*/
  • rukbankerd
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rukbankerd30@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-04-29
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 201155
  • จำนวนผู้โหวต : 597
  • ส่ง msg :
  • โหวต 597 คน
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2552
Posted by rukbankerd , ผู้อ่าน : 38004 , 15:00:20 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 สัตว์พันขาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

           กิ้งกือ

ล้วงลึกโลกยึกยือกับ "เจ้าพ่อกิ้งกือ"

     เอ่ยถึง "กิ้งกือ" วินาทีนี้ต้องนึกถึง "ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา" อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านกิ้งกือมือหนึ่งของไทย หรือที่ใครหลายคนถึงกับให้สมญาว่า "เจ้าพ่อกิ้งกือ" เมื่อมีโอกาสได้พบกับเจ้าพ่อกิ้งกือตัวจริงเสียงจริงในงานแถลงข่าว  เปิดตัวกิ้งกือกระบอก 12 ชนิดใหม่ของโลก ที่พบในไทยเมื่อสัปดาห์ก่อน ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์เลยขอล้วงลึกเรื่องกิ้งกือมาตีแผ่ให้รู้กัน
       
       "กิ้งกือเป็นสัตว์อาภัพ แถมยังถูกสร้างภาพให้น่าเกลียดน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก" คำบอกเล่าจากปากของเจ้าพ่อกิ้งกือ ที่หวังอยากให้คนไทยเปลี่ยนทัศนคติต่อสัตว์ร้อยขาตัวน้อยนิด และอยากให้ทุกคนรู้จักกิ้งกือมากขึ้น เพราะเจ้าสัตว์สหัสบาทเหล่านี้มีคุณประโยชน์ต่อระบบนิเวศอย่างมหาศาล และประเทศไทยก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยกิ้งกือหลากชนิดมากกว่าที่เราจะคาดคิดกัน
       
       
ทำความรู้จักกับ "กิ้งกือ" เจ้าของฉายา "สหัสบาท" ญาติใกล้ชิดกับตะขาบ
       
       กิ้งกือ หรือสัตว์พันขา (millipedes) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลำตัวยาวและเป็นข้อปล้อง จัดอยู่ในไฟลัมอาร์โทรโปดา (Phylum Arthropoda) ชั้นดิพโพลโปดา (Class Diplopoda) ที่มีมากถึง 10,000 สปีชีส์ทั่วโลก และคาดว่าน่าจะมีมากถึง 80,000 สปีชีส์ โดยมีประวัติยาวนานกว่า 400 ล้านปี ส่วนตะขาบ หรือสัตว์ร้อยขา (centiipedes) แม้อยู่ในไฟลัมและกลุ่มเดียวกับกิ้งกือ แต่ถูกจัดไว้ในชั้นชิโลโพดา (Class Chilopoda)
       
       
ตะขาบมีหนวดยาว 1 วงปล้อง มีขา 1 คู่ เป็นผู้ล่ากินสัตว์อื่น มีเขี้ยวพิษที่บริเวณส่วนหัว และเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ขณะที่กิ้งกือมีหนวดสั้น 1 วงปล้อง มีขา 2 คู่ เคลื่อนไหวช้าแต่ขาพริ้วไหวเหมือนคลื่น และเป็นสัตว์กินพืชหรือกินซาก จึงไม่จำเป็นต้องพัฒนาอวัยวะสำหรับการล่าเหมือนอย่างตะขาบ และไม่มีเขี้ยวสำหรับกัด มีเพียงแผ่นฟันคล้ายช้อนตักไอศครีมสำหรับกัดแทะซากได้เท่านั้น กิ้งกือจึงไม่สามารถกัดคนได้อย่างที่หลายคนมักเข้าใจผิดกัน
       
       และเพราะว่ามีขามากมายนับไม่ถ้วนขนาดนั้น กิ้งกือจึงได้รับฉายาว่า "สหัสบาท" หรือสัตว์พันขา แต่ที่จริงกิ้งกือมีขาไม่ถึงพันขา เท่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยศึกษากันมาจนถึงปัจจุบันพบว่ากิ้งกือมีขามากที่สุด 710 ขา และมีลำตัวยาวตั้งแต่ 2 มิลลิเมตร ถึง 30 เซนติเมตร โดยมักอาศัยอยู่ทั่วไปในดิน ใต้ก้อนหิน ใต้ซากใบไม้ทับถม ตามขอนไม้ผุ ตลอดจนในถ้ำ
       
       
"กิ้งกือ" มหัศจรรย์ชีวิตในธรรมชาติ โรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชั้นยอด
       
       "กิ้งกือมังกรชมพู" อาจเป็นกิ้งกือไทยที่โด่งดังที่สุด เพราะได้ติดอันดับ 3 ใน 10 สุดยอดการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ครั้งสำคัญของโลกปี 2550 และทำให้กิ้งกือในสายตาของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไป เพราะเจ้ามังกรชมพูมีรูปร่างและสีสันสวยงามผิดแผกไปจากกิ้งกือบ้านๆ ที่เราเคยเห็นกันทั่วไป
       
       ศ.ดร.สมศักดิ์ ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้มีการศึกษากิ้งกือในประเทศไทยโดยชาวต่างชาติ ซึ่งสามารถจำแนกได้แล้วกว่า 100 ชนิด และเขาเพิ่งเริ่มหันมาศึกษากิ้งกืออย่างจริงจังก็เมื่อปี 2549 และได้ค้นพบกิ้งกือชนิดใหม่คือกิ้งกือหัวขาว, กิ้งกือมังกรชมพู และกิ้งกือกระบอก 12 ชนิด
       
       
หากศึกษาต่อเนื่องไปอีกคาดว่าจะพบกิ้งกือชนิดใหม่ในไทยอีกไม่ต่ำกว่า 500 ชนิด เพราะประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น จึงทำให้มีความหลากหลายของกิ้งกือมาก ขณะที่ในบางประเทศ เช่น เดนมาร์ก มีกิ้งกือเพียง 27 ชนิดเท่านั้น
       
       "
ฝรั่งไม่ค่อยเกลียดกลัวกิ้งกือ เพราะกิ้งกือบ้านเขาตัวเล็กๆ ไม่มีลักษณะอะไรโดดเด่นเท่าไหร่ และมีเพียงไม่กี่ชนิด แต่เขาสนใจกิ้งกือในเขตร้อนเพราะมีความหลากหลายของชนิดมากกว่า เช่น กิ้งกือในประเทศไทย ที่พบทั่วประเทศ มีตั้งแต่ตัวเล็กๆ ไปจนถึงกิ้งกือยักษ์" ศ.ดร.สมศักดิ์เผย โดยกิ้งกือในไทยที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยและพบบ่อยที่สุด คือ กิ้งกือกระบอก
       
       นอกจากนี้ยังมีกิ้งกือยักษ์ กิ้งกือมังกร กิ้งกือตะเข็บ กิ้งกือกระสุน กิ้งกือเหล็ก และกิ้งกือขน ซึ่งอาจารย์สมศักดิ์บอกว่า
กิ้งกือทุกชนิดล้วนมีคุณประโยชน์อย่างมหาศาลต่อระบบนิเวศ ต้นไม้ใหญ่ในป่าเขตร้อนอาจไม่สามารถยืนต้นได้อย่างสง่าสงามหากโลกนี้ไม่มีกิ้งกือ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลายเศษซากพืช ใบไม้ ลูกไม้ ให้กลายเป็นแร่ธาตุอาหารกลับคืนสู่ธรรมชาติโดยมีจุลินทรีย์คอยช่วยเหลือด้วย และกิ้งกือทำหน้าที่นี้มายาวนานหลายล้านปีแล้ว แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้และไม่เห็นความสำคัญของกิ้งกือ
       
       ซากพืชที่กิ้งกือกินเข้าไป ก็จะถูกถ่ายออกมาเป็นมูลก้อนเล็กๆ คล้ายยาลูกกอน ที่มีทั้งจุลินทรีย์และสารอินทรีย์ที่ช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดิน เช่นเดียวกับมูลของไส้เดือนและหอยทาก
       
       นอกจากอาจารย์สมศักดิ์จะศึกษาความหลากหลายของกิ้งกือแล้ว ก็ยังศึกษาวิเคราะห์ธาตุอาหารในมูลกิ้งกือด้วย เพื่อหวังจะใช้เป็นข้อมูลส่งเสริมให้คนเห็นประโยชน์ของกิ้งกือมากขึ้น และเลิกคิดกำจัดกิ้งกือ แต่หันมาให้ความสนใจ หรือให้กิ้งกือช่วยทำประโยชน์ให้ชุมชน เช่น ปล่อยให้กิ้งกืออยู่ในพื้นที่เพาะปลูกไปตามธรรมชาติ หรือให้กิ้งกือเป็นเทศบาลช่วยย่อยขยะอินทรีย์ มูลกิ้งกือที่ได้ก็นำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์
       
       
"เจ้าพ่อกิ้งกือ" สมญานี้มีที่มา
       

       "เมื่อก่อนผมก็กลัวกิ้งกือ ไม่กล้าจับ ก็เรายังไม่รู้จักว่ามันเป็นตัวอะไรยังไง แต่พอได้มาศึกษาถึงได้รู้ว่ามันไม่มีอันตราย และที่จริงชีวิตมันน่าสงสารด้วยซ้ำ
กิ้งกือเป็นสัตว์อาภัพที่คนส่วนใหญ่เกลียดกลัว และยังถูกสร้างภาพให้น่าเกลียดน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก ที่บอกว่ากิ้งกือกัดคนตายบ้าง กิ้งกือมีพิษบ้างล่ะ ทั้งที่ฟันกิ้งกือมีไว้กัดแทะได้แต่เศษซากพืชเท่านั้น กัดคนไม่เข้าเลย หรือแค่ทำให้คนที่ถูกกันรู้สึกจั๊กจี้เท่านั้นเอง ส่วนกิ้งกือบางชนิดอาจปล่อยสารพิษพวกไซยาไนด์หรือเบนโซควิโนนออกมาเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ปริมาณเพียงเล็กน้อยที่ไม่ทำให้คนเป็นอันตรายได้" ศ.ดร.สมศักดิ์ เผย
       
       ก่อนหน้านี้อาจารย์สมศักดิ์ เป็นที่รู้จักกว้างขวางในวงการวิชาการในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านหอย ที่ศึกษาวิจัยหอยมานานร่วม 20 ปี แต่เหตุไฉนจึงมาสนใจกิ้งกือได้ อาจารย์สมศักดิ์ชี้แจงให้ฟังว่าเพราะ ศ.ดร.วิสุทธิ์ ใบไม้ ผอ.โครงการบีอาร์ที (BRT) เป็นผู้ชี้นำ ด้วยเห็นว่าประเทศไทยยังไม่มีใครศึกษาเรื่องกิ้งกืออย่างจริงจัง ทั้งที่เรามีกิ้งกือเยอะมาก และเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ
       
       "
อาจารย์วิสุทธิ์เห็นว่าผมศึกษาเรื่องหอยมาจนอิ่มตัวแล้ว และก็มีคนที่จะศึกษาต่อยอดแล้ว แต่กิ้งกือยังไม่เคยมีใครศึกษามาก่อน จึงอยากให้มีคนมาศึกษาเรื่องกิ้งกือบ้าง ก็เลยตกลงทำเรื่องนี้ ซึ่งก็เริ่มศึกษาตั้งแต่ปี 49 โดยเริ่มต้นจากเชิญปรมาจารย์ด้านกิ้งกือระดับโลก คือ ศ.เฮนริค อิงฮอฟ (Prof. Henrik Enghoff) มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มาอบรมเรื่องการวิจัยกิ้งกือให้กับทางเรา และก็เริ่มออกสำรวจเก็บตัวอย่างกิ้งกือทั่วประเทศมาศึกษา และพบว่าเป็นกิ้งกือชนิดใหม่ของโลกหลายชนิดเลย เพราะยังไม่ค่อยมีใครศึกษากัน" ศ.ดร.สมศักดิ์เล่า
       
       อาจารย์สมศักดิ์เริ่มศึกษากิ้งกืออย่างจังจัง พร้อมกับก่อตั้ง "ชมรมคนรักกิ้งกือ" ขึ้น เพื่อให้คนที่สนใจเรื่องกิ้งกือได้ใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องกิ้งกือกัน และเดี๋ยวนี้เมื่อมีเหตุการณ์กิ้งกือระบาดขึ้นที่ใด อาจารย์สมศักดิ์ก็มักถูกตามตัวไปแก้ไขปัญหาและหาสาเหตุที่กิ้งกือบุกรุกเข้าไปในที่อยู่อาศัยเป็นประจำ
       
       
"กิ้งกือ" คือทรัพย์ในดิน
       
       "
เรามักพูดกันว่าเมืองไทยมีอะไรตั้งเยอะแยะมากมาย แต่จริงๆ แล้วเราไม่รู้หรอกว่ามีอะไรบ้าง กิ้งกือก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง คนไทยส่วนใหญ่เกลียดกลัวกิ้งกือ   แต่กิ้งกืออาจสร้างคุณประโยชน์ได้มากกว่าคนบางคนเสียอีก    ถ้าเราเปลี่ยนทัศนคติคนที่มีต่อกิ้งกือได้เพียง 1-2% เราจะได้อะไรกลับคืนมาอีกมาก และยังทำให้คนเราเกิดความเมตตาต่อสัตว์ร่วมโลกด้วย" ศ.ดร.สมศักดิ์กล่าว
       
       เจ้าพ่อกิ้งกือบอกว่า จากการที่ได้ศึกษากิ้งกือ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอีกมาก ชีวิตพวกนี้ ทำให้เรามองเห็นว่ายังมีอีกหลายชีวิตที่จะช่วยทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองของเราได้
กิ้งกือเป็นเหมือนทรัพย์ในดินที่เรามีอยู่ เราสามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาความหลากหลายของกิ้งกือมาใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน ทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรในธรรมชาติ การเกษตร และการจัดการของเสียในชุมชนได้ ช่วยให้เรานำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น จากแต่เดิมที่เราอาจไม่เคยรู้และไม่เห็นคุณค่าของพวกมัน
       
       "
อยากเห็นคนไทยเลิกเกลียดเลิกกลัวกิ้งกือ และมีทัศนคติที่ดีต่อกิ้งกือมากขึ้น" ศ.ดร.สมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
คนรักแผ่นดิน วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 11.25 น.

ยยยยยย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
rukbankerd วันที่ : 25/05/2011 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukbankerd

ดีใจครับ สำหรับเรื่องราวต่างๆที่ผมไปอ่านเจอ แล้วนำเอามาฝากเพื่อนพ้องน้องพี่ ให้ได้อ่านกันต่อไป....แม้เพียงคนเดียว ที่เห็นคุณค่าและเปลี่ยนทัศนคติ ....ผมถือว่าประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงแล้วครับ....ขอบคุณเจ้าของเรื่องฯ และทุกท่านที่เข้ามาอ่านอีกครั้งจริงๆครับ.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
จุดเริ่มต้น วันที่ : 07/05/2011 เวลา : 14.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paksuwanna

พอดีหาข้อมูลเรื่องกิ้งกือ เห็นมันมีมากในดินที่ปลูกต้นไม้ที่บ้าน...คิดว่าจะทำกำจัดอย่างไร และก็กลัวด้วย พอได้อ่านข้อมูลแล้วรู้สึกดี..และขอบคุณกิ้งกือขึ้นมาทันที ... ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆเรื่องกิ้งกือค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Wallaya วันที่ : 30/06/2009 เวลา : 19.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wallaya

อ่านแล้วรักกิ้งกือเลยค่ะ เมื่อก่อนก็กลัวกิ้งกือนะคะ ชอบบทความของคุณ มีสาระดีๆทุกเรื่องเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
chiraporn วันที่ : 29/06/2009 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chirapornn
ช่วยกันคิด วันละนิด จิตแจ่มใส                                                                                                             

บ่กลัวหรอกค่ะ
มันทำประโยชน์ให้ทุกวัน
แต่คนต่างหากไปกลัวมันเอง
.......ฯลฯ........
[แต่ที่บ้าน..ไส้เดือนเขียนหนังสือออกคนได้อีกค่ะ..อิ อิ]

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 25/06/2009 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

สะบายดีญาท่าน

บ่เกลียดมันดอกค่ะ กิ้งกือนี่ แต่ว่าย้าน(กลัว) .....

งือ...งือ....

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
หยาดกวี วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 10.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

เขียนวันละหน้า เสริมปัญญาวันละนิด

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
tipsupa วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tipsupa
...ถึงจะซ่าไป แต่ปากกับใจตรงกันเด้อค่ะเด้อ...

สงสัย อีกหน่อยคงเลี้ยงเป็นฟาร์มส่งออกได้ เหมือนไส้เดือน ส่งไปจีน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ราศีกุมภ์ วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 17.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rasrikum

อ่านบล็อกนี้ แล้วทำให้คิดถึงหลานตัวเล็ก ๆ ที่บ้านค่ะ
อยู่มาวันนึง เค้ากลับจากโรงเรียนชั้นเตรียมอนุบาล
ในเย็นวันนั้นเค้าพูดประโยคซ้ำ ๆ พร้อมกับถือถุงพลาสติก
ที่คุณครูสอนให้เค้ารู้จักสัตว์ประเภทหนึ่ง ในชั้นเรียน

"ใส้เดือนน่ารัก ใส้เดือนมีประโยชน์ ช่วยพรวนดิน"

บรื๋อ........

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เคียงดิน วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

สงสารรถไฟ

โดนแกล้งเสมอเลย


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
101ไทยหลังอาน วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/101thairidgeback


ขอบคุณมากครับกับเรื่องราวดีๆ ของไทย เพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนะคติที่ผิดๆ หรือไม่เข้าใจ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
spimon วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spimon
●@‿@●   ดูแล ร่างกาย & สายตา กันบ้าง  ●@‿@●

ไม่กลัว ไม่กลัว จับได้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
rukbankerd วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukbankerd

ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมครับ
แต่ก่อนผมไปเที่ยวป่าบ่อยๆ และเคยเจอกิ้งกือสายพันธุ์หนึ่งครับ ตัวใหญ่ประมาณหัวแม่มือโตๆแต่ไม่ยาว เมื่อม้วนตัวจะกลายเป็นลูกบอลกลมๆลายเหมือนกับลูกปัดศรีวิชัยเลยครับ แถวบ้านผมเรียกว่า "ตัวม้วนชิด" ชอบอยู่ตามป่าใหญ่ชื้นๆ เช่นตามน้ำตก ริมห้วย ฯลฯ เคยพบเยอะที่บ้านคลองวังช้าง อ.ปะทิว-ก่อนพายุเกย์ถล่ม แก่งร้อยรู น้ำตกวิสัย อ.สวี และแถวต้นน้ำพะโต๊ะ --ไม่ได้เก็บรูปมาฝากครับ.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายหยุมหยิม วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitevodka

ชอบเล่นครับ เหมือนรถไฟ กิ้งกือภาคกลางตัวเล็หๆสีแดงๆ
กิ้งกือภาคเหนือตัวใหญ่กว่า แต่เหมือนกัน เวลาไปจับมันทำตัวกลมๆ
เอาไม้จิ้มตรงกลางตัวเวลามันงอตัว เอาไปไหนก็ได้
แต่มันกลัวมด

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
JoyGangster วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gangster-1
Photo Blog...สากกระเบือยันเรือรบ, I Love เมืองไทย I Like Korea, เรื่องกินเรื่องเที่ยวเรื่องเดียวกัน...


....แล้วเจ้าตัวนี้ล่ะ....

......ชื่ออะไร....

...............กิ้งกืออยู่หลังบ้าน...

..เห็นมันน่ารักดี..เลยถ่ายรูปไว้....

..................

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chalee วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

ไม่ได้อยู่ชมรมคนรักกิ้งกือ
แล้วก็ไม่เคยเกลียดหรือกลัวกิ้งกือเลยค่ะ
เวลาเห็นกิ้งกือก็ชอบเอานิ้วไปแตะเบาๆ (ย้ำว่าเบาจริงๆ)
แล้วเจ้ากื้งกือก็ม้วนตัวกลมดิกเลย คิคิ น่ารักดี
เวลาเราหยิบส่งให้เพื่อน ๆ แล้วเพื่อนกร๊ดๆๆๆ ก็สนุกดี
แต่ต้องรีบเอาวางลงดิน เดี่ยวคุณเธอทั้งหลายจะปัด
เจ้ากิ้งกือของเราตกพื้นแรงๆๆ ซะก่อน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จันท์เทศ วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/karmut
วันนี้คุณ ยิ้มให้ผมหรือยัง อิอิ

ทำไมกิ้งกือต้องทำตัวน่ารักมากขนานนั้นครับ ถ้าไม่ม้วนตัวน่ะก็จะดีมากเลย


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กอบธรรม วันที่ : 22/06/2009 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anakkumlangbai
ก่อนเกิดใครเป็นเรา? ...เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร? ...ใครที่ว่าไม่นานก็ฝังบ้าง เผาบ้าง ..ไม่เชื่อให้ญาติคอยสังเกตุไว้ได้เลย.

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน