*/
  • rukbankerd
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rukbankerd30@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-04-29
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 226697
  • จำนวนผู้โหวต : 597
  • ส่ง msg :
  • โหวต 597 คน
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2552
Posted by rukbankerd , ผู้อ่าน : 2483 , 09:42:50 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มีเรื่องน่ารัก-น่ารัก ซึ้งๆ ของพี่-น้องมาฝากครับ

ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน   ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี แต่ละวัน พ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ   วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆ ของฉันมีกัน ...จากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง …พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพงโดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน

"ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาด ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป    น้องชายฉันก็เช่นกัน พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า "ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพ ก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ" พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น    ทันใดนั้น  น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้ แล้วพูดว่า "ผมขโมยเองครับ"

ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง   พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย พ่อนั่งลงบนเก้าอี้ และด่าว่าน้องชายของฉัน "ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีก แกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย"      คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้   หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย   กลางดึกคืนนั้น   ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมาก น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า "พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้ นะ มันผ่านไปแล้ว"

ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้ ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ หลายปีผ่านไป แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง   ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8 ปี ส่วนฉันอายุ 11 ปี...  เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้น เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน ม. ปลาย ว่าเขาสอบได้   ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน

คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน    ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า "ลูกเราทั้งคู่เรียนดี เรียนดีมากนะ" แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า "แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไร ในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน"   ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า "ผมไม่ต้องการเรียนต่อ ผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว"   พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่ "ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้ ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน พ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้"

คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ ทั่วทั้งหมู่บ้าน เพื่อขอยืมเงิน     ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า "ต้องให้น้องได้เรียนต่อ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไป ได้"

แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้ ใครจะรู้ได้ ...   วันต่อมาในตอนเช้ามืด   น้องชายของฉันได้หายออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว   ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน ขณะฉันกำลังหลับ  "พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ... ผมจะไปหางานทำ แล้วจะส่งเงินมาให้พี่"   ฉันนั่งอยู่บนเตียง อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า ... ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17 ปี ส่วนฉันอายุ 20 ปี ..... ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็นกรรมกรแบกหาม ที่ไซท์ก่อสร้าง ...   ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3      วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า "มีชาวบ้านมาหาเธอ อยู่ข้างนอกแน่ะ"

ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ??? ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่   ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง ... ฉันถามเขาว่า "ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ" น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า  "ก็ดูผมสิ สกปรกมอมแมมออกอย่างนี้ ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ ก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี"

ฉันน้ำตานองหน้า ค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง  และพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ"พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไงเธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม"

จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ ... เขาติดกิ๊บให้ฉัน แล้วพูดว่า  "ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง"   ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี ...  วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก   ฉันสังเกตเห็นว่า หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป  ฉันพูดกับแม่ว่า "แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ"

แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า "แม่ไม่ได้จ้างหรอก น้องชายลูกต่างหาก วันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน
ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ"ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม" ฉันถาม

"ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ และ..."   น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด เพราะฉันเบือนหน้าหนีเขา น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง> ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี... หลังจากนั้น  ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน... แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ

ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่ง แต่เมื่อออกไปแล้ว ท่านไม่รู้จะทำอะไรดี จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป ... เขาบอกกับฉันว่า "พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะ ผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง"

สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัว เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท ... แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้ เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา    วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด ...  เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล   ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา ...  ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า

"ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!! ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆ อย่างนี้ ดูตัวเองซิ เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง"   คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียด ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา "พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ  พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธาน ส่วนผมมันการศึกษาต่ำ   ถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด"

น้ำตาปริ่มดวงตาของฉัน รวมทั้งสามีของฉันด้วย ... ฉันบอกกับน้องว่า "แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่..."   "ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ" น้องชายของฉันจับมือฉันไว้

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี... เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี   เขาได้แต่งงานกับสาวชาวนาในหมู่บ้านเดียวกัน ใ นงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า "ใครคือคนที่คุณรักและเคารพที่สุดในชีวิตนี้" น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ" ... และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้

"ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2 ชม. เพื่อเดินไปเรียน และเดินกลับบ้าน วันหนึ่งผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกล เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ ... นับจากวันนั้น ผมสาบานกับตัวเอง ว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี และจะทำดีกับเธอตลอดไป"

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน   คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก ..."ในโลกใบนี้ คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ" ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้ น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...

จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรัก ในทุกๆ วันในชีวิตของคุณและเขา   คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ   แต่สำหรับคนคนนั้น อาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง .....ไม่ว่าเขาคนนั้นจะ คือ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน หรือแม้แต่คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
สายลมลอย วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suankikran

เรื่องนี้เหมือนเคยอ่านใน Vox Blog

คนเขียน เขียนได้ถึงอารมณ์

ขอบคุณครับ ที่นำมาฝากอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
หยาดกวี วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

แวะมาเยื่ยมลูกศิษย์

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 08.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

สวัสดีพี่ค่ะ...

น้องกลับมาแล้ววว..ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ployja วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 08.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ployja

น้องชายรักพี่สาวมากเลย
ความรักของพี่-น้อง น่าชื่นชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 07.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

มีความสุขจังเลยที่อ่านเรื่องน่ารักๆ..
ของพี่กะน้องเช้านี้..

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
bomza วันที่ : 19/06/2009 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bomza

สวัสดีค่ะ
เรื่องซึ้งดีค่ะ
แต่ไม่มีน้องชายค่ะ
ขอบคุณที่ไปเยี่ยมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เคียงดิน วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 20.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง



งดงามในรู้สึกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ศรีประภา วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sriprapa
ขอบคุณทุกเวลาของการมีชีวิตอยู่

สิ่งเล็กๆที่ยิ่งใหญ๋...นั่นคือความรักความใส่ใจ

ขอบคุณที่ไปทักทายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
เจ้านกกระจิบ วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PaiNam

เรื่องนี้อ่านทีไรประทับใจทุกที
ถ้ามีใครสักคนทำเพื่อเราและดูแลเรามากขนาดนี้
ไม่ว่าในฐานะอะไรมันก้อมีค่าเสมอ
บางทีสิ่งที่เราทำให้ใครสักคนที่เราคิดว่าเล็กๆ
อาจจะประทับใจใครอีกคนหนึ่งไปนานเท่านานเลยนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinn

ประทับใจความรักของพี่-น้องค่ะ

น้องชายน่ารักมาก ๆ เลย

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
rukbankerd วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 08.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukbankerd

ขอโทษทีนะครับ พอดียุ่งๆนิดหน่อย ไม่ได้เข้ามาขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียนกัน
ก่อนที่อะไรๆจะเลยเถิดไป ผมขอตอบ..พี่มะอึกก่อนนะครับ ว่าเรื่องนี้ผมนำมาฝากครับ ไม่ได้แต่งเอง น้องๆเคยส่งมาให้อ่านแล้วซึ้ง ผมเลยเก็บไว้ ก็มี 2 เรื่อง คือเรื่อง
..ก่อนไม่มีแม่ให้กอด และ..เรื่องน่ารัก ของพี่-น้องนี่แหละครับ พอหวนกลับมาอ่านแล้วมันตื้นตันและซึ้งๆเหมือนเดิม ก็เลยอยากจะนำมาฝากเพื่อนๆ บ้าง
ผมหวังว่าพี่มะอึกคงเข้าใจนะครับ...ต้องขอโทษอีกทีถ้าทำให้เข้าใจผิดครับ.
สำหรับ คอกาแฟ ที่อยากจะรู้วิธีชิมติดตัวไว้บ้าง ลองอ่าน..กินกาแฟ(ไม่ต้องแล..ยี่ห้อ)ดูนะครับ ผมเขียนจากประสบการณ์จริงครับเรื่องนี้ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Mitraphap วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 00.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mitraphap

ทำให้ผมคิดถึงน้องสาวโดยฉับพลันเลย
สุดยอดครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
chalee วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 00.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

แม้จะเคยอ่านเรื่องสองพี่น้องนี้มาแล้วหลายครั้ง
แต่ไม่รู้เป็นอะไร อ่านกี่ครั้ง กี่ครั้งก็น้ำตาไหล
แถมสะอื้นฮัก ๆ ต้องหยุดอ่านเช่นน้ำตาทุกคราวไป

และเห็นด้วยกับท่อนจบของเรื่อง

จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรัก ในทุกๆ วันในชีวิตของคุณและเขา คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่สำหรับคนคนนั้น อาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง .....ไม่ว่าเขาคนนั้นจะ คือ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน หรือแม้แต่คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม
-------------------------------------------------------------------------

คนบางคน เคยช่วย เคยทำอะไรให้ โดยเขาคิดว่ามันเล็กน้อย
แต่เราจดจำ และรู้สึกว่ามันมีค่าและยิ่งใหญ่สำหรับเราตลอดไป
:)

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

รู้สึกว่าเรื่องนี้จะอ่านมาแล้วค่ะ เป็นคติเตือนใจได้เป็นอย่างดี

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มะอึก วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ท่านคือนักเขียน...ที่มีความสามารถครับท่านรักบ้านเกิด..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
kikuno วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 14.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konbini


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ครูทิบ วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ku-tip
..Hope for the best and prepare for the worst...

แวะมาอ่านเรื่องราวซึ้งๆระหว่างพี่-น้องค่ะ....

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
tipsupa วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tipsupa
...ถึงจะซ่าไป แต่ปากกับใจตรงกันเด้อค่ะเด้อ...

สวัสดีค่ะ แวะมาทักทาย

ซาบซึ้งความรักความผูกพันพี่น้องค่ะ

หากเป็นเรื่องจริง พ่อของสองคนนี้ ดุร้ายเกินไป ถ้าอยู่ในสมัยนี้ เค้าจะไม่ตีลูกกันแล้ว จะมีวิธีสอนที่แยบยล ใช้ปัญญากว่านี้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

สะบายดีญาท่าน

เรื่องนี้เป็นประวัติจริงของประธานบริษัท เอ... จำบ่ได้แฮะว่าบริษัทไหน ของญี่ปุ่นถ้าจำไม่ผิดนะคะ

ฮักแพง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ข้าเปนฅนไท วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yanindy
   พึ่งพาธาดาญาณิน   ณ ನઈาಖ        ²

ฮ่วย...ทำให้นู๋น้ำตาซึมแต่เช้าเลยนะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พร-หล้า วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/karnpipatch
~แค่ผู้หญิงธรรมดาจอมเพ้อเจ้อ...~

น่ารักมาก ซึ้งใจมากก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
MT-PONG วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา

ซึ้งมากค่ะ ทำให้นึกรักน้องชายขึ้นมาเป็นกอง

แต่น้องเราไม่ได้ทำอะไรเพื่อเราหรอกค่ะ ..

แต่ว่า เคยมีหนุ่มนิสัยไม่ดีมากวน น้องเลยไปเตะเค้าซะปากแตก...

เป็นเรื่องราวที่น่าอ่าน ...ความรักของพี่กะน้อง...

ว่าแต่ว่าน้องชายคนนี้...มีอยู่จริงป่าวคะ...


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
101ไทยหลังอาน วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/101thairidgeback



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน