• หญิงหลิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-06-02
  • จำนวนเรื่อง : 74
  • จำนวนผู้ชม : 56262
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
เรื่องเล่า..วัยเยาว์
ความฝันสมัยเด็กคือเป็น "นักเขียน" จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาแสนนานก็ไม่ได้เริ่มเขียนสักที จนตอนนี้ว่างมากพอที่จะเริ่มทำความฝันให้เป็นจริงและมีน้องที่น่ารักคนหนึ่งแนะนำบล็อคนี้ให้ เอาละถึงเวลาแล้ว...เริ่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ruanglao
วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม 2554
Posted by หญิงหลิง , ผู้อ่าน : 1065 , 23:42:43 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ตอนเป็นเด็กเราเป็นเด็กซน ดื้อเงียบ แต่เป็นคนรักษากฎระเบียบ  แต่เนื่องจากเป็นเด็กซนมักจะทำอะไรแผลงๆ จนพ่อแม่ต้องออกกฎระเบียบออกมาควบคุมอยู่เสมอ  จำได้ว่าตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนเราไม่เคยหนีเรียนเลย เพราะกลัวเรียนไม่ทันเพื่อน  กลัวโดนครูประจานหน้าแถวในตอนเช้า เพราะสมัยนั้นถ้าครูจับได้ว่าหนีเรียนครูจะเรียกไปหน้าเสาธงและกล่าวประจานความผิดให้เพื่อนๆทั้งโรงเรียนฟังและโดนตี  เราจึงกลัวมากไม่กล้าหนีโรงเรียนเลย
 แต่วันหนึ่งตอนเรียนในชั้นม.4 มีเหตุล่อใจเป็นอย่างมากเกิดขึ้นคือ มีชั่วโมงว่างในชั่วโมงสุดท้ายของวันศุกร์และ 2 ชั่วโมงก่อนสุดท้ายอาจารย์ไม่สบายเลยยกเลิกการสอน  และโดยปกติเราจะต้องกลับบ้านในวันศุกร์ตอนเย็นหลังเลิกเรียน(เราไปเรียนที่โรงเรียนประจำจังหวัด  เลยต้องเช่าหอพักสตรีอยู่ ส่วนบ้านก็อยู่อีกอำเภอซึ่งห่างจากตัวจังหวัด 60 กม.) วันศุกร์นั้นเราว่าง 3 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาเลิกเรียน  แล้วถ้ารอเลิกเรียนรถจะเป็นคันสุดท้ายของวันและแน่นมากเพราะนักเรียนที่อยู่หอพักจะเฮโลกันกลับ  ในขณะเดียวกันผู้ใหญ่ที่เดินทางมาทำงานในตัวจังหวัดก็เดินทางกลับบ้านเป็นปกติ  สรุปคือทุกวันศุกร์หลังเวลาเลิกงานรถเมล์จะแน่นเป็นพิเศษ บางครั้งเราต้องยืนตลอดทางจนถึงบ้าน  (60กม.) ซึ่งเป็นเรื่องสุดแสนทรมาน
 ดังนั้นศุกร์นั้นเราก็ปรึกษาเพื่อนที่เคยหนีโรงเรียน  เพื่อนก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกธรรมดาไม่น่ากลัวเลย  ดังนั้นเราตกลงใจว่าจะหนีโรงเรียนเพื่อกลับบ้านก่อนเวลา 3 ชั่วโมงตามที่ว่่าง ว่าแล้วก็เดินไปหยิบกระเป๋าแล้วก็เดินออกจากโรงเรียนพยายามทำท่าให้ปกติที่สุดเหมือนกับเดินไปเรียนอีกฟากหนึ่งของโรงเรียน (โรงเรียนของเรามีสองแห่ง  ต้องข้ามถนนราชดำเนินไปมาเพื่อเรียนระหว่าง 2 ฝั่ง  ดังนั้นการเดินออกจากโรงเรียนจึงเป็นเรื่องปกติถ้าออกไปในช่วงเปลี่ยนคาบเรียน) ดังนั้นเราก็เลยเดินออกจากโรงเรียนด้วยใจเต้นระทึก แต่แทนที่จะเดินไปอีกฝั่งกลับต้องเดินลัดเลาะไปเพื่อขึ้นรถที่ป้ายรถเมล์  ขณะที่เดินไปก็รู้สึกถึงใจที่เต้น ตึก ตึก ตึก ตึก รู้สึกกระวนกระวายใจกลัวโดนครูจับได้ว่าหนีโรงเรียน ใจก็คิดจินตนาการว่าถ้าโดนจับจะตอบครูว่าอย่างไร ครูจะเห็นด้วยไหม จะโดนทำโทษไหม เดินไปคิดไปด้วยความทุกข์ทรมาน  คิดจะเดินกลับโรงเรียนก็ไม่ได้แล้วเพราะต้องตอบคำถามครูที่เฝ้าเวรที่หน้าประตูอีกว่าทำไมมาไม่ตรงเวลา  ดังนั้นต้องมุ่งหน้าต่อไป  ขณะที่กำลังก้มหน้าก้มตาเดินให้เร็วที่สุดและทำตัวให้เล็กที่สุด  พยายามไม่ให้เป็นจุดสนใจ สายตาก็เหลือบเห็น เอ๊ะ..อาจารย์สอนพละนี่ สอนหัองเราซะด้วย ชอบถามเราด้วย ทำไงดีละ (ใจคิด) จะหลบตรงไหนได้เนี่ย อาจารย์เห็นหรือเปล่า (คิดไปเรื่อยๆ ด้วยความทุกข์ทรมานใจ) ขณะที่จักรยานยนต์คันนั้นเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ  อ้าวววววว ไม่ใช่อาจารย์นี่แค่คล้ายๆเอง โล่งใจไปได้แป็บนึง  เมื่อไหร่รถจะมาเนี่ย ทำไมช้าจัง  เดี๋ยวอาจารย์เห็น (คิดต่อด้วยความฟุ้งซ่าน  ด้วยความทุกข์ใจ) กว่ารถจะมาใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในความรู้สึกทั้งที่จริงๆแล้วรออยู่ประมาณ 10 นาที เมื่อรถเมล์มาถึงรีบขึ้นรถด้วยใจลุ้นระทึก พยายามนั่งให้ตัวเตี้ยที่สุดไม่ให้ตัวโผล่ออกมาทางหน้าต่างรถ  ด้วยความกลัว จนกระทั่งถึงบ้าน เร็วกว่าปกติสามชั่วโมง ก็โดนแม่กับพ่อซักว่าทำไมกลับเร็ว ก็เล่าให้ฟังสาเหตุที่กลับบ้านเร็ว แต่เนื่องจากเราไม่เคยโกหก  พ่อกับแม่ก็เลยเชื่อว่าเพราะว่างจริงๆ ส่วนผลที่ได้รับคือโดนพ่อและแม่เทศนาก์โดยที่ไม่ได้ติดกัณฑ์เทศก์ประมาณเกือบ 2 ชั่วโมงว่าทำไมไม่ควรหนีโรงเรียนทั้งในแง่ความปลอดภัยของเราเอง ทั้งความรู้สึกของพ่อแม่และคุณครู ทั้งในส่วนความรับผิดชอบของเรา แล้่วก็ถามถึงความรู้สึกและความคิดของเราตอนที่ก่อนหนี  กำลังหนี และกลับถึงบ้าน  เราก็เล่าความจริงทุกอย่างทั้งในส่วนของความรู้สึกผิด ความทุกข์ทรมาน ความตื่นเต้นที่เกิด แล้วเราก็สรุปให้พ่อกับแม่ฟังว่า  เราไม่ชอบความรู้สึกนั้นเลย  เราจะไม่หนีโรงเรียนอีกแล้ว  พ่อกับแม่เห็นว่าเรารู้สึกทุกข์ทรมานจริงๆ ก็เลยไม่ได้ทำโทษอะไรอีก  และเราไม่เคยหนีโรงเรียนอีกเลยตลอดช่วงอายุการศึกษาของเราและไม่เคยหนีงานด้วย (ใช้วิธีขออนุญาตหัวหน้าแทนถ้าต้องใช้เวลางานเพื่อส่วนตัวเล็กๆน้อยๆ เช่นไปธนาคาร แว๊บไปทำบัตรประชาชน เป็นต้น)
 แต่การหนีโรงเรียนครั้งนั้นเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเรา  มันทำให้เราคิดถึงผลของการทำอะไรที่ไม่ดีอย่่างรอบด้านที่สุดเท่าที่เราจะสามารถคิดได้ในแต่ละช่วงของชีวิต  มันเป็นจุดเริ่มต้นของการพยายามคิดถึงกฎต่างๆทั้งที่สังคมสร้างขึ้นและกฎหมายเมื่อเราคิดจะละเมิดว่ามีผลอย่างไรทั้งต่อตัวเราเองและผู้อื่นบ้าง  มันทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจที่เราเป็นคนดีคนหนึ่งของสังคม
ต้องขอบคุณตัวเองที่หนีโรงเรียนครั้งนั้น  ความผิดเล็กๆที่ให้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ม่อนหินไหล วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/proudproud

แวะมาอ่านเรื่องเด็กดีหนีโรงเรียนจ้า คงทุกข์ใจกลัวครูจับได้ใช่ไหมล่ะ ฮิฮิ วันหยุดยวน้องหญิงฯจะไปเที่ยวที่ไหนหรือเปล่า
โหวตให้จ้ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ชบาตานี วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 05.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ติดตาตรึงใจไปนานทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
หญิงหลิง วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 00.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruanglao

ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเยี่ยมบ้าน และขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำเตือน
แต่การทันโลกส่วนใหญ่ก็ต้องอาศัยประสบการณ์อันเจ็บปวดหรือเลวร้าย(เอหรือจะเรียกว่ารู้ทันความเลวร้ายดี) ดังนั้นหวังว่าในชีวิตนี้ขอให้ไม่ต้องทันโลกมากนัก
(ด้วยประสบการณ์ของตัวเองน่าจะดีกว่านะคะ )

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

บทเรียนครั้งนี้สำคัญจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 23.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ความเป็นคนดี ดีแน่ครับ แต่ต้องเป็นคนดีที่รู้ทันโลกด้วย คนดีหลายต่อหลายคน
พ่ายแพ้ต่อชีวิต เพราะดีเกินไป เนื่องจากในปัจจุบันนั้น ความชั่วพัฒนาไปมากกว่าความดีหลายเท่าตัว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]