• สุกรวดี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-20
  • จำนวนเรื่อง : 493
  • จำนวนผู้ชม : 430165
  • ส่ง msg :
  • โหวต 250 คน
นานาสาระโคลง-กลอน
สื่อสารสัมพันธ์ ด้านโคลง กลอน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rojanar
วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม 2557
Posted by สุกรวดี , ผู้อ่าน : 3036 , 15:23:06 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 16 คน

 

เป็นหญิงไทยในแคว้นแดนฝรั่ง.....ที่มุ่งหวังรังสรรค์วรรณศิลป์
ให้ดำรงคงอยู่คู่ธานินทร์.....จึงหลั่งรินอักษราจารึกไว้

 

 

เข้ามาเล่นในบล๊อกโอเคได้ เพราะมีสมาชิกรุ่นก่อนหน้าเช่นพี่ Augustman
และ นายทิวา-นายทิวา สมัครให้ (เนื่องจากในช่องสมัครไม่มีช่องต่างประเทศ
ให้กรอกข้อความ)

 

 

  ก่อนหน้าก็ทราบว่ามีการ เปิดกรุของรักของหวง แต่ไม่เคยได้เข้าร่วมสนุก ด้วยตระหนักดีว่า
ไม่มีข้อมูลใดที่พอจะร่วมสนุกได้ คือมีแต่กลอนเป็นส่วนมาก ข้อมูลอื่นก็เปิดไม่ได้ เพราะโพสต์ไว้
ในเว็บบอร์ด (ที่บังเอิญล่มมั๊ง)   ขืนมัวรอข้อมูลที่โพสต์ไว้ในเว็บบอร์ด (จนป่านนี้ยังเปิดไม่ได้)
ก็คงส่งไม่ทันแล้ว เพราะเหลืออีกไม่กี่วัน ก็จะหมดเขต ส่งเรื่องเข้าร่วมสนุก

 

 

             ชอบเขียนกลอน ข้อเขียนส่วนมากจึงเป็นกลอน แต่ขอเล่าถึงช่วงก่อนจะเขียนกลอน
ว่าเป็นมาอย่างไร จึงมาได้มาเขียนกลอน ทั้งที่เรียนมาเพียง ป.1
ไม่ทราบ สาเหตุ ว่าทำไมจึงไม่ได้เรียนจนจบ ป.4   

 

   

     เหตุนี้จึงต้องไปสอบเที่ยบที่โรงเรียนศักษาผู้ใหญ่
เพื่อจะได้ใบรับรองการศึกษาเพื่อไปสมัครงาน ใบรับรองนี้ ใช้แทนใบสุทธิ-ที่ไม่เคยมี

 





               ข้ามมาช่วงอายุ 40ปี  และบังเอิญได้พบกับสามีคนปัจจุบ้น 
ผู้เขียนจดหมาย ฉบับนี้ ด้วยลายมือของเขา
ที่ต่อมาได้เก็บเป็นของรักของหวงชิ้นแรก คือจดหมายฉบับนี้ 
ที่สามีฝรั่งเขียนส่งมาที่บ้านพัก ขณะเขาไปราชการ ต่างจังหวัด
คือหลังจากพบกันครั้งแรกผ่านไป 7วัน      

 

 

    ที่น่าเสียดาย คือมีเด็กข้างบ้านมาขอ แสตมป์เก่าไปทำการบ้านส่งครู 
ก็ลอกเอาแสตมป์ออกให้เด็กไปด้วยคาดไม่ถึงว่า จะเป็นสิ่งที่ต้องเก็บงำ ต่อมา จนถึงปัจจุบัน
แต่ยังมองเห็นจากด้านหลังซอง ที่ปั้มวันที่ ในวันที่ได้เอาไว้ คือ20 ตค.31   
ข้อความในจดหมาย ลงวันที่17  ตค.31      

 

 

    คบหาดูใจกันจนถึงปี2533 ซึ่งสามีครบกำหนดต้องกลับเมกา
จึงได้ตกลง ใช้ชีวิตร่วมกัน คือที่มาของบทกลอน "นางรจนาเสี่ยงพวงมาลัย"


         

 

     นี่คือที่ระลึกที่ทางเขต มอบให้ในวันจดทะเบียนสมรส
จึงเป็นของรัก-ของหวงอีกชื้นหนึ่ง ที่เก็บงำมาจนถึงวันนี้  

           

 

     หลังจดทะเบียนสมรส ก็มีปาร์ตี้เล็กๆในกลุ่มเพื่อนๆ จากนั้นก็เป็นช่วง "พักร้อน"
เราไปภูเก็ตกันพักที่"ภูเก็ต คาบานา"ที่จริงไปกับเพื่อนๆ ของสามี  
ขณะที่ คนอื่นออกไปออกรอบ-ดำน้ำ เราสองคนก็นั่งเฝ้าหาดกันตามเคย  

 

 

 

    กลับจากภูเก็ตก็ไปต่อกันที่พัทยา กับเพื่อนๆกรุ๊ปเดิมขับรถไปเองนัดพบกันที่ "โรงแรม"
คราวนี้แยกกันเที่ยวตามใจผู้เขียนเคยได้ยินเรื่อง อนุสรณ์สถาน " ท่านสุนทรภู่"มาบ้าง
จึงพากันไปชม ที่นี่ผู้เขียนได้ไปสัมผัสที่นิ้วเท้า ท่านสุนทรภู่ (เหมือนกับคนอื่นๆแหละ)
ก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า ถ่ายเป็นที่ระลึก  และยังเขียนกลอนไม่เป็น      

       



นึกไม่ถึงว่าจะมาหัดเขียนกลอน หลังจากได้สัมผัสนิ้วเท้าท่าน โดยทิ้งช่วงไป
 สามปีทั้งได้เขียนระลึกถึงท่านทุกปี ในฐานะปูชนียบุคคลผู้เชี่ยวชาญ
วรรณกรรมที่แพร่หลาย และยังคงมีให้ศึกษา สืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  

 

 

       

    แรกหัดเขียนนั้น ก็เขียนดุ่ยๆไป โดยไม่เข้าใจ"ฉันลักษณ์" ส่งนิตยสาร"ชีวิตจริง"
ในคอลัมน์"ชวาลชีวิต" ผู้ควบคุม คุณคืออิทธิ รอดพึ่งผา ซึ่งเป็น ท่านแรกที่โอกาส ให้แสดงออก
และใช้เป็นสนามทดสอบ เป็นสนามแรกโดยใช้นามปากกาว่า .44ยังแจ๋ว เป็นช่วงที่มีอายุ 44ปีพอดี
ที่หัดเขียนกลอน ในคอลัมน์ "ชวาลชีวิต"      

 

 

    ช่วงที่หัดเขียนกลอนใหม่ๆไม่ได้ใช้คอม ต้องส่งกลอนทางไปรษณีย์
และได้บอกรับ เป็นสมาชิกนิตยสาร เป็นประจำเพื่อตรวจสอบคำติชม+คำวิจารณ์
เคยมีบทกลอนที่ได้ลงพิมพ์ในนิตยสาร หลายครั้งคือใน-สกุลไทย
ต่วย'ตูน -กุลสตรี - สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์              

 

 

เมื่อเริ่มเข้าใจ ฉันทลักษณ์ ก็ทำให้เขียนง่ายขึ้น เมื่อบทกลอนได้ลงพิมพ์ใน นิตยสาร
ก็ดีอกดีใจอยู่หลายวัน จากไม่เคยรู้เรื่องกลอนก็เริ่มมาสนใจศึกษา จากบทกลอน ของท่านอื่นๆ
ที่ลงพิมพ์ในเล่มเดียวกัน          

 

 

อีกท่านหนึ่งที่จำได้ โดยไม่ต้องจดคือ
"คุณสมศักดิ์ บุญมาเลิศ"ท่านผู้นี้ เป็นนักกลอน "สายกลบท"จะตอบจดหมายกลับมา พร้อมด้วย
"กาข้อผิด"ด้วยหมึกสีแดง ในแต่ละข้อ ไม่เพียงแต่บอกว่าผิด ยังแนะนำว่าควรแก้ไขอย่างไรด้วย
ควบคู่กันไป คยไปพบตัวจริง เสียงจริงมาแล้ว ปัจจุบันคือ "ฮัจจี สมศักดิ์ บุญมาเลิศ"  

 

 



                 ต่อมาคุณโก๋ 2000ปี ได้จัดทำเว็บไซต์ให้ชื่อว่า"บ้านกลอนรจนา"
เป็นเว็บกลอนที่เขียนต่อ รับสัมผัสคำท้ายต่อกันไป ในรูปแบบ "เกลียวกลอน"
หรือ"กลอนเวียน โดยคุณเวทินฯ ศันสนีย์เวทย์ได้แนะนำ ให้เล่นในแนวนี้
เมื่อหลายปีก่อน อีกทั้งคุณเวทินฯ ก็เป็นท่านหนึ่งที่ "ต่อกลอนคู่กัน"
บทต่อบทในชุด"สานฝันปั้นคำไทย"  

 

 

 

   

    ความที่เป็นสมาชิกนิตยสารยาวนาน เข้าข่าย"แฟนพันธุ์แท้  เนื่องจากสนใจคอลัมน์
นักเลงกลอนไม่นอนเปล่า  ที่มี อ.สุรีย์ พันเจริญ เป็นผู้ควบคุม  และได้รับของที่ระลึกจาก
ท่านบรรณาธิการ คือคุณ "ยุพา งามสมจิตร"          

 

 

 

ความขยันเขียน อย่างต่อเนื่องจึงได้รับเกียรติ คัดเลือกจากเว็บไซต์
"สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย"
ให้เป็นนักกลอนดีเด่น ประจำเว็บไซต์ ในปี2547 ในสมัยของนายกสมาคม-
สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล      

"สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย"

คือโรงเรียนเขียนกลอนสอนให้รู้
มีคุณครูดูแลช่วยแก้ไข
ผู้ริเริ่มเดิมทีมีน้ำใจ
จัดสร้างไว้สืบสานงาน"นิพนธ์"  

สำหรับผู้ฝึกหัดการคัดเขียน
บรรจงเจียนขัดเกลาเฝ้าฝึกฝน
จวบบรรลุเป้าหมายมากหลายคน
อุทิศตน"ตามอย่าง"ไม่ต่างกัน  

"สมาชิก"นับพันร่วมสรรสร้าง
ร่วมแนวทางต่อเติมเพิ่มไฟฝัน
โดยมีฉันทลักษณ์หลักประพันธ์
แต่มิกั้นความคิดสิทธิ์เสรี  


เป็นแหล่งรวมข้อมูลศูนย์ภาษา
"เชิงวิชา"น่าชมสมศักดิ์ศรี
รวมกลอนกาพย์โคลงฉันท์วรรณคดี
และผู้ที่แนะนำท่วงทำนอง  

มาหัดเขียนกลอนไทยให้ประจักษ์
ฉันทลักษณ์หลักคำนำสนอง
อาจเลื่องลือผลงานด้านร้อยกรอง  
มี"วรรคทอง"ประดับสลับลาย  

สมาคมฯสมชื่อคือ"ผู้สร้าง"
คือศูนย์กลางวรรณศิลป์ไม่สิ้นสาย
ทุกวันคืนยืนยงส่งประกาย
มิเคลื่อนคลายหายลับกลับรุ่งเรือง

โดย รจนา รอล์ฟสัน U.S.A.

 

 


           
และได้รับเชิญ ให้ส่งบทกลอนร่วมลงพิมพ์ ในหนังสือท่านพุทธทาส
ชื่อ"ร้อยรสบทกวี๑๐๐ปีพุทธทาส" โดยคุณอภินันท์ นาคเกษม
กรุณาให้โอกาส ถือเป็นเกียรติ ที่รจนาได้รับและจะบันทึกไว้ ด้วยความภูมิใจ      

แนวคิดท่านอาจารย์พุทธทาส"  

ณ สวนโมกขพลารามนามปรากฏ
หลายร้อยบทกลกลอนซ้อนคำถาม
ผู้เรียบเรียงค้นหาพยายาม
เขียนข้อความด้วยใจใช่เพียงมือ

ในวาระร้อยปีที่ชนร้อย
ทุกคำถ้อยที่เห็นเน้นนับถือ
ร้อยศิลป์ร้อยกวีที่เลื่องลือ
ร้อยลายสือสื่อสารผ่านเส้นทาง

อ่านผลงานมากมายที่รายรอบ
ได้ทดสอบใจด้วยช่วยสะสาง
ที่เป็นอยู่มีอยู่รู้จัดวาง
หรือทิ้งขว้างปล่อยไว้ไม่ดูดี

ท่านพากเพียรเรียนรู้ดูทุกอย่าง
จึงเห็นทางกว้างไกลในวิถี
ผู้แก่เฒ่าเล่าขานมานานปี
เป็นพระที่ปล่อยวางทุกอย่างไป

ท่านสอนว่าอย่ายึดติดในสุข
เมื่อมีทุกข์ทรมาอย่าสงสัย
จะหมดสิ้นความทุกข์สุขฤทัย
ต้องตัดใจไม่ต่อข้อสัญญา

นามท่าน พุทธทาส”ปราชญะ”
ผู้สละลาภยศปลดตัณหา
ผู้ลิขิตคำไว้ให้ประชา
ด้วยเมตตาที่มีทวีคูณ

โดย รจนา รอล์ฟสัน U.S.A.

 

 

        อีกหนึ่งความภูมิใจคือ ในวาระครบหนึ่งปีเหตุการณ์ "สึนามิ"
โดยมีฝ่ายอาสา สมัครจากที่ต่างๆ ไปจัดกิจกรรมได้รับการติดต่อให้เขียนบทกลอน
ในหัวข้อ"ร้อยความหวัง พลังใจ ใฝ่ฟื้นฟู"


"ร้อยความหวัง พลังใจ ใฝ่ฟื้นฟู"


   ร้อยวันหวัง ผ่านเลย เคยหมองไหม้
มิเหลือไว้ ให้เห็น เป็นสักขี
ทุกหน่วยงาน สานต่อ ข้อความมี
สามัคคี ยึดมั่น หมั่นจุนเจิม  

ร้อยวันหวัง ตั้งมั่น มุ่งฟันฝ่า
มีเมตตา การุณ เป็นทุนเสริม
หวังอยู่รวม ร่วมกัน ฝันต่อเติม
แต่แรกเริ่ม วันนี้ กี่ร้อยพัน  

ร้อยพลัง แรงใจ ให้สถิตย์
ด้วยมือมิตร อำนวย ช่วยสร้างสรร
ร้อยวันครบ จบไป ในร้อยวัน
ร้อยใจกัน เอาไว้ ในเวลา  

ร้อยวันลับ ไปเลย ไม่เอ่ยอ้าง
ช่วยกันวาง แผนใหม่ ใฝ่ค้นหา  
คนละมือ ถือส่ง เจาะจงมา
ด้วยศรัทธาแรงใจ ใคร่เกื้อกูล  

หลังฟื้นฟู ดูงาม ตามที่เห็น
ต่างร่วมเป็น แรงใจ ไม่สิ้นสูญ
เติมความฝัน วันใหม่ ให้เพิ่มพูน
ทวีคูณ คุณค่า สง่างาม

ฟื้นฟูให้ เหมือนที่ เคยมีอยู่
ให้น่าดู น่าชม สมสยาม
ด้วยความหวัง ก้าวหน้า พยายาม
จารึกความ ดีไว้ ให้โลกลือ  

โดย รจนา รอล์ฟสัน U.S.A.

 

 

    ปิดท้ายด้วยชุด-สังข์ทอง(ตอน)
นางรจนาเสี่ยงพวงมาลัย


     
ณ พารามหานครใหญ่ ท้าวสามลกลุ้มใจเป็นหนักหนา
ด้วยตัวเองก็ใกล้วัยชรา  มิมีโอรสาไว้ชื่นชม

เพียงธิดาเจ็ดคนจึงหม่นจิต นั่งหงุดหงิดคิดให้ได้คู่สม
หันมาบอกมณฑาแม่ตาคม ในอุราหมองตรมจ่มโศกี
 
ท้าวสามลครุ่นคิดวินิจฉัย จะจัดให้เจ็ดธิดามารศรี
เลือกคู่คลอต่อหน้าประชาชี เฉพาะที่เป็นเจ้าร่วมเผ่าพงศ์

จึงสั่งให้เสนาไปประกาศ บุรุษชาติหน่อเนื้อเชื้อวงหงส์
ที่ขาดคู่เคียงข้างว่างทุกองค์ มายืนตรงรอรับพวงมาลี  

 

 

 

    ฝ่ายว่านางมณฑาหาช้าไม่ อ๋อว่าไงนะจ๊ะคะคุณพี่
อันว่าตัวน้องนั้นหูไม่ดี ช่วยบอกใหม่อีกทีนะว่าไง

ว่าอย่างหรือคะเมื่อตะกี๊ บอกอีกทีเถิดหนาว่าจังได๋
ฟังไม่ชัดถนัดนักสักเท่าใด ด้วยว่าวัยชรามาเยือนตน
 
เมื่อตกลงปลงใจในความคิด จะถูกผิดอย่างไรไม่ต้องสน
จะหาผัวให้ลูกทุกทุกคน เลือกแต่ชนหน่อเนื้อเชื้อพระวงศ์

จึงสั่งซ้ำย้ำว่าเสนาเหวย อย่าช้าเลยรีบทำตามประสงค์
ไปประกาศตามข้าอย่ายืนงง นางมณฑาโฉมยงไม่บิดเบือน



     

 

    น้อมรับกระแสราชโองการ เกณฑ์ทหารทันทีมิหันเหือน
ประดับแต่งโคมไฟไม่แชเชือน ทุกบ้านเรือนไฟสีมีปะปน

กระจองงอง กระจองงองเจ้าข้าเอ๊ย เจ้าชายเอ๋ยทั่วแคว้นแดนแห่งหน
หากท่านใดไร้คู่อยู่เคียงตน ขอเชิญที่"สามล"พาราเรา  

บนปะรำพิธีที่จัดไว้ ติดโคมไฟสายรุ้งรุงรังเสา
ส่วนเจ้าเกี้ยวเจ้ากูนั่งดูเดา ด้วยเห็นเค้าหลังคาจะพาแบน  

หวังได้พระธิดามาเป็นคู่ นั่งลุ้นอยู่เหงื่อไคลไหลท่วมแขน
เลือกพี่นะเลือกเอาไว้ไปเป็นแฟน บ้างก็ปลุกพระขุนแผนช่วยดลใจ



     

 

  นางมณฑาคิดหนักชักหงุดหงิด ลูกมาผิดแบบแผนแปลนที่ให้
หกธิดาเลือกคู่ชื่นชูใจ  เหลืออยู่ได้คนเดียวไม่เหลียวมา
 
ไม่ตกลงปลงใจไม่เอื้อนเอ่ย กลับยืนอยู่เฉยเฉยทำเต๊ะท่า
พวงมาลัยในมือที่ถือมา มิยอมขว้างยอมปาไปให้ใคร  

สั่งเสนาอีกหนดังคนบ้า ไปเกณฑ์ชนชายมาอย่าช้าได้
จะเฒ่าชแรแก่ชราไม่ว่าไร  อยู่แห่งหนตำบลไหนไม่ปรารมภ์

ให้รีบมาทันที่สถาน จะจัดการแต่งงานให้สุขสม
หากลูกข้าเลือกเฟ้นเป็นคู่ชม เหมือนตกหล่มแก้วแหวนแสนสบาย    

 

 

 

    ฝ่ายเสนาลนลานรีบขานตอบ  คลานตกขอบมณเฑียรวิเชียรฉาย
ขืนชักช้าเฉื่อยชาพาวุ่นวาย อาจโชคร้ายรออยู่รู้ตัวดี  

กระจองงอง กระจองงองเจ้าข้าฯเอ๋ย  อยากเป็นเขยราชามาที่นี่
ไม่เลือกชาติสกุลรุ่นดีกรี ถ้าโชคมีรจนาเสี่ยงมาลัย

    อันวิสัยคนดูไม่อยู่นิ่ง เดินวนวิ่งไปมาบังหน้าพาขวักไขว่
ในตอนนี้ที่เห็นความเป็นไปเสียงเร่งเร้าก้องไกลถึงในดง

ที่ปะรำพิธี ณ ที่เก่า มากมายเหล่าชนชายหมายประสงค์
หวังร่วมเรียงเคียงข้างนางอนงค์ หวังโฉมยงมอบมาลัยให้ดังจินต์  

 

 

ฝ่ายนางรจนาธิดาน้อย ยังไม่ปล่อยมาลัยให้จบสิ้น
ไม่มองเลยชนชายในธานินทร์ ดั่งยลยินสำเนียงเสียงนกกา  

ผู้มารอมาลัยกลับไปแล้ว ยังนั่งแกร่วที่เก่าเศร้าหนักหนา
เห็นพี่มีคู่ชมสมหน้าตา ประคองพาผ่านไปไม่เหลียวแล  

ท้าวสามลโกรธามหาโกรธ อยากจะโดดผลักให้ล้มหงายแผ่  
เรียกมณฑามาดู๊ดูลูกแก สาระแนเล่นตนจนเกินตัว

สั่งเสนาอีกหนค้นทุกซอก ทั้งซอยตรอกด้วยหนาหาให้ทั่ว
เจอะคนบ้าคนใบ้ไม่ต้องกลัว จะโฉดชั่วหน้าตาพามาพลัน  

 

 

 

     ขอเดชะ...พระบารมีปกฯ  อันพสกฯ ทั้งพาราที่ว่านั่น
ที่หนุ่มแลแก่เฒ่าเข้ามากัน ข้าฯ น้อยต้อนพวกมันดังบัญชา

คงจะเหลือแค่หนึ่งซึ่งวิปริต หลังป่าติดด่านซ้ายปลายสิงขา
มีกระท่อมรังหนูอยู่ท้ายนา มันชื่อว่า"เจ้าเงาะ"เพราะชอบกล  

ท้าวสามลตบพระหัตถ์แล้วดัดแขน ด้วยคั่งแค้นรจนามาหลายหน
ถ้าเหลือเพียงเจ้าเงาะเหมาะกมล ลูกข้าอาจจะสนคนปอนปอน

ที่เห็นว่าน่าเกลียดอีเดียดซ้ำ อาจจะทำให้หรูดูไปก่อน
รีบไปนำตัวมาอย่าแง่งอน ข้าจะไปพักผ่อนนอนเอาแรง    


 

    มาถึงหน้ากระท่อมเก่าเสาโย้เย้ ตัวเรือนเทหลังคารั่วทั่วทุกแห่ง
เจ้าเงาะไม่สนใจใครแทรกแซง ไม่ชัดแจ้งท่าทีที่ชื่นชม

คงซ่อนกายเร้นอยู่ดูเฉยเฉย ทั้งไม่เคยเห็นหน้ามาขู่ข่ม
หันหลังให้ไล่ออกบอกอารมณ์  เหลือบเห็นร่มสีแดงวิ่งแข่งมา  

บนปะรำพิธีที่"เก่าแหละ" คนยิ่งแยะวุ่นวายหลายภาษา
หวังมาดูเจ้าเงาะเคาะกระลา ที่ยืนบังโดนด่ากว้างปาแจม

สารรูปที่เห็นเป็นประจักษ์ ไม่น่ารักยักท่าตาพองแถม
พยักเพยิดเชิดหน้าตาส่ายแซม นั่งหน้าแหลมตาปรือมือจิ้มไช    

 

 

     ครั้นเจ้าเงาะมายืนประจำที่ มองทางโน้นทางนี้นี่ที่ไหน
อ้าปากหวอรอท่ายอดยาใจ อยู่นั่นไงรจนาน่ากอดนอน  

 หากบุญนำหนุนส่งองค์เป็นคู่ ให้พธูเห็นรูปในแล้วใจอ่อน
ให้นางเสี่ยงมาลามาคล้องกร นึกขอพรเทวามาช่วยดล  


รจนามารศรีมีตาทิพย์ นางจึงหยิบมาลัยให้เป็นผล
ได้สามีเป็นเงาะเพราะเบื้องบน ช่วยเสกมนต์ให้เห็นกายเป็นทอง

ด้วยกุศลสมสร้างแต่ปางก่อน แม้จะซ่อนพรางไว้ไม่วายผ่อง
และด้วยบาปเคยก่อต่อทำนอง ตามมาจองชดใช้ในเวลา

 

   

    ท้าวสามลคนโตโมโหจัด คว้าอีดาบหัวตัดขัดข้างฝา
ไม่มีแรงจับถือมืออ่อนล้า นางมณฑาอยู่ด้วยช่วยประคอง

นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันหันหลังให้   สั่งทุกคนออกไปไม่เกี่ยวข้อง
รจนาหน้ามลคนสุดท้อง เชิญทั้งสองนอกเขตนิเวศม์วัง
 
ฝ่ายเจ้าเงาะดีใจแกล้งใบ้บ้า รีบจูงมือรจนามาด้านหลัง
แกล้งเดินย่างเยื้องเหยาะหัวเราะดัง ด้วยสมหวังได้เมียไว้เคลียคลอ
 
ประคองนางรจนามากับพี่ จะรักและปรานีไม่ตีต่อ
อยู่กับพี่ไม่มี"อด"เลิกทดท้อ มีเรือนหอรอรักพักกายี  


   

 

    ผ่านพวกพี่ทั้งหกโอ้อกเอ๋ย พี่กลับเอ่ยเยาะย้ำทำบัดสี
ดูดู๊ช่างเลือกได้ไม่รักดี ไม่นับน้องนับพี่แต่นี้ไป

ที่เป็นเจ้าก็มากอยากไม่เลือก ที่เป็นเทือกเป็นเถาเหล่าคนไพร่  
ดีกว่าเลือกเจ้าเงาะเจาะจงใจ จงรีบไปปลายนาอย่ามามอง
 
ณ สถานกระท่อมรกหย่อมหญ้า เมื่อได้มาอยู่กันสองต่อสอง
พระถอดรูปให้เห็นว่าเป็นทอง แม่นางน้องรจนาอย่ากังวล

 พี่ก็มีเชื้อ"เจ้า"บอกเอาไว้ บ้านเมืองอยู่แห่งใดไร้แห่งหน
ถูกตะเพิดมากับแม่แค่สองคน พ่อหลงมนต์เมียน้อยจับลอยแพ


     

 

    พี่เงาะจ๋าถอดออกเถิดรูปเงาะ มันไม่เหมาะไม่ดีกับพี่แน่
ดีใจได้สมปองกายทองแท้ ขอเพียงแต่ถอดออกอย่าพอกกาย

เห็นเป็นทองทั้งตัวหัวจรดเท้า ใช่แค่ขาวผุ่ดผ่องมองขยาย
น่าจะพาเดินโชว์โก้จะตาย ทั้งนึกหมายเผา"รูป"เงาะไม่เหมาะตา

  ทองที่เห็นนะน้องใช่ทองแท้ ในบ่อแม่มีไว้แต่ไร้ค่า
ใช่ทองคำทำขายฝ่ายการค้า เหตุเพราะว่าซุกซนจนเกินควร

ครั้งยังเล็กซ้ำไร้ซึ่งเดียงสา เที่ยวค้นหานั่นนี่จนถี่ถ้วน
พบบ่อทองที่ว่าเวลาจวน แม่ยักษ์หวลคืนถิ่นคงกินเรา      

 

 

    ท้าวสามลหม่นจิตยังคิดแค้น  รจนากับแฟนด้วยเรื่องเก่า
จะแกล้งหาเรื่องให้ใฝ่รุกเร้า แกล้งใช้เจ้าเจ็ดเขยไปหาปลา

หาไม่ได้จะฆ่าเสียเมียเอากลับ สั่งเสร็จสรรพย่องเบาเข้าเคหา
แต่ไม่ลืมยอดหญิงมิ่งมณฑา เข้ามานวดแข้งขาพี่หน่อยเธอ
 
นั่งน้ำตาหยดเผาะเพราะห่วงผัว พ่อไม่ชัวร์แกล้งซ้ำทำเป๋อเร๋อ  
แกล้งให้ไปหาปลามาปรนเปรอ ไม่ใช่พ่อน่ะเร้อต้องเจอดี

แม้เจ้าเงาะจะบอกเอาไว้ก่อน พักผ่อนรอดูอยู่ที่นี่
พี่จะรีบกลับมามิช้าที ด้ วยพี่มีคาถาจับปลาเป็น


     

    ฝ่ายเจ้าเงาะเหาะไปในละเมาะ ถอดรูปเงาะซ่อนไว้มิให้เห็น
นั่งนิ่งมองน้ำไหลทำใจเย็น เปิดประเด็นมุ่งหมายร่ายมนต์ตรา  

เสกคาถาว่ามนต์จนประสิทธิ์ มวลมัจฉามาสถิตย์อยู่ตรงหน้า
ทั้งปลาตายปลาเป็นเห็นเต็มตา หกเขยมาเมียงมองจองแบ่งไป  

ฝ่ายหกเขยตามเรื่องแรกเฟื่องฟุ้ง  ได้ร่วมมุ้งพระธิดาเชิดหน้าใส่
วันนี้มีคำสั่งจากวังใน  พ่อตาให้หาปลามาประเคน  

หาไม่ได้พ่อตาจะฆ่าเสีย  แถมยึดเมียกลับคืนขืนใจเผ่น
พบเจ้าเงาะเหมาะดีที่ชายเลน โยนปลาเล่นหลอกล่อจะขอมัน

     

 

    ฝ่ายเจ้าเงาะเห็นหกเขยแกล้งเย้ยยั่ว  ได้พบปลาสักตัวหรือไม่นั่น
ต้องมีของแลกเปลี่ยนเป็นรางวัล ใบหูเจ้างามครัน...ขอให้เรา

แลกกับปลาหนึ่งตัวอย่ามัวช้า ดีกว่าวายชีวารู้ไหมเล่า
ด้วยสมเพชนะนี่ชี้ทางเบา . ถ้าไม่เอาเราจะได้รีบไปนอน

ข้างหกเขยจนใจไร้ทางเลือก เมื่อเจ้าเงาะตาเหลือกเปลือกไม่ล่อน
ขอจมูกแลกปลาท่ารีบร้อน มิผันผ่อนตามใจใครลังเล

ดั้งจมูกเคยโด่งโก่งเป็นสัน มาถึงวันแหว่งวิ่นสิ้นเสน่ย์
เดินผ่านไปทุกหนคนฮาเฮ เหมือนดังตัวลิเกเร่หลงโรง      

 

 

 

ฝ่ายนางรจนามารศรี  เห็นเงาะมีมัจฉามาเต็มโอ่ง
เข้าล้อมหน้าล้อมหลังรั้งจูงโจง  หายใจโล่งคลาไคลเข้าในวัง

ระหว่างทางนางก็คิดจิตไม่ว่าง  จะถากถางพี่สาวท้าวความหลัง
เคยเย้ยเยาะเคาะไค้ไม่อินัง จะไม่ยั้งรีรอขอทดแทน  

ฝ่ายท่านท้าวขยันคิดกลั่นแกล้ง โมหะแฝงอัตตาหนาเป็นแผ่น
จะแกล้งให้อับจนด้วยค่นแค้น เก้งกระทิงสิงห์แลนไปหามา

ให้หกเขยไปด้วยช่วยขนาบ จมูกอาบเลือดไหลไม่กังขา
ด้วยในจิตคิดแค้นแน่นอุรา กิเลสหนาเกินขุดให้หลุดลอย      

 

 

    เจ็ดเขยรับโองการแล้วคลานออก หันมาบอกลาเมียระเหี่ยหงอย
ข้างเจ้าเงาะเหมาะใจรีบไปคอย  เดินเกี่ยวก้อยรจนาแล้วคลาไคล

รจนากังวลเป็นหนสอง ห่วงสังข์ทองจริงจริงมินิ่งได้
นั่งรำพึงรำพันด้วยหวั่นใจ  พี่หาจากที่ไหนทั้งเก้งกวาง  

ฝ่ายหกเขยเสยจมูกถูกรอยโหว นึกโมโหรจนามาถากถาง
กอดเมียไว้กับอกทั้งหกนาง  ทั้งนึกขวางพ่อตาหาเรื่องเติม
 
พี่จะไปหาเนื้อมาเผื่อพ่อ เจ้าจงรอเวลาออกมาเสริม
ประคองโฉมโลมลูบแล้วจูบเจิม ใจหึกเหิมเดินออกนอกนคร      

 

 

    ฝ่ายเจ้าเงาะเลาะลัดตัดเข้าป่า นั่งรอท่าหกเขยมาเอ่ยอ้อน
เรื่องเก้งกวางกลางไพรไม่อาทร  แอบข้างขอนถอดรูปเป็นเทวา

จะเสกมนต์เรียกเนื้อเสือสมิง แล้วนั่งนิ่งดลใจให้มาหา
ที่ถึงคาดขาดแล้วแนวชะต ขอจงมาวายวางข้างหน้าเรา   

 ทั้งหกเขยเอ่ยลาออกมาแล้ว ก็เรียงแถวบ่ายหน้าป่าเชิงเขา  
คงมากมีหมีช้างต่างนึกเดา  กระรอกลิงกระทิงเต่าเหมาจับจอง

ลุป่าโปร่งโล่งดีเห็นมีสัตว์ แต่ผูกมัดเป็นทีมีเจ้าของ
เหลือบไปเห็นเทวาหน้าเป็นทอง ค่อยค่อยย่องเข้าไปใคร่แบ่งปัน 

 

    

 

    เทวดาหน้าทองมองหกเขย  แล้วเอื้อนเอ่ยคารมเชิงข่มขวัญ
ใบหูเจ้าซ้ายขวามาแลกกัน ตัดมาพลันอย่าช้าถ้าต้องการ

หันมาสบตากันใจหวั่นไหว จำยอมให้ด้วยเกรงถูกประหาร
ความเคียดขึ้งถึงจุดสุดประมาณ  ทั้งนึกพาลพ่อตาท้าวสามล

ฝ่ายองค์อินทร์ผินเนตรสังเกตโลก เห็นหกเขยเลือดโชกชักฉงน
ไม่รู้เรื่องอะไรในสกล  ด้วยเผลอตนหลับไหลไม่ลืมตา  

ตรวจสอบจนได้ความตามท้องเรื่อง ให้นึกเคืองสามลคนบาปหนา
จะต้องช่วยเจ้าเงาะรจนา เราจะลงไปท้าหาเรื่องมัน    



  

    จึงนิมิตโยธามาประกอบ  ตามระบอบองค์อินปิ่นสวรรค์  
ล้อมเมืองไว้ให้ดีก่อนหนีทัน ท้าพนันตีคลีที่นอกเมือง  

ถ้าพ่ายแพ้แม้เมียเคยเคลียเคล้า จะยึดเอามาไว้ให้หมดเรื่อง
ถ้าชนะจะช่วยให้ได้รุ่งเรือง จะแถมเมืองน้อยใหญ่ให้ฟรีฟรี  
 
ฟังประกาศหวาดผวาโกลาหล ท้าวสามลจนจิตสุดคิดหนี
จะต้องเสียเวียงชัยในครั้งนี้  หากมิมีผู้ใดไปต่อกร

สั่งหกเขยตามเคยเฉลยแจ้ง ข้าศึกแฝงกายมาหน้าสิงขร
หากแพ้เขาพวกเราจักม้วยมรณ์ อย่ามัวนอนร่ำไรไปจัดแจง  

    

ท่านองอินทร์ผินพักตร์พยักยั่ว ด้วยเห็นกลัวตัวเกร็งเร่งผาดแผลง
เดาะคลีให้กระเด็นกระดอนแรง  องค์อินแปลงหยันเย้ยเอ่ยยียวน

หกเขยพลาดแพ้พ่ายหายหัวหด สุดรันทดท้อซ้ำร่ำไห้หวน
เรียกมณฑามาใกล้ใช้รัญจวน ให้ไปชวนเจ้าเงาะที่ปลายนา  

นางมณฑาเห็นด้วยฉวยห่อผ้า  แล้วมุ่งหน้าเยื้องกายเลี้ยวซ้ายขวา
ถึงกระท่อมห้อมหอไม่รอช้า ลูกเงาะจ๋าคนดีอยู่ที่ใด

รจนาลูกแม่แก่หน้าย่น คงหมองหม่นจนยากลำบากไหม  
เห็นหน้าลูกวันนี้แม่ดีใจ จะชวนไปตีคลีมีเดิมพัน  


  

    แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดใจจดจ่อ เฝ้าวิงวอนงอนง้อพ่อเขยขวัญ
แม้ไม่ช่วยคงม้วยไปด้วยกัน พ่อแม่นั้นก็พร้อมใจะยอมตาย

นั่งรำพึงรำพันเช้ายันค่ำ   เจ้าเงาะขำในใจไม่รู้หาย
แล้วหันหน้ามาข้างนางแม่ยาย รีบขยายขยับกลับเข้าวัง
   
นางมณฑาเข้าเมืองเรื่องใกล้จบ  เจ้าเงาะหลบถอดรูปออกมาตั้ง
ร่างเป็นทองรองเรืองเหลืองดีจัง แล้วขึ้นนั้งหลังม้าเวลาเย็น  

เข้าจู่โจมโรมรันมิครั่นคร้าม  ก่อนลามปามอินทร์แปลงแจงให้เห็น  
แล้วเหาะกลับลับไปในประเด็น เจ้าเงาะเป็นผู้ชนะกระเดาะคลี      

 

    ภาพเจ้าเงาะเหาะเหิรเดินอากาศ ทั้งสามารถน่าชมสมศักดิ์ศรี
งามประเทืองเหลืองทองผ่องอินทรี บนปะรำพิธีมีโคมไฟ  

จัดพิธีรับขวัญกันอึงมี่ บ้างชวนชี้ให้ดูหมู่เขยใหญ่
จมูกโหว่หูแหว่งแสลงใจ  เทียบไม่ได้กับองค์พระสังข์ทอง  

ท้าวสามลปรีเปรมเกษมสานต์ นางมณฑาหน้าบานปานฝาห้อง
เข้าลูบหน้าลูบหลังนั่งประคอง เขยสุดท้องเข้าทีมีบุญญา  

จึงตกลงปลงใจไม่ข้องขัด ประกาศยกสมบัติให้ดังว่า
พระสังข์ทองครองคู่รจนา  ครองพารา"สามล"คนต่อไป    

           
(ร้อยกรองโดย...รจนา U.S.A.)
บางช่วง-บางตอนยกมาจาก ฉบับรวมมิตร ขอบคุณเพื่อนๆที่ร่วมกันต่อเติม

สำหรับบางท่าน คงมองเป็นเรื่องธรรมดา กับเรื่องราวการแรกก้าวเดินใน ถนนนักกลอน
แต่สำหรับรจนา ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อน เรียกว่าบังเอิญมั๊ง
และเพราะเรียนมาแค่ ป.1 จึงภูมิใจ.

 

 

 

 

<p



/1
<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]