*/
  • rukbankerd
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rukbankerd30@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-04-29
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 226966
  • จำนวนผู้โหวต : 597
  • ส่ง msg :
  • โหวต 597 คน
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2552
Posted by rukbankerd , ผู้อ่าน : 1666 , 10:39:28 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

น้องส่งเรื่องเก่าๆมาให้อ่าน  เห็นว่าซาบซึ้งดี จึงเอามาให้อ่านกันหากใครเคยอ่านแล้วก็ขอโทษที่ทำให้เสียเวลา  แต่สำหรับคนที่รักแม่....เชิญครับ

ก่อนไม่มีแม่ให้กอด....เรื่องจริง จากโรงเรียน อัสสัมชัญ

เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ...มิสอุไรพร
ครูที่มีจิตวิทยาสูงในการสอนเด็ก
 

รักใดไหนเล่าเท่ารักแม่...วีรกรรมสุดยิ่งใหญ่ของแม่ที่ลูกทุกคนต้องอ่าน!

ตึกเซนต์หลุยส์มารี โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม ราวกลางปี พ.ศ. 2539

'
มิสคะ ช่วงพักเที่ยงจะมีผู้ปกครองมารอพบสองท่านที่หน้าห้องรับรองค่ะ '

โทรศัพท์แจ้งจากห้องประชาสัมพันธ์ทำให้มิสอุไรพร นาคะเสถียร
ครูสาวประจำระดับชั้นป.
4 รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เพราะจำได้ว่ามีการโทรนัดหมายจะมาพบจากคุณแม่ท่านหนึ่งเพียงท่านเดียวในวันนี้


เอ...ใครล่ะนี่ จะมีเรื่องอะไรรึเปล่านะ

เมื่อมิสอุไรพรเดินมาถึงหน้าห้องประชาสัมพันธ์
ครูสาวก็แทบยกมือรับไหว้จากสุภาพสตรีทั้งสองท่านไม่ทัน
หากก็รู้สึกแปลกใจ ที่เห็น คุณแม่ท่านหนึ่งยกมือไหว้แต่เพียงแขนข้างเดียว
อย่างไรก็ตามมิสได้เชิญคุณแม่ท่านแรก
เข้าไปคุยก่อนตามลำดับการนัด โดยเก็บงำความแปลกใจไว้
หลังจากคุยกับคุณแม่ท่านแรกเสร็จ มิส'จึงเชิญคุณแม่อีกท่านเข้ามาคุยใน ห้องรับรอง


ภาพแรกที่ได้เห็นชัดๆทำให้ครูสาวตกใจเล็กน้อย

แขนซ้ายของคุณแม่เป็นแขนเทียม คุณแม่มาปรึกษาเรื่อง การเรียนของลูก
เพราะไม่ได้มาในวันนัดพบผู้ปกครองประจำปีเมื่อต้นปีการศึกษาที่ผ่านมา


'
ลูกเขาไม่อยากให้มา  เขาว่าเขาอายที่แม่ใส่แขนเทียม
กลัวโดนเพื่อนล้อ แม่มาทีเพื่อนก็ล้อกันประจำว่า แม่แขนเดียว
แม่เป็นหุ่นยนต์เหรอ อะไรนี่น่ะค่ะ เลยไม่ได้มา
'

น้ำเสียงของคุณแม่แฝงแววเอ็นดู มากกว่าที่จะโกรธหรือไม่พอใจ

มิสอุไรพรขออนุญาตซักถามเกี่ยวกับสาเหตุที่คุณแม่ต้องใส่แขนเทียม
เมื่อได้ทราบความจริงทั้งหมดครูสาวก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องจัดการ
เรื่องที่ลูกไม่ยอมรับและไม่เข้าใจแม่นี้โดยเร็ว
หากปล่อยเรื่องนี้ไป...ก็จะเป็นบาปอันหนักยิ่งติดตัวเด็กไปในภายหน้า
ทั้งตัวลูกชายและคนที่ล้อเพื่อนด้วย


ช่วงเย็นวันนั้นมีชั่วโมงลูกเสือแต่ฝนตกหนัก
มิสอุไรพรจึงได้โอกาสนำเรื่องนี้ มาเล่าให้นักเรียนฟังในห้องเรียน


เรื่องราวที่ว่านั้น มีดังต่อไปนี้......

วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2536 หลังวันแม่เพียงไม่กี่วัน...
ครอบครัวหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวนากุ้งที่จังหวัดสตูล
ครอบครัวนี้ประกอบด้วยคุณพ่อ คุณแม่
และลูกชายอีกสามคนพวกเขาเดินชมนากุ้งไปตามทางเดินซึ่งเป็นคันดิน
ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นของธรรมชาติ


โดยคุณพ่อเดินนำหน้ากับลูกชายคนโตสองคน
ส่วนคุณแม่เดินตามหลังมากับลูกชายคนเล็ก


ทางเดินที่เป็นคันดินนั้นมีการแบ่งเป็นท้องร่องเพื่อติดตั้งระหัดวิดน้ำ
ซึ่งมีใบพัดทำจากเหล็กสูงจากคันดินราว
 25 ซม
คุณพ่อและลูกคนโตสองคนก็ข้ามท้องร่องแล้วเดินนำต่อไปข้างหน้า
ไม่มีใครฉุกใจคิดระวังถึงเหตุร้าย


แต่แล้วลูกชายคนเล็กกลับก้าวพลาดล้มลงไปในท้องร่อง
ขากางเกงเข้าไปติดกับร่องของระหัดวิดน้ำที่กำลังหมุนอยู่
และฉุดขาของลูกทั้งสองข้างเข้าไปในใบพัดเหล็ก
 

'
ถ้าเป็นพวกคุณ น้องตกลงไปอย่างนี้คุณจะทำอย่างไร '

มิสหยุดเรื่องไว้ก่อนเพื่อซักถาม  มองหน้าเด็กนักเรียน
ทั้งห้องที่นั่งเงียบกริบ หน้าซีด  โดยเฉพาะลูกชายของคุณแม่ท่านนั้น


'
ทุกคนตกตะลึงใช่มั้ย  คิดไม่ทันใช่มั้ย
แต่นักเรียนรู้มั้ย?ว่าคุณแม่ท่านตัดสินใจทำอย่างไร
'

คุณแม่ไม่ยอม เสียเวลาคิดอะไรเลย

ท่านรีบยึดดึงตัวลูกเอาไว้  แล้วเอาแขนซ้ายที่ว่างอยู่เข้าไปขวางใบพัดเหล็กไว้ก่อน...
ใบพัดจึงหมุนเอาแขนของคุณแม่เข้าไป...คนงานที่เห็นเหตุการณ์รีบปิดเครื่องทันที
แต่แรงเฉื่อยทำให้ใบพัดยังหมุนต่อด้วยกำลังแรง...
แรง จนกระชากแขนซ้ายของคุณแม ่ขาดสะบั้นลง!
คุณแม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส สติสัมปชัญญะดับวูบลงในทันที


ท้องร่องทั่วบริเวณแดงฉานไปด้วยเลือด...เลือดของแม่...

ใบพัดเหล็กยังหมุนต่อไปอีกเล็กน้อย และบดเอาขาทั้งสองข้างของลูกชายคนเล็ก จนกระดูกหัก...แต่ไม่ขาด
ไม่ขาด...เพราะแขนซ้ายของแม่ขาดแทน...ไม่ขาด...เพราะแม้จะไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ


แต่..มือขวาของคุณแม่ก็ยังยึดตัวลูกเอาไว้แน่น...ไม่ยอมปล่อย...

คุณพ่อและลูกคนโตทั้งสองคนหันกลับมามองตามเสียงตะโกนเอะอะโวยวายของคนงาน
พร้อมๆกับเสียงกรีดร้องของคุณแม่ ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาช็อกจนแทบสิ้นสติ!


คุณพ่อกระโจนพรวดเดียวถึงตัวคุณแม่และลูกน้อย  แต่...มันสายเกินไปแล้ว!

สิ่งเดียวที่ทำได้ คือ รีบพาสองแม่ลูกส่งโรงพยาบาลทันที
ผลของการรักษาคือคุณแม่ต้องใส่แขนเทียมแทนแขนซ้ายที่ขาดไป
ส่วนลูกคนเล็กที่ขาหักต้องอยู่โรงพยาบาลนานราวสามเดือนจึงสามารถเดินเหินได้เป็นปกติ


มิสอุไรพรกวาดสายตามองไปรอบๆห้องถามขึ้นอีกว่า
'
นักเรียนคิดว่าคุณแม่ท่านนี้กล้าหาญมั้ยคะ '

'
กล้าหาญมาก ' เด็กๆพากันตอบเป็นเสียงเดียวกันพลางพยักหน้า

หลายๆคนยังหน้าซีดเซียวเมื่อนึกภาพเหตุการณ์ไปตามที่ครูเล่า
มิส'มองหน้าลูกชายของคุณแม่แล้วบอกต่อว่า

'
นักเรียนทราบมั้ยว่าคุณแม่ท่านนี้ เป็นคุณแม่ของเพื่อนเราในห้องนี้เอง
ไหนใครเป็นลูกของคุณแม่ท่านนี้  ยืนขึ้นให้เพื่อนเห็นหน่อยสิ
'

เด็กนักเรียนคนนั้นค่อยๆยืนขึ้น ท่ามกลางเสียงปรบมือของเพื่อนทั้งห้อง

'
วันนี้เมื่อคุณกลับไปบ้าน มิส'ฝากเรียนคุณแม่ด้วยค่ะว่า พวกเราชื่นชม
และยกย่องท่านมาก  จริงมั้ยพวกเรา
'

'
จริงครับๆ ใช่ครับๆ ' เสียงเล็กๆตอบมาเป็นทางเดียวกัน

'
มิสได้ทราบมาว่ามีหลายๆคนไปล้อเลียนเพื่อน ไหน
คนไหนบ้างคะ ที่เคยล้อคุณแม่เขา ถ้ามี เราเป็นลูกผู้ชายต้องกล้ารับค่ะ
'

มีนักเรียน 3-4 คนยืนขึ้น สีหน้าของแต่ละคนซีดเซียวอย่างสำนึกผิด

มิสอุไรพรมองหน้าของเด็กกลุ่มนี้อย่างอ่อนโยน ถามว่า
'
ดีมากนักเรียน ตอนนี้เธอคงอยากพูดอะไรกับเพื่อนใช่มั้ยคะ '

เด็กชายกลุ่มนั้นเดินเข้าไปโอบกอดคอแล้ว กล่าวขอโทษเพื่อนด้วยความจริงใจ
ครูสาวน้ำตาคลอ ยืนมองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้มยินดี เธอหนักใจอยู่เหมือนกันว่า


หากถามขึ้นมาแล้วไม่มีใครยอมรับว่าเคยล้อเพื่อน...จะทำอย่างไร ?
แต่เธอไม่เคยผิดหวังในตัวนักเรียนอัสสัมชัญและจนถึงเวลานี้ก็ยังคงไม่ผิดหวัง
ใครเล่า...จะเข้าใจความเจ็บช้ำขมขื่นในหัวใจเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่ง
ที่ถูกเพื่อนล้อเลียนประสาเด็ก โดยไม่ทันคิด


หากบัดนี้...ความรักของแม่และน้ำใจของเพื่อนได้สลายปมด้อยในใจ
ของเด็กคนนี้ลงจนสิ้นแล้ว  เหลือเพียงความรักและภาคภูมิใจในตัวคุณแม่เท่านั้น


เมื่อหมดชั่วโมงเรียน มิสอุไรพรได้เรียกตัวลูกชายเข้าไปคุยอีกครั้ง
'
วันนี้เรามีอะไรในใจที่คิดว่า ควรพูดกับคุณแม่มั้ยคะ '

เด็กคนนั้นนิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนจะตอบเสียงสั่นปนสะอื้นไห้ว่า
'
ผม...ผมจะไปขอโทษคุณแม่ แล้ว...แล้วบอกคุณแม่ว่า ผมรักคุณแม่ที่สุดในโลกเลยครับ '

รู้มั้ยน้ำนมหยดหนึ่งซึ่งไหลมา  ต้องใช้น้ำตาหยาดเหงื่อสักเท่าไหร่
บอกแม่เถอะนะ  บอกทุกวัน  ว่ารักท่านมากมาย
กอดแม่เถอะนะ  ให้คุ้นเคย   กอดเลยไม่ต้องอาย
 
ก่อนที่...ไม่มีแม่ให้กอด.....


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
กันตวีโร วันที่ : 30/06/2009 เวลา : 23.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tomnon
คิดดี เขียนดี ชีวีมีสุข

สวัสดีครับ
ทราบซึ้งมากครับ
ขอโหวตให้เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
rukbankerd วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukbankerd

นี่และคือ ความเป็นแม่
การกระทำคือคำตอบ ซึ่งอธิบายคำนี้ไม่ได้เลยจริง๐

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
MT-PONG วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา

ก็ อยากกอดแม่ แต่ติดเขินค่ะ

ทำไงดีถึงจะกล้า


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
rukbankerd วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukbankerd

ขอบใจน้องๆทุกคนที่มาเยี่ยมนะครับ และขอบคุณทุกท่านที่รักและกตัญญูต่อผู้หญิงที่ขื่อว่าแม่ ด้วยวัยและการเลี้ยงดูที่บ้านที่ผ่านมา ผมอาจจะดูเข้มแข็งจนกระด้างไปบ้าง ผมไม่กล้าเอ่ยคำว่ารักแม่มาก! แต่คิดว่าแม่ก็คงรู้เพราะทุกครั้งที่ผมเจอและไหว้แม่แล้ว ผมต้องหอมแก้มซ้าย-ขวาท่านทุกครั้ง เพียงแต่ผมปากหนักไปหน่อยเท่านั้นครับ....

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
nilsamai วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

ซึ้งทั้งแม่ ทั้งครูค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
โคมทอง วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

ถึงจะไม่เคยโดนแม่กอดเหมือนคนอื่น...แต่ทุกวันนี้จะเดินเข้าไปกอดแม่มากกว่า..แล้วแม่ก็ยิ้มแย้ม...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
chiraporn วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chirapornn
ช่วยกันคิด วันละนิด จิตแจ่มใส                                                                                                             

แวะมาตอบขอบคุณด้วยค่ะ..อ่านเรื่องนี้แล้ว..สุดซึ้งมาก
..."แม่คือพระผู้ให้."(ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี)

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

สวัสดีพี่ค่ะ..

..คุณใดในหล้า..เทียมเท่ามารดาเล่าเอย..

อ่านแล้วหยาดชื้นหลั่งเลยนะพี่่

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Mitraphap วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mitraphap

สุดที่จะบรรยาย...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พฤจิกา วันที่ : 10/06/2009 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."



ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 10/06/2009 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

นู๋ ขอขอบพระคุณมากค่ะ สำหรับ กลจ

ขอให้คุณพบแต่สิ่งที่ดีดีตลอดไป

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ใบไม้เริงร่า วันที่ : 10/06/2009 เวลา : 12.34 น.
ใบไม้ร่าเริง

นี่และค่ะผู้บังเกิดเกล้าสละได้ทุกอย่างเพื่อลูก
อ่านแล้วแสนจะสุดซึ้ง
น้ำตาคลอค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ป้าเค็ก วันที่ : 10/06/2009 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pacake

นี้แหละคือแม่ ทำได้ทุกอย่างเพื่อลูก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 10/06/2009 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อ่านแล้วน้ำตาซึมค่ะ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน