• หญิงหลิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-06-02
  • จำนวนเรื่อง : 74
  • จำนวนผู้ชม : 61748
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
เรื่องเล่า..วัยเยาว์
ความฝันสมัยเด็กคือเป็น "นักเขียน" จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาแสนนานก็ไม่ได้เริ่มเขียนสักที จนตอนนี้ว่างมากพอที่จะเริ่มทำความฝันให้เป็นจริงและมีน้องที่น่ารักคนหนึ่งแนะนำบล็อคนี้ให้ เอาละถึงเวลาแล้ว...เริ่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ruanglao
วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน 2554
Posted by หญิงหลิง , ผู้อ่าน : 592 , 11:13:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

 เช้าวันรุ่งขึ้นเราออกหาโรงแรมแต่เช้า  แต่ไปหาโรงแรม  แต่ไปที่ไหนก็เต็มหรือเ่ขาไม่รับพวก walk in ก็ไม่ทราบ หรือเต็มจริงก็ไม่รู้หาจนเหนื่อยแล้วก็เลยแวะพักที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง  ตอนนั้นเราเหนื่อยเต็มทีแล้ว  ก็เลยนั่งลงบนม้านั่ง  ขณะที่จุ๋มโทรกลับหาหัวหน้าที่เมืองไทย  แล้วบ่นให้ฟังว่า "หาโรงแรมไม่ได้เลย  แล้วที่จองทางจากทางเมืองไทยได้หรือเปล่าคะ"  เราไม่ได้ยินคำตอบจากหัวหน้าหรอกแต่คิดว่าน่าจะไม่ได้เหมือนกัน  พอจุ๋มคุยกับหัวหน้าเสร็จก็บอกเราว่า  "ทางเมืองไทยก็จองยังไม่ได้  แต่หัวหน้าอนุญาตว่า  ถ้าหาโรงแรมไม่ได้จริง ๆ แล้วถ้ามีโรงแรมที่ราคาสูงกว่าอัตราที่บริษัทกำหนดตามตำแหน่งของเราก็ให้พักได้  หัวหน้าจะอนุมัติให้เป็นกรณีพิเศษตอนนี้มีพี่ที่รู้จักคนหนึ่งช่วยจองจากสิงคโปร์ด้วย" ฟังแล้วก็ใจชี้นขึ้นหน่อย  

 เราก็เลยนั่งทอดสายตา  ผ่อนคลายความเครียดและความเหนื่อย  แล้วเราก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินตรงมา  เราก็คิดว่าเขาคงเดินผ่านไปเฉยๆ เพราะเรานั่งใกล้ทางเดินที่ใครก็สามารถเดินผ่านได้  เขาเป็นชายอายุน่าจะประมาณ 50 ปีกว่านิดหน่อย ผิวคล้ำจนเกือบดำร่างท้วม ลงพุงเล็กน้อย  จมูกแหลมงุ้ม ผมค่อนข้างหยักศก  ใส่เสื้อยืดคอโปโล ลายทางสีน้ำเงินเข้มสลับขาว  กางเกงสีน้ำเงิน  สอดชายเสื้อไ้ว้ในกางเกงอย่างเรียบร้อย สวมนาฬิกาเรือนทอง  เราคิดว่าเขาน่าจะเป็นชาวอินเดีย  เรามองเขาอย่างตั้งใจเพราะแปลกใจที่เขาเดินยิ้มมาตอนแรกเราคิดว่าเขาอาจจะยิ้มกับเพื่อนเขาซึ่งอาจนั่งอยู่แถวนั้น  เราจึงหันมองรอบๆ ตัว  แต่ในรัศมีของคนที่จะมองเห็นรอยยิ้มของเขาได้มีแต่เรากับจุ๋มเท่านั้น  พอเห็นแบบนั้นเราก็เลยหันไปมองเขาแล้วยิ้มตอบ  เขาก็เดินตรงเข้ามาหาเราแล้วก็ทักทาย  เราก็ทักตอบ  เขาก็ถามว่า"มีปัญหาอะไรหรือเปล่า"  เราก็เลยย้อนกลับว่า "ทำไมจึงคิดแบบนั้น"  เขาก็อธิบายให้ฟังว่า "เขาคิดว่าน่าจะมีปัญหาเพราะเด็กผู้หญิงนั่งอยู่สองคนในลักษณะนั้นก็น่าจะต้องมีปัญหาละ"  เราไม่เข้าใจว่าทำไมเรารู้สึกไว้ใจเขา เราก็เลยเล่าให้เขาฟัง "คือพวกเราต้องมาอบรมกระทันหัน  แล้วช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลก็เลยหาโรงแรมที่จะพักไม่ได้เลย"  "พึ่งมาถึงเหรอแล้วกระเป๋าละอยู่ไหน" เขาถาม   เราก็เลยบอกต่อว่า "มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว  แต่เมื่อคืนพักกับเพื่อนของคนที่รู้จักกัน"  เขาก็เลยพูดว่าก็พักกับเขาต่อไม่ต้องหาหรอก   "ไม่ได้หรอก  เพราะถ้าทำแบบนั้นมันสร้างความลำบากให้เขา  เรามาอบรมเพื่อกลับไปทำงานให้บริษัทก็ควรให้บริษัทเป็นคนจ่าย  ไม่ควรรรบกวนคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมากเกินความจำเป็น"  เราคิดเช่นนั้นและก็บอกเขาไป  เขาก็ถามเราว่าเราจะไว้ใจเขาได้มั้ย  เราก็ตอบเขาไปว่า "เราคิดว่าเราไว้ใจเขาได้"  "คุณควรไว้ใจผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่รู้จักหรือ ? คุณไม่ควรทำเช่นนั้นนะ" เขาว่าเรา  เราก็เลยตอบไปว่า  "เราไว้ใจเขาได้เพราะอย่างแรกเรารู้สึกว่าเขาไ้ว้ใจได้  อย่างที่สองคือเรามากันสองคน  ขณะที่เขามาคนเดียว  แต่ถ้าเรามาคนเดียวถีงแม้เราจะรู้สึกว่าเขาไว้ใจได้  เราก็จะต้องระวังมากกว่านี้"  เขาก็เลยหัวเราะและบอกว่า "คุณสองคนไว้ใจผมได้ แล้วคุณเต็มใจให้ผมช่วยหรือเปล่า?"  "ขอบคุณมาก แต่จะไม่เป็นการรบกวนคุณหรือคะ?"  เขาตอบว่า "ผมเต็มใจช่วย เดี๋ยวพวกคุณไปกับผมแล้วไม่ต้องพูดอะไรนะปล่อยให้ผมพูดเอง" "ได้คะ" พวกเรารับคำ

