• ร.นครหลวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-11-01
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 50570
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
อนุทินประจำชีพ
วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน 2551
Posted by ร.นครหลวง , ผู้อ่าน : 3860 , 06:33:10 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        

      

      วันเพ็ญเดือน 12 หรือวันลอยกระทง เป็นวันประกอบพิธีสำคัญอย่างหนึ่งของคนไทยเรียกว่า เทศกาลลอยกระทง ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย แม้ในปัจจุบันก็ยังถือปฏิบัติกันอยู่ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด

ความมุ่งหมายของการลอยกระทงมีอยู่หลายประการ เช่น การขอขมาต่อพระแม่คงคา การบูชารอยพระพุทธบาท การลอยเคราะห์โรคภัยและทุกข์โศกให้ไหลไปกับสายนํ้า ฯลฯ กิจกรรมดังกล่าวนี้จะจัดขึ้นในเดือน 12 โดยนับวันตามจันทรคติ หรือราวเดือนพฤศจิกายน

ประวัติความเป็นมา

คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทงมีอยู่หลายตำนาน ดังนี้

๑ การลอยกระทง เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา

๒ การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ คือบูชาพระนารายณ์ ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร

๓ การลอยกระทง เพื่อต้นรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรม โปรดพระพุทธมารดา

๔ การลอยกระทง เพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดริมแม่นํ้านัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ

๕ การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศา ของพระพุทธเจ้า

๖ การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก

๗ การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล

ประวัติการลอยกระทงในเมืองไทย

           การลอยกระทงในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย เรียกว่า การลอยกระทงประทีป หรือ ลอยโคม เป็นงานนักขัตฤกษ์ รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทง หรือลอยโคม ในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่นํ้านัมมทานที ซึ่งเป็นแม่นํ้าสายหนึ่ง อยู่ในแคว้นทักขิณาบถ ของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่นํ้าเนรพุททา 

การลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท

รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า ที่ไปปรากฏอยู่ริมฝั่งแม่นํ้านัมมทานที มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ คือ ครั้งหนึ่งพญานาคทูลอาราธนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับ พญานาคทูลขออนุสาวรีย์ไว้กราบไหว้บูชา พระพุทธองค์จึงทรงประดิษฐาน รอยพระพุทธบาทไว้ที่หาดทราย ริมฝั่งแม่นํ้านัมมทานที เพื่อให้บรรดานาคทั้งหลาย ได้สักการะบูชา

การลอยกระทงที่มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ยังมีอีก 2 เรื่องคือ

การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ และ

การลอยกระทงเพื่อต้อนรับพระพุทธองค์ในวันที่เสด็จกลับจากเทวโลก

ตำนานการลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี

เมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกจากพระนครกบิลพัสดุ์ ในเวลากลางคืนด้วยม้ากัณฐกะ พร้อมนายฉันนะมหาดเล็กผู้ตามเสด็จ ครั้นรุ่งอรุณก็ถึงฝั่งแม่นํ้า อโนมานที เจ้าชายทรงขับม้ากัณฐกะกระโจนข้ามแม่นํ้าไปโดยสวัสดี

เมื่อทรงทราบว่าพ้นเขตกรุงกบิลพัสดุ์แล้ว เจ้าชายสิทธัตถะจึงเสด็จลงประทับเหนือหาดทรายขาวสะอาด ตรัสให้นายฉันนะ นำเครื่องประดับ และม้ากัณฐกะกลับพระนคร ทรงตั้งพระทัยปรารภจะบรรพชา โดยเปล่งวาจา "สาธุ โข ปพุพชุชา" แล้ว จึงทรงจับพระเมาลีด้วยพระหัตถ์ซ้าย พระหัตถ์ขวา ทรงพระขรรค์ตัดพระเมาลี แล้วโยนขึ้นไปบนอากาศ พระอินทร์ไดนำพระอบทองมารองรับพระเมาลีไว้ และนำไปบรรจุยังพระจุฬามณี เจดียสถานในเทวโลก

พระจุฬามณีตามปกติเทวดาเหาะมาบูชาเป็นประจำ แม้พระศรีอริยเมตไตรยเทวโพธิสัตว์ ซึ่งในอนาคตจะมาจุติบนโลก และตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระองค์หนึ่งก็ยังเสด็จมาไหว้ การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี จึงถือเป็นการไหว้บบูชาพระศรีอริยเมตไตรยด้วย

ตำนานการลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลก

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวชจนได้บรรลุธรรมเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว หลังจากเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่สาธุชนโดยทั่วไปได้ระยะหนึ่ง จึงเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาธรรมโปรดพระพุทธมารดา

ครั้นจำพรรษาจนครบ 3 เดือน พระองค์จึงเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ เมื่อท้าวสักกเทวราชทราบพระพุทธองค์ จึงเนรมิตบันไดทิพย์ขึ้น อันมี บันไดทอง บันไดเงิน และบันไดแก้ว ทอดลงสู่ประตูเมืองสังกัสสนคร บันไดแก้วนั้นเป็นที่ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จลง บันไดทองเป็นที่สำหรับ เทพยดาทั้งหลายตามส่งเสด็จ บันไดเงินสำหรับพรหมทั้งหลายส่งเสด็จ

ในการเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ครั้งนี้ เหล่าทวยเทพ และประชาชนทั้งหลาย ได้พร้อมใจกันทำการสักการบูชาด้วยทิพย์บุปผามาลัย การลอยกระทงตามคตินี้ จึงเป็นการรับเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากดาวดึงส์พิภพ ( เป็นตำนานเดียวกับประเพณีการตักบาตรเทโวรับเสด็จพระพุทธองค์ลงจากดาวดึงส์ )

การลอยกระทง เพื่อบูชาพระนารายณ์บรรทมสินธุ์

ยังมีพิธีการลอยกระทงตามคติพราหมณ์อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งกระทำเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้า คือ พระนารายณ์ที่บรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร นิยมทำกันในวันขึ้น 15 คํ่าเดือน 11 หรือวันขึ้น 15 คํ่าเดือน 12 เป็น 2 ระยะ จะทำในกำหนดใดก็ได้  

ตำนานการลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม

นิทานต้นเหตุเกี่ยวกับวันลอยกระทงอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นนิทานชาวบ้าน กล่าวถึงเมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ มีกาเผือกสองตัวผัวเมียทำรังอยู่บนต้นไม้ ในป่าหิมพานต์ใกล้ฝั่งแม่นํ้า วันหนึ่งกาตัวผู้ออกไปหากิน แล้วหลงทางกลับรังไม่ได้ ปล่อยให้นางกาตัวเมียซึ่งกกไข่อยู่ 5 ฟอง รอด้วยความกระวนกระวายใจ จนมีพายุใหญ่พัดรังกระจัดกระจาย ฟองไข่ตกลงนํ้า แม่กาถูกลมพัดไปทางหนึ่ง

เมื่อแม่กาย้อนกลับมาที่รังไม่พบฟองไข่ จึงร้องไห้จนขาดใจตาย ไปเกิดเป็นท้าวพกาพรหมอยู่ในพรหมโลก ฟองไข่ทั้ง 5 นั้น ลอยนํ้าไปในสถานที่ต่างๆ บรรดาแม่ไก่ แม่นาค แม่เต่า แม่โค และแม่ราชสีห์ มาพบเข้า จึงนำไปรักษาไว้ตัวละ 1 ฟอง ครั้นถึงกำหนดฟัก กลับกลายเป็นมนุษย์ทั้งหมด ไม่มีฟองไหนเกิดมาเป็น ลูกกาตามชาติกำเนิดเลย

กุมารทั้ง 5 ต่างเห็นโทษภัยในการเป็นฆราวาส และเห็นอนิสงส์ในการบรรพชา จึงลามารดาเลี้ยงไปบวชเป็นฤาษี ต่อมาฤาษีทั้ง 5 ได้มีโอกาสพบปะกัน และถามถึงนามวงศ์ และมารดาของกันและกัน จึงทราบว่าเป็นพี่น้องกัน ฤาษีทั้ง 5 มีนามดังนี้

คนแรกชื่อ กกุสันโธ ( วงค์ไก่ )

คนที่สองชื่อ โกนาคมโน ( วงค์นาค )

คนที่สามชื่อ กัสสโป ( วงค์เต่า )

คนที่สี่ชื่อ โคตโม ( วงค์โค )

คนที่ห้าชื่อ เมตเตยโย ( วงค์ราชสีห์ )

ต่างตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าต่อไปจะได้ไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้า ขอให้ร้อนไปถึงมารดา ด้วยแรงอธิษฐาน ท้าวพกพรหมจึงเสด็จมาจากเทวโลก จำแลงองค์เป็นกาเผือก แล้วเล่าเรื่องราวแต่หนหลังให้ฟัง พร้อมบอกว่าถ้าคิดถึงมารดา เมื่อถึงเพ็ญเดือน 11 เดือน 12 ให้เอาด้ายดิบผูกไม้ตีนกา ปักธูปเทียนบูชา ลอยกระทงในแม่นํ้า ทำอย่างนี้เรียกว่าคิดถึงมารดา แล้วท้าวพกพรหมก็ลากลับไป

ตั้งแต่นั้นมา จึงมีการลอยกระทงเพื่อบูชาท้าวพกาพรหม และเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่นํ้านัมมทานี ส่วนฤาษีทั้งท 5 ต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าดังนี้

ฤาษีองค์แรก กกุสันโธ ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระกกุสันโธ

ฤาษีองค์ที่สอง โกนาคมโน ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระโกนาคมน์

ฤาษีองค์ที่สาม กัสสโป ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระกัสสปะ

ฤาษีองค์ที่สี่ โคตโม ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระสมณโคดม

ฤาษีองค์ที่ห้า เมตเตยโย ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระศรีอาริยเมตไตรย

พระพุทธเจ้า 3 พระองค์แรก ได้มาบังเกิดบนโลกแล้วในอดีตกาล พระพุทธเจ้าองค์ที่ 4 คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน พระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 คือ พระพุทธเจ้าที่จะมาบังเกิดบนโลกในอนาคต ได้แก่ พระศรีอาริยเมตไตรย

การลอยกระทงของชาวเหนือ ( ยี่เป็ง )

การลอยกระทงของชาวเหนือ นิยมทำกันในเดือนยี่เป็ง ( คือยี่หรือเดือนสอง เพราะนับวันเร็วกว่าของเรา 2 เดือน ) เพื่อบูชาพระอุปคุตต์ ซึ่งเชื่อกันว่า ท่านบำเพ็ญบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึก หรือสะตือทะเล ตรงกับคติของชาวพม่า  

การลอยกระทงของชาวอีสาน ( ไหลเรือไฟ )

การลอยกระทงในภาคอีสาน เรียกว่าเทศกาลไหลเรือไฟ จัดเป็นประเพณียิ่งใหญ่ในจังหวัดนครพนม โดยการนำหยวกกล้วยหรือวัสดุต่างๆ มาตกแต่งเป็นรูปพญานาคและรูปอื่นๆ ตอนกลางคืนจุดไฟปล่อยให้ไหล ไปตามลำนํ้าโขงดูสวยงามตระการตา

นอกจากนี้ยังมีประเพณีอลยกระทงในประเทศต่างๆ เช่นที่เขมร จีน อินเดีย โดยมีคติความเชื่อ และประวัติความเป็นมาตรงกันบ้าง แตกต่างกันไปบ้าง

สรุปแนวคิด ความเชื่อการลอยกระทง

ประเพณีการลอยกระทง น่าจะเป็นคติของชนชาติที่ประกอบกสิกรรม ซึ่งต้องมีนํ้าเป็นปัจจัยสำคัญ เมื่อพืชพันธุ์ธัญญาหารเจริญงอกงามอุดมสมบูรณ์ จึงมีการลอยกระทงไปตามกระแสนํ้า เพื่อขอบคุณพระแม่คงคา หรือเทพเจ้าแห่งนํ้า อีกทั้งเป็นการแสดงความคารวะขออภัย ที่ได้ลงอาบ หรือปล่อยสิ่งปฏิกูลลงนํ้า ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งเป็นการบูชาเทพเจ้า ตลอดจนพระพุทธบาท พระเจดีย์จุฬามณี ฯลฯ ตามคติความเชื่อ

หลังจากทำพิธีลอยกระทงแล้ว ก็จัดให้มีการละเล่นรื่นเริงสนุกสนาน เช่น การละเล่นพื้นเมือง การละเล่นเพลงเรือ รำวง ฯลฯ อันเป็นธรรมเนียมประเพณี ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ .

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ภูมิรพี วันที่ : 22/11/2008 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/morningmoon

ภาพสวยมากครับ
จะหาเวลามาอ่านเรื่องราวอีกทีครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ร.นครหลวง วันที่ : 12/11/2008 เวลา : 15.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ronnaphong

คุณ Pierra-Vejjabul

ขอให้มีความสุขในวันลอยกระทงครับ..

อย่าลืมแวะไปลอยกระทงกันนะครับ..

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 12/11/2008 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vejjabul

ขอบคุณ ค่ะ สำหรับการนำเสนอตำนานประเพณีลอยกระทง ..... ^_^
.
.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ร.นครหลวง วันที่ : 12/11/2008 เวลา : 07.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ronnaphong

ป้ารุ..

แหะแหะ..ตัวเท่าหม้อแกงเลยครับ..
พอดีกระผมเองก็สายตาสั้นไปนิดเลย..เอา
ที่ตัวเองอ่านได้สะดวก..น่ะครับ..

วันนี้วันลอยกระทงอย่าลืมนำเอาความทุกข์ความไม่
ชอบใจต่างๆใส่กระทงลอยไปนะครับ.. :A4

ขอให้มีความสุขในวันลอยกระทงครับ..ป้ารุ


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ร.นครหลวง วันที่ : 12/11/2008 เวลา : 07.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ronnaphong

คุณณัฐรดา

เป็นการปลูกจิตสำนึกให้คนรู้จักกตัญญูต่อผู้มีพระคุณนั่นเอง..

ขอส่งความปรารถนาดีมายังคุณณัฐรดาในวันลอยกระทงเช่นกันครับ..


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ป้ารุ วันที่ : 12/11/2008 เวลา : 07.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ขอบคุณเรื่องดี ๆ ยามเช้านะคะ
ตัวหนังสือสดใสสบายตาดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ร.นครหลวง วันที่ : // เวลา : . น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ronnaphong

คุณ minmint

บางเรื่องราวเราได้ยินเพียงมุขปาฐะ เล่ากันมาปากต่อปาก
ผิดบ้างเพี้ยนบ้าง หากไม่สืบค้นก้เห็นจะไม่ทราบเค้าเงื่อน
ของเรื่องนี้ กระผมเองก็เพิ่งจะทราบว่าแท้จริงแล้วการลอย
กระทงมีที่มาที่ไป หลากหลาย แต่เป็นการสะท้อน แนวคิด
ความเชื่อของคนในแต่ละท้องถิ่นนั่นเองครับ

วันนี้อย่าลืมไปลอยกระทงนะครับ


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 12/11/2008 เวลา : 07.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ลอยกระทงเพื่อขอบคุณ และขอโทษ เป็นทัศนคติที่ดีจังเลยนะคะ
ขอให้มีความสุขวันลอยกระทงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
minmint วันที่ : 12/11/2008 เวลา : 07.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paradiso

ทุกประเพณ๊มีบริบททางสังคม ที่มาจากความเชื่อและศรัทธาในศาสนา
หลายคนคงลืมไปแล้ว ขอบคุณ คุณร.นครหลวง นะคะที่เตือนความจำ.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ร.นครหลวง วันที่ : 12/11/2008 เวลา : 07.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ronnaphong


คุณศุภวรรณ

เช่นเดียวกันนะครับ..ขอให้สมความปรารถนาในทุกประการ..สิ่งใดที่ไม่พึงประสงค์ขอให้ห่างไกลกันโดย
เฉพาะ ทุกข์ โศก โรค ภัย ขอให้ไหลไปกับพระแม่คงคาครับ..

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนครับ..


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 12/11/2008 เวลา : 06.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อรุณสวัสดิ์ค่ะ ...

มีความสุขในวันลอยกระทงนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน