*/
  • รวงข้าวล้อลม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lumboo1@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-09
  • จำนวนเรื่อง : 597
  • จำนวนผู้ชม : 4295100
  • จำนวนผู้โหวต : 1777
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1777 คน
ฝึกน้องหมาด้วยภาษาคน

ฝึกน้องหมาด้วยภาษาคน

View All
คิดอย่างไรกับโอเค ?
เฉยๆ เช่นลิงค์ทั่วๆไป
2 คน
อ่านทั่วๆไปไม่เจาะจงหมวดหมู่
10 คน
นานๆเขียนกระทุ้ครั้งเพราะหมดมุข
0 คน
ชอบอ่านแต่ไม่ชอบตอบคอมเมนท์
2 คน
เข้ามาตามข่าวเพราะข่าวอัพเดท
4 คน
ผ่อนคลายได้คุยกับเพื่อนออนไลน์
0 คน
เป็นบลอกข่าวที่มีคนนิยมสูงสุด
4 คน
เริ่มจะเบื่อๆอย่างไม่มีเหตุผล
0 คน
ไม่เขียนไม่คอมเมนท์อ่านอย่างเดียว
8 คน
อื่นๆนอกเหนือจากที่กล่าวมา
4 คน

  โหวต 34 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม 2550
Posted by รวงข้าวล้อลม , ผู้อ่าน : 15277 , 07:45:14 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คลิกที่ลูกศร ( play) เพื่อดูท่ารำ ออกพราน

ของมโนห์ราได้เลย

โดยก่อนจะดูต้องปิดเสียงร้องด้านล่างก่อนค่ะ

อันนี้เป็นพิธีรำคล้องหงส์....

...............................................................................

ประวัติมโนห์รา

พระยาสายฟ้าฟาดเป็นกษัตริย์ครองเมืองๆหนึ่ง มีมเหสีทรงพระนามว่าพระนางศรีมาลา ทั้งสองพระองค์มีบุตรด้วยกันองค์หนึ่งทรงพระนามว่า นวลทองสำลี วันหนึ่งหลังจากนางนวลทองสำลีตื่นจากบรรทมและ ยังไม่ทันที่จะชำระพระพักตร์ก็ได้ไปยืนระลึกถึงใน สุบินนิมิตที่ได้มีมา และพระนางก็สามารถจำได้จนหมดสิ้น จากการทรงยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น ทำให้พวกสาวใช้สงสัยและถามพระนางว่า เพราะเหตุอันใดพระนางจึงไม่ทรงชำระพระพักตร์ ทั้งๆที่ตื่นบรรทมแล้ว พระนางตรัสว่า เมื่อคืนนี้ฝันแปลกมาก ฝันแปลกอย่างที่ไม่เคยฝันมาก่อนเลย แล้วพระนางก็ทรงเล่าความฝันนั้นให้พวกสนมฟังว่ามีเทพธิดามาร่ายรำให้ดู การร่ายรำนั้นรำทั้งหมด ๑๒ ท่า เป็นท่ารำที่สวยงามมากน่าชม มีเครื่องประโคมดนตรี คือ กลอง ทับ โหม่ง ฉิ่ง ปี่ และ แตร การประโคมดนตรีลงกับท่ารำเป็นจังหวะ และบัดนี้พระนางก็ยังจำท่าต่างๆเหล่านั้นได้ แล้วพระนางนวลทองสำลีก็ทรงร่ายรำตามแบบที่ในฝันนั้นทันทีเป็นที่ชอบใจของพวกสาวใช้เป็นอย่างยิ่ง และพระนางก็ได้สั่งให้สาวใช้ทำเครื่องประโคมตามที่เห็นในฝันนั้น การประโคมก็ทำตามจังหวะการรำเหมือนในฝันทุกอย่าง พระนางได้ฝึกสอนให้พวกสาวใช้ได้ร่ายรำเพื่อเป็นคู่รำกับพระนาง จากนั้นมีการประโคมเครื่องดนตรีและร่ายรำเป็นที่ครื้นเครงในปราสาทของพระนางเป็นประจำทุกวัน


อยู่มาวันหนึ่งพระนางอยากเสวยเกสรดอกบัวที่ในสระหน้าพระราชวัง จึงรับสั่งให้นางสนมไปหักเอามาให้ เมื่อพระนางได้ดอกบัวแล้วก็ได้เสวยดอกบัวนั้นจนหมด กาลต่อมาพระนางก็ทรงครรภ์ แต่การเล่นรำโนราก็ยังคงสนุกสนานครื้นเครงกันเป็นประจำทุกวันมิได้เว้น อยู่มาวันหนึ่งการเล่นประโคมและความครึกครื้นนี้ทราบไปถึงพระยาสายฟ้าฟาด พระองค์ทรางสงสัยว่าด้วยเหตุใดที่ปราสาทของพระธิดาจึงมีการประโคมดนตรีอยู่เป็นประจำ พระองค์จึงได้เสด็จไปทอดพระเนตรให้เห็นจริง เมื่อเสด็จไปถึงก็รับสั่งถามพระนางนวลทองสำลีว่านางไปได้ท่ารำตางๆนี้มาจากไหน ใครสอนให้ พระนางก็กราบบังคมทูลว่า ไม่มีใครสอนให้ เป็นเทพนิมิต พระองค์จึงได้รับสั่งให้พระนางรำให้ดู เสียงดนตรีก็ประโคมขึ้นพระนางออกร่ายรำไปตามท่าที่ได้ฝันรวม ๑๒ ท่า ขณะที่พระนางร่ายรำท่าต่างๆอยู่นั้น พระยาสายฟ้าฟาดทรงเห็นว่าที่ครรภ์ของพระธิดาผิดสังเกตสงสัยว่าจะตั้งครรภ์ จึงมีรับสั่งให้หยุดรำแล้วทรงถามพระนางว่า นางมีครรภ์กับใคร รักชอบกับใคร ใครเป็นสามีของเจ้า ทั้งๆที่ไม่มีผู้ชายคนใดสามารถเข้ามาในพระราชฐานได้เลย พระองค์ทรงถามซ้ำๆ แบบนี้หลายต่อหลายครั้งพระนางก็กราบทูลว่า นางมิได้มีชู้สู่สาวกับชายใดเลย เหตุที่ทรงครรภ์อาจเป็นเพราะเสวยดอกบัวในสระหน้าพระราชวังเข้าไป พระยาสายฟ้าฟาดไม่ทรงเชื่อและว่ามีอย่างที่ไหนกินดอกบังเข้าไปมีท้องขึ้นมาได้ เรื่องไม่สมจริง และยังได้กล่าวคำบริภาษพระธิดาต่างๆนานา เช่นว่า เป็นลูกกษัตริย์ไม่รักศักดิ์ศรี ทำให้อัปยศขายหน้า นางนวลทองสำลีก็ได้แต่โศกเศร้าร่ำร้อง


ต่อมาด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ พระยาสายฟ้าฟาดก็ทรงสอบสวนโดยรับสั่งให้พวกสาวใช้ทั้ง ๓๐ คนเข้าเฝ้าทีละคนและถามว่ามีผู้ชายใดเข้ามาในเขตพระราชฐานนั้นบ้างหรือไม่ นางสนมกำนัลก็กราบบังคมทูลเช่นเดียวกันว่า ไม่มีผู้ชายใดเข้าไปเลย และพระนางก็มิได้รักชอบกับใคร และยืนยันว่าพระนางได้เสวยดอกบัวในสระหน้าพระราชวังเข้าไป พระยาสายฟ้าฟาดยิ่งทรงพระพิโรธหนักขึ้น ถึงกับคิดที่จะฆ่าพระธิดาและสาวสนม แต่เนื่องจากพระนางเป็นลูกในไส้จึงมิได้ทรงกระทำเช่นนั้น เพียงรับสั่งให้อำมาตย์ข้าราชการทำแพ แล้วก็ให้จัดเสบียงอาหารใส่แพเรียบร้อย เมื่อถึงเวลาก็ลอยแพพระนางและสนมทั้ง ๓๐ ไปในทะเล ขณะที่แพลอยไปนั้นลมได้พัดแพไปติดที่เกาะกะชัง เป็นอันว่าพระนางและสาวใช้รอดตายจากธรรมชาติด้วยอำนาจบารมีของเด็กในครรภ์ ที่เกาะกะชังเทวดาได้ชบ (เนรมิต) บรรณศาลาให้อยู่อาศัย พวกสาวใช้ก็ปลูกฟักแฟงแตงกวากินกันไปตามเรื่องพอดำรงชีวิตอยู่ได้


ส่วนนางนวลทองสำลีครรภ์ก็ยิ่งแก่ขึ้นๆทุกวัน (ในบทกาศครูจึงว่าไว้ว่า "เพื่อนๆเขานับปี แต่นางนวลสำลีนับเดือน") จนประสูติพระโอรสและให้นามว่า ด.ช.น้อย (ชื่อสมมุติ) พระนางและพวกสนมอยู่ที่นั่นจน ด.ช.น้อยอายุได้ ๑๐ ปี ระยะ ๑๐ ปีนั้น ด.ช.น้อยได้หัดการร่ายรำโนราจนเป็นที่ชำนาญดี และต่อมา ด.ช.น้อยก็ถามแม่ว่าที่นี่ไม่มีผู้ชายเลยมีแต่ผู้หญิง คนอื่นๆนอกจากนี้ไม่มี แล้วแม่เองแต่ก่อนเคยอยู่ที่ไหน พระนางนวลทองสำลีก็เล่าเรื่องแต่หนหลังให้ฟังแต่ต้นจนจบ ด.ช.น้อยก็อยากไปเมืองของพระอัยกาจึงถามว่าจะไปได้โดยวิธีใด แม่จึงบอกว่าเมื่อลูกอยากไปแม่ไม่ห้ามแต่แม่เองไม่ไปตลอดชีวิตนี้ลูกจะไปก็จงเอาผ้าผูกไม้แล้วปักยกเป็นธงขึ้น เรือผ่านมาเขาจะแวะรับ ด.ช.น้อยก็ทำตามและเรือก็ได้มารับไปทางเมืองพระอัยกา เมื่อไปถึงท่าเรือซึ่งยังไกลกับพระราชวังมาก ด.ช.น้อยก็ได้เที่ยวรำโนราไปเรื่อย เนื่องจากโนราเป็นของแปลกและไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อนเลย กอปรด้วยการรำก็ชดช้อยน่าดู คนจึงไปดูกันมาก ยิ่งนานคนก็ยิ่งชวนกันไปดูมากขึ้นทุกที จนข่าวนี้เลื่องลือไปถึงพระราชวัง พระยาสายฟ้าฟาดทรงทราบแล้วก็เรียกประชาชนมาถามว่า โนราเป็นอย่างไร เป็นคนหรือสัตว์ ดีมากเทียวหรือที่คนนิยมไปดูกันมาก แล้วในที่สุดพระองค์ก็ทรงปลอมพระองค์ไปในกลุ่มชนเพื่อไปทอดพระเนตรโนรา จากการที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรนั้นสังเกตเห็นว่า ด.ช.น้อยมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับพระธิดา ซึ่งได้ลอยแพไปเมื่อ ๑๐ กว่าปีมาแล้ว จึงรับสั่งให้หา พระองค์ตรัสถามว่า เจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ด.ช.ก็ตอบว่า แม่ชื่อนางนวลทองสำลี ส่วนพ่อนั้นไม่ทราบ แม่เล่าว่าได้ตั้งครรภ์เพราะกินดอกบัวพระองค์เห็นว่าเรื่องราวตรงกัน จึงพา ด.ช.น้อยและคณะโนราเข้าไปในพระราชวัง ตอนนี้คนอื้อฉาววิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆนานาว่า ต่อไปจะไม่ได้ดูโนราอีกแล้ว เพราะนายจับไปแล้ว พระยาสายฟ้าฟาดไม่ทรงฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ใดๆทั้งสิ้น คงพาโนราไปพระราชวังท่าเดียว (ตอนนี้พระยาสายฟ้าฟาดทรงทราบแล้วว่า ด.ช.น้อยคือหลาน หรือพระราชนัดดา ส่วน ด.ช.น้อยนั้นรู้มาจากแม่ก่อนแล้ว เป็นอันว่าต่างก็รู้กันทั้งสองฝ่าย) เมื่อถึงพระราชวัง พระยาสายฟ้าฟาดก็ทรงถามว่า แม่เจ้าเดี๋ยวนี้อยู่ที่ไหน ด.ช.น้อยทราบทูลว่าอยู่บนเกาะกะชัง


เมื่อพระองค์ทรงทราบเช่นนั้น จึงมีพระบัญชาให้อำมาตย์จัดเรือไปรับ เมื่ออำมาตย์ไปถึงและเชิญให้พระนางเสด็จกลับพระนครตามพระบัญชา แต่นางปฏิเสธว่าพระราชบิดาได้ตั้งใจจะลอยแพไปเพื่อให้ตาย เหตุไฉนจึงมาเชิญตัวกลับเล่า พระนางจึงสั่งกับอำมาตย์ว่าชาตินี้จะไม่ขอไปเหยียบย่างผืนแผ่นดินของพระราชบิดาอีก และจะขอตายอยู่ที่นี่ พวกอำมาตย์จึงจำต้องกลับไป เมื่อกลับมาถึงพระนครแล้วก็กราบทูลเรื่องราวให้พระยาสายฟ้าฟาดทราบ พระยาสายฟ้าฟาดจึงมีพระบัญชาให้จัดเรือไปรับอีกครั้งหนึ่งและพร้อมรับสั่งว่าถ้าเชิญเสด็จไม่กลับก็ให้จับมัดมาให้ได้ เมื่อพวกอำมาตย์กลับไปเกาะกะชังอีกและได้เชิญเสด็จแต่โดยดีไม่ยอมกลับ พวกอำมาตย์ก็จับพระนางมัดขึ้นเรือ (ตอนนี้ในการเล่นโนราในสมัยหลังจึงมีการรำเรียกว่าคล้องหงส์ คือรำเพื่อจับนางนวลทองสำลีเป็นการร่ายรำที่น่าดูมาก) แล้วพามาเฝ้าพระราชบิดา เมื่อเรือมาถึงจะเข้าปากน้ำก็มีจระเข้ขึ้นลอยขวางปากน้ำอยู่ (จระเข้สมัยก่อนชุกชุมมากทุกน่านน้ำ เป็นที่เกรงกลัวของชาวเรือทั่วไป) พวกลูกเรือก็ทำพิธีแทงจระเข้จนถึงแก่ความตายแล้วเรือจึงเข้าปากน้ำได้

เมื่อนำนางนวลทองสำลีเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชบิดาแล้ว พระราชบิดาได้ทรงขอโทษในเรื่องที่ได้กระทำไปในอดีต ขอให้พระนางลืมเรื่องเก่าๆเสียแล้วยกโทษให้พระองค์ด้วย จากนั้นทำขวัญ และจัดให้มีมหรสพ ๗ วัน ๗ คืน ในการมหรสพนี้ก็ได้จัดให้มีการรำโนราด้วย พระยาสายฟ้าฟาดได้พระราชทานเครื่องทรง ซึ่งคล้ายคลึงกับของกษัตริย์ให้กับพระราชนัดดา เพื่อรำทรงเครื่องในงานนี้ ในการนี้พระยาสายฟ้าฟาดก็ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ลูกของนางนวลทองสำลี (เจ้าชายน้อย) เป็น ขุนศรีศรัทธา


เครื่องต้นที่พระราชทานคือ เทริด กำไลแขน ปั้นเหน่ง สังวาล พาดเฉียง ๒ ข้าง ปีกนกแอ่น หางหงส์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นเครื่องทรงของกษัตริย์ทั้งสิ้น จะเห็นได้ว่าโนราแต่เดิมก็เป็นเชื้อพระวงศ์ ขุนศรีศรัทธาได้สอนรำโนราให้ผู้อื่นเป็นการถ่ายนาฏศิลป์แบบโนราไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระอัยกาโนราจึงได้แพร่หลายต่อไป และต่อมาหลายชั่วคน จนบัดนี้

.......................................................................................................................

เครื่องแต่งกายของโนราประกอบด้วยสิ่งสำคัญดังต่อไปนี้


๑.เทริด

เป็นเครื่องประดับศรีษะของตัวนายโรงหรือโนราใหญ่หรือตัวยืนเครื่อง (โบราณไม่นิยมให้นางรำใช้)ทำเป็นรูปมงกุฏอย่างเตี้ย มีกรอบหน้า มีด้ายมงคลประกอบ

๒.เครื่องรูปปัด เครื่องรูปปัดจะร้อยด้วยลูกปัดสีเป็นลายมีดอกดวง ใช้สำหรับสวมลำตัวท่อนบนแทนเสื้อ ประกอบด้วยชิ้นสำคัญ ๕ ชิ้น คือ
บ่า สำหรับสวมทับบนบ่าซ้าย-ขวา รวม ๒ ชิ้น

ปิ้งคอ สำหรับสวมห้อยคอหน้า-หลังคล้ายกรองคอหน้า-หลัง รวม ๒ ชิ้น

พานอก ร้อยลูกปัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พันรอบตัวตรงระดับอก บางถิ่นเรียกว่า"พานโครง"บางถิ่นเรียกว่า"รอบอก"

เครื่องลูกปัดดังกล่าวนี้ใช้เหมือนกันทั้งตัวยืนเครื่องและตัวนาง(รำ) แต่มีช่วงหนึ่งที่คณะชาตรีในมณฑนครศรีธรรมราชใช้อินทรธนู ซับทรวง (ทับทรวง) ปีกเหน่ง แทนเครื่องลูกปัดสำหรับตัวยืนเครื่อง
๓.ปีกนกแอ่น หรือ ปีกเหน่ง มักทำด้วยแผ่นเงินเป็นรูปคล้ายนกนางแอ่นกำลังกางปีก ใช้สำหรับโนราใหญ่หรือตัวยืนเครื่อง สวมติดกับสังวาลอยู่ที่ระดับเหนือสะเอวด้านซ้ายและขวา คล้ายตาบทิศของละคร

๔.ซับทรวง หรือ ทับทรวง หรือ ตาบ สำหรับสวมห้อยไว้ตรงทรวงอก นิยมทำด้วยแผ่นเงินเป็นรูปคล้ายขนมเปียกปูนสลักเป็นลวดลาย และอาจฝังเพชรพลอยเป็นดอกดวงหรืออาจร้อยด้วยลูกปัด นิยมใช้เฉพาะตัวโนราใหญ่หรือตัวยืนเครื่อง ตัวนางไม่ใช้ซับทรวง

๕.ปีก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หาง หรือ หางหงส์ นิยมทำด้วยเขาควายหรือโลหะเป็นรูปคล้ายปีกนก ๑ คู่ ซ้าย-ขวาประกอบกัน ปลายปีกเชิดงอนขึ้นและผูกรวมกันไว้มีพู่ทำด้วยด้ายสีติดไว้เหนือปลายปีก ใช้ลูกปัดร้อยห้อยเป็นดอกดวงรายตลอดทั้งข้างซ้ายและขวาให้ดูคล้ายขนของนก ใช้สำหรับสวมคาดทับผ้านุ่งตรงระดับสะเอว ปล่อยปลายปีกยื่นไปด้านหลังคล้ายหางกินรี

๖.ผ้านุ่ง เป็นผ้ายาวสี่เหลี่ยมผืนผ้า นุ่งทับชายแล้วรั้งไปเหน็บไว้ข้างหลัง ปล่อยปลายชายให้ห้อยลงเช่นเดียวกับหางกระเบน เรียกปลายชายที่พับแล้วห้อยลงนี้ว่า "หางหงส์"(แต่ชาวบ้านส่วนมากเรียกว่า หางหงส์) การนุ่งผ้าของโนราจะรั้งสูงและรัดรูปแน่นกว่านุ่งโจมกระเบน


๗.หน้าเพลา เหน็บเพลา หนับเพลา ก็ว่า คือสนับเพลาสำหรับสวมแล้วนุ่งผ้าทับ ปลายขาใช้ลูกปัดร้อยทับหรือร้อยทาบ ทำเป็นลวดลายดอกดวง เช่น ลายกรวยเชิง รักร้อย

๘.ผ้าห้อย คือ ผ้าสีต่างๆ ที่คาดห้อยคล้ายชายแครงแต่อาจมีมากกว่า โดยปกติจะใช้ผ้าที่โปร่งผ้าบางสีสด แต่ละผืนจะเหน็บห้อยลงทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของหน้าผ้า

จากหนังสือ "สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้" สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.๒๕๒๙
ขอขอบคุณ เสียง และภาพ จาก เวบ มรดกไทย ดอทคอม ด้วยค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
หยาดกวี วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

ดีมากๆ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
พลายพัทลุง วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suphakara
 วัจนะกวีอิสระ:ถ้อยคำ เรื่องราวและนิยาย/กลุ่มเขียนข้าว   : http://www.oknation.net/blog/writerdao     นักเขียนของโลกฯ        >เพิงเพลงบ้านจันทร์ดาว http://www.oknation.net/blog/waraninstar

หรอยๆ ครับครู ผมเปิดแล้วซัดท่ารำไปกันเลย
สมัยเด็กๆ หัดรำกะโนราถาวร-แฉล้ม บ้านปากคลองครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
thesaint วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


----ดูจากภาพคลิป อาจจะแตกไปบ้าง แต่ก็รับรู้วัฒนธรรมการ แสดงได้ครับ----

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
thesaint วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


----ดูจากภาพคลิป อาจจะแตกไปบ้าง แต่ก็รับรู้วัฒนธรรมการ แสดงได้ครับ----

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ปลาท่องโก๋ วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Platongo
"油条" ป(ล)าท่องโก๋

ขอบพระคุณสำหรับความรู้ครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
psty วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prasityoo

อัดแน่นด้วยเนื้อหาสาระ
ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
BlueHill วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 08.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

นี่เป็นครั้งแรกครับที่ได้ชมคลิปวิดีโอท่ารำมโนราห์ในเว็บไซต์ออนไลน์ เพราะปกติก็หาชมได้ยากอยู่แล้วตามงานเทศกาลต่าง ๆ
ขอชื่นชมให้กำลังใจกลุ่มคนที่อนุรักษ์นาฏศิลป์แบบโนราห์ไว้ให้ลูกหลานไทยตลอดไปครับ
ขอบคุณครูรวงข้าวล้อลมด้วยครับ ที่นำเรื่องดี ๆ มาให้สมาชิกได้ชมกันครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ลูกสาวเมืองเลย วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/molly

เคยดูในสารคดีและรายการโทรทัศน์ ลูกสาวเมืองเลยชอบมาก ๆ ค่ะ ศิลปะพื้นบ้านละเมียดละไมแบบนี้อยากให้เด็ก ๆ รักษาไว้ต่อไปค่ะครู อยากฝึกรำเหมือนกันนะคะแต่สงสัยไม้แก่จะดัดยากแล้วขอดูแล้วชื่นชมดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 01.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

ไม่เคยดูมาก่อนเลยครับ...ได้ข้อมูลเพียบเลยครับ...ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
neesinancy วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/neesinancy

มีพี่ที่รู้จักรำมโนราห์ เดี๋ยวไปให้เขารำให้ดู
เคยดูตอนเด็กๆไปบ้านยาย

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aquarius
It's not where you start. It's where you finish.

เคยไปดูในงานที่สวนอัมพร เป็นท่ารำที่มีชีวิตชีวา สะท้อนบุคลิกของชาวปักษ์ใต้

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
kaekyo วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaekyoko

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดถึงครูที่เคยสอนฉันรำตอนเรียนมัธยมค่ะ
ท่านเสียไปหลายปีแล้ว

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
chaki วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaki


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
naitiwa วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...

โอ เยี่ยมจริง ๆ เลยครับ
ไม่ได้ดูนานมากโขเลย
ขอบคุณครับ


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/champions

มรดกล้ำค่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
patijjachon วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ขอบคุณครับคุณครูลำบู ... ที่นำมรดกอันล้ำค่าของไทยมาฝาก

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
กัสโต้ วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

ชาวเหนือ มาชื่นชมศิลปะวัฒนธรรมชของชาวใต้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คิดถึงบ้านเลยครับครู...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Augustman วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

แวะมาอ่านเรื่องราว ท่ารำ ฟังทำนองมโนราห์

ได้ยินเสียงเสียงแล้ว รำลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ดีจริงๆ

ขอบคุณ ที่ช่วยอนุรักษ์ของดีอันเป็นเอกลักษณ์ภาคใต้ไว้ ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
กระเช้าสีดา วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanapa

เคยดูมโหราห์ ตอนเด็กๆ และก็เคยหัดรำตอนเรียนมัธยมที่นครศรีฯ แต่ไม่ยักกะเคยรู้ประวัติ
ขอบคุณมากค่าที่นำมาถ่ายทอดให้ได้รู้

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
คนใกล้ฟ้า วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konklaifa

สวัสดีค่ะ
ดนตรีดีค่ะ
อยากได้ ทำไงดี

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ew*-* วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witita
...ต้นไม้ที่แข็งแรง ก็ย่อมมากจากรากที่ฝังแน่นในพื้นดินประเทศชาติที่เข้มแข็ง ก็ย่อมมาจากวัฒนธรรมที่แข็งแรงด้วย... (โหมโรง)

ได้ดูโนราแล้ว สวยงามจ้า

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
thesnake วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snake

มาร่วมกันอนุรักษ์ สืบสานศิลปะบ้านเราครับ..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
บรรณาลัย วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyoot

สวยงามครับ*

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
nutye วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nutye
[บล๊อกผม]...ต่ำกว่า 18 ปีควรพิจารณาให้ดีไม่งั้นเสียวตาย 

ขอแค่เป็นศิลปะไทยเราเด็กรุ่นใหม่ต้องอนุรักษ์ไว้ครับ (ชอบโนบราด้วย)
มาเยี่ยมกันบ้างนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 08.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War



ยอดเยี่ยมเลยค่ะพี่สาว แวะมาเยี่ยมนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

ตอนเล็กๆ ก็รำมโนราห์อยู่ปีนึงค่ะ
แต่พ่อไม่ชอบ...ก็เลยไม่ได้รำต่อ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายพราน-ศาลปะกำ วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/isan-tai
**ชิล ชิล** ont>

ทำให้เราคิดถึงบ้านมากๆๆ เพราะว่าใกล้ๆบ้านเราแต่ก่อนจะมีโรงมโนราห์ แต่ตอนนี้คนฝึกเสียไปแล้ว

เราก็ครอบครัวมโนราห์ เคยชิน ได้ยินมาแต่เด็กๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 07.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ความคิดเห็นที่ 1
คนช่างเล่า วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 05.55 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan



เอาหร่อยจังฮู

ฟังแล้วมันนุกดี

ผมมีหลานเป็นโนรา (ไม่ใช่โนบราเดินโท่งๆนะ)

ตอนนี้เป็นผู้จัดการธนาคารมั่ง อีกคนเป็น หัวหน้าคนส่ง

จดหมาย อยู่แถวๆแคราย(คนนี้เป็นเพื่อนครับ)


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน