*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 607
  • จำนวนผู้ชม : 645566
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
  • โหวต 198 คน
<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2552
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 1463 , 15:59:48 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันที่   

เรื่อง  ขอให้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และหลักนิติธรรม 
กราบเรียน นายกรัฐมนตรี 
                      จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550   มาตรา 3   อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
                       การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม
มาตรา ๔ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง
มาตรา ๖ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้
มาตรา ๖๗ สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา
และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ  ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม
มาตรา 71 บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย
มาตรา 78   (7) ได้กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง รวมทั้งจัดให้มีสภาพัฒนาการเมืองที่มีความเป็นอิสระ เพื่อติดตามสอดส่องให้มีการปฏิบัติตามแผนดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
      
               สภาพัฒนาการเมือง  เกิดจาก พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง  พศ.2551   และ มีอำนาจ หน้าที่   
 วัตถุประสงค์การจัดตั้งสภาพัฒนาการเมือง  ตาม พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง  พศ.2551  มาตรา 5
1. เพื่อพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณธรรม และจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  อำนาจหน้าที่ของสภาพัฒนาการเมือง  ตาม พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง มาตรา 6
1. จัดทำแผนพัฒนาการเมือง รวมทั้งการดำเนินการต่อไปนี้
   ก. จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีภายใต้แผนพัฒนาการเมือง รวมทั้งงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามแผน
   ข. ติดตามสอดส่องและประสานงานกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรต่างประเทศ เพื่อให้มีการนำแผนพัฒนาการเมืองสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเคร่งครัด
2. เสริมสร้างวัฒนธรรมอันดีทางการเมือง วิถีชีวิตประชาธิปไตย และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมืองและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
3. ส่งเสริมและพัฒนาการเมืองในส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันการเมืองและสถาบันทางการปกครอง รวมทั้งดำเนินการต่อไปนี้
   ก. ส่งเสริมการพัฒนาศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม และประสานงานกับผู้ตรวจการแผ่นดิน สถาบันการเมือง องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมและประมวลจริยธรรมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
   ข. ประสานให้สถาบันการเมือง ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ เห็นความสำคัญและร่วมสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการต่างๆ ของหน่วยงานดังกล่าว
4. ส่งเสริมและพัฒนาให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในทางการเมือง รวมทั้งการดำเนินการต่อไปนี้
   ง. ส่งเสริมให้ความช่วยเหลือประชาชน ชุมชนและองค์กรภาคประชาสังคม ให้สามารถใช้สิทธิตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ทั้งในการรับทราบและเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การวางแผนด้านต่างๆ ทั้งระดับชาติและท้องถิ่น การตัดสินใจทางการเมือง การจัดทำบริการสาธารณะและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
   
 

 จากบทบาทหน้าที่ ตามกฎหมายข้างต้น   ข้าพเจ้า พท.พญ.กมลพรรณ  ชีวพันธ์ศรี     สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง   รองประธานคณะประสานและส่งเสริม การเมืองภาคพลเมือง    มีอำนาจหน้าที่ตามพรบ.สภาพัฒนาการเมือง มาตรา  6 (4 )       และฐานะ คณะกรรมการแผนพัฒนาการเมือง
                ใคร่ขอความร่วมมือจากรัฐบาลดังต่อไปนี้

1  จากการที่สภาพัฒนาการเมืองได้ขอ  เสนอโครงการตามแผนพัฒนาการเมือง   จำนวน 1,800  ล้านบาท เพื่อสร้างความเข้มแข็งการเมืองภาคพลเมือง และพัฒนาประชาธิปไตย รวมถึงกิจกรรมอื่นๆตามแผนพัฒนาการเมืองที่ได้ผ่านมติ ครม.ไปแล้วสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์        แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 78 ล้านบาท  
                     ข้าพเจ้าใคร่ขอ ชี้แจงว่า            รัฐบาลและสำนักงบประมาณ   ไม่มีสิทธิ ตัดงบประมาณของสภาพัฒนาการเมือง      เพราะจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550   มาตรา 78   (7) ได้กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง รวมทั้งจัดให้มีสภาพัฒนาการเมืองที่มีความเป็นอิสระ เพื่อติดตามสอดส่องให้มีการปฏิบัติตามแผนดังกล่าวอย่างเคร่งครัด   และ       ตาม พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง มาตรา 6(1).     ก. จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีภายใต้แผนพัฒนาการเมือง รวมทั้งงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามแผน
                          ข. ติดตามสอดส่องและประสานงานกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรต่างประเทศ     เพื่อให้มีการนำแผนพัฒนาการเมืองสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเคร่งครัด
                          เพราะฉะนั้นหากรัฐไม่ให้งบประมาณตามที่สภาพัฒนาการเมืองเสนอ      เท่ากับ  สภาพัฒนาการเมือง      ไม่มีอิสระ     เพราะต้องอยู่ภายใต้สำนักงบประมาณและ ครม.
                  เท่ากับรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ  มาตรา 3   ที่รัฐต้องปกครองตามหลักนิธิธรรม     และไม่สนับสนุนการปกครองระอบประชาธิปไตย     ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และพรบ.สภาพัฒนาการเมืองที่มาตรา 6(1).   
                   การจะอ้างว่าไม่มีงบประมาณ  ถือว่าไม่อาจจะเชื่อถือได้  เพราะมีงบประมาณให้กลาโหม 150,000ล้านบาท    แต่ ของสภาพัฒนาการเมืองเพื่อสร้างความเข้มแข็งการเมืองภาคพลเมือง     และการพัฒนาประชาธิปไตย  กลับให้เพียง 78 ล้านบาท

  ข.   เรื่องพลังงาน  ราคาน้ำมัน และก๊าซ  เรื่องค่าไฟฟ้าเอฟที
   1 การไม่ควบคุมราคาสินค้าตามกฎหมาย  ของคณะกรรมการ กกร.  ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒
2  คณะกรรมการกิจการพลังงาน กำหนด ราคาค่าไฟฟ้าเอฟที  เอื้อต่อเอกชนที่ถือหุ้น ปตท และเจ้าของแหล่งสัมปทาน ก๊าซ 
3 การกำหนดราคาน้ำมันเอื้อต่อเอกชน  โรงกลั่น และปัมพ์น้ำมัน และบอร์ดผู้บริหารปตท และหน่วยงานในสังกัด
4 คณะกรรมการ บอร์ดปตท มีผลประโยชน์ทับซ้อน  ไม่ว่า ตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา
อัยการ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงพลังงาน 
 
 รายละเอียด ดังนี้
                   เนื่องด้วย วันที่  3   กุมภาพันธ์   2552           รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  มีมติคณะรัฐมนตรี  สรุปสาระสำคัญให้       คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ   ได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดสินค้าและบริการควบคุม ปี 2552 ลงวันที่ 3 ก.พ.2552     ได้มีประกาศ สินค้าควบคุมหลายรายการ   ในปี 2552 เช่น          หมวดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม จำนวน 3 รายการ ได้แก่ (1) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (2) น้ำมันเชื้อเพลิง และ (3) เม็ดพลาสติก

แต่คณะกรรมการ ชุดนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒     เช่น 
 1.ปล่อยให้น้ำมันขึ้นราคา  โดยที่พ่อค้าและคนกลาง   ได้ประโยชน์   ปัมพ์น้ำมันรายย่อย ได้ค่าการตลาดแพงเกินไป เช่นเบนซีน 95  กำไร 7 บาทต่อลิตร    (ข่าว กรุงเทพธุรกิจ)   เพราะ ปตท.ไม่ใช่ของประเทศทั้งหมดมีเอกชนถือหุ้นเกือบ  50%    และรัฐบาลถือหุ้น52 % ถือว่าเป็นเสียงข้างมาก  ของบริษัท สามารถกำหนดราคาที่ไม่ใช่ ค้ากำไรเกินควรได้ แต่รัฐบาลไม่ทำ 
 2.ปล่อยให้ราคานมสดแพงทั้งๆ ที่ซื้อราคาน้ำนมดิบ  18 บาท / กิโลกรัม  แต่ราคาขาย  10 บาท / กล่อง 250 cc .  x 4  = 40 บาท      พ่อค้าคนกลางเอากำไรไป  20 บาท  เป็นค่าบริหารจัดการซึ่งถือว่าแพงเกินไป รวมทั้งผลิตภัณฑ์นมต่างๆ    แพงเกินจริง
 3.ปล่อยให้ ปตท.  กำไรราคาค่าก๊าซทั้งๆ ที่ก๊าซเป็นสินค้าควบคุม  และก๊าซผลิตในประเทศไทย
 ขัดรัฐธรรมนูญ  มาตรา  85 (4)    รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้าน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้
 
(๔) จัดให้มีแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอื่นอย่างเป็นระบบ
และเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ทั้งต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสงวน บำรุงรักษา และใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุล

 ประชาชนมีส่วนร่วม และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ  แต่ปัจจุบันมีการออกกฎหมาย  ระเบียบกฎเกณฑ์ให้ก๊าซธรรมชาติ , น้ำมันดิบส่วนหนึ่ง ในประเทศ   แต่กำหนดราคาตามตลาดทั่วโลก          เกิดประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้น ปตท.  ที่มีเอกชนร่วมด้วย
 รวมทั้งราคาก๊าซที่ขึ้นราคาขาย ให้แก่โรงไฟฟ้า  ซึ่งมาเก็บจากประชาชน  ทำให้ประชาชนที่เป็นผู้อยู่ภายใต้ปกครองต้องจ่ายเงินแพงในการที่จะได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ  เพื่อให้กลุ่มผู้มีอำนาจ , กลุ่มทุน , คณะกรรมการบริหาร ปตท. /การไฟฟ้า  ได้รายได้เป็นคนละหลายสิบล้านต่อปี  แต่ประชาชนต้องกู้หนี้ยืมสินมาให้คนเหล่านี้เสวยสุข  เพียงเพราะว่าเป็นชนชั้นปกครอง

และขัดพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒     
มาตรา 25  เมื่อได้มีการประกาศกำหนดสินค้าหรือบริการควบคุมตามมาตรา 24
แล้ว ให้คณะกรรมการมีอำนาจดังต่อไปนี้
                    (1) กำหนดราคาซื้อหรือราคาจำหน่ายสินค้าหรือบริการควบคุมให้ผู้ซื้อซื้อในราคาไม่ต่ำกว่าราคาที่กำหนด หรือให้ผู้จำหน่ายจำหน่ายในราคาไม่สูงกว่าราคาที่กำหนด หรือตรึงราคาไว้ในราคาใดราคาหนึ่ง
                    (2) กำหนดอัตรากำไรสูงสุดต่อหน่วยของสินค้าหรือบริการควบคุมที่ผู้จำหน่าย
จะได้รับจากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการควบคุม หรือกำหนดอัตราส่วนแตกต่างระหว่างราคาซื้อ
กับราคาขายสินค้าหรือบริการควบคุมในแต่ละช่วงการค้า
 
     ประชาชน ได้รับความเสียหาย  ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าไฟฟ้า ,  ราคาน้ำมัน , ค่าก๊าซหุงต้ม , ราคาน้ำนม   สินค้าต่างๆ  ที่ขึ้นแล้วไม่ค่อยจะลง    ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อประชาชนผู้ถืออำนาจอธิปไตย   จึงใคร่ขอความร่วมมือจาก  รัฐบาล   และ คณะกรรมการ กกร..  ให้ ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒       ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา  71,74,3,4,5,6    
3  เรื่องการจัดการศึกษา
  จากการจัดการศึกษาโดยเฉพาะ เรื่องการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ใช้องค์ประกอบซ้ำซ้อนหลายตัวมาก       เพิ่มภาระแก่เด็ก และ ยิ่งเพิ่มการกวดวิชามากขึ้น   สร้างความกดดัน   เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายสูงต่อเยาวชน ผู้ปกครอง     แต่ไม่ได้สร้างศักยภาพเยาวชนในชาติให้เพิ่มขึ้น    ตรงข้ามกลับมีคุณภาพลดลง เช่น  นักศึกษามหาวิทยาลัยปี 1 กลุ่มคณะวิทยาศาสตร์      เกรดเฉลี่ยตกต่ำจาก 1.94   เป็น 1.22      อัตราการพักการเรียน(drop)  วิชาฟิสิกส์ของเด็กปี 1 คณะวิทยาศาสตร์       จากการคัดเลือกโดยระบบ แอดมิชชั่นเมื่อปี พศ .2549   เพิ่มจากเดิมในระบบเอ็นทร้านซ์ สูงถึง สี่เท่า               อาจารย์มหาวิทยาลัยต้องลดมาตรฐานการศึกษาลง     ทำให้สูญเสีย  งบประมาณแผ่นดิน 
 แต่เจ้าของโรงเรียนกวดวิชารวยเอาๆ ธุรกิจกวดวิชาเพิ่มขึ้นจากวงเงิน 6,000 ล้านเป็น  2.5 หมื่นล้าน   คุณภาพการศึกษาในมหาวิทยาลัยลดลง เด็กเรียนไม่ไหวต้องพักการเรียน ลาออกมากขึ้น       
 
  การใช้ GPA    ONET ในการคัดเลือกเข้ามหาลัยคือการบังคับให้เด็กเรียนทุกวิชา ชอบไม่ชอบก็ต้องเรียน      จึงทำให้ผลการสอบ ONET ลดลง  เพราะไม่ได้เรียนในวิชาที่ชอบได้สุดๆ        ต้องเสียเวลาไปเก็บคะแนน GPA    สามปี     และ ONET  จากวิชาอื่นๆ ทุกวิชาเพื่อให้คะแนนรวมเข้ามหาวิทยาลัยได้สูงๆ     
การ กำหนดหลักเกณฑ์ ใน ONET    ให้สอบทุกวิชา ในแปดหมวดสาระ (กว่า20 วิชา)    สอบได้ครั้งเดียวตลอดชีวิต   ถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก  ที่ไทยเป็นภาคีสมาชิกของสหประชาชาติ 
ในปี 2553  ที่จะเปลี่ยนเป็น  ONET  GPAX   GAT PAT   ซึ่งยังคงมีปัญหา เพราะสัดส่วนยังไม่ตรงกับสาขาคณะ   เด็กเก่งสายศิลป์สามารถสอบเข้าเรียนวิทย์ได้   รวมทั้งปัญหาความเชี่ยวชาญในการอ อกข้อสอบแนวคิดวิเคราะห์ยังไม่มี และเด็กไม่ได้ถูกเตรียมมาเพื่อสอบแนววิเคราะห์ จึงเป็นปัญหาให้กวดวิชามากขึ้น เด็กไม่สนใจเรียนในห้องเรียนมากขึ้น
สัดส่วนวิชาที่ไม่ตรงกับสาขาคณะ และ การบังคับให้เด็กเรียนทุกวิชาในแปดหมวดสาระ     โรงพิมพ์หนังสือรวย    แต่ ไอคิวยิ่งเรียนสูงขึ้น ยิ่งลดลง  มีประเทศไหนบ้าง ?????       ทักษะชีวิต และจิตสาธารณะหดหาย  
           แนวทางที่กระทรวงศึกษา  และมหาวิทยาลัยใช้ระบบแอดมิชชั่น   ที่ได้ดำเนินการในขณะนี้ ยังไม่มีผลวิจัยใดๆ หรือหลักฐานใดๆ ยืนยันว่าการเรียนการสอนในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน       หรือการใช้ระบบแอดมิชชั่นแล้วจะเกิดผลดีอย่างไร    มีแต่กลับมีผลการวิจัยพบว่าไอคิวลดลงเรื่อยๆเมื่อยิ่งเรียนสูงขึ้น        
การกำหนดให้มีวิชาสาระมากมายให้เรียน จนสอนและเรียนไม่ทัน รวมทั้งต้องสอบวิชามากมายในการเข้ามหาวิทยาลัย   ข้อสอบเอาเนื้อหาในมหาวิทยาลัยมาออก    และครูที่มีคุณภาพไม่เพียงพอ   เป็นการเอื้อต่อการกวดวิชา โรงเรียนกวดวิชาเพิ่มขึ้นมากมาย แต่ไม่ส่งประโยชน์ใดๆต่อศักยภาพของ เยาวชน       
                       
นายกรัฐมนตรี รู้เรื่องดี     แต่แก้ไขไม่ตรงประเด็น  และล่าช้า   ปล่อยให้เยาวชนอนาคตของชาติถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า      สร้างความเสียหายต่อเนื่อง   และสร้างเกณฑ์ เพื่อเอื้อต่อโรงเรียนกวดวิชา   และโรงพิมพ์ หนังสือ      
ดังนั้นรัฐบาลควร ดำเนินการ 
1  ในปี 2554 ให้ยกเลิกการใช้คะแนน  ONET   และ   GPAX แปดหมวดสาระ  หรือ  ลดการใช้ O-NET  GPAX     เหลืออย่างละ ร้อยละ 10          เพราะ มีผลวิจัยออกมาแล้วว่าสร้างความเสียหาย แก่เยาวชนและงบประมาณแผ่นดิน และอนาคตของชาติ     ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของการประกาศใช้  หรือให้ ONET    GPAX ไปเลย    แต่ใช้เกณฑ์ขั้นต่ำแทน ให้ใช้ ANET 80-90%  ไปก่อนจนกว่า สทศ จะได้วิจัยข้อดีข้อเสีย และแนวการออกข้อสอบที่ได้มาตรฐานไม่ใช่ยังทดลองใช้กับเด็ก  ทั้งที่มีเฉลยผิดบ้างถูกบ้าง ง่ายเกินไปยากเกินไปมั่วไปหมด

2  ตั้งศูนย์วิเคราะห์ความถนัดเด็ก  ตั้งแต่ ม. 1 ถึง ม.3 ซึ่งในประเทศอังกฤษมีศูนย์ ISSCR     เพื่อให้เด็กรู้จักตัวตน และความถนัด ของตนเอง    ซึ่งจะได้ รู้ตัวว่าชอบ ไม่ชอบอะไร จะได้ไม่มีเด็กซิ่ว  ซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน  และเสียเวลาเด็ก
           3   ตั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพมนุษย์แห่งชาติ เพื่อพัฒนาเด็ก  ครู  ผู้ปกครอง ในการเลี้ยงลูกอย่างถูกทาง   ตามพรบการศึกษามาตรา 13 14  โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญทุกฝ่าย แพทย์    นักวิชาการ  นักจิตวิทยา  ผู้นำศาสนา  ฯลฯ ร่วมกันวางแผนพัฒนาประเทศระยะยาว ทั้งระบบการคัดเลือก  การพัฒนาศักยภาพเยาวชน ครู พ่อแม่   การปลูกฝังความรักชาติ จิตสาธารณะ
            4  ให้ยกเลิกการยุบรวมสายวิทย์  สายศิลป์ ให้มีการแยกสายเหมือนหลักสูตรนำร่องปี  2548  สอบONET ทั่วประเทศ ห้าหมวดสาระก็เพียงพอ   เพราะวิชาที่เหลือ สามหมวดสาระ(สุขศึกษา  การงาน และศิลปะ พละ ) เป็น ภาคปฏิบัติมากกว่าทฤษฏี  หากเอาเข้าร่วมสอบเท่ากับ ส่งเสริมการกวดวิชา      ขอโอกาสให้เยาวชนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ  ตามกระแสพระราชเสาวนีย์
           5  ขอให้เยาวชน ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูปการศึกษา  และนโยบายที่มีผลกระทบต่อประชาชนตามรัฐธรรมนูญ  และตามพระราชกระแสพระราชดำรัสในหลวงที่ให้ช่วยกันทำ และอย่าเบียดเบียน กัน
            6 ขอให้รัฐมีความรับผิดชอบหาก เด็กยากจนคนใด ไม่ได้เรียนหนังสือ  จนจบมัธยม สาม   และหากจบประถมปีที่ 6 ต้องอ่านออกเขียนถูกต้อง
              7  ขอให้มีการปลูกฝังการกระทำความดีต่อเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ    โดยปรับเปลี่ยนวิธีสอนของครูด้านภาษาไทย และศาสนา  ทั่วประเทศ   โดย รายละเอียดตามเอกสารแนบ
              8 ค่าสอบ GAT PAT  200 บาทต่อครั้ง และรับตรงไม่เกิน 20 % บกเว้นเขตพื้นที่   ค่าสมัครรับตรงไม่เกิน 500 บาท
            
ง  ขอให้รัฐบาลประกาศให้มีตัวชี้วัดธรรมาภิบาล  และประชาธิปไตย ในองค์กรและหน่วยงานรัฐทุกแห่ง 
โดยมีผลต่อเงินรางวัล   เช่น สถานที่ราชการทุกแห่งต้องอนุญาตให้ประชาชนสามารถใช้ห้องประชุม ได้ ยกเว้นหน่วยงานความมั่นคง  และต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาท้องถิ่น 

จ.ขอให้รัฐบาลเด็ดขาดในการปราบปรามยาเสพติด ลงโทษ สถานหนักหากผู้เกี่ยวข้องเป็นข้าราชการ  เพราะปัจจุบัน  ปรากฏชัดว่า เด็กอายุ 14-19 ปี ติดยาเสพติดมารักษากับสถานพยาบาลมากสุด    ดังนั้นต้องเร่งดำเนินการทั้งเรื่องการจัดการเรียนการสอนที่ทำอย่างไรไม่ให้เด็กติดยามากที่สุดซึ่งคงต้องเน้นไปที่พ่อแม่ผู้ปกครอง  ในการเลี้ยงลูกอย่างถูกวิธีคือรู้จักจิตวิทยาเด็ก และมีเวลาให้เด็ก    และปลูกฝังความชั่วดีตั้งแต่เล็กๆ ทั่วประเทศ
  จ. ขอให้รัฐบาล มีองค์กร เซ็นเซอร์นิยายหลังข่าว  รวมถึงเกม  และการ์ตูน ต่างๆ  ในเรื่องของการผิดวัฒนธรรมประเพณีไทย และความคิดชั่วร้ายของตัวละคร รวมทั้งภาพการแต่งกายที่ไม่เรียบร้อย   ออกสู่สาธารณะ
                    เนื่องจากมีการเลี่ยนแบบดารานักแสดงของเด็กและวัยรุ่นซึ่งสร้างความเสียหายตามมาอีกมากมาย

   ดังนั้น ข้าพเจ้า จึงขอใช้สิทธิ   ตามบทบาทหน้าที่ ของสมาชิก สภาพัฒนาการเมืองในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ    มาตรา    6(1),  (4)    และตามรัฐธรรมนูญ                     ขอความกรุณาจากรัฐบาลในการปฏิบัติตามกฎหมาย  เพื่อยังประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติ และประชาธิปไตย         
     
 
                               ขอแสดงความนับถือ

                  พท.พญ.กมลพรรณ   ชีวพันธ์ศรี   
                                  สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง   



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Cat@ วันที่ : 28/09/2009 เวลา : 04.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

อืมม์
เป็นจดหมาย ที่ ..เข้มข้น

...

ว่าง
เชิญนะค่ะ
คิดถึง
แม่บ้าน ยุคใหม่ ติดคอมฯ
เชิญจีะ
ตอน


* มาแล้ว นักศึกษาสาว จาก ประเทศอังกฤษ
Cat@

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 25/09/2009 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน