*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 607
  • จำนวนผู้ชม : 649614
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
  • โหวต 198 คน
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 805 , 16:55:51 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 08:21
http://www.bangkokbiznews.com/home/news/finance/finance/2009/02/02/news_12366.php

เปิดฐานะการคลังพบรัฐบาล "สมัคร-สมชาย-อภิสิทธิ์" โหมนโยบายประชานิยม สำนักงบฯ หวั่นเงินคงคลังไตรมาสแรกปีงบฯ 2552 ติดลบครั้งแรกรอบ 10 ปี

พิษเศรษฐกิจส่งผลการจัดเก็บรายได้ทุกรายการไม่เข้าเป้า เผย 3 เดือนแรกของปี 2552 ต่ำกว่าเป้า 2 หมื่นล้าน ขณะที่รัฐบาลมีภาระขาดดุลงบประมาณถึง 4 แสนล้าน งัดมาตรา 22 พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ กู้เงินนอกหลังกรอบเพดานงบประมาณเต็ม

แหล่งข่าวจากสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ว่า ฐานะเงินคงคลังของประเทศ อาจจะติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่วิกฤติ

ต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 คาดว่าช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2552 เงินคงคลังจะติดลบประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งตัวเลขเงินคงคลัง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2551 (ก.ย. 2551) อยู่ที่ 2.29 แสนล้านบาท และเดือน ต.ค. 2551 ฐานะเงินคงคลังอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท ล่าสุดเดือนม.ค. 2552 เงินคงคลังลดเหลือประมาณ 5.17 หมื่นล้านบาท เท่านั้น

ขณะที่รัฐบาลมีภาระต้องใช้งบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก ทำให้อาจนำเงินคงคลังออกมาใช้ก่อนในกรณีเร่งด่วน เหมือนที่ทำไปแล้ววงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท และหารายได้มาตั้งงบประมาณชดเชยภายหลัง

ที่สำคัญตามหลักการบริหารเงินคงคลัง กรมบัญชีกลางจะต้องสำรองเงินคงคลังไว้หมุนเวียน (ไม่สามารถนำมาใช้ทั้งหมดได้) ช่วงต้นปีงบประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท และสิ้นปีงบประมาณอีก 2.8 หมื่นล้านบาท ที่สำคัญต้องมีเงินคงคลังไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ของรายจ่ายประจำ คาดว่าครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2552 ฐานะเงินคงคลังอาจจะติดลบเป็นครั้งแรก หากรัฐบาลไม่สามารถหารายได้มาชดเชยได้ทัน

เก็บรายได้ภาษีส่งสัญญาณทรุดหนัก

ทั้งนี้เนื่องจากการจัดเก็บรายได้มีแนวโน้ม จะต่ำกว่าเป้าหมาย กระทรวงการคลังประมาณการรายรายได้จัดเก็บภาษีปีงบประมาณ 2552 ไว้ที่ 1.5 ล้านล้านบาท แต่จากภาวะเศรษฐกิจประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้ธุรกิจของภาคเอกชนประสบปัญหาขาดทุน ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมจัดเก็บทั้ง 3 กรม รวมถึงรายได้จากรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งปีกระทรวงการคลัง คาดว่าจะจัดเก็บรายได้ภาษีปีนี้ได้ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 1.75 แสนล้านบาท สัญญาณที่ว่าเห็นได้จากรายได้จัดเก็บเดือน ธ.ค. 2551 ทุกรายการต่ำกว่าเป้าถึง 2.2 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าเป้าหมาย 5 พันล้านบาท

ส่วนการกู้เงินมาชดเชยเงินคงคลังก็ไม่สามารถทำได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 169 วรรคหนึ่ง กำหนดว่าการตั้งงบประมาณเพื่อชดเชยหรือชดใช้เงินคงคลังจะต้องกำหนดแหล่งที่มาของรายได้เท่านั้น หากเป็นเงินกู้มาชดเชยจึงไม่ถือว่าเป็นรายได้

ชี้งบประมาณขาดดุลจริงกว่า 4 แสนล้าน

แหล่งข่าว กล่าวว่าตามกฎหมาย พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 มาตรา 9 ทวิ คือ 20% ของงบประมาณรายจ่าย 1.95 ล้านล้านบาท (รวมงบกลางปี 1.16 แสนล้านบาท) หรือประมาณ 3.9 แสนล้านบาท และมาตรา 9 ทวิ คือ 80% ของยอดชำระคืนต้นเงินกู้ 6.36 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 5.09 หมื่นล้านบาท รวมเพดานที่รัฐบาลสามารถขาดดุลได้ประมาณ 4.4 แสนล้านบาท ขณะนี้วงเงินขาดดุลมาจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาล

ตั้งแต่สมัยนายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงตั้งงบประมาณรายจ่ายปี 2552 ขาดดุล 2.49 แสนล้านบาท บวกงบขาดดุลกลางปีเพิ่มเติมอีก 9.75 แสนล้านบาท เท่ากับขาดดุลไปแล้ว 3.4 แสนล้านบาทแล้ว รวมรายได้สูญเสียจากต่อมาตรการ 6 เดือน 6 มาตรการสมัยรัฐบาลนายสมัคร และนายสมชาย ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท จะทำให้ขาดดุลเพิ่มกว่า 4 แสนล้านบาท

ขณะที่รัฐบาลชุดนี้ ได้ต่ออายุมาตรการ 5 มาตรการ 6 เดือนออกไปอีก เท่ากับต้องสูญเสียรายได้เพิ่มอีก รวมถึงมาตรการภาษีด้านอสังหาริมทรัพย์เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2552 อีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ตลอดจนรายได้สูญเสียการจัดเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมาย เพราะภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอีก ทำให้คาดว่า การขาดดุลงบประมาณ 4.06 แสนล้านบาท

คาดรัฐฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจอีก

“ แม้รายได้สูญเสียจากมาตรการภาษีเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2552 ประมาณ 4 หมื่นล้านบาทจะไปเป็นภาระในปีงบประมาณ 2553 แต่เมื่อรวมขาดดุลเฉพาะในปีงบประมาณ 2552 จำนวน 4.06 แสนล้านบาท ก็เท่ากับวงเงินขาดดุลเกือบจะเต็มเพดานที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 4.4 แสนล้านบาท จะเหลือวงเงินเพียง 3.4 หมื่นล้านบาท แม้จะมีรายได้จากภาษีสรรพสามิตน้ำมันอีก2 หมื่นล้านบาท

ที่ผ่านมามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมา ยังไม่ครอบคลุมถึงภาคการผลิตอื่นๆ รวมถึงการส่งออก ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการใช้เงินเข้ามาสนับสนุนมาตรการเหล่านี้อีก”

แหล่งข่าว ชี้ว่า ในการจัดทำงบประมาณขาดดุลนั้น ตามกฎหมายรัฐบาลสามารถกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ได้ 2.49 แสนล้านบาท และกู้เพิ่มตอนทำงบขาดดุลจากงบกลางปีอีก 9.7 หมื่นล้านบาท (จากวงเงินรวม 1.16 แสนล้านบาทหักที่ชดเชยไปแล้ว 1.9 หมื่นล้านบาท) เท่ากับรัฐบาลกู้เงินเพื่อชดเชยได้เพียง 3.46 แสนล้านบาท จากที่ขาดดุลจริงประมาณ 4.06 แสนล้านบาท ทำให้เหลือวงเงินขาดดุลอีกประมาณ 1.6 แสนล้านบาทที่รัฐบาลต้องหาเงินมาใช้ คงต้องพึ่งเงินคงคลังไปก่อนแล้วตั้งชดเชยภายหลัง

ฐานะการเงินประเทศมีความเสี่ยง

แหล่งข่าว กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม.กู้เงินต่างประเทศเพิ่มอีก 7 หมื่นล้านบาท ตาม พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะพ.ศ. 2548 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 แสดงให้เห็นว่า ฐานะทางการเงินของประเทศอยู่ในภาวะไม่มั่นคง เพราะ พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะมาตรา 22 นี้ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินได้เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงินในกรณีฉุกเฉินนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายประจำและต้องใช้เป็นเงินตราต่างประเทศ ได้ไม่เกิน 10% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี เงื่อนไขดังกล่าวสามารถกู้ได้ไม่เกิน 1.83 แสนล้านบาท แต่มีโครงการที่จะขอใช้เงินกู้ต่างประเทศ 3.80. หมื่นล้านบาท

“ ตอนนี้ฐานะการเงินของประเทศอยู่ในภาวะเสี่ยงมาก ไม่มีความมั่นคง กระทรวงการคลังจึงต้องหาทางออก และเลี่ยงไปใช้พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะ มาตรา 22 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยจะใช้ในกรณีฉุกเฉินประเทศมีปัญหาทางการเงิน และกรอบกู้เงินตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 เกินเพดานไปแล้ว เท่ากับทำให้เครดิตประเทศอาจจะมีปัญหาและมีต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้สูงกว่าปกติ” แหล่งข่าว กล่าว

อ่วมดุลเงินสดธ.ค.51ติดลบ4.3หมื่นล้าน



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
indexthai วันที่ : 02/02/2009 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

เงินคงคลังยุคทักษิณก็เคยติดลบ แต่ขายสินทรัพย์ในพอร์ตกระทรวงการคลังออกมา เช่นหุ้นรัฐวิสาหกิจต่างๆ จึงทำให้มีเงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tutu วันที่ : 02/02/2009 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutu
...tutu...

อุยยยยยย

เห้อๆๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน