• นพพลroadside
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noppon.t@irpc.co.th
  • วันที่สร้าง : 2016-08-29
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 10928
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
เรื่องเล่าข้างถนน
ทุกที่มีเรื่องเล่า ทุกเผ่าพันธุ์มีตำนาน เรื่องของผมเล่าจากข้างถนน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/roadsidstory
วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม 2559
Posted by นพพลroadside , ผู้อ่าน : 691 , 09:49:22 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ni_gul , แม่หมี และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

13. จักรยานที่หน้าร้านชานมไข่มุก

“  ทุกที่ที่เราหยุดพักระหว่างการเดินทาง คนๆแรกที่เราพบคือตัวของเราเอง ”

                                                                                             โยอาร์ เบน ซี : การเดินทางของเจค็อบ

.

     ถนนที่ออกจากตัวแหลมสู่อำเภอปากพนังมีความยาวร่วม20กิโล ซ้ายมือเป็นทะเล ขวามือเป็นป่าโกงกาง ป่าชายเลนและดงต้นจากที่นำมาใช้ทำขนมและน้ำส้มสายชู บ้านบางหลังถูกติดป้ายว่า ”โดนยึด” เนื่องจากรุกล้ำที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแหลมตะลุมพุก เมื่อพ้นจากเขตรักษาพันธุ์ฯ ก็ผ่านบ้านเรือนชาวบ้านเป็นระยะ นากุ้งมีให้เห็นทั่วไป บางที่ก็กลายเป็นนาร้าง  ที่นี้มีงูเยอะมาก ซากงูจึงมีให้เห็นบ่อยครั้ง บางซากน่าจะเพิ่งโดนเหยียบตายสดๆ บางซากน่าจะตายมานานแล้ว และบางซากผมต้องหยุดรถดูด้วยความสงสัยว่ามันเป็นงูอะไร เพราะตัวมันใหญ่มาก

     “น่าจะงูเห่านะตัวเบิ่อเร่อ  นั่นไงแม่เบี้ย“  ผมยื่นเท้าลองเขี่ยดูว่ามันตายจริงหรือเปล่า

     “ ซนจริงๆพ่อใครหว่า “  เพื่อนแซว

     ตลอด5 วันที่ผ่านมาซากงูเป็นภาพที่เจอจนชินตาเล็กบ้างใหญ่บ้าง สดบ้างแห้งบ้าง เสียดายที่ไม่ได้จดบันทึกเอาไว้ว่ามีกี่ตัวที่ตายข้างถนน แต่เท่าที่ประมาณคร่าวๆอย่างน้อยวันละประมาณ10ตัว รวมแล้ว5วันน่าจะ50ตัว

     “ตัวที่ผ่านมาเมื่อกี้น่าจะกะปะ เพราะคอมันแดง แถวบ้านผมเขาเรียกกะปะคอแดง”

     แดดอ่อนโยนส่องกระทบหาดทรายขาวนวลตา คลื่นหน้าร้อนละลอกแล้วละลอกเล่าค่อยๆสาดซัดชายหาด มันกำลังทำหน้าที่กวาดและเกลี่ยเม็ดทรายที่มันได้ชะล้างลงมาเมื่อมรสุมที่แล้วให้กลับคืนสู่หาดดังเดิมตามวงจรของธรรมชาติ หาดทรายหน้านี้จึงดูกว้างและเนียนตาเป็นอย่างมาก ทะเลควรมีหาดทราย คือความสุขยามจ้องมอง พื้นที่ส่วนรวมที่ทุกชีวิตควรจะสามารถเหยียบย่างอย่างมีความสุขที่นั้น

     แต่หาดที่นี้กลับโดนทำร้ายด้วยก้อนหินอัปลักษณ์มากมายที่สร้างลงไปบนหาด สิ่งที่เห็นวันนี้เป็นเพียงซากเม็ดทรายที่รอวันสูญหายไปจากชายหาด ชายหาดแถวนี้กำลังจะตาย และบางที่ตายไปแล้ว

.

     เมื่อปั่นพ้นจากเขตของแหลมตะลุมพุก  เราเจอทางแยกเลี้ยวขวาไปอำเภอปากพนัง  เพื่อนแสดงความดีใจล่วงหน้าที่ครั้งนี้เราจะสามารถปั่นจนจบทริปได้สวยงาม โดยไม่มีอาการบาดเจ็บหรือต้องโบกรถเหมือนเช่นหลายทริปที่ผ่านมา          

     อำเภอปากพนังมีตึกที่เขาสร้างเอาไว้ให้นางแอ่นอยู่อาศัย ตึกเหล่านั้นไม่มีหน้าต่าง เจาะเพียงรูเล็กๆให้นกบินเข้าออกได้ ความสูงของตึกมีตั้งแต่  4 ชั้นไปจนถึง10ชั้น  จากข้อมูลที่เคยรู้มา ข้างในนั้นมืดและชื้น เพราะเขาออกแบบให้ใกล้เคียงสภาพธรรมชาติมากที่สุด ให้นกได้อยู่สบายที่สุด เราเจอตึกลักษณะนี้ประมาณเกือบ10ตึกในเขตอำเภอปากพนัง ไม่นานเราก็เริ่มออกสู่นอกเมือง บนเส้นทางที่ออกจากอำเภอปากพนังมุ่งสู่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เราแวะพักร้อนที่ร้านริมทางร้านนั้น

     ดวงอาทิตย์บ่ายสองโมงเพิ่งเริ่มทำมุมเฉียงออกจากศีรษะเล็กน้อย  กระจกเงามองหลังของมอเตอร์ไซด์บางคันที่จอดหน้าร้านสะท้อนแสงแยงตา มอเตอร์ไซด์รับจ้างปากซอยนั่งหลบร้อนอยู่ใต้ต้นไม้ รวมถึงหมาบางตัวที่นอนหลบร้อนอยู่ตรงนั้น คนขายไอติมสั่นกระดิ่งเรียกหาลูกค้าปั่นสวนทางเราไป ร้านชาไข่มุกและขนมหวานร้านนี้ปลูกเป็นเพิงหลังคาสังกะสี หลังคาของมันสะท้อนแสงโดดเด่นริมถนน เราเห็นมันมาแต่ไกล แม้บ่ายวันนั้นอากาศจะร้อนมากแต่ไม่ใช่ภาพลวงตาแน่นอน

     ขวดชาไข่มุกผงหลากสีจัดวางตรงหน้าร้านดึงดูดสายตาลูกค้า เสียงช้อนกับก้อนน้ำแข็งกระทบกันในขณะคนขายตักน้ำแข็งใส่เครื่องปั่น ผมเดินเข้าไปนั่งในร้าน ถอดแว่นกันแดด ตอนถอดหมวก ตอนเอามือลูบหัวรู้สึกว่ามันแสบร้อน หนังหัวแสบร้อนมาหลายวันแล้วนับแต่ออกเดินทาง เพราะผมทรงสกินเฮดที่ตัดสั้นติดหนังหัว ผมและเพื่อนสั่งชานมไข่มุกมาและขนมหวานมากิน กินชานมไข่มุกแก้กระหายหมดไป2แก้ว ขนมหวานอีก2ถ้วย รสชาติของมันหวานหอมอร่อยชื่นใจคลายร้อนได้ทุกครั้ง เรานั่งพักจนหายเหนื่อย เย็นตัวเย็นใจเรี่ยวแรงกลับคืน ผมยังอยากนั่งต่ออีกสักชั่วโมง แต่ก็ต้องไปต่อ เรายังคงต้องออกไปผจญกับแดดร้อนบนถนนต่อจนกว่าจะถึงสถานีขนส่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช

.

     จักรยานคันนั้นจอดทิ้งไว้หน้าร้าน ท่ามกลางแสงแดดคราบฝุ่นผงจับที่เฟรมจักรยานมองเห็นชัดเจนตา สีน้ำเงินเข้มลอยเด่นสะท้อนแสงออกมา แสงยามบ่ายส่องกระทบซี่ล้อแวววาว แม้มันจะดูใหม่ แต่ร่องรอยขูดขีดอันเนื่องจากการใช้งานระหว่างการเดินทางก็มีปรากฏอยู่โดยทั่วไป สีเหลืองของหนังยางรัดสัมภาระท้ายรถด้านที่โดนรังสีแดดมาตลอด5วัน มันซีดลงถนัดตา  ผมซื้อจักรยานโครงเหล็กคันนี้มาเพื่อใช้ในการปั่นออกกำลังกายและเดินทาง ผมปั่นจักรยานอย่างหลงใหล เหมือนเด็กคนหนึ่งที่หลงใหลของเล่น  ปั่นอย่างหนักหน่วงเพื่อทะลุขีดจำกัดของตัวเองบนหลังอาน เท่าที่ความสามารถของคนธรรมดาคนหนึ่งจะทะลุทะลวงไปได้ เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก หลังเกิดอุบัติเหตุเอ็นไขว้หน้าเข้าซ้ายขาดกระจุยจากการเล่นฟุตบอลตอนอายุสิบแปด ผมก็ต้องทำใจให้ได้ว่าสภาพร่างกายไม่เหมาะกับการเล่นกีฬาหนักๆที่ต้องอาศัยแรงปะทะอะไรได้อีกแล้ว แม้ว่าจะผ่าตัดมาแต่ก็กลับไปเล่นอีกไม่ได้แล้ว

     แต่แม้จะปั่นหนักและเร็วแค่ไหนจนถึงวันนี้บนหลังอานผมไม่เคยประมาท บางครั้งปั่นบนเส้นทางที่ไม่ราบเรียบถ้ามองแล้วว่ามันเสี่ยงเกินที่จะปั่นฝ่าไป ผมหยุด เพื่อนที่ชำนาญและร่างกายสมบูรณ์พวกเขาข้ามมันไปอย่างง่ายๆ ส่วนผมเลือกที่จะเดินจูงจักรยาน ผมไม่เคยล้ม

     แต่ชีวิตจริงผมล้มบ่อย ทั้งในความหมายที่ล้มแล้วได้แผลตามเนื้อตัว รวมถึงล้มจนได้แผลทางใจ ไล่นับกันตั้งแต่เด็ก  ล้มเล็กๆน้อย  แค่หัวเข่าถลอกปอกเปิก บางทีวันดีคืนดีเดินเหยียบตะปู3นิ้วที่รั้วบ้านเพื่อน เดือดร้อนพ่อต้องใส่ยาแดงทำแผล ก่อนพาผมนั่งเวสป้าไปฉีดยากันบาดทะยัก อันนั้นแค่เจ็บธรรมดาๆ

     ขั้นสาหัสก็นอนโรงพยาบาล  เมื่อเดินข้ามถนนตอนค่ำ  ขวามือมีรถบัสจอดบังอยู่ ด้วยความรีบร้อนชะโงกหน้าออกมามองรถเตรียมตัวจะเดินข้ามถนน เพียงก้าวแรกที่สืบออกไป กรามของผมสัมผัสกับหลังคารถกระบะอย่างเหมาะเหม็ง กรามหัก ฟันโยกทั้งปาก ถ้าหากผมก้าวเท้าเร็วกว่านั้นอีกสักหน่อย ผมอาจตายไปแล้ว 1ชั่วโมงต่อมาผมพบตัวเองนอนอยู่ในห้องฉุกเฉิน  หลังออกจากห้องผ่าตัดหมอจัดการเอาลวดมัดยึดฟันทุกซี่ รวมถึงดามยึดกรามไว้ด้วย พูดและกินเข้าไม่ได้อยู่2เดือนเต็ม  แม่บอกภายหลังว่า...คืนนั้นพ่อยืนน้ำตาซึมขณะรอผมหน้าห้องฉุกเฉิน

     สองปีต่อมา ขณะเท้าเลี้ยงบอล เพื่อนเข้ามาปะทะทางด้านหลัง ผมล้มลงด้วยความรู้สึกว่าหัวเข่าข้างซ้ายบิดเป็นเลขแปด เส้นเอ็นไขว้คู่หน้าหัวเข่าขาดกระจุย หมอห้ามเตะบอลตลอดชีวิต  ครานั้นเด็กหนุ่มอายุ18ร้องไห้ลั่นซอย หลังรู้ชะตากรรมของหัวเข่าตัวเอง เขาหมดโอกาสเล่นฟุตบอลและเล่นกีฬาหนักๆได้อีกตลอดชีวิต เขาใช้คำพูดปลอบใจของพ่อและแม่แทนผ้าเช็ดหน้า

     เข้ามาเรียนกรุงเทพ  ปีแรกผมพบว่าวิธีคิดของผมเข้ากันไม่ได้กับวิถีเมืองหลวง บางขณะมันเหงาจับจิต บางความคิดเบื่อจับใจ เรียนที่กรุงเทพผมไปไหนไม่ถูก  ขึ้นรถเมล์เป็นอยู่สายเดียวคือสาย21ซึ่งผ่าน สยาม มาบุญครอง หัวลำโพง คลองถม และพอปิดเทอมกลับบ้าน  ผมเอาใบเกรดมาให้แม่ดู มีแต่ “C” เป็นส่วนใหญ่

     “  เทอมหน้าตั้งใจใหม่นะลูก  ”  แม่พูดกับไอ้หนุ่มผมยาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

     เส้นทางชีวิตของใครจะราบเรียบไร้อุปสรรค? มันก็เหมือนเดินอยู่บนเส้นทางลูกรัง ขรุขระบ้าง ราบเรียบบ้าง ฝุ่นผงเข้าตาบ้าง สะดุดก้อนหินหกล้มก็มากมาย มีมากแผลสดที่เกิดและหลายแผลเป็นที่ทิ้งรอยไว้ไปจนกว่าจะเติบใหญ่กร้าวแกร่งในเส้นทางจนเต็มคน

     นับตั้งแต่ต้องจากบ้าน เรียนจบและก็ทำงาน ผมกลับบ้านทุกปี ทุกครั้งที่กลับมา ผมจะนั่งๆนอนอยู่กับบ้านไม่อยากออกไปไหน นั่งๆนอนๆอ่านหนังสือ ดูพ่อเดินไปแม่เดินมาทั่วบ้าน ความสงบร่มเย็นปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณบ้านทุกจุดที่พ่อและแม่ย่ำเดิน  โต๊ะตัวเดิมที่เคยนั่งอ่านหนังสือเรียนเคี่ยวกรำตัวเองยังคงถูกเก็บไว้อย่างดี แม่ยังมีแรงปั่นจักรยานคันเดิม ยิ่งพักหลังป้าสองคนซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่ย้ายมาอยู่ใกล้กัน ทุกเย็นป้าทั้งสองและแม่จึงชวนกันออกไปปั่นจักรยานออกกำลังกายกันทุกเย็น มอเตอร์ไซด์เวสป้าของพ่อยังส่งเสียงทุกเช้า พ่อขี่มันไปกินกาแฟทุกวัน เสียงมันยังเหมือนเดิม เสียงที่ไม่เหมือนรถคันไหน เหมือนเมื่อครั้งที่ผมและน้องอีก2คนนั่งซ้อนท้ายไปโรงเรียน

     การกลับบ้านหนนี้ มีเวลาอยู่ที่บ้านแค่ช่วงสั้นๆนับดูแล้วก็16ชั่วโมงเท่านั้น ความรู้สึกยามจอดและเข็นจักรยานเข้าบ้าน ไม่ต่างอะไรกับยามจอดจักรยานหน้าร้านน้ำแข็งใสหรือร้านชานมไข่มุก ร้อนรุ่มมาจากถนนชีวิตเส้นไหนก็ตาม ยามเมื่อเข้าสู่ชายคาบ้านกลับผ่อนคลายสบายใจ ปราศจากความรุ่มร้อนทั้งปวง น้ำเสียงและรอยยิ้มของแม่เหมือนดั่งถ้วยน้ำแข็งถ้วยใหญ่ ราดนม โรยหน้าด้วยขนมปังและถั่วแดง  กินทีไรชื่นใจหายเหนื่อยเมื่อนั้น

     ครั้งนี้แม้มีเวลาไม่มากที่ได้พักที่บ้าน แต่เวลามากน้อยไม่ใช่สิ่งสำคัญ  ก็บ้านผมมันไม่ต่างจากร้านน้ำแข็งใส ที่สามารถพบและแวะได้ตลอดการเดินทางของชีวิต มีพ่อเป็นเจ้าของร้าน มีแม่คอยต้อนรับลูก(ค้า) ยามเดินออกจากร้านน้ำแข็งใส กำลังและเรี่ยวแรงกลับมาเช่นไร วันเดินออกจากบ้าน กำลังใจก็กลับคืนมาไม่แตกต่างกัน

     17 กพ.บ่ายสองโมงกว่าผมพบตัวเองอีกครั้งบนหลังอานจักรยาน ความสดชื่นและเรี่ยวแรงกลับคืนมา  ทิ้งร้านชานมไข่มุกไว้เบื้องหลัง  เรากำลังปั่นจักรยานมุ่งหน้าสู่สถานีขนส่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ผมหวังว่าจะมีโอกาสได้แวะกินน้ำแข็งใสอีกสักครั้ง ก่อนขึ้นรถทัวร์กลับชลบุรี

 

................................END.....................................  

ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านจนครบ13ตอน คราวหน้าพบกันใหม่ครับ  

     




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่หมี วันที่ : 04/10/2016 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

โอ้โฮ...กว่าจะถึงวันนี้ เจออุบัติเหตุมาเยอะจังเลย นี่แหล่ะเด็กผู้ชาย

กินชานมไข่มุกแก้กระหายหมดไป2แก้ว ขนมหวานอีก2ถ้วย เชื่อว่าอย่างละหนึ่งของคุณและเพื่อน แต่สำหรับแม่หมีขืนกินแบบนี้ เบาหวานขึ้นแน่ๆ ที่เขียนแบบนี้ไม่ได้ว่านะคะ อิจฉาค่ะอิจฉา

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ผู้หญิงตะวันออก วันที่ : 04/10/2016 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lonelyworld

ไว้ไปเจอกันแถวนครศรีฯเมื่อไหร่จะเลี้ยง ข้ามมันแกงกุ้งที่ร้านโกปี้นะคะ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
nitimada วันที่ : 04/10/2016 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada
jj-ntmd

สายสวัสดิ์ภุมวารค่ะ

จบแล้ว อย่างมีความสุข
กับ ๑๖ ชม.ที่บ้านปิตุคาม มาตุภูมิ
ซึ่งเปรียบเสมือนร้านน้ำแข็งไส
มีเครื่องใส่มากมาย
โรยนมข้นหวานเท่าใดก็ได้...แถมมีนางฟ้าสององค์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน