*/
  • รวงข้าวฯ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : roungkao@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-16
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 47162
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
  • โหวต 22 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน 2553
Posted by รวงข้าวฯ , ผู้อ่าน : 890 , 15:10:21 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อหลายปีก่อน ผมอยากเขียนนวนิยายสักเรื่อง ลองพยายามแล้วก็สิ้นพยายามไปเฉย ๆ เมื่อวันก่อนพี่ ๆนักเขียนสามสี่ท่านที่ผมเคารพรักเป็นการส่วนตัวบอกว่า ให้กลับมาเขียนงานบ้าง นั่นอาจเป็นข้ออ้างให้กลับมาเขียนมันอีกครั้ง หากข้ออ้างนี้มีน้ำหนักพอ เรื่องนี้อาจถูกเขียนจนจบ

ภคว เป็นเรื่องยาว ปีก เป็นภาคแรกที่อยากเขียน แต่ก่อนอื่นอ่านบทนำก่อนนะครับ(เพราะเขียนทิ้งไว้เท่านี้...เฮ้อ)

ภคว : ปีก 

                                                -บรรพกาล-

โลกถูกทำให้หลับมาแล้วกว่า 1,000 ปีวัสสะ เพื่อรอให้ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ถูกลบเลือน คอยเวลาซึ่งรอยจารึกทั้งมวลจะถูกปิดซ่อนอย่างมิดชิด     และตระเตรียมชีวิตสู่วาระแห่งการเริ่มต้นอีกครั้ง

                                                      ()

ท่านทั้งหลาย

ข้าตื่นแล้ว

ขณะที่โลกยังหลับอยู่ในอ้อมกอดแห่งจิรกาล   ข้าถูกปลุกให้ตื่น…ตื่นขึ้นเพื่อกล่าวต้อนรับรุ่งอรุณที่กำลังเดินทางมาถึง อรุณรุ่งซึ่งเดินทางไกลผ่านห้วงรัตติกาลอันยาวนานมาสู่ยามเช้าของวันเยาว์ที่แดดแรกได้แทรกตัวผ่านม่านความดำมืดของหมู่เมฆาและเงาราตรี      แดดแรกที่จะชำระล้างความรางเลือนต่าง ๆนานาให้จางคลาย    ลบเงาพระจันทร์อันหม่นมัวที่ทอดจับพื้นผิวน้ำให้ปรากฏความกระจ่างชัด และเปิดดวงตาของมนุษย์สู่ความเป็นจริงอันจะดำรงอยู่นับต่อแต่นี้ จนกว่ากรีฑาชะตากรรมจะเป็นฝ่ายชนะหรือพ่ายแพ้

อีกครั้งแล้ว…ข้าตื่นเพื่อทำความรู้จักโลก  โลกซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสวนอุทยานเพื่อให้ ดอกไม้ได้กรีดกรายกลีบงาม    และเป็นลานประหารของทหารหาญ นักรบผู้ปกป้องและแย่งชิงดาราจักร      เคยเป็นครรภ์มารดาอันให้กำเนิดสรรพชีวิตและสางสุสานที่ฝังกลบร่างผู้แพ้พ่ายอันอ่อนแอ      เคยเป็นโลกของตัวละครจากความเพ้อฝันของนักเล่านิทานข้างถนนและจากความเป็นจริงของนักบวชที่ขังตัวเองอยู่ในวิหารอันว่างเปล่า 

โลก ดวงดาวสีน้ำเงินอันงดงาม และอัปลักษณ์   ดินแดนแห่งนาฏกรรมความรักและเกลียดชัง รูปทรงกลมของความว่างเปล่าในห้วงจักรวาลที่จับต้องได้ รู้สึกได้

แต่นั่นนานมาแล้ว

มันต่างอย่างสิ้นเชิงกับโลกซึ่งเคยคุ้นเคย

แม้ข้าจะไม่รู้สึกแปลกหน้ากับดินในมือที่กอบกำอยู่   แม้ผืนน้ำที่แทรกกายแหวกว่ายไม่ได้ดูแตกต่างจากที่เคย    แม้สายลมที่พัดผ่านร่างจะยังไม่เปลี่ยนกลิ่นและไฟที่ใช้อิงกายจะยังร้อนอย่างไฟ