   แล้วเขาก็พาพวกเราไปที่โรงแรมแรกและเข้าไปคุยที่เคาน์เตอร์ตอนนั้นมีคนคุยอยู่ 2-3 คนเราก็เลยต้องจองคิว พอถึงคิวเราชาวอินเดียคนนั้นก็บอกกับพนักงานโรงแรมที่ที่เคาน์เตอร์ว่า "เพื่อนของเขาเป็นผู้หญิง 2 คนได้จองโรงแรมจากกรุงเทพมาแต่เนื่องจากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น  จึงไม่มีที่พัก  คุณพอจะมีห้องว่างบ้างมั้ย?" พนักงานก็ตอบว่า  "ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลโรงแรมของเราไม่มีห้องว่างเลย  ต้องขอโทษด้วย"  ชายชาวอินเดียก็เลยถามต่อว่า "คุณพอจะช่วยตรวจสอบกับโรงแรมที่คุณมีการติดต่อกันได้มั้ย" พนักงานโรงแรมรับคำ  แล้วเริ่มโทรศัพท์ติดต่อให้  โรงแรมแรกผ่านไปก็เต็ม  โรงแรมที่สองก็เต็ม  ท้ายที่สุดเขาก็ถามว่า  "ถ้าเป็นโรงแรมระดับสามดาวจะได้มั้ย ? เพราะโรงแรมระดับห้าดาวเต็มหมด"  "แล้วความปลอดภัยละ ไ้ว้ใจได้มั้ย" ชาวอินเดียถามแทนเรา พนักงานก็ตอบว่าโรงแรมที่เขาติดต่อให้นี่รับรองความปลอดภัย  ชาวอินเดียก็เลยถามเราต่อ "ถ้าคุณเห็นว่าปลอดภัย เราก็ตกลง"  พอเราตอบเสร็จพนักงานโรงแรมก็โทรติดต่อให้และบอกว่ามีห้องว่าง  จะให้จองเลยหรือปล่าว  ชาวอินเดียก็ถามว่า "โรงแรมชื่ออะไร อยู่แถวไหน"พนักงานโรงแรมก็ให้คำตอบ พร้อมบอกชื่อโรงแรมพร้อมชื่อ ถนน และบอกว่าอยู่ใกล้ๆนี่เอง ชาวอินเดียก็เลยบอกว่า เดี๋ยวไปดูโรงแรมก่อนดีกว่า  แล้วบอกขอบคุณพนักงานโรงแรม  แล้วก็นำทางพวกเราไปที่โรงแรม  พอไปถึงก็คุยให้เสร็จและขอดูห้องพนักงานโรงแรมก็พาไปดู  เขาก็เดินตรวจดูในห้อง พอเห็นอะไรดูท่าไม่น่าไว้วางใจก็สอบถามพนักงานโรงแรม  พร้อมตรวจสอบพวกล็อคประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย  แล้วก็บอกกับเราว่า "ดูปลอดภัยดีและสะอาดดีนะ ตกลงจะอยู่ที่นี่หรือปล่าว?"  เราสองคนเลยคุยกันและตกลงจะพักที่นั่นเพราะขี้เกียจหาแล้ว  เสร็จแล้วก็ขอบคุณเขาและก็มอบนามบัตรเราให้เขาและขอนามบัตรของเขา เขาก็ไม่ให้และไม่ยอมรับนามบัตรของเรา เขาก็บอกว่า "ไม่จำเป็นต้องหาทางขอบคุณผมหรอก เพราะผมเชื่อว่าพระเจ้าส่งพวกคุณมาให้ผมช่วยเหลือ  เหมือนที่ผมเคยได้รับความช่วยเหลือจากคนไทยที่กรุงเทพ  ผมว่าคนไทยเป็นคนดีเป็นคนที่มีความเมตตามากนะ ผมชอบคนไทย " แล้วพูดต่อว่า "คุณจะเชื่อผมอีกสักอย่างได้ไหม  เพื่อประโยชน์ของคุณเอง"  เขาถามเรา "ขอฟังก่อนได้มั้ยคะว่าเรื่องอะไร"เขาก็ตอบว่า "คุณเป็นคนที่หน้าตาดีแต่มีความเป็นมิตรสูง  ยิ้มง่าย  รักษาข้อนี้ไว้ให้ดี  อย่าให้อะไรทำลายเสีย  แล้วชีวิตคุณจะมีความสุข คุณจะมีผู้ช่วยเหลือเสมอเมื่อคุณต้องการ  แต่อย่าเชื่อหรือไว้ใจคนง่ายๆเพราะไม่ใช่ว่าคนในโลกนี้จะเป็นคนดีทุกคน  ขอให้ระวังตัวด้วย "เราก็เลยขอบคุณเขาและบอกว่าจะจำคำที่เขาบอกไ้ว้ แต่ที่เราไว้ใจเขาไม่ได้หมายความว่าเราจะไว้ใจคนง่ายเสมอไป อย่างที่บอกตอนแรกนั้นแหละว่าเรามากันสองคนก็เลยไม่ต้องระแวงมาก  ตอนนั้นที่โรงแรมนั้นมีชาวอินเดียอยู่กันเต็มในห้องที่เป็นห้องจัดงาน  เราก็เลยถามเขาว่า"มีงานอะไรหรือคะ?" "งานแต่งงานครับ" เขาตอบ "จะเข้าไปมั้ย" เขาถาม"ไปได้หรือคะ  เขาไม่ได้เชิญเราสักหน่อย" เขาก็ตอบว่า "ได้ครับ สำหรับชาวอินเดียแล้วแขกคือพระเจ้า  เราจะต้องดูแลให้เหมือนกับดูแลพระเจ้าของเรา  เพราะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ไม่มีความสัมพันธ์ต่อกันพระเจ้ามีจุดมุ่งหมายเสมอ  เราอาจจะรู้หรือไม่รู้ก็ได้  เหมือนอย่างที่พระองค์ส่งพวกคุณมาให้ผมช่วยเหลือ  เพื่อเป็นการขอบคุณคนไทยที่เคยช่วยเหลือผม"  เราก็เลยแย้งไปว่าแล้วเราจะขอบคุณเขาได้อย่างไรแม้กระทั่งชื่อก็ไม่รู้จัก  เขาก็บอกว่า "อย่าได้กังวลเรื่องนั้นเลยเพราะพระเจ้าย่อมรู้ดี  ถ้าพระองค์ต้องการวันหนึ่งเราก็จะต้องเจอกันอีก แล้วอย่าลืมที่ผมบอก"  แล้วเขาก็ลาจากไป 

 สำหรับเราตอนนี้แม้แต่หน้าเขาก็จำไม่ได้แล้วเพราะหน้าเขาเหมือนชายชาวอินเดียทั่วไป สูงประมาณ 163 ซม.  สิ่งที่จำได้อย่่างเดียวเกี่ยวกับตัวเขาตอนนี้คือนิ้วก้อยซ้ายของเขาคดบริเวณข้อบนสุด  และก็สิ่งที่เขาบอกเพื่อประโยชน์ของเรา ไม่ใช่ประโยชน์ของเขา

"แขกคือพระเจ้า" คำพูดที่เราำจะไม่มีวันลืมชั่วชีวิต




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
หญิงหลิง วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruanglao

จริงคะคุณKibangkok คงมีคนอยากซื้อ แต่มิตรภาพซื้อได้ด้วยมิตรภาพเท่านั้น แต่ต้องขอบคุณคนไทยที่เคยช่วยเหลือเขา เขาเลยชอบคนไทย
แล้วเขาทำให้ดิฉันมองคนินเดียน่ารักขึ้นเยอะคะ มิตรภาพ=มิตรภาพ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Kibangkok วันที่ : 06/06/2011 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

อืมมมมมมมมมมมมม น่าคิดนะครับ มิตรภาพคืออะไรที่ซื้อขายด้วยเงินไม่ได้ แต่ถ้ามีคนซื้อ ก็กินได้ยาวเลยหละครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
toondee วันที่ : 05/06/2011 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

น่าสนใจนะ ไมตรีจิต มิตรภาพในต่างแดน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]