุกยุค
ทุดสมัย

ประเทศซาอุดิ อาระเบีย เป็นแอ่งน้ำมันของโลก Top of the Wold ราคาน้ำมันดิบ จากสิบกว่าเหรียญ ต่อบาร์เรล
พุ่งขึ้นเป็น ๓๐ - ๔๐ - ๖๐ - ๘๐ เหรียญ เมื่อไม่กี่เดือนผ่านมา - - - ณ วันนี้ ๑๓๐ เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรล ใช่หรือไม่ แต่ราคาเบ็นซินตามปั๊ม Super 95
คิดเป็นเงินไทย ๔.๗๐ (สี่บาทเจ็ดสิบ สตางค์) ต่อลิตร !

ข้าวบาสมาตีเกรดสูง (Premium) Basmati จากอินเดีย
ราคาปลีกเมื่อสามสี่เดือนก่อนตก กก ละ คิดเป็นเงินไทย
๕๕ ถึง ๖๐ บาท ณ วันนี้ กก ละ ๑๒๕ บาท

ผู้นำไทยควรจะไปกราบตีนแขก ขอเอาความรู้ และสติปัญญามาบริหาร จัดการเรื่องง่ายๆคือข้าว ที่สมบัติของตนเองแท้ๆ ตั้งแต่ลงมือไถหว่าน จนตักใส่ปาก
Khalid Boonmee
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 9
นักวิชาการเหล่านี้ ไม่เคยทิ้งวิสัยคนไทยไปได้ไม่ว่าจะจบ ดร.หรือสูงกว่า นักวิชาการเป็นอะไรหรือ ก็แค่ไปนักในมุ้งจุดเทียนดู ว่าเป็นอย่างไร แทนที่จะคิดหาว่าวิธีช่วยกันทำกลับบอกว่าอันนี้ก็เป้นไปไม่ได้อันนี้ก็เกิดยาก แล้วให้มันไปทำเองเอาไหม ทำอะไรมันมีอุปสรรคทุกอย่างอยู่แล้ว
ตอนนี้เกลียดนักวิชาการที่ออกมาพูดโน้นนี้ สังคนน่าจะเปี่ลนแปลงเราน่าจะหันมามองกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จทางด้านอาชีพมากกว่านักวิชาเกินเหล่านี้ ขอโทษ พวกนี้แค่ปลูกข้าวทำเป็นหรือเปล่าเคยเห็นควายหรือเปล่าก็ไม่รู้
เกษตรกรล้มเหลวก็มีแต่พวกนักวิชาการที่เข้าไปสั่งสอนเขาแต่พวกเหล่านี้ไม่รู้อะไรเลยมีแต่ทฤษฏีเต็มไปหมด

สุดท้ายเห็นด้วยกับ คห.2
นักวิชาเกิน
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 8
เป็นไงละครับท่านนายก มั่วใชได้เลยครับท่าน ทำประเทศหน้าแตก แถมโดนประนามอีก งามหน้าไหมละครับ ผมกลับไปเลี้ยงแมว ทำโครงไก่ต้มฟักกินที่บ้านเถอะครับ อย่ามาทำให้คนต้องขายหน้าเพราะท่านเลย อายครับ อายจริง ๆ มีนายกแบบนี้
เกียงอุย
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 7
ชาวนามีที่กักเก็บน้ำ มีชลประทานไปถึง น้ำไหล

ตามขอบถนน ไม่อุดตัน พันธ์ข้าวพร้อม ปุ๋ยหมักเอง

ยาสมุนไพรกำจัดแมลงผลิตเอง มีควายเลี้ยง และ

ควายเหล็ก มีเครื่องหยอดข้าว มีเครื่องเกี่ยว มีเครื่อง

สีข้าวและขัดข้าว มีการประกันราคา มีการให้กู้ดอกต่ำ

มีที่ดินตัวเอง มีโกดังที่เก็บ รัฐรับจำนำ อะไรพร้อม

ขนาดนี้ รัฐบาลช่วยให้ความรู้ เตือนเรื่องน้ำที่จะให้

เรื่องดินฟ้าอากาศ น้ำแล้ง น้ำท่วม พายุเข้า รับรอง

ชาวนารวยทุกคน หากไม่โง่ถูกเขาหลอกขายถูก ๆ

ไม่มีพวกจ้องหาเรื่อง ปล่อยแมลง หนู มาทำลายข้าว

มีใบสั่งแต่ไม่ซื้อข้าวชาวนา ใครหนุนเบื้องหลังพวกนี้

โรงสี ผู้ส่งออก ทำประวัติ พวกนี้จะเป็นอาชญากรทาง

เศรษฐกิจในวันข้างหน้ามุ่งทำลายชาติไม่ใช่นำเงินเข้า
ชมพู่
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 6
นายกไทยทำมั้ย... อย่างนี้
เอาท่านชวนกลับมา
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 5
ปากไวเกินไปไม่คิดก่อนพูดแสดงระดับสติปัญญาะวุฒิภาวะ ทำให้แผนการล้มเหลวเรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไปนานๆประเทศรู้แผนเขาก็สกัดทุกวิถีทางเป็นเรื่องปกติ คราวที่แล้วก็มาพูดถึงสถานบันการเงิน ธ.สะเทือนไปตามๆกัน โดยไปฟังคำพูดของฝรั่งบางคนโดยไม่คิดแลมาป่าวประกาศ เดี๋ยวก็เหมือนตอนปี 40 ท่านครับการเมืองในประเทศท่านปากดีแต่ต่างประเทศเหมือนเด็กทารกจริงๆครับ ตามไม่ทันฝรั่งจบเห่ประเทศไทย
...
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 4
เห็นด้วย #2...หนับหนุน หนับหนุน ตั้งได้เปนอานิสงของชาวนาไท
ทุกวันนี้กินข้าวแพงขึ้น แต่ก็เต็มใจ กินแบบหมดจานไม่กินเหลือทิ้ง
อ.จุลา ถ้าฉลาดต้องช่วยคิด ให้เกิด
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 3
OREC คืออะไร
ผมว่า ชาวนาไทยได้รับความยุติธรรมไม่ว่าข้าวจะขึ้นหรือลงสําคัญกว่า
ตอนนี้ชาวนาหลายพื้นที่เดือดร้อนด้วยราคาข้าว ลงไปดูก่อนไม่ดีหรือ
ต่อให้ OREC สําเร็จก็รวยอื้อไป 10 ตระกูล ไปดูราคาตอนออกจากนาให้ได้การประกันและความยุติธรรมก่อนเถอะ
สุวิทย์
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 2
ปชป ครับ น่าจะใช้ วิกฤต นี้ให้เป็นโอกาส

เรื่องข้าวต่างเกรด ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะปัจจุบัน แต่ละประเทศ ขายในราคาแต่ละเกรดของเขาอยู่แล้ว

ประเด็นคือว่า จะรวมตัวอย่างไร ในการเอาข้าวไป เทรดกับประเทศผู้ค้าน้ำมัน ที่ขูดเลือด ประเทศอื่นๆ
ส่วนประเทศที่อดอยาก ก็น่าจะเอากำไรจากประเทศผู้ค้าน้ำมันนั้นไปจุนเจือประเทศที่ยากจนดังกล่าว

นักเศรษฐศาสตร์ และการค้า ของ ปชป มี ลองเอาแนวความคิดนี้ไป ใช้ดู แสดงผลงานในเรื่องที่รัฐบาลทำ เอี้ยอะไรไม่ได้
14 ต.ค.
----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 1
เรื่องข้อมูลไม่แน่น แต่ปากไว นี่ คงปรับปรุงแก้ไขจริงๆค่ะ เห็นด้วย
ผู้หญิงยิงฟัน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

คนอายุมาก ทำงานไม่ได้เรื่อง

เพื่อนๆเรียกไอ้แก่

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
indexthai วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


Rice Futures (ย้อนหลัง 15 ปี)
สังเกตว่าราคามี new high และเล่นกันกว่า 2000 เหรียญต่อตันแล้ว
__________________________________________

การขาดประสบการณ์ทำให้ประเทศไทยไม่ก้าวหน้า
ไม่มีใครกำหนดราคาน้ำมัน ทองคำ ยางพารา ฯลฯ ได้

อย่าเข้าใจผิด OPEC ก็ไม่ใช่เป็นผู้กำหนดราคาน้ำมัน

คนที่กำหนดหนดราคาทุกเรื่อง
เช่นตลาดหุ้น ตลาดเงิน ตลาดเงินตรา สินค้าโภคภัณฑ์ "รวมทั้งข้าว" คือ Hedge Fund

ข้าวไม่ได้ขาดแคลน แต่เนื่องจากมความผิดปกติในค่าเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ราคาทอง น้ำมัน ยาง ข้าว น้ำตาล ราคาสูงขึ้น (สูงขึ้นเพราะค่าเงินเหรียญสหรัฐด้อยค่า)

มิ่งขวัญ สมัคร ...ปากไวเหมือน นายซิเนตรา ...พูดเอามันส์
ที่คิดจะตั้งกลุ่มกำหนดราคายาง โดยขาดความรู้ความเข้าใจ
ซึ่งก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ ไม่มีอะไรเป็นจริงถึงทุกวันนี้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน..จริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน