• ดอกไม้ป่าบุปผาชน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rose_00251@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-25
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 15939
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
รสสุคนธ์ สารทอง
ครูวาดฝัน เขียนดาวดวงน้อย ๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/roseflower
วันพฤหัสบดี ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by ดอกไม้ป่าบุปผาชน , ผู้อ่าน : 507 , 09:25:40 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“เหยื่ออธรรม” บันทึกของทรงจำ และวรรณกรรมอมตะแห่งมหากวี

 รสสุคนธ์  สารทอง

 

 

มันเป็นคืนจันทร์สุกสว่างที่อิ่มเอมกับการเดินทางมาถึงหน้ากระดาษแผ่นนี้อย่างไม่รู้ตัว ด้วยความหลงรักหากมีอาณาจักร ฉันจะขอแลกมันกับ “มาริอุส” เสียในค่ำคืนนี้ เขาเป็นคนที่ฉันรอคอยการเดินทางมาถึง เพื่อที่จะค่อย ๆ ละเลียดรสชาติแห่งเรื่องราวเฉกเช่นการได้ดื่มด่ำรสชาติของเหยื่ออธรรมทั้งสองภาคผ่านมา มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยากที่จะกล่าว ตัวละครหลายตัวปรากฏขึ้นมาภายใต้ปกหนังสือแข็ง ๆ สีเทา ราวกับเขาได้เข้ามามีชีวิตและลมหายใจอยู่ในห้วงแห่งโลกอีกใบของฉันนั่นเลยทีเดียว คนแรกคือ ฌอง วัลฌอง เขาคือความมหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ของดวงใจที่คลุมเครือและอ่อนหวานยิ่งนัก คนถัดมาคือ ฟองตีน เธอเป็นความสง่างามอันทรงคุณค่าในทรงจำของห้วงนิรันดร์ ส่วนโกแซตต์ เธอคืออรุณรุ่งแห่งความรักที่อยู่เหนือแล้วซึ่งจักรวาลของกาลเวลา แหละเช่นเดียวกัน “มาริอุส” ก็เป็นหนึ่งในตัวละครนั้น ผู้ที่ฉันแอบหวังถึงการได้พบกับเขาในโลกใต้ปกสีเทานี้อีกคน

Paul Sweeney  กล่าวว่า "คุณรู้ว่าคุณได้อ่านหนังสือ เมื่อคุณอ่านถึงหน้าสุดท้าย และรู้สึกเหมือนว่าคุณกำลังจะสูญเสียเพื่อนคุณไป” ใช่แล้วล่ะ จู่ ๆ ความรู้สึกเช่นนั้นก็พลันเกิดขึ้นในค่ำคืนที่ฉันได้อ่าน “โกแซตต์” ซึ่งเป็นภาคที่สองของเหยื่ออธรรม วรรณกรรมชิ้นอมตะของมหากวีที่ชื่อ วิกตอร์ อูโก มาจนถึงหน้าสุดท้ายมันไม่ใช่ความรู้สึกเสียดาย หากแต่รู้สึกราวกับว่ากำลังจะต้องจากลาบางสิ่งในวันที่พึ่งได้รู้ว่าทุกอย่างช่างงดงามและลงตัวเหลือเกิน เป็นความรู้สึกเดียวกับที่เด็ก ๆ ต้องผละตัวออกจากสนามเด็กเล่นซึ่งกำลังเล่นอยู่อย่างสนุกสนานเมื่อรู้ว่าแม่ได้มารับกลับบ้านแล้วนั่นเอง... เมื่อต้องสะสมรู้สึกเช่นนี้เอาไว้นามของวัตถุดิบ การนั่งเขียนบันทึกสั้น ๆ ในคืนหนาวของวันนั้น คือสิ่งง่ายงามอันพึงทำที่สุดแล้ว