แต่ความเป็นจริงก็คือโลกเปลี่ยนไปแล้ว

เกือบทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่  รูปแบบสิ่งมีชีวิตเดิม ๆ ถูกลอกเลียน และหลายสิ่งที่ไม่เคยได้รับเลือกให้มีชีวิตจะเริ่มต้นการใช้ชีวิต

                        แผ่นดินที่เคยถูกหว่านกระจัดกระจาย   และถูกแยกออกจากกันด้วยมหาสมุทรจะถูกจับวางทับซ้อนกันเป็นหนึ่งแผ่นดิน ล้อมบีบให้แคบเข้าด้วยทะเลทราย ธารน้ำแข็ง และหินไฟหลอมละลาย แม่น้ำและคลองธารจะถูกขีดเส้นทางจรใหม่แทรกสลับภูสูงกับพื้นราบ    พันธุ์ไม้หลากพันธุ์ถูกโปรยหว่านไปทั่วทั้งทิวเทือกเขา

ทุกสิ่งถูกจัดวางอย่างเจตนา

ภูที่เคยสูงจะยิ่งสูงตระหง่าน   ผาที่เคยชันจะชันยิ่งกว่า    เหวที่เคยลึกจะลึกจนสุดหยั่ง  นกเป็นเพียง 1 ใน 1,000 ชีวิตที่ว่ายเวิ้งฟ้า   วาฬมิได้ยิ่งใหญ่ที่สุดในห้วงสมุทร พื้นดินมิได้ จำกัดสัตว์ใหญ่อยู่แค่ที่ 4 เท้า และภายใต้ชั้นหินที่ลึกและหลอมละลายปรากฏชีวิต

บางสิ่งที่เคยมีอยู่แต่ครั้งโลกเดิม  แต่เราปฏิเสธการมีอยู่แห่งมันจะเริ่มต้นแสดงตน  หลายสิ่งที่ดวงตามนุษย์ไม่เคยมองเห็นจะกลับกลายเป็นที่ยอมรับ

                       

                                   ()

ครั้งเมื่อโลกยังเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ในห้วงจักรวาลที่ยังไม่สิ้นเพลิงโลกันต์ เปลวเพลิงจากไฟสงครามที่ถูกจุดขึ้นด้วยมือเหล่านักรบของพระเจ้าและกองทัพพรรค์ซาตาน ครั้งกระนั้น…มนุษย์เป็นสิ่งใหม่ในดินแดนแห่งพระผู้เป็นเจ้า แดนดินแห่งนิจกาลและชีวิตนิรันดร์

มนุษย์  ชีวิตที่งดงามเพียงหนึ่งเดียวถูกสร้างจากภาพฝันของนักเล่านิทานแห่งแมนสรวง ร่างกายทุกส่วนได้มาจากความอ่อนโยนของดอกไม้ในอุทยาน   ตกแต่งรูปเงาอย่างเหล่าเทพบนแมนสรวง  ประดับด้วยปีกใสและแบบบางอย่างผีเสื้อ  ปีกทำให้มนุษย์นั้นงดงาม ความอ่อนไหวและเฉลียวฉลาดทำให้มนุษย์น่าหลงใหล แม้จะผ่านกาลไป 10,000 ปีวัสสะมนุษย์ก็ยังงดงามอยู่ในอุทยานสวรรค์

จนกระทั่ง

มนุษย์เริ่มมองไม่เห็นความรื่นรมย์ในอุทยาน ปีกบางซึ่งว่างามกลับกลายเป็นข้อจำกัดในการบิน มนุษย์เริ่มปรารถนาในรสปีกปักษา ปีกสีขาว สง่างามและแข็งแรง ปีกซึ่งจะนำไปสู่ดินแดนแห่งความรื่นรมย์นอกแมนสรวงอันไกลโพ้น   แต่ปีกปักษาเป็นสิ่งกำนัลพิเศษจากพระผู้เป็นเจ้าที่มอบให้เฉพาะแต่เหล่า อนาคาปาตี นักรบชั้นแม่ทัพนายกองแห่งแมนสรวง  ผู้กำชัยชนะในสนามรบสุดท้ายบนผืนโลก สงครามที่จะกำหนดชะตาผู้ครอบครองอาณาจักรแห่งดวงดาวทางช้างเผือก

ปีกปักษาคือความฝันทั้งยามหลับและตื่น

มนุษย์จึงขังตัวเองอยู่ในความปรารถนาและริษยา เมื่อความริษยาสั่งสมเป็นความทุกข์ ความทุกข์จึ่งเรียกร้องความสงสาร เนิ่นนานเป็นกาลปีเสียงเรียกร้องจึงเปลี่ยนเป็นพร่ำวิงวอน  คำคร่ำครวญส่ำระงมทั่วทั้งสรวงสวรรค์ เหล่าอนาคารุมยิ้มเยาะต่อความใคร่อยาก พระผู้เป็นเจ้าเฝ้ามองแต่นิ่งเฉย

ความเศร้าโศกแย่งแต่งมนุษย์จนผิดรูป

ความริษยาทำมนุษย์แลดูหม่นจนสิ้นความงดงาม

ความสิ้นหวังปรุงมนุษย์สู่วาระแห่งการอำลา มนุษย์จึงมอบดวงวิญญาณแด่โลกมืดเพื่อแลกกับอิสระในการบิน และก่อนที่มนุษย์จะเดินไปสู่ประตูแห่งรัตติกาลนิรันดร์ ปีกที่เคยใช้บินที่เคยว่างามก็ถูกเด็ดโยนทิ้งเข้าสู่กองเพลิงในโลกล่าง เป็นเชื้อให้ไฟโลกันต์ผลาญเผาจนกว่าจะสิ้นเถ้าธุลี

และแล้วมนุษย์ก็ได้มันมา ปีกกาปักษาสีนิลกาฬ 

ดั่งงานเลี้ยงที่ไม่มีวี่แววจะเลิกรา ปีกกาปักษานำมนุษย์เสพความรื่นรมย์ในดินแดนนอกแมนสรวงอย่างไม่รู้จักพออิ่ม ลูบไล้ทุกรูปกายที่อยากไล้สัมผัส สูดดมกลิ่นอัปสรทุกช่อนางที่ชวนดมดอม เฝ้าฟังทุกสรรพเสียงที่ใคร่ฟัง 

แต่ความรื่นรมย์ก็มิได้ตั้งอยู่นาน

ทุกสิ่งที่เคยเสพกลับไร้รส ทุกสิ่งที่เคยไขว้คว้ามากอดรัดกลับอยากสลัดทิ้ง ทุกสิ่งที่เคยถูกเรียกว่าความเปี่ยมสุขกลับล้อนเปลือกออกสิ้นแลเห็นว่าเป็นทุกข์ทรมาน ปีกกาปักษาที่เคยทนทานและบางเบากลับหนักกายและไม่อาจเป็นไปได้ในการบินหนทางไกล กายร่างที่เคยคงทนอยู่นิจกาลกลับป่วยไข้และทรุดโทรม หากทิ้งไว้นานกาลคงสิ้นใจ

บังเกิดเป็นรูปเงาราง ๆ ของความเสียใจในหัวใจมนุษย์  ปรากฏเป็นละอองน้ำบาง ๆ คลอหน่วยตาและพบว่า รอยสำนึกอันรางจางนั้นแจ่มชัดในราตรีที่คิดจะคืนกลับ

มิช้านาน…มนุษย์ก็กลับมา

คืนกลับมายังขอบแดนแมนสรวงร่ำพร่ำสวดวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าขอกลับไปแดนสวรรค์ แม้นต้องแลกด้วยทุกสิ่งก็ยินยอม  “แลกด้วยทุกสิ่งก็ยินยอม” ด้วยประโยคนี้ที่กล่าวซ้ำ ย้ำ ซ้ำ ๆ ร้อยพันทิวากาล  คำอ้อนวอนนั้นจึงเป็นผล คำให้อภัยจึงถูกกล่าวแต่มีข้อแม้

ด้วยมนุษย์จะตายหากไร้ปีก

และประตูสวรรค์ทุกบานก็ไม่เคยปล่อยให้ปีกกาปักษาได้บินผ่าน  เพียงหนทางเดียวที่จะหวนคืนสู่แมนสรวงคือตามหาปีกที่สูญหายไปในกองเพลิงโลกันต์นั้นกลับมา ไม่มีทางเลือกอื่นและโอกาสที่มีก็ไม่มากครั้ง

                        จนแล้วเพลิงโลกันต์บนโลกก็ดับมอด ซากไฟสงครามถูกแปลงรูป สุสานและคุกขังเหล่าอสูรถูกพรางตา ชินถูกปล่อยให้เป็นอิสระ  ปีกที่สูญหายกับประตูสวรรค์ที่เชื่อมต่อโลกกับสวรรค์ถูกเก็บซ่อน โลกถูกจับวางอย่างพอเหมาะ น้ำถูกรินจากสรวงสวรรค์เพื่อสร้างเป็นห้วงมหรรณพก่อนจะปล่อยทิ้งไว้อีกคราเพื่อรอเวลาให้ชีวิตได้กำเนิดและคอยวิวัฒนาการของชีวิตสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างที่พระผู้เป็นเจ้าปรารถนาอยากให้เป็น ปีกกานิลกาฬบนตัวมนุษย์หลุดร่วง ความทรงจำถูกหว่านกระจัดกระจายตามสายลม หลงเหลืออยู่ก็เพียงสัญชาตญาณที่จำเป็น

โลกถูกสร้างเพื่อการณ์นี้และอย่างมีเงื่อนไข

                        เมื่อ 5000 ปีวัสสะก่อนโลกภาคน้ำแข็ง  

มนุษย์ได้เริ่มต้นเดินทางและแสวงหาคำตอบจากโลกซึ่งเก็บงำเรื่องราวของปีก และประตูสรวงสวรรค์ ถามหาความทรงจำในสายลมและถอดรหัสที่ซุกซ่อนอยู่ในสัญชาตญาณ แม้มนุษย์ที่ไร้ปีกจะอ่อนแอแต่ความเฉลียวฉลาดก็ไม่ได้สาบสูญ เพียงไม่กี่ร้อยปีวัสสะเผ่าพันธุ์มนุษย์ขยายตัวจนมากพอที่จะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน คำตอบหลายประการถูกค้นพบ ความหลงลืมหลายอย่างถูกทบทวนจนจดจำ  หลายเรื่องราวได้รับการสรุปเป็นคัมภีร์

แต่ก็ช่างเปล่าประโยชน์

มนุษย์พยายามหลงลืมทุกสิ่งและปฏิเสธถิ่นที่เคยจากมา พันธะสัญญาต่อพระผู้เป็นเจ้าไม่เคยถูกกระตุ้น ช่างพร่าเลือนอย่างกะสัญชาตญาณ ปีกไม่ได้ถูกสืบค้นและไม่มีคำถามใด ๆ เกี่ยวกับประตูสวรรค์  แม้นยังคงหลงเหลือผู้นำในการเดินทางแต่ก็หามีผู้ใดเดินตามไม่

ดวงตามนุษย์พร่ามัวในแสงสว่างและบอดใบ้ในความมืด    มนุษย์ล้มเหลวในการแสวงหา ล้มเลิกการเดินทางไกลแต่กลับสร้างสรวงสวรรค์ขึ้นมาใหม่ กำหนดให้บางเผ่าพันธุ์ บางมนุษย์และสิ่งของบางสิ่งเป็นตัวแทนแห่งพระผู้เป็นเจ้า สร้างปีกขึ้นใหม่ทดแทนปีกเดิมที่สูญหาย และกำหนดกฎเกณฑ์ราคาสำหรับผู้ต้องการถือครอง มนุษย์สร้างทุกสิ่งขึ้นมาด้วยความก้าวหน้าและเลิศล้ำในวิทยาการแต่มันก็ไม่อาจทำให้มนุษย์ได้รับชัยชนะ

มนุษย์พ่ายแพ้

พ่ายแพ้อีกครั้งและอีกครั้ง

จนแล้วกาลสิ้นสุดของชะตาโลกและเพลาสุดท้ายตามพันธะสัญญาที่เคยต่อรองต่อพระผู้เป็นเจ้าก็เดินทางมาถึง เพลิงโลกันต์ถูกจุดขึ้นเพื่อเผาผลาญทุกสิ่งสกปรกบนพื้นโลก พายุฝนพันห่าตามล้างโลกจนสะอาด ก่อนที่ธารน้ำแข็งจะเคลื่อนกายห่มคลุมโลกทั้งใบเอาไว้

เผ่าพันธุ์มนุษย์เกือบสิ้นสูญ สรรพวิญญาณแตกพล่าน โลกและชีวิตที่ยังรอดไหลร่างเข้าสู่ภาวะแห่งการจำศีล

แลนับต่อแต่นี้ไปอีก 5000 ปีวัสสะ

มนุษย์จะได้รับโอกาสให้เดินทางอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย เพียงแต่ครั้งนี้มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเดียวที่ทรงอำนาจและครอบครองความฉลาด  เงื่อนไขของโลกเปลี่ยนไปแล้ว ปีกถูกซุกซ่อนในที่ที่ไม่อาจค้นพบ ประตูสวรรค์ถูกจับแยกออกเป็นส่วนชิ้นและขว้างออกไปอย่างไร้ทิศทางแม้กำหนดรู้ว่ามันตั้งอยู่ ณ ที่ใดก็ยากที่จะไปได้ถึง 

                       

                                  (3)

                        โลกตื่นแล้ว

ข้าสัมผัสได้ถึงอายแดดอุ่นรอนอย่างเพลาย่างอรุณ ข้าได้ยินเสียงหยดน้ำจากธารน้ำแข็งที่กำลังละลายกาย ข้ารู้สึกถึงอาการเคลื่อนไหวน้อย ๆ ในแผ่นดินเขตร้อน ข้าได้กลิ่นหยาดน้ำค้างที่ห่มคลุมฟางข้าว ข้ามองเห็นรุ้งพระจันทร์จับเส้นขอบฟ้าในห้วงราตรีที่เพิ่งจากไป

บทกวีในบทเพลงแห่งนกกางเขนแว่วมาตามสายลมตะวันออก

ณ ท้องทุ่งแห่งความใฝ่ฝันดอกพลับพลึงเริ่มผลิกลีบดอกบาน

ความรักเริ่มแสดงตน ณ ยอดผาตารกา

                        ท่านทั้งหลาย…

นับจากครานั้นได้ 1,000 ปีวัสสะ เรื่องราวของปีกแห่งปักษาและทวาวารแห่งแมนสรวงก็ยังไม่มีผู้ใดกล่าวถึง  นั่นหมายรวมถึงยังไม่มีอมนุษย์สักตนปริปากให้เป็นข่าว ทุกปรากฏการณ์ดูเป็นปกติเหมือนอย่างที่ควรจะเป็น  อย่างกะความลับไม่เคยถูกแพร่งพราย แม้ว่าบางขณะ บางถิ่นหรือบางชั่วเพลา กลิ่นความลับได้เล็ดลอดออกมาสู่การใฝ่สอดรู้ของมนุษย์บ้างแล้วก็ตาม

แต่ความลับก็ยังเรียกได้สนิทปากนักว่า  ความลับ

                        ความลับซ่อนตัวมันเองไว้ในทุก ๆ ที่

                        มันปกปิดตัวเองอยู่ในความสามัญของต้นไม้ใหญ่ทุกต้นในป่าอานุ ดินแดนหลังเทือกเขาอมตา ถิ่นพำนักของเหล่านักสิทธิ์ผู้กุมเวทอาคม   มันแฝงอยู่ในแสงเงาของเปลวอัคคีแห่งภูคารี อาณาจักรของพวกเวฬา แดนชายขอบซึ่งทุกชีวิตหลีกเลี่ยงการไปเยือนและผ่านทาง  มันเร้นกายอยู่ระหว่างหยาดน้ำค้างอันรายล้อมอาณาจักรอนุโป  ดินแดนซึ่งงดงามอย่างสวนสวรรค์ ภายใต้อ้อมกอดของพายุทะเลทรายที่กอดรัดและคลี่คลาย เป็นทิพย์สถานอันดำรงเฉพาะแต่เหล่านรี อมนุษย์สตรีรูปงามซึ่งถือกำเนิดจากดอกไม้ทะเลทรายนาม ‘ชวิตา’

                        และในทุก ๆ ที่ที่ความลับจะถูกมองข้ามผ่านมันจะแสดงตน

                        มนุษย์เป็นชีวิตกลุ่มสุดท้ายที่จะล่วงรู้ความลับ

                        ด้วยยังไม่ปรากฏว่า หน้ากระดาษแผ่นใด ประโยคใดจะบรรจุถ้อยความหมายที่บ่งบอกถึงนัยยะแห่งความลับ ไม่มีการเขียนถึงสักคำและพบว่าทุกส่ำสำเนียง ทุกคำกล่าวเทศนาหรือด่าทอก็ไม่เคยหลุดบางแง่รหัสของความลับออกมากล่าว ไม่มีการพูดถึงสักวลี

ทุกสิ่งที่เห็นแม้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า มนุษย์จะพ่ายแพ้

แต่รูปรางแห่งความปราชัยก็ปรากฏเด่นชัด ด้วยมนุษย์เลือกที่จะเดินทับรอยเท้าทางเดิมซึ่งทุกยุคนำมนุษย์มุ่งสู่หายนะ ครั้งนี้มนุษย์อ่อนแอเสียยิ่งกว่าทุกครั้ง เวลาที่สูญไปอาจไม่ช่วยให้มนุษย์สำนึกได้ในภาระแลพันธะสัญญาที่มีต่อพระผู้เป็นเจ้า

แม้นความลับจะถูกเปิดเผย

แม้มนุษย์จะล่วงรู้ทางรอดแต่หนทางที่จะไปสู่จุดหมายก็ใช่ง่าย มันยากนักที่จะไปได้ถึง เวลาที่เหลืออยู่ 4,000 ปีวัสสะก็อาจไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

แม้ว่ามนุษย์จะเป็นเช่นไร

โลกก็ต้องดำเนินต่อไป โฉมหน้าของโลกก็คงต้องเปลี่ยนอีกครั้ง แต่นั่นก็ใช่สิ่งสำคัญ ด้วยไม่มีวันใดที่โลกไม่เปลี่ยนแปลง และโลกก่อนที่พระผู้เป็นเจ้าได้ถือกำเนิดก็แตกต่างเสียอย่างสิ้นเชิงกับโลกในวันนี้

ท่านทั้งหลาย

นับต่อมาได้อีก 200 ปีวัสสะ ความรางเลือนจึงเริ่มกระจ่างชัด ความเงียบเริ่มสั่นสะเทือนเป็นเสียงแผ่วกระซิบและความนิ่งเริ่มเคลื่อนไหวตามแรงเต้นของหัวใจที่พลั่นพรึง

มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น

เป็นบางสิ่งที่ประกาศถึงความงดงามและอัปลักษณ์  เป็นบางสิ่งที่ยั่วยวนให้โอบกอดรัดและผลักสลัดทิ้ง บางสิ่งที่จุดเชื้อไฟแห่งความรื่นรมย์และโศกตรมใหุ้กโชน บางอย่างที่กระจ่างชัดในความมืดมนและพร่าเลือนในแดดสุกงอม

เป็นบางสิ่งบางอย่างที่บ่งบอกถึงการเริ่มต้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จูพเนจร วันที่ : 20/12/2010 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jupanejorn

ยังจำ"ปีก"ได้อย่างติดตรึงตราในหัวใจ ครั้งคราไปเยี่ยมเยือนจอมที่วลัยลักษณ์คราวกระนั้น
ถึงกับเขียนบทกวี"ปีก"ออกมา ลงใน"จรม้ามาเยือน หนังสือพิมพ์ผู้จัดการวรรณกรรม จอมคงพอจำได้
ที่ขึ้นต้นว่า...โลกของจอม เป็นโลกที่ผ่ายผอมหงอยหง่อมเศร้า...(ส่วนหนึ่งผสมผสานกับการที่ได้อ่านโลกของจอม ของปริทรรศน์ หุตางกูร ในเซ็กชั่นเสาร์สวัสดีตอนนั้น)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
รวงข้าวฯ วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkao

สวัสดีครับ,พยายามอยู่ครับ

วรดา ยินดีที่ได้เจออีกครั้ง กลับมาแล้วเหรอครับ

ความคิดเห็นที่ 3 รวงข้าวฯ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรดา วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/worada
ใต้ตะวันเดียวเดิม กลางความทุกข์ยาก เธอล่ะอยากเต้นรำกับฉันไหม

ยินดีกับการเริ่มต้น แม้ไม่ใช่ครั้งแรก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

อักษร เบอร์ 2 น่าจะพอดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รวงข้าวฯ วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkao

พยายามกำหนดขนาดตัวอักษรให้พอเหมาะแต่ทำไม่ได้แฮะ ตัวโตไปก็ทับซ้อนอ่านยาก เล็กไปก็ต้องพยายามเพ่งมอง เฮ้อ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน