• โรสกีญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : roseki_ia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-06
  • จำนวนเรื่อง : 661
  • จำนวนผู้ชม : 354546
  • ส่ง msg :
  • โหวต 233 คน
who-where-what-work
ใคร...ทำอะไร..ที่ไหน..อย่างไร..นำมาบอกให้รู้กัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rosekia
วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2563
Posted by โรสกีญ่า , ผู้อ่าน : 190 , 16:23:39 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในแวดวงคนเลี้ยงหมู ที่หลายฝ่ายเคยคาดการณ์ว่าปีนี้น่าจะเป็นปีทองที่เกษตรกรจะพอลืมตาอ้าปากได้ หลังต้องทนทุกข์กับภาวะขาดทุนมาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา จากปัญหาหมูล้นตลาดทำราคาตกต่ำต่อเนื่อง แต่แล้วการณ์กลับไม่เป็นดังนั้น เพราะราคาหมูกลับถูก “แช่แข็ง” ฟรีราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มไว้ที่ไม่เกิน 80 บาทต่อกิโลกรัม ไม่สามารถปรับขึ้นตามกลไกตลาดที่แท้จริงได้

ยิ่งในวันนี้ที่เกษตรกรหลายจังหวัดต้องเผชิญหน้ากับปัญหาโรคเพิร์ส (PRRS) ซึ่งเป็นโรคระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจ ที่ติดต่อเฉพาะในหมู แต่ไม่ติดต่อหรือเป็นอันตรายกับคน โรคนี้ถือว่ามีความร้ายแรงต่อวงการหมู เพราะยังไม่มียารักษาโรคที่เฉพาะเจาะจง และสร้างความเสียหายในฝูงสุกรได้อย่างมาก โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือที่เวลานี้มีการระบาดแล้วใน 7 จังหวัด ทั้งเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอนพะเยา ลำพูน ลำปาง และแพร่ ในฟาร์มเกษตรกรที่พบโรคนี้ต้องทำลายหมู รวมถึงฟาร์มที่อยู่โดยรอบในรัศมีตั้งแต่ 1-3 กิโลเมตร และ 5 กิโลเมตรที่พบสัตว์ป่วย ตามความรุนแรงของการแพร่ระบาด ซึ่งเป็นมาตรฐานการป้องกันการระบาดโรคสัตว์ของกรมปศุสัตว์ รวมถึงต้องหยุดพักเล้าไม่นำหมูเข้าเลี้ยง เพื่อป้องกันและควบคุมโรคให้อยู่ในวงจำกัด และไม่ใหเกิ้ความเสียหายต่อเกษตรกรในวงกว้าง

ตัวอย่างผลกระทบที่เห็นให้ได้ชัดเจน คือ สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรเชียงใหม่-ลำพูน ซึ่งมีเกษตรกรรายย่อยที่เป็นสมาชิกรวมทั้งหมด 90 ราย วันนี้มีเกษตรกรถึง 70 ราย ที่ต้องหยุดการเลี้ยงหมูจากปัญหา PRRS เนื่องจากเกิดโรคภายในฟาร์ม และมีเกษตรกรบางส่วนที่กังวลว่าจะเกิดปัญหากับฟาร์มของตัวเอง จึงตัดสินใจหยุดเลี้ยถงหมูไปก่อน รอดูสถานการณ์ดีกว่านี้ถึงจะเริ่มลงทุนใหม่

ขณะนี้จึงเหลือเกษตรกรเพียงแค่ 20 รายเท่านั้น ที่ยังยืนหยัดสู้ต่อ แต่ต้องแลกกับต้นทุนการเลี้ยงหมูที่สูงขึ้นถึงตัวละ 100 บาท จากเดิมที่มีภาระในด้านการป้องกันโรคสำคัญอย่าง ASF ที่เพิ่มต้นทุนขึ้นมา 100 บาทอยู่แล้ว แต่เกษตรกรหมูก็ยอมแลก เพื่อรักษาอาชีพของพวกเขาเอาไว้ ทำให้ยังสามารถป้องกัน ASF ได้อย่างเข้มแข็งจนเป็นประเทศเดียวที่ปลอดจากโรคนี้ได้จนถึงปัจจุบัน เท่ากับว่าคนเลี้ยงหมูต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มถึง 200 บาทต่อตัวแล้ว

วันนี้ปริมาณผลผลิตหมูในกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ฯ หายไปเกือบ 80% เมื่อผนวกกับข้อกำหนดเรื่องการห้ามเคลื่อนย้ายหมูโดยไม่ได้รับอนุญาต การห้ามจำหน่ายหมูข้ามเขต ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันโรค โดยมีการตั้งด่านตรวจตลอด 24 ชั่วโมง หากมีผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีและปรับไม่เกิน 40,000 บาท ทั้งสองปัจจัยทำให้ในบางพื้นที่เริ่มเกิดปัญหาขาดแคลนหมูแล้ว แต่การขายหมูเป็นหน้าฟาร์มของเกษตรกรยังถูกตรึงราคาไว้ที่ไม่เกิน 80 บาท ทั้งๆที่หมูในพื้นที่ไม่มีขาย สวนทางกับการบริโภคที่ยังคงมีต่อเนื่องไม่ได้ลดลง

ในขณะที่คนเลี้ยงมีต้นทุนเพิ่มขึ้น การป้องกันโรคต้องเข้มข้นและได้มาตรฐานตามที่ภาครัฐกำหนด เกษตรกรจึงเริ่มพิจารณาหยุดเลี้ยงหมู เพราะวิตกกับภาวะโรคที่ไม่สามารถคาดเดาได้

สิ่งที่เกษตรกรหวังคือ อยากให้ปลดล็อกกลไกตลาด ให้เป็นไปตามอุปสงค์อุปทานที่แท้จริง เพื่อไม่ให้อาชีพเลี้ยงหมูต้องล้มหายตายจากไปจนหมด เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือผู้บริโภค หนึ่งในนั้นก็คือเกษตรกรที่ถือเป็นผู้บริโภคคนหนึ่งเช่นกัน ขอเพียงภาครัฐเข้าใจปัญหาและมองกลไกนี้ให้ออก ซึ่งถือเป็นการช่วยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคไปพร้อมๆกัน

 

โดย ปฏิภาณ กิจสุนทร : patipan.kijsoontorn@gmail.com




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2020 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]