Iจำไม่ได้แล้วว่าเริ่มต้นนั้นฉันไปขอยืมหนังสือเล่มนี้จากเจ้าของมาได้ด้วยประการใด มีหนังสือเล่มหนาจำนวนห้าเล่มถูกบรรจุไว้ในกล่องหนังสืออย่างสง่างามในตู้กระจกนั้น มันทรงพลังราวกับมีมนต์ขลังใดมาตรึงใจให้ไม่อาจละสายตาแม้ว่าจะมีหนังสืออื่นอีกมากมายถูกจัดเรียงรายอยู่ด้วยกันก็ตามที “เหยื่ออธรรม เป็นวรรณกรรมแปลจากภาษาฝรั่งเศสซึ่งเป็นวรรณกรรมชิ้นอมตะอีกชิ้นหนึ่งของโลก” ผู้เป็นเจ้าของหนังสือกล่าวขึ้นมาทำนองนี้เมื่อเห็นฉันเฝ้านั่งจ้องตู้หนังสือด้วยท่าทีที่สนใจ  สารภาพว่าทั้งตื่นเต้นและดีใจ...เมื่อฉันได้เหยื่ออธรรมมาอ่านอย่างสมปรารถนาในวินาทีนั้น

"Les Miserablbes" หรือ "เหยื่ออธรรม" ผลงานของ "Victor Hugo (วิกตอร์ อูโก)" คือหนึ่งในสุดยอดวรรณกรรมโลก ซึ่งนับเป็นนิพนธ์ชั้นเลิศที่คงความเป็นอมตะตราบจนทุกวันนี้ หนังสือชุดนี้ที่ฉันได้มาอ่านนั้น เป็นวรรณกรรมชุด เหยื่ออธรรม ฉบับสมบูรณ์ ที่แปลโดยวิภาดา  กิตติโกวิท และจัดพิมพ์โดยทับหนังสือสำนักพิมพ์ ซึ่ง วิภาดา  กิตติโกวิท ได้แปลเนื้อหาวรรณกรรมจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส 5 ภาค นี่นับเป็นฉบับสมบูรณ์ครั้งแรกในภาคภาษาไทยที่ควรค่าแก่การสะสมเป็นอย่างยิ่ง

เหยื่ออธรรมเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ช่วงสมัยที่เกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส ตลอดจนมีแง่มุมชวนให้ขบคิดเกี่ยวกับปรัชญา และที่สำคัญ เป็นงานเขียนซึ่งสะท้อนภาพชีวิตจริงของมนุษยชาติอย่างลุ่มลึก เชิญชวนให้ผู้อ่านครุ่นคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับ จิตวิญญาณ ศีลธรรม โครงสร้างและคุณธรรมทางสังคม ความรัก ความศรัทธา ความเชื่อ ความกล้ำกลืนฝืนทน การเสียสละ วัยเยาว์ ความเป็นพ่อแม่ จิตสำนึก หน้าที่ การเปลี่ยนแปลง และด้านอื่น ๆ อีกมากมายในชีวิตอีกด้วย

 

ภาคแรกที่ได้มา ฉันใช้เวลาในขณะเป็นนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูค่อย ๆ ละเลียดและซึมซับรายละเอียดไปกับเหยื่ออธรรมในภาคนี้ ก็นั่นแหละมันเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มที่ฉันได้ออกเดินทางไปใช้ชีวิตครูฝึกสอน ในโรงเรียนมัธยมเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเทือกเขาพนมดงรักที่ติดเขตชายแดนไทยกัมพูชา มันเป็นเรื่องราวของการออกผจญภัยและท้าทายไปในเวลาเดียวกัน หนึ่งปีนั้น...ฉันมีความสุขกับการได้อยู่ท่ามกลางป่าเขา เงาแมกไม้ และสายหมอกเช้าที่ทอดยาวอยู่บนแนวของหลุมหลบภัย ทว่าก็ยังมีหนึ่งสิ่งที่เป็นยิ่งกว่านั้น มันเป็นสุขจากความปลื้มปริ่มใจเมื่อได้ใช้ชีวิตในนามผู้แปลกหน้าที่พาหนังสือเล่มโปรดออกเดินทางมาด้วยกัน นั่นคือ “ฟองตีน”

สำหรับผู้ผ่านทาง...นี่คือสิ่งที่ไม่ปล่อยให้ฉันรู้สึกเปลี่ยวใจเลยแม้เพียงสักวัน นั่นก็เพราะพลังจากข้อความเหล่านี้ ที่คอยตอกย้ำเตือนใจให้กล้าหาญในทุกห้วงขณะเวลา

 

“จะว่าไปแล้ว มีใครสักกี่คนกันเล่าที่สามารถบรรลุความใฝ่ฝันของตน ได้?” (ตอนที่หนึ่ง บทที่ 6)

“อย่าได้หวาดกลัวโจรขโมยหรือฆาตกร นั่นเป็นเพียงอันตรายภายนอก เป็นอันตรายเล็กๆ เราพึงกลัวตัวเอง ความมีอคติก็คือโจร ความเลวทรามก็คือฆาตกร อันตรายที่ใหญ่หลวงนั้นอยู่ภายในตัวเรานี่เอง” (ตอนที่หนึ่ง บทที่ 7)

“ความสุขสูงสุดของชีวิต ก็คือเชื่อว่าตนเป็นที่รัก รักเพื่อตัวเราเองแท้ ๆ หรือเราอาจจะพูดให้ดีขึ้นสักหน่อยก็คือ รักทั้ง ๆ ที่เราเป็นดังที่เราเป็น” (ตอนที่ห้า บทที่ 4)

“ความทุกข์โศกอันแสนสาหัส คือรังสีอันศักดิ์สิทธิ์และน่าพรั่นพรึง ที่เปลี่ยนร่างแปลงโฉมให้แก่ผู้ทนทุกข์”

(ตอนที่ห้า บทที่ 13)

 

          เวลาหนึ่งปีของฉันผ่านไปพร้อมกับการได้เติบโตขึ้นทั้งชีวิตและจิตวิญญาณ มันงอกงามไปพร้อม ๆ กับหน้ากระดาษแต่ละหน้าที่ถูกเปิดอ่าน ในวินาทีแห่งการขบคิดไปตามเรื่องราวของเนื้อหา ฉันได้ค้นพบบางคุณค่าก็ตอนอ่านมาจนถึงแผ่นสุดท้าย มีบางสิ่งบางอย่างอยู่ในหน้ากระดาษเหล่านั้น...มันขัดเกลาฉันให้เติบโตขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

คงมิอาจเรียกได้ว่าเป็นความบังเอิญหากแต่มันคือโอกาสที่ประจวบเหมาะอย่างพอดิบพอดี ฉันถือหนังสือมาหาเจ้าของด้วยความอิ่มเอม ฉันไม่ได้ตั้งใจแค่เอามาคืนหรอกนะ ในห้วงเวลาที่พึ่งรู้ตัวว่ากำลังจะต้องออกเดินทางไกลในไม่ช้าที่นับเวลาได้อีกไม่กี่วัน แม้จะแอบรู้สึกหวั่นในใจทว่าฉันยังยิ้มด้วยความเชื่อเช่นเดิมเสมอ...มันเป็นรอยยิ้มของความอุ่นใจ ว่าฉันจะได้เล่มใหม่ออกเดินทางไปด้วยกันอีกครั้ง อย่างน้อย ๆ นั้น มันก็คงจะช่วยให้ฉันไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไป

“เติบโตไปด้วยกันเถิด...โกแซตต์” เจ้าของหนังสือผู้อารีและเยือกเย็นกล่าวไว้เช่นนั้น

ดั่งคำมั่นสัญญา...ฉันรับเหยื่ออธรรมภาคสองมา พร้อมกับเสียงหนึ่งซึ่งก้องดังในใจว่า “ชีวิตต่อไปไม่ง่ายดายแล้ว” และในความโดดเดี่ยวอันแสนเงียบงันและหวั่นกลัว “โกแซตต์” เล่มนี้ทำให้ฉันได้มองเห็นความมหัศจรรย์ของหนึ่งสิ่งที่ยิ่งใหญ่ จากภาพเงาสะท้อนของความรักความผูกพันที่ฌอง วัลฌอง ทุ่มเทให้โกแซตต๎ สิ่งนั้นนั่นเองที่ช่วยกอบกู้ชีวิตของเขาจากความมืดมน เพราะเขาได้รัก รู้จักรัก และเป็นที่รักไปในเวลาเดียวกัน ไม่เพียงแต่ความรักอันบริสุทธิ์ใจที่ขจัดความมืดมนออกไปจากชีวิตของ ฌอง วัลฌอง เท่านั้น หากแต่ศรัทธาคงมั่นที่  โกแซตต์มีแด่ ฌอง วัลฌอง ก็เป็นดั่งแสงสว่างของวันใหม่ในชีวิตโกแชตต์เช่นเดียวกัน  “ศรัทธา คือสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ ความทุกข์ย่อมตกแก่ผู้ที่ไม่เชื่อไม่ศรัทธาในสิ่งใดเลย” ความในตอนที่หก บทที่ 8 กล่าวเอาไว้เช่นนั้น

และสำหรับการเดินทางไกลเพื่อมาทำหน้าที่ “ครู” อย่างเต็มตัวที่นี่นั้น ในปีแรกของชีวิตการรับราชการ       ฉันรู้สึกว่าตัวเองนั้นช่างโชคดี ที่ได้อ่านเหยื่ออธรรมในภาคที่สองนี้จบเสียก่อน ก่อนที่ศรัทธาบางอย่างจะร้างลาไป      ในท่ามกลางความไหวเอน คำพูดแม้เพียงคำเดียวที่ดึงใจให้หยุดคิดเพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่น นั่นก็กลายเป็นโองการของพระเจ้าได้ และส่วนหนึ่งแห่งแรงบันดาลใจที่ว่า ฉันก็ได้รับมันมาจากเล่มนี้...

 

“เราไม่อาจกลายเป็นคนเฉื่อยชาเพียงเพราะเราครุ่นคิด การใช้แรงงานนั้นมีทั้งที่มองเห็นได้ด้วยตาและที่มองไม่เห็นด้วยตา การครุ่นคิดรำพึงเป็นการใช้แรงงาน การคิดคือการกระทำ แขนที่พับอยู่นั้นทำงาน มือที่กุมอยู่นั้นทำงาน สายตาที่จับจ้องมองสวรรค์นั้นคือ งาน” (ตอนที่หก บทที่ 8)

 

“โกแซตต์” มาอยู่กับฉันได้อย่างเหมาะเจาะและตรงเวลาพอดิบพอดี ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงยังยิ้มได้ในการลืมตาขึ้นมาพบเช้าทุกเช้าได้อย่างชื่นบาน ... โกแซตต์ ทำให้ฉันเรียนรู้ว่า งานบางอย่างมันไม่ใช่แค่เพียงหน้าที่ ส่วนคนที่ให้ “โกแซตต์” แก่ฉันนั้นเล่า เขาทำให้ฉันได้เรียนรู้อีกว่า งานบางอย่างนั้นมันคือชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานของผู้ที่ได้ชื่อว่า“ครู” ผู้ที่ศรัทธาต่อการอุทิศชีวิตแด่ชีวิตนั้นแล้ว

เหยื่ออธรรมภาคสองได้ถูกอ่านไปจนจบแล้ว แม้จะอยากอ่านต่อในภาคสามเพียงใด ทว่าในเวลานี้ฉันอยู่ไกลตู้หนังสือเกินไปที่จะขออนุญาตจากเจ้าของแล้วหยิบมาอ่านได้ในทันที เมื่อถึงเวลาที่ไม่อาจทำสิ่งใดได้ดั่งใจธรรมชาติจะสอนให้เรารู้จักการรอคอยเสมอ เฉกเช่นในวันนี้ ที่ฉันยังรอ“มาริอุส” เหยื่ออธรรมภาคสามในบรรดาเหยื่ออธรรมทั้งห้าภาค การรอมันมีค่าก็เพราะเราได้เห็นความหมายของเวลาเช่นนี้ ฉันไม่อาจมองเห็นความพึงใจใด ๆ หากฉันได้เหยื่ออธรรมทั้งห้าภาคมากองวางอยู่ตรงหน้าแล้วเร่งเวลาให้อ่านจบไปในทันที ฉันอาจเบื่อหน่าย หรือแทบไม่ได้ละเลียดคุณค่าแห่งความงามที่ถูกซ่อนอยู่เลยก็เป็นได้ สิ่งหนึ่งที่ฉันได้มากับการค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปนั่นคือการที่ได้เฝ้าสังเกตตัวเองกับหนังสือแต่ละเล่ม เหล่านั้นล้วนแล้วแต่เดินทางมาพร้อมกับเรื่องราวที่มหัศจรรย์แก่ฉันเสมอ ฟองตีนนำพาความกล้าหาญและการไม่ยอมแพ้มาสู่ฉันในวันที่ต้องออกผจญภัย โกแซตต์นำพารักและศรัทธาที่ลึกซึ้งมาให้เพื่อความเข้าใจในชีวิตที่เกือบจะพลัดหลง และต่อจากนี้ ในห้วงนาทีที่ความแข็งแกร่งและมั่นคงคือสิ่งจำเป็นแก่การดำรงอยู่ต่อไป ฉันเชื่อว่าเหยื่ออธรรมภาคสาม จะทำให้ฉันได้ค้นพบสิ่งเหล่านั้นอีกครั้ง

แม้ในวันนี้ฉันจะพึ่งได้อ่านจบไปเพียงสองภาค แต่ฉันก็พูดได้อย่างเต็มปากว่าไม่เคยหลงวรรณกรรมเรื่องใดได้ถึงเพียงนี้มาก่อน เหยื่ออธรรมเป็นวรรณกรรมที่ทำให้ฉันรู้สึกประหนึ่งได้มีลมหายใจร่วมกับตัวละครเหล่านั้น ราวกับว่าเขาได้มีตัวตนอยู่ในชีวิตของฉันจริง ๆ  ทุกครั้งที่ได้เปิดหนังสือแต่ละหน้าขึ้นมา ฉันไม่ได้รับรู้ถึงการกำลังอ่านตัวอักษรบนแผ่นกระดาษเลยแม้แต่น้อย หากแต่รู้สึกราวกับได้มีลมหายใจไปกับเรื่องราวเหล่านั้น ฉันรู้สึกสะอื้นอย่างเจ็บแค้นกับมหันตโทษที่ฌอง วัลฌอง ได้รับจากการพยายามเลี้ยงดูหลานในปีที่อากาศหนาวจัดจนอับจนหนทาง รู้สึกเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งกับชะตาชีวิตของฟองตีน หญิงสาวที่แม้ทั้งชีวิตจะถูกทำลายทว่าความอยุติธรรมใด ๆ ไม่อาจทำร้ายหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของเธอลงได้เลย เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งมันทำให้ฉันได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่า เหตุใดเหยื่ออธรรมจึงเป็นอมตะ ทั้ง ๆ ที่อูโกเขียนมากว่าร้อยปีแล้ว

ความเป็นนิรันดร์แห่งทรงจำ มันยิ่งใหญ่และเปี่ยมความหมายก็ด้วยเหตุนี้นี่เอง .

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน