• โรสกีญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : roseki_ia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-06
  • จำนวนเรื่อง : 529
  • จำนวนผู้ชม : 313957
  • ส่ง msg :
  • โหวต 137 คน
who-where-what-work
ใคร...ทำอะไร..ที่ไหน..อย่างไร..นำมาบอกให้รู้กัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rosekia
วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by โรสกีญ่า , ผู้อ่าน : 352 , 20:44:32 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เลขาธิการ สทนช. ลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา  เร่งสกัดทะลักกระทบการผลิตน้ำประปาเพื่อการบริโภค-อุปโภคของประชาชน  หนุนดันผลศึกษาแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งซ้ำซากในระยะยาว  พร้อมเสริมความมั่นคงในการใช้น้ำอุปโภค-บริโภคและอุตสาหกรรม  ลดการใช้น้ำบาดาลปีละ 612 ล้านลบ.ม.

วันนี้ (19 ก.พ.63) ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมด้วยนายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการ สทนช. นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการประปานครหลวง (กปน.) นายธีระพล ตั๊งสมบุญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน และคณะ ลงเรือสำรวจแม่น้ำเจ้าพระยา ติดตามการตรวจวัดคุณภาพน้ำบริเวณปากคลองมหาสวัสดิ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการบริหารจัดการน้ำเพื่อควบคุมความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา

เลขาธิการ สทนช. กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้สั่งการให้ สทนช.           กรมชลประทาน  การประปานครหลวง (กปน.)และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เร่งรัดติดตามผลการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาค่าความเค็มในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาใหญ่ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภค-บริโภคของประชาชน  สทนช. ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามตามข้อสั่งการดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยได้มีการเพิ่มการระบายน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองผ่านคลองมหาสวัสดิ์ ในปริมาณ 60 ลบ.ม. ต่อวินาที คิดเป็นปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มเติมอีก 500 ล้านลูกบาศก์เมตร ไปจนถึงเดือนมิถุนายนนี้ (จากเดิมที่มีแผนระบายแล้ว 500 ล้านลูกบาศ์เมตร) มาช่วยผลักดันความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับการดำเนินการมาตรการอื่น ๆ  ได้แก่ การบริหารจัดการอาคารชลประทานให้สัมพันธ์กับช่วยเวลาน้ำขึ้นน้ำลง โดยหน่วงน้ำในพื้นที่ด้านบนบริเวณหน้าเขื่อนทดน้ำเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาทด้วยการบริหารปิด/เปิดบานระบายให้สัมพันธ์กับช่วงเวลาน้ำขึ้น – น้ำลง สอดคล้องการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ด้านท้ายแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ฯจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจะปิดประตูระบายน้ำในช่วงเวลาน้ำขึ้น เพื่อไม่ให้น้ำเค็มรุกเข้ามาในแม่น้ำและจะเปิดบานระบายน้ำในช่วงเวลาน้ำลงเพื่อเร่งระบายน้ำหรือการกระแทกน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ไล่น้ำเค็มออกสู่ทะเลโดยเร็ว ส่วนการวางแผนแก้ปัญหาในระยะยาวนั้น สทนช. ได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาดำเนินโครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ประกอบด้วย ลุ่มน้ำสาละวิน โขงเหนือ ปิง วัง ยม น่าน เจ้าพระยา ท่าจีน สะแกกรัง และป่าสักให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งแผนดังกล่าวสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ 20 ปี

สำหรับความคืบหน้าผลจากการศึกษาที่ล่าสุด   ได้มีการสรุปผลประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว  กล่าวคือ  โครงการในกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่มีทั้งหมด 13,748 โครงการ เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ 81 โครงการ สามารถบรรเทาพื้นที่ภัยแล้งได้ 2,155,000 ไร่ และสามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้ 2,857,000 ไร่ อีกทั้งมีโครงการที่บรรจุในแผนหลัก 13,667 โครงการ แบ่งเป็นระยะเร่งด่วน (พ.ศ.2564-2565) จำนวน 3,615 โครงการ ระยะสั้น (พ.ศ.2566-2570) จำนวน 7,785 โครงการ ระยะปานกลาง (พ.ศ.2571-2575) จำนวน 1,030 โครงการ และระยะยาว (พ.ศ.2576-2580) จำนวน 1,237 โครงการ โดยโครงการที่อยู่ในระยะเร่งด่วนเป็นโครงการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จำนวน 653 โครงการ สามารถบรรเทาพื้นที่ภัยแล้งได้ 161,000 ไร่ เป็นโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จำนวน 100 โครงการ สามารถบรรเทาพื้นที่น้ำท่วมได้ 194,000 ไร่   ทั้งนี้ สทนช.จะเร่งนำผลการศึกษาไปสู่แผนปฏิบัติการและขับเคลื่อนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาด้านน้ำโดยเร็วต่อไป

 

ทั้งนี้ นอกจากการปรับปรุงแหล่งน้ำเดิมให้สามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นแล้ว โครงการสำคัญในพื้นที่กลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สามารถบรรเทาปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งได้ อาทิ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล ตำบลสบเงา อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยจะสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำน้ำยวมตอนล่างผ่านอุโมงค์ไปลงห้วยแม่งูด เฉลี่ยปีละ 1,795 ล้านลบ.ม. โดยใช้เขื่อนน้ำยวมตอนล่าง ทำหน้าที่เก็บกักน้ำและทดน้ำเข้าสู่สถานีสูบน้ำบ้านสบเงา แล้วสูบน้ำขึ้นสู่ถังพักน้ำก่อนปล่อยเข้าอุโมงค์ส่งน้ำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8.3-8.5 เมตร ความยาวรวม 61.85 กิโลเมตร งบประมาณโครงการ 71,000 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้างโครงการ 7 ปี (พ.ศ. 2564-2570) โครงการนี้จะผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 516 ล้านหน่วยต่อปี มูลค่า 1,855 ล้านบาท เพิ่มพื้นที่เกษตรกรรม 9.3 แสนไร่ มูลค่า 3,104 ล้านบาท เสริมความมั่นคงในการใช้น้ำอุปโภค-บริโภคและอุตสาหกรรมลดการใช้น้ำบาดาลปีละ 612 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบัน กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมโครงการและผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านพัฒนาแหล่งน้ำ (คชก.) และโครงการผันน้ำกก อิง และน่าน เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ มีองค์ประกอบแนวผันน้ำ 2 ช่วง คือ ช่วงจากแม่น้ำกกไปแม่น้ำอิง (กก-อิง) ความยาว 56.7 กิโลเมตร และช่วงจากแม่น้ำอิงไปแม่น้ำน่าน (อิง-ยอด) ความยาว 64.7 กิโลเมตร เป็นคลองผันน้ำแบบคลองเปิด ท่อผันน้ำ (ฝังกลบ) อุโมงค์ผันน้ำ และอาคารประกอบอื่นๆ โดยผันน้ำ เฉลี่ยปีละ 2,000 ล้าน ลบ.ม. ลงสู่ลุ่มน้ำน่านตอนบนเหนือเขื่อนสิริกิติ์ หากรวม 2 โครงการแล้ว สามารถผันน้ำได้ 3,795 ล้าน ลบ.ม. ต่อปีในช่วงฤดูน้ำหลาก

นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพื่อแก้ไขและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วยแผนงานจำนวน 9 แผนงาน ได้แก่ 1) โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง 2) โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย 3) โครงการคลองระบายน้ำควบคู่ถนนวงแหวนรอบที่สาม 4) โครงการปรับปรุงโครงข่ายระบบชลประทานฝั่งตะวันตก 5) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา 6) โครงการบริหารจัดการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ 7) โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร 8) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน และ 9) โครงการพื้นที่รับน้ำนอง โดยความก้าวหน้าล่าสุดของโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ได้ดำเนินการออกแบบรายละเอียด พร้อมศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA การเวนคืนที่ดินและจัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้างตั้งแต่ ปี 2562-2566 กรอบวงเงินรวมประมาณ 21,000 ล้านบาท ประกอบด้วยงานขุดลอกคลองระบายน้ำ ระยะทาง 22.4 กม. ระบายน้ำได้สูงสุด 1,200 ลบ.ม./วินาที ก่อสร้างถนนบนคันคลอง ประตูระบายน้ำในลำน้ำและปลายคลองขุด และก่อสร้างเขื่อนพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามารถระบายน้ำเพิ่มขึ้นได้รวม 2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งที่ผ่านมาหากมีปริมาณการระบายมากกว่า 800 ลบ.ม./วินาที จะเกิดผลกระทบต่อชุมชนริมน้ำ พื้นที่เขตเศรษฐกิจ โบราณสถานสำคัญ และพื้นที่ชุมชนเมืองพระนครศรีอยุธยา ขณะเดียวกัน ยังมีแผนการดำเนินการระยะยาวโดยสร้างเครื่องมือการบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในอนาคต” ดร.สมเกียรติ กล่าว




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29



[ Add to my favorite ] [ X ]