*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 607
  • จำนวนผู้ชม : 645030
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
  • โหวต 198 คน
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 566 , 20:36:27 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 10:10
http://www.bangkokbiznews.com/home/news/finance/foreign/2009/02/01/news_12259.php

 นายกรัฐมนตรีอังกฤษเรียกร้องให้ผู้นำโลกร่วมกันปฏิรูปสถาบันการเงิน ระบุธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟล้าสมัยแล้ว ควรปรับใหม่

นายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้เรียกร้องผู้นำทั่วโลกให้ปฏิรูปสถาบันการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยที่จะนำไปสู่วิกฤตการเงินโลกเหมือนในปัจจุบัน ชี้ระเบียบการเงินที่ได้มีการจัดตั้งขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านรูปแบบของสถาบันการเงินอย่างธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) นั้นล้าสมัยไปแล้ว ย้ำโลกต้องการระเบียบใหม่และระบบเศรษฐกิจที่ทันสมัย

นายกฯอังกฤษกล่าวต่อไปว่า นานาประเทศต้องช่วยกันสร้างสังคมโลกขึ้นมา และตั้งสถาบันการเงินที่มีประสิทธิภาพ และใช้วิกฤตที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่

บราวน์กล่าวว่า การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความไว้ใจในระบบการเงินเป็นเรื่องที่สำคัญ  เพราะในขณะนี้เรียกได้ว่าเป็นวิกฤตความเชื่อมั่นในระบบการธนาคาร ดังนั้น จึงต้องมีการจัดทำหลักการที่ทุกคนให้การสนับสนุน และยังได้สนับสนุนความคิดเห็นของนางแองเจลา เมอร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีที่เรียกร้องให้มีการจัดตั้งระบบการกำกับดูแลระดับสากล เพื่อควบคุมการกระทำใดๆที่มีความเสี่ยงอย่างไร้ซึ่งความรับผิดชอบในระยะสั้นนี้

ที่ผ่านมา ระบบการธนาคารของอังกฤษก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตเศรษฐกิจจนทำให้รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยเหลือธนาคารยักษ์ใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนอร์ทเทิร์น ร็อค และโรยัล แบงค์ ออฟ สก็อตแลนด์

นายกฯอังกฤษกล่าวว่า นานาประเทศต้องร่วมมือกันเพื่อทำให้แบงค์ปล่อยกู้อีกครั้ง และเตือนประเทศกำลังพัฒนาว่า หากถอนการลงทุนและสินเชื่อ ประเทศเหล่านี้ก็จะได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaniya วันที่ : 01/02/2009 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thailand-my-country


อันที่จริงไม่ว่าเราจะหาทางออกในเรื่องใด

เราจะต้องเข้าใจธรรมชาติของเรื่องนั้นๆ ก่อน

ธรรมชาติของเงินนั้น
ไม่ไหลจากที่ที่มีเงินมากไปยังที่มีเงินน้อย
หากจะไหลก็เพราะใช้ที่ที่มีเงินน้อยเป็นทางผ่าน
หรือไหลไปเพื่อดูดเงินที่มีอยู่น้อยนั้นมาร่วมทางกัน

และเมื่อเงินไหลไปในทิศทางเดียวกัน ต่อเนื่องเชื่อมโยง นั่น คือการปล่อยให้ผู้ถือเงินนั้นอยุ่ในความเสี่ยง เพราะเมื่อเกิดความติดขัดที่จุดใดก็ทำให้เกิดผลกระทบไปทั่ว เหมือนกับเวลาที่เสาไฟฟ้าต้นหนึ่งล้ม ก็ทำให้ไฟดับทั้งตลาด ดังตัวอย่างความล้มละลายของอเมริกา ที่กระทบกระเทือนกันเป็นโดมิโนในทุกส่วนของระบบ

แนวคิดทุนนิยมไม่ได้เป็นปัญหา
แต่ปัญหาอยู่ที่เราตามไม่ทัน
และไม่เข้าใจธรรมชาติของเงิน ดังนั้นไม่ว่าจะปรับโครงสร้าง World Bank หรือ IMF ก็จะไม่ช่วยในการแก้ไขปัญหา เพราะองค์กรทั้งสองก่อตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหากำไรอยู่แล้ว

ขณะนี้ที่อเมริกาเองเริ่มมีการถกเถียงกันมากว่า แนวคิดการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินลงในระบบเพื่อกระตุ้นการบริโภคตามกระแสหลักที่นักเศรษฐศาสตร์หลายรายกล่าวนั้นเป็นทางออกที่ใช่หรือไม่

เริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ที่ผ่านมาเขาปล่อยให้ประชาชนใช้ชีวิตกับมายาภาพหรือเปล่า

ไม่ว่าจะเป็นบ้านและรถที่ต้องผ่อนกันเกือบทั้งชีวิต ในขณะที่ไม่รู้ว่าจะถูกยึดเมื่อไหร่ ยังไม่รวมข้าวของเครื่องใช้ที่ขนซื้อกันมาเต็มบ้าน โดยการใช้เครดิตด้วยความภูมิใจ เพราะนั่นหมายถึงการใช้ชีวิตที่ไม่เพียงแต่ยืนบนขาข้างเดียว ยิ่งกว่านั้นเป็นการยืนอยู่บนนิ้วหัวแม่เท้านิ้วเดียวอีกด้วย ไม่ต้องถึงขนาดมีพายุ ก็ล้มกันระเนระนาด

มีการยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองว่าเขาฟื้นตัวมาได้เป็นเพราะการออมเงิน "Saving" ของประชาชนรายย่อยทั้งประเทศ ไม่ใช่อัตราการเติบโตของตลาดหุ้น หรือการจ้างงาน ตามที่นักทฤษฎีอเมริกาตะโกนบอก

สรุปง่ายๆ ก็เพียงแค่ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า
ทุกครั้งที่เราจ่ายดอกเบี้ย
นั่นหมายถึงกำลังทำให้ผู้อื่นรวยขึ้น

ทุกครั้งที่เราซื้อสินค้าในราคาป้าย (ราคาเต็ม)
นั่นหมายถึงเราเสียเงินในส่วนที่ไม่ควรจะเสีย
หมายความว่าเราโง่

และทุกครั้งที่เราเริ่มมีเครดิต
นั่นหมายถึงเรากำลังปล่อยให้ชีวิตเราอยู่ในกำมือคนอื่น

และแน่นอนเจ้าของสถาบันการเงิน
เจ้าของธนาคาร เจ้าของแหล่งเงินกู้ยืม เจ้าของสินค้า
ต่างต้องใช้กลยุทธิ์ล่อหลอกให้เราไปสร้างความมั่งคั่งแก่เขาทุกวิถีทาง

ดังนั้นความจริงก็คือ
Consciousness : The Missing Ingredient In Economics
เมื่อเราขาดสติ ในการบริหารและใช้จ่ายเงิน
เราก็เจ๊งไปแล้ว
Spiritual Money Management สำคัญที่สุด

แต่อย่างว่ามันไม่ง่าย
ไม่ว่าในประเทศใด หากความมั่งคั่งกระจุกอยู่ที่บริษัทยักษ์ใหญ่จำพวกเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของธุรกิจก่อสร้าง เจ้าของสถาบันการเงิน เจ้าของอุตสาหกรรมอาหาร ผู้จำหน่ายรถยนต์ส่วนบุคคล ธรุกิจพลังงานและการพึ่งพาบริษัทยาต่างชาติทั้งหลาย นี้หมายถึงเราปล่อยให้พวกเรากัดกินและเอาเปรียบพวกเรากันเองเพราะธุรกิจเหล่านี้เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัยสำคัญแห่งการดำรงชีวิต โดยลืมคิดไปว่าในยามสงครามหากผู้คนอดอยาก คนที่มั่งคั่งมากๆนั่นเองที่จะอยู่อย่างลำบาก เว้นเสียแต่ว่าจะเตรียมโยกย้ายถ่ายสมบัติไปอยู่ที่อื่นกันหมดแล้ว

ขอให้ลองมองดูรอบๆ
จะเห็นว่าผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจขณะนี้
ก็นั้นก็คือผู้คนที่ไม่ต้องมีภาระผ่อนบ้าน
ผู้ที่ไม่ต้องมีภาระผ่อนรถ
ผู้คนที่ไม่หลงบ้าสินค้า Brand หรือใช้จ่ายจนเกินตัว
และผู้คนที่รู้จักบริหารการเงินต่างหาก

ถ้าเราไม่เคยคิดก็ขอให้คิดกันเล่นๆว่า
ทำไมเราต้องมาผ่อนบ้าน
ด้วยเงินที่เราหามาทั้งชีวิต
ทำไมเราต้องหาผ่อนรถราคาเหยียบล้าน
เพื่อขับไปติดอยู่บนถนนเป็นชั่วโมงๆ
ทำไมเราต้องมามีชีวิตแบบนี้
ทำไมเราต้องเอาเงินไปเก็บที่ธนาคาร
เพื่อให้เขาเอาเงินเราไปทำอะไรก็ไม่รู้
แล้วใครเป็นเจ้าของธนาคารเหล่านั้น
แล้วเราไม่มีทางแก้ไขมันแล้วหรือ
หรือเพราะเรามันเป็นกบในกะลา
หรือว่าใครเอากะลามาครอบ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 01/02/2009 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน