• โรสกีญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : roseki_ia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-06
  • จำนวนเรื่อง : 583
  • จำนวนผู้ชม : 329310
  • ส่ง msg :
  • โหวต 184 คน
who-where-what-work
ใคร...ทำอะไร..ที่ไหน..อย่างไร..นำมาบอกให้รู้กัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rosekia
วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2563
Posted by โรสกีญ่า , ผู้อ่าน : 236 , 19:45:39 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือไททา แนะภาคการเกษตรไทยจะผงาดในอุตสาหกรรมการเกษตรโลกและเป็นแหล่งอาหารที่มั่นคงภายในประเทศในยุคนิวนอร์มอลนั้น จะต้องปรับตัวสู่ระบบการผลิตแบบยั่งยืน เร่งผลักดันให้เกิดการทำเกษตรแบบสมาร์ทฟาร์มมิ่งอย่างแท้จริง ผลิตตามแนวทางมาตรฐานเกษตรกรรมที่นานาประเทศตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกณฑ์วัดความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม อาทิ GAP หรือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ตลอดจนนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ช่วยให้การทำเกษตรกรรมมีประสิทธิภาพประสิทธิผล มาปรับใช้

ดร.วรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮ้าส์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย (ไททา) เผยว่า ภารกิจหลักของไททา คือการช่วยยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยให้ก้าวขึ้นสู่ระดับสากล โดยยึดมาตรฐานสากลเป็นหลักปฏิบัติ เรามีพันธมิตรที่พร้อมจะสนับสนุนองค์ความรู้ นวัตกรรมใหม่ๆ  และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก

“นโยบายของไททาในครึ่งปีหลังนี้ คือการสานต่อการเผยแพร่ความรู้เรื่อง GAP และรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาตระหนักถึงความปลอดภัยต่อตนเอง ต่อสิ่งแวดล้อม และต่อผู้บริโภค เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพสูง มีความปลอดภัย ได้มาตรฐานซึ่งจะเป็นการลดขีดจำกัดทางการค้าในการส่งออก พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงปัจจัยทางการผลิตที่มีคุณภาพ รวมถึงการทำแคมเปญ “East Safe Live Safe” (อีทเซฟลีฟเซฟ)  หรือ “กินอยู่ปลอดภัย” รณรงค์ให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความปลอดภัยในอาหารรวมถึงวิธีเลือกอาหารปลอดภัยควบคู่กันไปด้วย”ดร.วรณิกา กล่าว

สถานการณ์ในขณะนี้ ภาคการเกษตรทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายเป็นอย่างมาก หลายประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันเพียงเท่านั้น แต่ยังสร้างปัจจัยลบอีกหลายด้านที่เป็นอุปสรรคต่อการผลิตอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะมาตรการล็อคดาวน์ ที่นอกจากจะทำให้ไม่สามารถขนส่งสินค้าและปัจจัยการผลิตข้ามประเทศได้ ยังส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในระบบ เนื่องจากแรงงานต่างประเทศต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้

“หลายประเทศเกิดวิกฤติขาดแคลน เมล็ดพันธุ์คุณภาพ ปุ๋ย สารกำจัดแมลง เคมีเกษตรคุณภาพอื่น ๆ ในขณะที่ประเทศเราช่วงก่อนหน้านี้สินค้าเกษตรไม่สามารถส่งออกไปได้ ซึ่งการพึ่งพาอุปสงค์และอุปทานจากแหล่งผลิตระหว่างประเทศนี้ทำให้เกิดการทบทวนระบบการผลิตที่หันมาสู่การผลิตเพื่อพึ่งตนเองมากขึ้น ผลที่ตามมาก็คือจากที่เคยผลิตพอส่งออก ก็จะเหลือแค่ผลิตให้พอกินในประเทศ ฉะนั้นในวิกฤตนี้มีโอกาสสำหรับประเทศไทย ในการเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก ที่มีความได้เปรียบในการเกษตรกรรม มีความพร้อมทั้งด้านภูมิประเทศ และความชำนาญ”ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมฯ กล่าว

ดังนั้น การจะผลักดันให้ไทยมีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกยุค New Normal ได้นั้น เกษตรกรไทยต้องปรับตัวเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ลดการพึ่งพาแรงงาน หันมาใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมให้มากขึ้น เน้นการผลิตเพื่อคุณภาพ มากกว่าปริมาณ วางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับตลาดและสภาพอากาศมากขึ้น รวมทั้งเร่งพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้เข้าถึงองค์ความรู้ข้อมูลต่างๆ ยิ่งในช่วงที่ผ่านมามีการเดินทางกลับภูมิลำเนามากขึ้น มีคนรุ่นใหม่ที่หันมาทำการเกษตรมากขึ้น บางคนก็นำเทคโนโลยีมาช่วยหาตลาด หาช่องทางการขายให้ครอบครัว ซึ่งถ้าสามารถนำนวัตกรรม เทคโนโลยี ผสานกับความรู้พื้นฐานด้านเกษตรที่ส่วนใหญ่มีกันอยู่ มาต่อยอดร่วมกับปัจจัยการผลิตอื่นๆ ก็จะสามารถสร้างระบบสมาร์ทฟาร์มมิ่งได้

ทั้งนี้ GAP เป็นทางออกที่สมาคมฯ มองว่ายั่งยืนที่สุด เพราะให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล และสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต นอกจากนี้ อีกประโยชน์ที่สำคัญมากคือความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกษตรกรยุคนี้ต้องคำนึงถึงอย่างมาก เพราะโลกยุคใหม่นี้ ผู้บริโภคนอกจากจะห่วงสุขภาพแล้ว ยังมองไปถึงสิ่งแวดล้อม และแน่นอนว่าหลาย ๆ ประเทศคู่ค้าของไทยใช้ประเด็นสุขอนามัยพืชและสิ่งแวดล้อมและการทำลายระบบนิเวศเป็นหัวข้อเรื่องกีดกันทางการค้า  ดังนั้นจึงเป็นการสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาเรื่องของมาตรฐาน มี Traceability คือสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคและคู่ค้า  GAP จึงเป็นแนวทางปฏิบัติที่ให้ประโยชน์กับทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม การจะปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรที่ทำสืบต่อกันมายาวนานต้องอาศัยหลายปัจจัยในการทำให้บรรลุผล ซึ่งก็รวมไปถึงนโยบายของภาครัฐ ที่จำเป็นจะต้องสอดคล้องกับความเป็นจริง และเอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกรด้วย รัฐบาลต้องมีมาตรการในการสนับสนุนเกษตรกรอย่างจริงจัง และที่สำคัญที่สุด ต้องเล็งเห็นอย่างถ่องแท้ถึงวิกฤตที่เกิดขึ้นจากนโยบายหรือมาตรการที่มิได้พิจารณาจากข้อเท็จจริง ความจำเป็นที่แท้จริงในการทำเกษตรกรรม อันจะนำไปสู่ความเสียหายของภาคเกษตรในอนาคตอันใกล้นี้ รัฐจำเป็นต้องหาทางแก้ไขและฟังเสียงเกษตรกรผู้เป็นผู้ปฏิบัติ จึงจะสามารถฝ่าวิกฤต และผลักดันให้การเกษตรไทยแข็งแกร่งในเวทีโลกได้

สำหรับภาพรวมสินค้าเกษตรในปี 2563  จากปัจจัยทางเศรษฐกิจของโลกซึ่งคาดว่าในปี 2563 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เช่นเดียวกับ เศรษฐกิจภายในประเทศของไทย แสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อของคนทั่วโลกมีการขยายตัวลดลง ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่าภาคการเกษตรไทยจะขยายตัวลดลงด้วย โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดการณ์ว่า GDP ภาคการเกษตรในปี 2563 จะขยายตัวเพียงร้อยละ 2 - 3 เท่านั้น กอปรกับในปี 2563 ไทยยังประสบกับปัญหาภัยแล้ง ที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลดลงแทบทุกภาคของไทย รวมทั้งปริมาณน้ำฝนทั้งประเทศที่คาดว่าจะต่ำกว่าค่าปกติ ถึงร้อยละ 10 ในช่วงต้นปี ขณะที่ปัญหาโรคระบาด แมลง ศัตรูพืช ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ภาพรวมสินค้าเกษตร ในปี 2563 จึงต้องวิเคราะห์ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก รวมถึงภาวะการผลิตและการตลาด




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]