*/
  • รวงข้าวฯ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : roungkao@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-16
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 47112
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
  • โหวต 22 คน
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม 2553
Posted by รวงข้าวฯ , ผู้อ่าน : 1663 , 21:53:05 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ลมอีสาน , พันธุ์สังหยด และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

เกือบทุกคืน ต้นข้าวจะขอให้พ่อเล่านิทานให้ฟัง ส่วนมากก็เป็นเรื่องที่เราช่วยกันแต่งขึ้นเอง เขาจะเป็นคนกำหนดตัวละครและโครงเรื่อง เช่นวันนี้ให้มี ม้าลาย นก ยีราฟ สิงห์โต ฯ และให้พวกเขาไปเที่ยวสวนสัตว์ ไปโรงเรียน ฯ ก็ว่าไปตามแต่ละวันที่เขานึกชอบใจ

กำหนดเป็นเงื่อนไขนิดหน่อยว่า ก่อนฟังนิทาน ต้นข้าวจะต้องมานอนหนุนแขนพ่อ (ไม่งั้น นิทานจะไม่เริ่มต้น)ไม่มีเหตุผลอะไรมากไปกว่า พ่ออยากกอดลูกนาน ๆเท่านั้นเอง

เขาโตขึ้นทุกวันครับ จะหอมแก้มสักทีก็เริ่มยาก บอกว่าโตแล้ว จั๊กจี้บ้าง แต่กอดก้ยังกอดกันทุกวันอยู่ ก็เขาโตขึ้นทุกวัน ใช่ ผมพอจะเข้าใจ

ยีราฟกระจิริด : นิทานก่อนนอนเมื่อ สิงหาคม 53

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว (ไม่มีประโยคนี้ ต้นข้าวจะไม่ยอมให้ผ่านไปได้ เขาคงคิดเอาเองว่า นิทานทุกเรื่องต้องเริ่มด้วยประโยคนี้)

ณ ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งอันไกลโพ้น สัตว์มากมายหลายชนิดอาศัยอยู่รวมกัน หนึ่งในนั้นมีฝูงยีราฟมหาศาล ในจำนวนยีราฟทั้งหมด มียีราฟเด็กน้อยตัวหนึ่งชื่อ ต้นข้าว (ชื่อนี้ตั้งให้เขาได้มีส่วนร่วมกับเรื่องราวด้วย เขาจะยิ่งอยากรู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง) ต้นข้าวเป็นยีราฟที่ตัวเล็กที่สุดในฝูงและในกลุ่มยีราฟเด็ก ๆด้วยกัน ต้นข้าวซุกซน ไม่ชอบอาบน้ำและไม่ชอบกินใบไม้ แม่กับพ่อยีราฟพูดดีก็แล้ว ขู่บ้างก็แล้ว แต่ต้นข้าวก็ยังไม่ยอมกิน เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการวิ่งเล่น 

"กินเยอะ ๆนะลูก ใบไม้ต้นนี้อร่อยมาก แม่กินมาตั้งแต่แม่ยังตัวเล็ก ๆเท่าต้นข้าว" แม่ยีราฟพูด

"อิ่มแล้วครับ ผมกินได้อีกใบสองใบเท่านั้นแหละครับ"

"แต่ลูกกินไปนิดเดียวเองนะ" พ่อพูดบ้าง

"ก็ผมอิ่มแล้วนิ"

"กินเยอะหน่อยสิ รู้มั้ยว่า เทวดาชอบเด็ก ๆที่ตัวโต คอยาว ขายาว ตัวเล็ก ๆแบบต้นข้าวเทวดาไม่ชอบหรอก และอาจจแกล้งให้ฝันร้ายก็ได้นะ"

"ไม่เป็นไรครับ ผมก็ไม่ชอบเทวดา และผมก็ไม่กลัวเทวดาด้วย "

พูดจบต้นข้าวก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจแม่กับพ่ออีก

คืนนั้น ต้นข้าวรีบนอนแต่หัวค่ำเพราะเหนื่อยจากการเล่นซนมาทั้งวัน

พอตกดึกต้นข้าวตื่นขึ้นมาและเห็นแสงสว่างตกวูบลงมาจากท้องฟ้า มันพุ่งตรงลงมาที่ต้นข้าว ต้นข้าวกลัวแสนกลัวจนต้องหลับตาปี๋ พอลืมตาขึ้นมาอีกที ต้นข้าวก็พบว่า ตัวเองกลายเป็นยีราฟตัวเล็กกระจิริด ตัวเล็กพอ ๆกับหนูนาเท่านั้น ต้นข้าวเริ่มร้องไห้ เรียกหาแม่กับพ่อแต่ก็ไม่มีใครได้ยินเสียงเล็ก ๆของต้นข้าวเลย

แย่ที่สุด ต้นข้าวพยายามปลุกยีราฟทุกตัวในฝูงแต่ก็ไม่มีใครตื่น ต้นข้าวรู้สึกกลัว แต่ก็ไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรได้ นอกจากร้องไห้ ร้องไห้ และร้องไห้

ตอนเช้า อากาศสดชื่นแจ่มใส ยีราฟทุกตัวเริ่มออกไปหาใบไม้อ่อน ๆสด ๆกินเป็นอาหาร พ่อกับแม่มองไม่เห็นต้นข้าวและคิดไปเองว่า ต้นข้าวน่าจะออกไปวิ่งเล่นแต่เช้าตรู่ ทุกตัวจึงออกไปโดยที่ไม่มีใครสนใจตามหาต้นข้าว

ต้นข้าวยังพยายามตะโกนเรียกทุกตัว แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน พยายามวิ่งตามไปแต่ก็ไม่ทัน ไม่นานทุกตัวก็เดินข้ามลำธารลับหายไป หญ้าที่เคยเป็นหญ้าต้นเล็ก ๆบัดนี้ดูใหญ่โตและเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง มันขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้ต้นข้าวเดินย่างได้ง่าย ๆ ต้นข้าววิ่งตามไม่ทัน สิ่งที่ทำได้คือนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวริมลำธารนั่นเอง

จนพักใหญ่จึงได้ยินเสียงชนิดหนึ่ง เป็นเสียงกระพือปีกเหมือนแมลงปอหรือไม่ก็ผีเสื้อตัวโต ๆ ต้นข้าวเงยหน้าขึ้นมามองหาเสียงแปลก ๆนั่น จนกระทั่งพบเข้ากับยีราฟตัวเล็กกระจิริดอีกตัว แต่ยีราฟตัวนั้นดูแปลกและแตกต่างจากต้นข้าว ที่แปลกมาก ๆคือปีกเล็ก ๆบนหลัง ยีราฟตัวนั้นมีปีกสีส้มสดใส มันกำลังบินเข้ามาหาต้นข้าว

(พอแค่นี้ก่อนนะครับ คืนนี้ต้นข้าวยังไม่นอนและอยากให้พ่ออ่านหนังสือให้ฟัง นั่นหาวแล้ว กำลังระบายสีไม้ลงในหนังสือเล่มใหม่ของผม วินนี่เดอะพูห์(ฉบับสมบูรณ์) พรุ่งนี้จะมาเล่าให้จบครับ)

"นั่น เธอกำลังร้องไห้" ยีราฟมีปีกพูด

"แล้วคุณคิดว่าผมกำลังทำอะไรล่ะ" ต้นข้าวย้อนถาม

"อือห์ ใช่สินะ เธอกำลังร้องไห้ ,ตัวเธอเล็ก น่ารักดีจัง"

"เชิญชอบไปคนเดียวเถอะ บอกตามตรง ผมรู้สึกเกลียดร่างเล็ก ๆแบบนี้เต็มทีแล้ว"

"ฉันจำได้ว่า เธอเคยตัวโตนินา แล้วทำไม" ยีราฟมีปีกพูดและหยอก

"ทำไม ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่า มันเกิดอะไรขึ้น "

"หรืออาจเป็นเพราะเทวดาไม่พอใจที่เธอเป็นเด็กดื้อ"

"แต่เด็กทุกคนก็ต้องดื้อ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ใช่เด็กสิ"(ประโยคนี้ของลูกชายตัวจริงเลยครับ มันน่า...)

"นั่นไง...ฉันนึกรักเธอขึ้นมาแล้วสิ"

ต้นข้าวหยุดร้องไห้แล้ว อาจเพราะการปรากฎตัวของยีราฟแปลกหน้าและเป็นยีราฟตัวเดียวที่ตัวเล็กเท่าต้นข้าว

"แล้วคุณเป็นใครครับ ผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อน" ต้นข้าวถาม

"เธอจำฉันไม่ได้ต่างหากล่ะ" ยีราฟมีปีกตอบ

"ถึงผมจะเป็นเด็กแต่ผมก็ความจำดีและฉลาดด้วย" ต้นข้าวตอบอย่างภาคภูมิใจ

"ฉันเชื่อเธอ"

"ตกลงคุณเป็นใครกันแน่  คุณมีชื่อไหมล่ะ และมาทำอะไรที่นี่ครับ" ต้นข้าวถามอีก ยีราฟมีปีกยิ้มกว้าง มองต้นข้าวอย่างเอ็นดูก่อนจะตอบว่า

"ฉันเป็นเทวดา นั่น อย่าเพิ่งขัด" ยีราฟมีปีกพูดยังไม่ทันจบ ต้นข้าวก็เริ่มหัวเราะ

"คุณน่าจะเป็นนักเล่านิทานนะ คุณโกหกเก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาล่ะ"

"อือห์ ฉันดีใจที่เห็นเธอหัวเราะได้ ฉันเป็นเทวดาประจำตัวของเธอนะต้นข้าว จะเชื่อก็ดีนะ" ยีราฟมีปีกพูดทั้งรอยยิ้มและเริ่มสนุกกับเสียงหัวเราะที่ดังขึ้น ดังขึ้นของต้นข้าว

"ฉันไม่มีชื่อและฉันมาที่นี่เพื่อช่วยเหลือเธอ" ยีราฟมีปีกพูดต่อ

"คุณนี่ตลกจริง ๆ ยีราฟทุกตัวในโลกนี้มีชื่อทั้งนั้นแหละ"

"เธอเคยเห็นปีกแบบนี้ไหมล่ะ"

"ก็แปลกดีนะ แต่ยีราฟพอโตขึ้นก็จะมีปีกทุกตัวแหละครับ" ต้นข้าวตอบโดยเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... โอย ฉันรักเธอจริง ๆ แล้วพ่อกับแม่ของเธอมีปีกมั้ยล่ะ"

"ยังไม่มี พ่อกับแม่ยังไม่โตพอ เพราะบางทีก็ยังดื้อกว่าผมอีกนะ"

"เอาเถอะ ปู่กับย่าก็ไม่มีสินะ ฉันกล้าท้าว่า เธอไม่เคยเห็นยีราฟที่ไหนมีปีกแน่นอน" คราวนี้ต้นข้าวเงียบไปบ้าง ทำท่าทำทางคิดไตร่ตรอง

"ถ้าคุณเป็นเทวดา ๆจริง คุณก็ต้องทำให้ผมตัวโตเหมือนเดิมได้สิ " ต้นข้าวเริ่มยิ้มอย่างผู้ชนะ

"ฉันช่วยเธอไม่ได้" ยีราฟมีปีกตอบยิ้ม ๆ

"อ้าว ถ้างั้นคุณก็ไม่ใช่เทวดา" ต้นข้าวดูผิดหวังบ้างแต่ไม่มากนัก

"ฉันช่วยไม่ได้แต่ฉันบอกเธอได้ว่า ต้องทำอย่างไรจึงจะกลับไปตัวโตได้อีกครั้ง"

"จริงเหรอ ถ้างั้น บอกผมมาเลยสิ ผมไม่อยากตัวเล็กแบบนี้ ไม่มีใครได้ยินเสียงที่ผมพูด ไม่มีใครเห็นผม ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่า ผมถูกทิ้งอยู่ที่นี่คนเดียว" ต้นข้าวดูตื่นเต้นดีใจและมีความหวังบนใบหน้า และดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่า ยีราฟมีปีกเป็นแค่ยีราฟแปลกหน้า จะเป็นเทวดาจริงหรือเปล่าไม่อาจรู้

ยีราฟมีปีก ซึ่งจริง ๆแล้วเป็นเทวดาประจำตัวของต้นข้าวได้บอกกับต้นข้าวว่า ให้ต้นข้าวเดินทางไปยังที่สุดขอบฟ้า ที่นั่นต้นข้าวจะพบต้นไม้ต้นสูงใหญ่ ลำต้น กิ่ง ใบจะมีสีฟ้าสดใส ออกดอกเป็นสีรุ้งสวยงาม แต่ต้นข้าวจะต้องมองหาใบไม้สีเขียวอ่อน ๆให้เจอ ใบไม้สีเขียอ่อนจะมีไม่มากนักและชอบหลบซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ใหญ่ ต้นข้าวจะต้องเก็บใบไม้สีเขียวให้ครบหนึ่งร้อยใบ และกินมันให้หมด กินน้ำตามอีกจนกว่าจะอิ่ม แล้วรีบหลับตา นับ 1 ถึง 100 ต้นข้าวก็จะกลับมาตัวโตเหมือนเดิมอีกครั้ง 

แต่ต้นข้าวมีเวลาเดินทางไปที่สุดขอบฟ้าเพียง 3 วันเท่านั้น

"ตกลงคุณชื่ออะไรครับ" ต้นข้าวถามด้วยความอยากรู้จริง ๆ

"เธอเชื่อแล้วหรือยังล่ะว่า ฉันเป็นเทวดา"

"พ่อบอกว่า เทวดาไม่ชอบยีราฟตัวเล็ก ๆอย่างผม" ต้นข้าวพูดเศร้า ๆ

"แต่ฉันชอบเธอนะต้นข้าว รู้ไหมว่า ตอนนี้ฉันกำลังหลงรักเธอเข้าแล้ว"

"ให้ผมกอดคุณหน่อยได้ไหมครับ ตอนนี้ผมตัวคนเดียวและก็ไม่มีใคร"

"ได้สิ" ต้นข้าวจึงเดินเข้าไปกอดยีราฟมีปีก ยีราฟมีปีกเองก็โอบกอดต้นข้าวไว้ ทั้งสองกอดกันอยู่นาน

จนแล้ว ยีราฟมีปีกจึงได้บอกกับต้นข้าวว่า เขาเป็นเทวดาประจำตัวของต้นข้าว มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือต้นข้าวเวลาเดือดร้อนและมีความทุกข์ แต่เขาไม่สามารถเดินทางไปยังที่สุดขอบฟ้าได้เพราะมีกฎห้ามไว้ ก่อนออกเดินทางเทวดาได้มอบปีกผีเสื้อให้กับต้นข้าวเอาติดตัวไปด้วย

"เอาปีกไปด้วย เธออาจต้องใช้มัน"

"ขอบคุณครับ มันสวยงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น" ต้นข้าวยื่นมือออกไปรับปีกที่บางเบาและสวยงามนั้นไว้

"มันเป็นของขวัญสำหรับเด็กดี อ้อ ตอนนี้ฉันมีชื่อเป็นของตัวเองแล้วล่ะ ฉันชื่อ..." ยีราฟมีปีกกระซิบเบา ๆ

"ภควคีตา แต่นั่นมันชื่อจริงของผมนี่ครับ"

"เป็นชื่อของฉันด้วย เมื่อยีราฟเด็กน้อยยอมรับปีกจากเทวดาประจำตัวของเขา เทวดาประจำตัวก็จะสามารถใช้ชื่อจริงของเด็กน้อยเป็นชื่อของตัวเองได้"

"มีอีกอย่างที่ผมไม่เข้าใจ" ต้นข้าวทำหน้าสงสัยและเริ่มถาม "คุณชอบยีราฟตัวเล็กแบบผมเหรอ"

"ชอบสิ ฉันชอบเธอมากเลยล่ะ แต่ฉันจะชอบเธอมากกว่าอีกนะ ถ้าหากเธอจะตัวโตเหมือนยีราฟตัวอื่น ๆ"

"แน่ใจนะว่า คุณจะไม่แกล้งให้ผมนอนฝันร้าย"

"โอ มานิมา" ยี่ราฟมีปีกดึงต้นข้าวเข้าไปกอด "นับจากคืนนี้ไปฉันขอให้เธอนอนฝันดีทุก ๆคืน"

(ขอผิดสัญญาที่ว่า จะเขียนเล่าให้จบ ฝนที่นี่ตกหนักมาตลอดทั้งวัน และพรุ่งนี้ น่าจะท่วมบ้านผมนะ ขอตัวจัดการขนของหนีน้ำก่อนครับ พรุ่งนี้มาเล่าต่อ...สัญญา)

เช้าวันนั้น ต้นข้าวเริ่มออกเดินทาง โดยเดินตามเส้นทางของดาวเหนือ  และแล้วเส้นทางก็เริ่มผ่านทุ่งหญ้าที่เป็นบ้านเกิด ผ่านป่าใหญ่ต้นไม้สูงเทียมฟ้า ผ่านป่าโปร่งไม้เล็กแซมสลับกับต้นอ้อหญ้าแฝก ผ่านป่าหิน ผ่านภูเขาสูง หน้าผาลึกสุดหยั่ง ผ่านป่าที่แห้งแล้งแลเห็นแต่ไผ่ต้นกอเล็ก ๆ ผ่านป่าที่ชุ่มน้ำขัง ผ่านหาดทรายทะเลสาบ ผ่านที่ราบโล่ง แล้วจึงผ่านทะเลทราย ผ่านยอดเขาสูงที่เต็มด้วยน้ำแข็งและหิมะหนา ๆ ป่าสนสามใบ แล้วเส้นทางก็ค่อย ๆราบโล่ง เป็นทุ่งหญ้าเรียบ ๆ ดอกหญ้าสีสวยบานแข่งกัน มีทางเดินเล็ก ๆทอดยาวไกลไปที่สุดขอบฟ้า

ต้นข้าวเดินไปตามทางเดินเล็ก ๆนั้น นานเท่าไรไม่อาจทราบได้ แต่จู่ ๆก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ต่อหน้าต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่เพียงโดดเดี่ยว ลำต้นและกิ่งก้านสีฟ้าคราม มีดอกเบ่งบานเป็นสายรุ้ง งดงามจนต้นข้าวหยุดยืนมองอยู่นาน มองไกลออกไปหลังต้นไม้ใหญ่ เหล่าดวงจันทร์และดวงดาวในเส้นทางช้างเผือกมากมายต่างมาชุมนุมกัน เหมือนในความฝัน

"นี่สินะ สุดขอบฟ้า" ต้นข้าวพูดกับตัวเอง

ต้นข้าวพยายามปีนขึ้นต้นไม้เพื่อหาใบไม้สีเขียวอ่อนที่ต้องการแต่ ลำต้นที่เรียบลื่น ไม่มีกิ่งก้านเล็ก ๆให้จับเกาะ จึงไม่สามารถปีนขึ้นได้เลย แม้จะพยายามอยู่นานเท่านาน จนเริ่มหมดเรี่ยวแรงและความหวัง ต้นข้าวนั่งลงพิงต้นไม้ใหญ่นั้น สายตามองสูงขึ้นไปบนฟ้าเห็นนกมากมายกำลังโบยบินเข้าไปในกิ่งพุ่มของไม้ใหญ่ ตอนนั้นเองที่ ต้นข้าวพลันนึกถึงปีกที่ได้รับมาจากเทวดาประจำตัว

เมื่อต้นข้าวหลับตาและนึกถึงคำพูดของเทวดาประจำตัวปีกเล็ก ๆก็งอกออกมาจากหลัง ค่อย ๆใหญ่ขึ้น มันคล้าย ๆกับปีกผีเสื้อกลางคืน แต่ใสและบอบบางกว่า สวยงามกว่า

ต้นข้าวเริ่มทดลองบิน แรก ๆก็ลำบากนิดหน่อยในการบังคับทิศทางบิน แต่ไม่นานก็เริ่มคล่องตัว จากนั้นไม่นาน ต้นข้าวก็บินหายเข้าไปในพุ่มไม้และกลับออกมาพร้อมใบไม้ตามจำนวนที่ต้องการ

ต้นข้าวเริ่มกินใบไม้ใบแรก รสชาติมันฝาดนิด ๆแต่ก็ปนรสหวานบ้าง กินใบที่สอง แล้วจึงเริ่มใบที่สาม  สี่ เรื่อย ๆไปปจนครบหนึ่งร้อยใบ และดื่มน้ำที่ตกค้างตามตามใบไม้และดอกไม้จนอิ่ม จากนั้น จึงหลับตาแล้วเริ่มนับตัวเลข 1 , 2 ,3 ,...จนครบ 100

ต้นข้าวไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า นับครบหนึ่งร้อยตอนไหน แต่ระหว่างที่นับความรู้สึกง่วงได้พยายามกล่อมให้ต้นข้าวหลับ ต้นข้าวง่วงมากและหลับไป เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง พบว่า ตัวเองกำลังนอนอยู่ใกล้พ่อยีราฟ ตอนนี้ต้นข้าวกลับมาตัวโตเหมือนเดิมแล้ว

ฟ้าเพิ่งรุ่งสางและต้นข้าวก็ไม่รอให้พ่อกับแม่ตื่น รีบวิ่งออกไปที่ต้นไม้ที่แม่เคยบอกว่า รสชาติมันแสนอร่อย

(แค่นเอาพอจบ พอรู้ความ เรื่องราวหลังจากนี้เล่าต่อกันเอาเองนะครับ,น้ำท่วมอยู่สิบกว่าวัน สนุกดีครับ ได้อยู่กับลูกกับเมียทุกวัน เพราะไปไหนไม่ได้มากกว่าชั้นสองของบ้าน ,อ้อ นิทานที่เล่าเรื่องราวไม่เคยซ้ำในรายละเอียดเพราะจำไม่ได้ ต้องเล่าใหม่ลด เติมไปเรื่อยเปื่อย จะเอาไปเล่าให้ลูกฟังก็เปลี่ยนเป็นชื่อเขานะครับ และอย่าลืมกอดเขาทุก ๆครั้งที่เทวดาประตัวกอดต้นข้าว อบอุ่นดีครับ )



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
รวงข้าวฯ วันที่ : 14/11/2010 เวลา : 04.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkao

บางทีก็คิดนะว่า ผมน่าจะเป็นพ่อที่ติดลูก

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
กบจ้อย วันที่ : 13/11/2010 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchot

อ่านแล้วยิ้มมีความสุขด้วย กับความรักของพ่อลูกคู่นี้
เป็นพ่อที่น่ารัก-ทำหน้าที่ได้ดีมาก

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ลมอีสาน วันที่ : 13/11/2010 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lomisarn

อ่านเพลินเลยครับ
ต้นข้าวตื่นได้แล้ว..น้ำท่วมเส้นทางไปสุดขอบฟ้าแล้ว

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
รวงข้าวฯ วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 04.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkao

คุณเพลงขยันเขียนเสียใจผมอ่านไม่ทัน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
รวงข้าวฯ วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 04.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkao

คนฝัน บ้านนี้ไม่มีประตู ว่างเมื่อไรก้เข้ามารินกาแฟขมและดื่มพออุ่นหัวใจกัน ,ผมยังไม่ได้บอกใช่มั้ยว่า ยินดีมากที่ได้เจอ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
รวงข้าวฯ วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 04.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkao

สวัสดีทุกคนที่ผ่านมานะครับ,น้ำลดแล้ว แม้ฝนจะจางบางลงแล้ว แต่น้ำฝนก็ยังล้นจนท่วมพื้นถนน เช้านี้น่าจะลดลงอีกนิดหนึ่ง
,อยู่บ้านหลายวันโดยไม่ได้ไปทำงาน(ประจำ) แต่ไฟฟ้าที่บ้นไม่มีใช้ เลยไม่ค่อยได้ผ่านไปเยี่ยมเพื่อนบ้าน

สบายดีกันนะครับ รักษาสุขภาพ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คนฝัน วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogwrither

ผมคุ้นเคยกับรวงข้าวมาก

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 11/11/2010 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

สวัสดีค่ะ

ทักทายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
musachiza วันที่ : 11/11/2010 เวลา : 04.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

นิทานกำลังหนุก
แต่หนีน้ำเถอะ..ต้อข้าวน่าจะรอได้
http://www.oknation.net/blog/dragonball

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
วรดา วันที่ : 06/11/2010 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/worada
ใต้ตะวันเดียวเดิม กลางความทุกข์ยาก เธอล่ะอยากเต้นรำกับฉันไหม

ตื่นเร็ว! ต้นข้าว
ช่วยพ่อขนของหนีน้ำ ..

หวังว่าคงไม่เป็นไร สบายดีนะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Payont วันที่ : 04/11/2010 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

สัญา ๆ ๆ ๆ ๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 04/11/2010 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

น่ารักดีครับ โหวต

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
จันทร์วารี วันที่ : 04/11/2010 เวลา : 02.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

เด็กหญิงต้นข่อย มานอนรอฟังนิทาน


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชบาตานี วันที่ : 03/11/2010 เวลา : 03.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เป็นพ่อที่ทำหน้าที่ "พ่อ" ได้อย่างยอดเยี่ยมนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/11/2010 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

นิทานสนุกดีครับ ผู้ใหญ่ก็ชอบเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
รวงข้าวฯ วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkao

คุณโอลิมปัส สงสัยเราต้องตั้งชมรมคุณพ่อแล้วล่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
โอลิมปัส วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Present-life

ไว้จะติดตามตอนต่อไปครับ

เข้าใจหากลอุบายมาเล่าให้ต้นข้าวฟังนะครับ
ผมก็เจอปัญหาเดียวกันครับ ลูกสาวไม่ค่อยกินข้าว ไม่กินผัก กินข้าวน้อย ติดเล่นซน ไว้จะลองเอาไปใช้ดูมั่งครับ ขอบคุณครับ โหวต+2 ครับผม

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รวงข้าวฯ วันที่ : 01/11/2010 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkao

ขอโทษนะครับคุณซำมะแจะ(ตกลงว่า ชื่อคุณไปได้มาจากไหนนิ มันแปลว่าอะไรครับ) วันนี้น่าจะพอมีเวลาเล่าจนจบ เมื่อวานเด็กเขานอนบ่ายแก่ ๆ ลากยาวไปบ่ายสี่ยังไม่ตื่น ตื่นเอาจะเย็ยย่ำ พอค่ำเลยไม่ยอมนอนซะงั้น ,ขอบคุณที่ผ่านมาครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 31/10/2010 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

แป่ววววว....มีงี๊ด้วย

เป็นคุณพ่อที่น่ารักจริงๆค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน