*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 607
  • จำนวนผู้ชม : 649648
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
  • โหวต 198 คน
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 1247 , 17:54:23 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


คำแถลงข่าว

เรื่อง  การออกหมายเรียก 21 คน กรณีปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล และอื่นๆ

 

                สืบเนื่องมาแต่กรณีที่ หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับที่ 6665 ข่าวสดรายวัน เพียงฉบับเดียวรายงานว่า “มีรายงาน ข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ซึ่งมีกระแสข่าวต่อมาว่า เป็นการเปิดเผยจากนายตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการท่านหนึ่ง ) เปิดเผยว่า รายชื่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมจะออกหมายเรียกกรณีบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล จำนวน 21 รายประกอบด้วย 1.นายสนธิ ลิ้มทองกุล, 2.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, 3.นายสุริยะใส กตะศิลา, 4.นายสำราญ รอดเพชร, 5.นายสาวิต แก้วหวาน 6.นายวีระ สมความคิด, 7.นายกิตติชัย ใสสะอาด, 8.นายสุชาติ ศรีสังข์, 9.นายพิภพ  ธงไชย, 10.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 11.นายอมร อมร รัตนานนท์, 12.นายศิริชัย ไม้งาม, 13.นายพิชิต ชัยมงคล, 14.นายอำนาจ พละมี, 15.นายประยุทธ วีระกิตติ 16.นายสมบูรณ์ ทองบุราน, 17.นายประพันธ์ คูณมี, 18.นายพิเชฐ พัฒนโชติ, 19.นายศุภผล เอี่ยมเมธาวี 20.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า, 21.น.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์  รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับพล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ 2 แกนนำพันธมิตร ไม่มีชื่อในหมายจับ 21 แกนนำ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมและตั้งข้อหาทั้งพล.ต.จำลองและนายไชย วัฒน์ไปก่อนหน้าแล้ว “  นั้น ต่อมา เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552  เวลา 11.00 น. พลตำรวจตรีอำนวย นิ่มมะโน   รอง ผบ ชน. กล่าวยืนยันว่า “ตนขอยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง โดย 21 คนที่ออกหมายเรียกแล้วนั้นเป็นเหตุการณ์เฉพาะที่ทำการปิดล้อมรัฐสภา ซึ่งศาลปกครองกลางมีคำสั่งออกมาว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบ เป็นการละเมิดกฎหมาย เนื่องจากมีหลักฐานปรากฎว่าทั้ง 21 คนเป็นแกนนำที่นำประชาชนไปทำการปิดล้อมรัฐสภา “นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวจากสื่อมวลชนทั้งโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์รายวันปรากฎออกมาว่า  พลตำรวจตรีอำนวย นิ่มมะโน ได้ทำการข่มขู่ผ่านสื่อทางสาธารณะว่า หากไม่มาตามหมายเรียกจะโดนหมายจับแน่นอน

 

                กระผม ทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ซึ่งเป็นหนี่งในผู้ที่มีรายชื่อ 21 คนดังกล่าว ได้รับทราบเรื่องนี้ผ่านทางการบอกเล่าของผู้คนที่รู้จักกัน ทั้งยังไม่เคยได้รับ “ หมายเรียก “ ดังที่ รอง ผบ ชน.ท่านนี้ได้กล่าวผ่านสื่อมวลชน  หรือได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการตามประมวลกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 1 ลักษณะ 4 หมวด 1 มาตรา 52 – มาตรา 56  แต่อย่างใด

ดังนั้น หลังการใคร่ครวญและหารือผู้รู้แล้ว ผมจึงขอแถลงตั้งข้อสังเกตและให้ความเห็นอย่างเปิดเผย ต่อการปฏิบัติของเจ้าพนักงานและพลตำรวจตรีอำนวย นิ่มมะโน ดังต่อไปนี้

1.    ประเด็น การทำงานของ พลตำรวจตรีอำนวย  นิ่มมะโนและพวก

                                                                                     i.      ความสับสนในขั้นตอนการทำงาน ซึ่งปรากฎความสับสนของข่าวสารมาก่อนหน้าที่ นสพ.ข่าวสดจะรายงานว่าเป็นหมายจับไม่ใช่หมายเรียก เช่น ข้อมูลจากสื่อมวลชนที่ว่า “เล็งขอหมายจับ 21 คนสัปดาห์หน้า

พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รอง ผบช.น. กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่นครบาลทั้งสิ้น 57 คดี เป็นคดีที่พันธมิตรถูกร้องทุกข์กล่าวโทษซึ่งสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 22 คดี ยังสอบสวนไม่เสร็จอีก 21 คดี นอกจากนั้นเป็นคดีที่กลุ่มพันธมิตรผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษสอบเสร็จ 5 คดี ยังไม่เสร็จ 5 คดี ผู้สื่อข่าวถามถึงคดีกลุ่ม พันธมิตรปิดล้อมสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ พล.ต.ต.เอกรัตน์กล่าวว่า ได้สอบสวนพยานกรณีสนามบินดอนเมืองใกล้แล้วเสร็จ จำนวน 247 ปาก สำหรับคดีบุกยึดทำเนียบรัฐบาลสอบสวนพยานไปทั้งสิ้น 546 ปาก แบ่งเป็น 2 คดี คือที่ สน.นางเลิ้งเป็นคดีกบฏ มีผู้ต้องหา 5 คน ส่งสำนวนให้อัยการเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน คดีที่ 2 เป็นคดีร่วม กันบุกรุกสถานที่ราชการอยู่ระหว่างการสอบสวน สาเหตุที่ยังไม่สามารถสรุปสำนวนได้เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานและรวบรวมหลัก ฐานอื่นอีกจำนวนมาก คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าพนักงานสอบสวนน่าขออนุมัติออกหมายจับผู้กระทำความผิดคดีที่สอง รวม 21 รายได้ ซึ่งมีทั้งแกนนำและผู้ชุมนุม “   

ต่อมาก็มีข่าวว่า เจ้าพนักงานออกหมายเรียกทางหน้าสื่อมวลชน ในวันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 และให้รายงานตัวในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2552 นั่นหมายความว่า เสาร์อาทิตย์ หมายเรียก ตามกฎหมายที่ถูกต้อง อย่างเป็นทางการจะเดินทางไปที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งกระผมอาศัยอยู่แบบไหน อย่างไร

ดังจะเห็นจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำกับไว้ “ เพื่อป้องกัน การมั่ว ของเจ้าพนักงานบางคน “  ดังความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  ต่อไปนี้คือ

มาตรา 53 หมายเรียก ต้องทำ เป็นหนังสือ และ มีข้อความ ดั่งต่อไปนี้
                        (๑) สถานที่ ที่ออกหมาย
                        (๒) วัน เดือน ปี ที่ออกหมาย
                        (๓) ชื่อ และ ตำบลที่อยู่ ของบุคคล ที่ออกหมายเรียก ให้มา
                        (๔) เหตุที่ต้องเรียก ผู้นั้นมา
                        (๕) สถานที่ วัน เดือน ปี และ เวลา ที่จะให้ผู้นั้นไปถึง
                        (๖) ลายมือชื่อ และ ประทับตรา ของศาล หรือ ลายมือชื่อ และ ตำแหน่ง เจ้าพนักงาน ผู้ออกหมาย

 

ความสับสนดังกล่าว อาจดูได้จากการออกหมายเรียกโดยละเอียดในลำดับถัดไป คือ

                                                                                  ii.      หมายเรียก และ หมายจับ

ในกรณีที่ทำงานด้วยความสุขุมรอบคอบ ไม่ลุกรี้ลุกรนและยึดมั่นตามหลักแห่งกฎหมายจริงๆแล้ว  เจ้าพนักงานที่มี พลตำรวจตรีอำนวย นิ่มมะโน ควบคุมดูแลอยู่ ควรจะกระทำตามกฎหมาย ดังความดังต่อไปนี้ คือ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 52 การที่จะให้ บุคคลใด มาที่ พนักงานสอบสวน หรือ มาที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือ มา ศาล เนื่องใน การสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้อง การพิจารณาคดี หรือ การอย่างอื่น ตามบทบัญญัติ แห่ง ประมวลกฎหมายนี้ จักต้องมี หมายเรียก ของ พนักงานสอบสวน หรือ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือ ของ ศาล แล้วแต่กรณี

มาตรา 53 ดูได้จากข้างต้น ซึ่งจนบัดนี้กระผมก็ยังไม่เคยเห็นหมายเรียกของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่พลตำรวตรีอำนวยกล้าวผ่านสื่อมวลชนเลย

นอกจากนี้ กฎหมายยังได้กำหนดว่า ต้องคำนึงถึงผู้รับหรือผู้ถูกกล่าวหาว่าจะสามารถมาตามหมายเรียกได้อย่างไร ซึ่งเห็นได้จากมาตรา 54 ต่อไปนี้

มาตรา 54 ในการกำหนด วัน และ เวลา ที่จะให้มา ตามหมายเรียกนั้น ให้พึงระลึกถึง ระยะทางใกล้ไกล เพื่อให้ ผู้ถูกเรียก มีโอกาส มาถึงตามวัน เวลากำหนด ในหมาย

 

มิใช่มากำหนดผ่านทางสื่อมวลชนว่าจะต้องมาถึงวันที่ 2 – 3 มีนาคม 2552  แต่อย่างใด  เท่านี้ยังไม่พอกฎหมายยังได้กำหนดต่อไปอีกว่า  การส่งหมายเรียกต้องส่งให้แก่กระผม คือ ผู้ถูกกล่าวหา ตามมาตรา 55

 

มาตรา 55

การส่ง หมายเรียก แก่ ผู้ต้องหา จะส่งให้แก่ บุคคลอื่น ซึ่ง มิใช่ สามีภริยา ญาติ หรือ ผู้ปกครอง ของผู้รับหมาย รับแทนนั้น ไม่ได้

 

ซึ่งกระผมจะได้รับอย่างไร เจ้าพนักงานต้องคำนึงถึงด้วย  ดังนั้นเพื่อให้เกิดความยุติธรรม กฎหมายจึงบอกว่า

มาตรา 55 / 1

ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้า ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายเรียกพยานโจทก์ โดยมิได้กำหนดวิธีการส่งไว้ ให้พนักงานอัยการ มีหน้าที่ดำเนินการ ให้หัวหน้าพนักงานสอบสวน แห่งท้องที่ เป็นผู้จัดส่งหมายเรียก แก่พยาน และ ติดตามพยานโจทก์มาศาล ตามกำหนดนัด แล้วแจ้งผลการส่งหมายเรียก ไปยังศาล และ พนักงานอัยการโดยเร็ว หากปรากฏว่า พยานโจทก์มีเหตุขัดข้อง ไม่อาจมาศาลได้ หรือ เกรงว่าจะเป็นการยาก ที่จะนำพยานนั้น มาสืบตามที่ศาลนัดไว้ ก็ให้พนักงานอัยการ ขอให้ศาล สืบพยานนั้นไว้ล่วงหน้าตาม มาตรา ๑๗๓/๒ วรรคสอง

 เจ้าพนักงานผู้ส่งหมายเรียก มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่าย ตาม ระเบียบ ที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบ จากกระทรวงการคลัง

 

พร้อมกันนั้น กฎหมายยังได้กำชับไว้เพื่อให้เกิดความชัดเจน เป็นธรรมต่อผู้ต้องหา จึงระบุว่า

มาตรา 56

เมื่อ บุคคล ที่รับหมายเรียก อยู่ต่างท้องที่ กับท้องที่ ที่ออกหมาย เป็นหมาย ศาล ก็ให้ส่งไปศาล เป็นหมาย พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ให้ส่งไปยัง พนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจ ที่มีอำนาจ ออกหมายเรียก ซึ่ง ผู้ถูกเรียกอยู่ในท้องที่ เมื่อ ศาล หรือ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจ ได้รับหมาย เช่นนั้นแล้ว ก็ให้สลักหลังหมาย แล้วจัดการส่งแก่ ผู้รับต่อไป

 

บ่ายของวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ กระผมได้สอบถามไปยังเจ้าพนักงานท้องที่ที่ผมพักอาศัย ตามมาตรา 56 ข้างต้น ก็ยังไม่ปรากฎว่า มี หมายเรียก ดังกล่าวมาถึงท้องที่โคราช 

กล่าวมาจนบัดนี้ เพียงแค่เรื่องหมายเรียกเท่านั้น  ก็แสดงและสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของเจ้าพนักงานชุดนี้ ที่ขาดความรับผิดชอบ  หละหลวมและหมิ่นเหม่ต่อการเกิดความอยุติธรรมเต็มที

                                                                               iii.      การใช้อำนาจบาตรใหญ่ โดยตนเองรู้หรือไม่รู้ตัว รวมทั้งการข่มขู่ผู้ถูกกล่าวหา ผ่านทางสื่อในที่สาธารณะ

เป็นอีกข้อหนึ่งที่พลตำรวจตรีอำนวยและพวก อาจจะไม่รู้ตัว หรือรู้ตัวก็ไม่อาจทราบได้ โดยดูจากได้จากกรณีการออกข่าวอย่างสับสนและวางอำนาจดังที่ได้พรรณาไปข้างต้น และยังได้ทำการข่มขู่อย่างไม่สมควรข่มขู่ ถึงเรื่องการขัดหมาย ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่า ในจำนวน 21 คนนั้นล้วนแต่เป็นผู้ที่มีความรู้ดี ความรู้สูง มีการงานอาชีพ และที่อยู่อาศัยชัดเจนแน่นอน   ทั้งไม่ปรากฎว่ามีผู้ใดเคยหลบหนีหรือไม่เข้าพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรม  คำข่มขู่ดังกล่าว ของ พลตำรวจตรีอำนวย นิ่มมะโน  จึงกลายเป็นเรื่องเกินจำเป็น น่าขำ และก็น่าละอายแก่ใจ

                                                                               iv.      ข้อหา   ซึ่งจนบัดนี้ ในวันที่มีการกล่าวหาผมโดย พลตำรวจตรีอำนวย นิ่มมะโน มีข่าวปรากฎไปทั่วประเทศ ซึ่งหมิ่นเหม่ต่อการเกิดความเสียหาแก่ตัวกระผม  กระผมก็ยังไม่ทราบข้อหาชัดเจน ซึ่งต้องระบุข้อหาไว้ใน หมายเรียกตามกฎหมาย

2.    การออกข่าวทางสาธารณะ โดยเปิดเผย อย่างครึกโครม ก่อนที่จะมีหมายเรียกไปถึงผู้ถูกกล่าวหา   เป็นการกระทำของเจ้าพนักงานที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือละเมิดต่อผู้ถูกกล่าวหา ได้หรือไม่  ตรงนี้ พลตำรวจตรีอำนวยและพวก พึงต้องตระหนักไว้

 

การกระทำดังกล่าวมีอุทธาหรณ์ชี้ว่า กระทั่งการทำงานแบบ ประจำธรรมดา [ routine process ] เช่นนี้ก็ยังสับสนวุ่นวายไร้ประสิทธิภาพ ซ้ำยังอีหลักอีเหลื่อแบบนี้  แล้วจะเอาประสิทธิภาพอย่างไร ไปควบคุมการเคลื่อนไหวของฝูงชนสีแดง ที่ก่อความรุนแรงตามท้องถนนได้  จะเอาขีดความสามารถอันใด ไปควบคุมการก่อความรุนแรงของเจ้าพนักงานจนกระทั่ง มีประชาชนเสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บกว่า 700 คน และพิการอีกนับสิบๆคน 

 

การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้กระผม อาจจะต้องปกป้องสิทธิและเสรีภาพแห่งตนเอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550  กล่าวคือ

·       เกิดความพยายามที่จะกลั่นแกล้งให้กระผมต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาโดยมิสมควร เข้าข่ายตามความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 3 มาตรา 200 วรรค 2    ถ้าการกระทำหรือไม่กระทำนั้น เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษ รับโทษหนักขึ้น หรือต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

·       พยายามป่าวร้องทางสื่อบางฉบับล่วงหน้า และผ่านทางสื่อหลายฉบับในเวลาต่อมา โดยกระผมยังไม่ได้รู้เห็นชัดว่าถูกกล่าวหาหรือมีหมายเรียกถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ดังรายงานทางสื่อที่ยกมาข้างต้น ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 11 มาตรา 326 ผู้ใด ใส่ความ ผู้อื่น ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ น่าจะทำให้ ผู้อื่นนั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้น กระทำความผิด ฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

หรือ มาตรา 328  ผู้ใด ใส่ความ ผู้อื่น ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ น่าจะทำให้ ผู้อื่นนั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้น กระทำความผิด ฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

·       เป็นต้น

 

ทั้งหมด ที่เรียนมานี้ กระผมจะได้หารือและอาจจะแต่งตั้งทนายคือ คุณไพศาล พืชมงคล  คุณสันติ ถิระวงษ์ และทีม เพื่อดำเนินการแสวงหาความยุติธรรม ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง  จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจตรีอำนวย  นิ่มมะโน  ต่อไป

อนึ่ง พลตำรวจตรีอำนวย นิ่มมะโน ในฐานะ รองผบ.ชน อาจจะเป็นหนึ่งในคณะเจ้าพนักงานที่ ปปช. ได้ชี้มูลความผิดในกรณี คดี 7 ตุลาคม 2551   โดยในวันที่ 18 ก.พ.  นายวิชา มหาคุณ กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 เปิดเผยผ่านรายการสภาท่าพระอาทิตย์ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เอเอสทีวี ว่า ในวันที่ 23 ก.พ.นี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะประชุมเพื่อสรุปชี้มูลความผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสลายชุมนุมหน้า รัฐสภา หน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ในวันที่ 7 ต.ค.2551 ว่า มีผู้เกี่ยวข้องระดับใด ที่มีความผิดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งคาดว่า ภายในเดือน มี.ค.นี้จะสามารถเปิดเผยรายชื่อและส่งอัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องได้

“ซึ่ง ข้อมูลที่ ป.ป.ช.ได้รับจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ชี้มูลมีข้าราชการการเมือง ตำรวจ เกี่ยวข้องหลายระดับ ทาง ป.ป.ช.ก็จะนำมาประกอบการพิจารณาชี้มูลความผิดด้วย พร้อมกันนี้ก็จะเรียกบางคนที่ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสอบปากคำไปแล้ว มาให้ปากคำต่อ ป.ป.ช.ด้วยเช่นกัน “ 

ดังนั้นการนำเอาเจ้าพนักงานระดับรอง ผบ.ชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 มาทำหน้าที่นี้ อาจมีผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อกระผมและผู้ถูกกล่าวหาอื่นๆอีก 20  คนได้ จึงต้องขอให้สื่อมวลชนพึงได้พิจารณาต่อไป

 

                                                                                ทันตแพทย์ศุภผล  เอี่ยมเมธาวี

                                                                                วันที่  27  กุมภาพันธ์  2552



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปานเมืองเพชร วันที่ : 29/03/2009 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thongpan

ขอให้กำลังใจให้ทุกท่าน....พรุงนี้จะมีคนไปให้กำลังใจกันครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chedtha วันที่ : 01/03/2009 เวลา : 23.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


สวัสดีครับ อาจารย์ indexthai

ไม่รู้ว่าจะจบลงยังไงเลยครับเรื่องนี้
รับทราบเรื่องราวไว้ก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 28/02/2009 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

คอยดูต่อไปค่ะสนุกแน่เมื่อ ปปช.ชี้มูล

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 28/02/2009 เวลา : 18.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ตำมรวย ไม่รู้กฏหมาย

เพราะกดแต่หมาจนเคยตัว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซันญ่า วันที่ : 28/02/2009 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

อาจารย์ขา.......สวัสดีค่ะ เฮ้อ......

................

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน