• รักพงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rukpong@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 187
  • จำนวนผู้ชม : 1061388
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
รักพงษ์
บทความ วิเคราะห์ เศรษฐกิจ ภาพยนตร์ การ์ตูน Ghibli ฟุตบอล กีฬา สารคดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong
วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2552
Posted by รักพงษ์ , ผู้อ่าน : 2549 , 15:56:49 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



ค่ำคินของแชมป์เปี้ยนลีกรอบรองชนะเลิศนัดแรกที่คลาดว่าจะสนุก เพราะว่าเป็นการเจอของเต็งหนึ่งที่มีเกมส์บุกเป็นอาวุธเด็ดกับเซลซีที่ผ่านการเล่นเกมส์ 12 ประตูในรอบก่อนหน้ากับลิเวอร์พูล แต่เมื่อจบการแข่งขันคำว่า Anti-Football ก็ถูกตั้งคำถามกับเซลซีทีมที่มีดีกว่าจะถูกตราหน้าด้วยคำนี้ อะไรคือ Anti-Football น่ะหรือ ถ้ากล่าวว่าการชนะคือการทำประตูคู่แข่งให้ได้มากกว่า ความสวยงามของเกมส์คือการใช้เกมส์บุกแลกใส่กันอย่างทีมชั้นนำควรทำ การทำประตูมากมายคือความสนุกสนานของผู้ชม การได้เห็นทักษะลีลาของผู้เล่นช่วยเพิ่มสีสันของเกมส์ ในเกมส์บาร์ช่า-เซลซี ไม่มีสักอย่างและตรงกันข้ามทั้งหมดที่ว่ามาโดยฝีมือของนักเตะสิงโตน้ำเงินคราม และกุส ฮิดดิ้งส์ที่ถูกยกย่องว่าเป็นกุนซือดีที่สุดคนหนึ่งในโลกฟุตบอลปัจจุบัน

 


การแข่งขันระหว่างแมนฯยูและเอสตูเดนเตสปี 1968 นัดที่สอง


Anti-Football ปรากฏในหนังสือ Fear and Loathing in World Football ของ Gary Armstrong and Richard Giulianotti ที่อธิบายปรัชญาของทีมฟุตบอลอาร์เจนติน่าที่มีปรัชญาการพ่ายแพ้เป็นเรื่องอับอายขายหน้า ดังนั้นทำอย่างไรก็ได้เพื่อชัยชนะ สอดคล้องกับการเมืองของอาร์เจนติน่าในช่วงนั้น ในปี 1966 เซอร์อัลฟ์ แรมเซย์ ผู้พาอังกฤษเป็นแชมป์โลกในปีนั้นกล่าวว่านักเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าเป็นสัตว์ป่าหลังการพบกันในรอบ 8 ทีม แต่คำว่า Anti-Football นำมาใช้จริงๆเมื่อทีมเอสตูเดนเตสแห่งลาพลาต้า (Estudiantes de La Plata) แห่งอาร์เจนติน่าสโมสรเล็กๆที่ท้าทายทีมใหญ่ในประเทศด้วยการเป็นแชมป์อาร์เจนติน่าและก้าวมาครองแชมป์ลิเบอร์ตาโดเรส 3 ครั้งในปี 1968,1969 และ 1970 จากนั้นก็มาพบกับทีมแชมป์ยุโรปในศึกยุโรป-อเมริกาใต้ ซึ่งปัจจุบันก็พัฒนามาเป็นฟีฟ่า เวิร์ดคลับ คำว่า Anti-Football ก็บังเกิดเมื่อ บทบรรณาธิการของหนังสือ El Gafico ในอาร์เจนติน่าที่ออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหาในเกมส์นัดชิงชนะเลิศลิเบอร์ตาโดเรส 1968 ที่ เอสตูเดนเตส ชนะพาลไมรัส ของบราซิล หลังเกิดการปะทะที่บาดเจ็บหลายครั้งรวมทั้งใบแดงที่ปลิวว่อน

 


ทีมเอสตูเดนเตสแชมป์ลิเบอร์ตาโดเรสปี 1969


ตำนานAnti-Footballของเอสตูเดนเตสยังมีอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันระหว่างทวีปในเกมส์ระหว่างเอสตูเดนเตส แชมป์อเมริกาใต้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์จากยุโรป นัดแรกมีขึ้นที่บัวโนสไอเรสเมื่อ 26 กันยายน 1968 ทีมเจ้าถิ่นชนะ 1-0 และเป็นเกมส์ที่มีการฟาวล์อย่างหนักและใบแดงหนึ่งใบ หลังเกมส์อเล็กซ์ สเตฟานี่ ผู้รักษาประตูกล่าวว่าผู้เล่นเจ้าถิ่นมีการเล่นสกปรกและพวกเขาเหมือนสัตว์ป่า ในขณะที่หนังสือพิมพ์ Daily Mirror พาดหัวข่าวว่า คืนของการทะเลาะวิวาทของพวกนักกีฬา ไบรอัน แกรนวิลล์นักวิจารณ์ชื่อดังก็สับการเล่นเจ้าถิ่นว่าเหมือนกับทีมชาติอาร์เจนติน่าที่พบกับอังกฤษในเวิร์ดคัพปี 1966 และเมื่อกลับมาแข่งที่อังกฤษผลการแข่งขันที่เสมอกัน 1-1 ทำให้เอสตูเดนเตสชนะเลิศด้วยประตูรวม 2-1 แต่ในเกมส์ที่มีผู้เล่นถูกไล่ออกฝั่งละหนึ่งคน อย่างไรก็ตามที่อาร์เจนติน่าเอสตูเดนเตสก็เป็นเหมือนวีรบุรุษที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาคว้าชัย อีกปีต่อมาเอสตูเดนเตสพบกับเอซี มิลาน ในถ้วยเดียวกัน นัดแรกออกมาแพ้ที่มิลาน 0-3 เมื่อกลับไปเล่นที่บ้านชนะ 2-1 ผลรวมเลยแพ้มิลานแต่ในเกมส์ผู้เล่นเอสตูเดนเตศก็ทำฟาวล์อย่างรุนแรงจนผู้เล่นมิลานเจ็บไปหลายคน และก็เป็นเหตุผลหลักที่ลิเวอร์พูลไม่ร่วมแข่งฟุตบอลรายการนี้ในช่วงที่พวกเขาเป็นแชมป์ยุโรปในทศวรรษที่ 70

 





ในปี 1982 ทีมชาติอิตาลี โดยการนำทีมของโค้ช เอ็นโซ แบร์ซอต พาทีมเป็นแชมป์โลกอย่างพลิกความคาดหมายพร้อมกับการแจ้งเกิดของเปาโล รอสซี่ที่ฟอร์มร้อนแรงตั้งแต่ในรอบที่ 2 หลังจากที่เกือบตกรอบแรก ในรอบที่ 2 อิตาลีอยู่ร่วมสายเต็ง 1 บราซิลและอาร์เจนติน่า และอิตาลีก็เลือกใช้นักเตะที่ได้ชื่อว่าสกปรกที่สุดในโลกอย่างเคลาดิโอ เจนติเล่ไล่ตามเตะ(ไล่ตามเตะจริงๆรวมทั้งดึงเสื้อจนขาด)ซูเปอร์สตาร์ของทีมบราซิลและอาร์เจนติน่าคือซิโก้และดีโก้ มาราโดน่าจนทั้งคู่ไม่สามารถทำเกมส์ได้ การมาของดาวยิงรอสซี่และสุดท้ายอิตาลีเป็นแชมป์ทำให้ไม่ถูกตราหน้าว่าทำลายเกมส์ฟุตบอลมากนัก เพราะตั้งแต่รอบรองชนะเลิศก็โชว์ฟอร์มเกมส์บุกจนเป็นแชมป์

 



หลังจากนั้นหลายปีฟีฟ่าก็ปรับเปลี่ยนกฎโดยเฉพาะการให้ใบเหลืองใบแดงแก่นักเตะที่จงใจทำฟาลว์คู่แข่งอย่างรุนแรง ทำให้เกมส์ที่รุนแรงลดน้อยลงโดยเฉพาะในระดับชาติ หลังจากนั้นความหมายของ Anti-Football ก็เปลี่ยนไปจากการเล่นสกปรก ทำฟาวล์อย่างรุนแรงมากลายเป็นการเล่นที่หวังผลชนะโดยการยันเสมอหรือใช้แทคติคการตัดเกมส์ที่ไม่รุนแรงแต่บ่อยๆ ทำให้ผู้ชมที่ต้องการมาชมเกมส์ที่สวยงามและทำประตูต้องผิดหวัง รวมทั้งในบางครั้งการเล่นตั้งรับและเคาเตอร์แอทแท็คก็ถูกรวมไปในความหมายของ Anti-Football เพราะทำให้ศิลปะและความสวยงามของฟุตบอลหายไป ทีมชาติกรีซที่ได้แชมป์ยุโรปปี 2004 ก็ถูกมองว่าทำลายเกมส์ฟุตบอล ในขณะที่โยฮัน ครัฟฟ์ อดีตยอดนักเตะฮอลแลนด์ก็กล่าวว่าบราซิลชุดแชมป์โลก 2002 ก็เป็น Anti-Football เพราะพวกเขาอาศัยความผิดพลาดของคู่แข่งแทนที่จะใช้เกมส์บุก(คำวิจารณ์นี้หลายคนหรือส่วนใหญ่คงไม่เห็นด้วย) ทีมชาติอิตาลีในปี 2006 ก็กลับมาใช้เกมส์รับเป็นหลักในการคว้าแชมป์โลก ในระดับสโมสรอาร์เซน่อลก็เคยถูกค่อนขอดว่าเป็น Boring Arsenal หรือปืนใหญ่น่าเบื่อเนื่องเพราะพวกเขามุ่งเอาชนะในเกมส์ 1-0 เป็นหลัก แต่พอมาในปี 2006 เชส ฟาเบร์กาสก็ตำหนิทีมในพรีเมียร์ลีกว่าเป็น Anti-Football เพราะเอาแต่เล่น อุด อุด และก็อุด ในกัลโช่ ซีรี่ย์เอก็ประสบปัญหากับปรัชญาการเล่นเกมส์รับของทุกทีมในอิตาลี ทำให้จากเคยรุ่งเรืองในยุคหนึ่ง ฟุตบอลอิตาลีก็ประสบปัญหาในความน่าสนใจของเกมส์ไป

 



ในการแข่งขันแชมป์เปี้ยนลีกรอบรองชนะเลิศ นัดแรกเมื่อ 28 เมษายน 2009 เซลซีก็ลืมเกมส์สุดมันส์กับลิเวอร์พูลในรอบที่แล้ว หันมาตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมส์รับ เพื่อหวังผลเสมอโดยหวังจะไปทำได้ดีในการแข่งนัดที่สอง บ่อยๆที่นักเตะของเซลซีทั้งหมดอยู่ในแดนตัวเอง แม้แต่การโต้กลับก็ใช้นักเตะคนสองคน เพราะเกรงกลัวจะเปิดช่องว่างในแดนตัวเอง การใช้แทคติครับสุดตัวทำให้เกมส์การแข่งขันเป็นไปอย่างน่าเบื่อ บาร์เซโลน่าไม่สามารถเจาะเข้าทำประตูในเขตโทษได้เพราะกองหลังเซลซียืนเต็มไปหมด รวมทั้งการฟาวล์อย่างไม่เกรงใจความสวยงามของลูกหนังของมิชาเอล บัลลัค ผลการแข่งขันจึงจบอย่างจืดชืด 0-0 หลังเกมส์ไม่แปลกที่เซลซีกลายเป็นทีมที่ใช้ Anti-Football ทีมล่าสุด

 



อาจจะมีข้อโต้แย้งว่าเป็นเรื่องของแทคติค แต่การเล่นเกมส์รับแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ทั้งๆที่นักเตะเซลซีมีนักเตะชั้นยอดมากมาย รวมทั้งมีทีมบุกที่ยอดเยี่ยม และนับกันตัวต่อตัวไม่เป็นรองทีมบาร์เซโลน่าแน่นอน ถ้าเป็นทีมอย่างกลาสโกลว์ แรงเยอร์ส มาเล่นฟุตบอลสไตล์นี้คงไม่แปลก (เมสซี่เคยต่อว่าแรงเยอร์สเป็น Anti-Football เมื่อ 2-3 ก่อนเมื่อเล่นเกมส์รับเมื่อเจอกับบาร์เซโลน่า) แต่เมื่อเซลซีเล่นแบบหวังผลเช่นนี้ก็น่าผิดหวังสำหรับผู้ชมแน่นอนหลังเกมส์ทั้งผู้เล่นและผู้จัดการทีมของบาร์เซโลน่าออกมาประณามทีมเซลซีในเกมส์น่าเบื่อนี้

 

เป๊ป กวาดิโอล่า กุนซือบาร์ว่าออกมาตำหนิกรรมการที่ปล่อยให้บัลลัคยังลอยนวล ทั้งที่ควรจะถูกใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม รวมทั้งกรรมการไม่ยุติธรรมต่อเกมส์ที่ทีมหนึ่งเน้นบุกแต่ไม่ได้รับประโยชน์มากนัก

ซาบี้ เฮอร์นันเดส กองกลางและเป็นนักเตะยอดเยี่ยมในยูโร 2008 บ่นว่าน่าละอายที่ทีมหนีงเล่นแรงแต่แทบไม่ถูกลงโทษแต่อีกทีมพอพลาดฟาวลว์ก็โดนใบเหลือง บางทีเกมส์ยุติธรรมไม่ได้เกิดในเกมส์นี้

ในขณะที่ยาย่า ตูเร่ นักเตะบาร์ซ่าที่ถูกจดชื่อก็ตำหนิกรรมการชาวเยอรมันว่าเหมือนถูกส่งมาช่วยเซลซี และการที่บัลลัค และเอสเซียงทำฟาวล์หลายครั้งแต่ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ถูกจดชื่อ สุดท้ายนักเตะบาร์ช่าก็หวังว่าทีมเซลซีจะไม่เล่นเช่นนี้ที่บ้านตัวเอง

ส่วนอังดรส อิเนสต้า กองกลางบาร์ซ่าอีกคนก็กล่าวว่าทีมของเขาพยายามเล่นเกมส์บุก เล่นเกมส์ที่เรียกว่าฟุตบอลในขณะที่อีกทีมพยายามที่จะไม่เล่นฟุตบอล ความลำบากก็ตามมา

เป็นอีกครั้งที่โยฮัน ครัฟฟ์อดีตนักเตะเทวดาและผู้เคยพาบาร์เซโลน่าเป็นแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในปี1992 ก็ออกมาวิจารณ์การเล่นเซลซีแบบจมดิน ผมคิดว่าใน 20 นาทีแรก เซลซีจะพยายามเล่นบอลอยู่บ้าง โดยการเล่นแบบโต้กลับเร็ว แต่ผมก็คิดผิด เซลซีพยายามหยุดยั้งนักเตะบาร์เซโลน่าโดยการทำฟาวล์ที่เสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ การตัดสินของกรรมการทั้งหมดได้ทำร้ายบาร์เซโลน่าและความคาดหวังของผู้ชมและมันก็ลงโทษต่อทีมที่พยายามเล่นฟุตบอล

 

เซลซีควรจะถูกตำหนิตามที่นักเตะบาร์ซ่ากล่าวอ้าง การเจาะไม่ข้าวของบาร์ซ่าอาจจะไม่ใช่เหตุผลสำคัญแต่การที่เซลซีเป็นทีมใหญ่ มีนักเตะระดับโลกร่วมทีมหลายคน รวมทั้งกุนซือฝีมือดี การหวังผลชนะไม่ใช่เรื่องแปลกในโลกฟุตบอลที่ทุนนิยมอยู่เบื้องหลัง แต่ถ้าทีมใหญ่อย่างเซลซียังใช้วิธีนี้รับมือกับทีมที่มีเกมส์บุกดีๆแทนที่จะสร้างสรรค์เกมส์ให้เป็นที่จดจำ ทีมเล็กๆทั้งหลายจะไม่ต่างหันมาใช้วิธีนี้ทั้งหมดหรอกหรือ การแข่งขันฟุตบอลก็คงเป็นเรื่องน่าเบื่อถ้าเกมส์จบ 0-0 กันทุกนัด ซึ่งเป็นสกอร์ที่มีผลต่อการตกต่ำของฟุตบอลในอนาคต แม้ในหน้าเซลซีจะไม่ใช้เกมส์รับก็ตาม(หรือเปล่า) แต่นัดนี้จะเป็นที่ถูกกล่าวถึงอีกแน่ๆถ้าเกิด Anti-Football อีกครั้ง

 

สถิติของเกมส์

บาร์เซโลน่า

 

เซลซี

18

ยิงประตู

3

12

ยิงนอกกรอบ

2

10

ลูกเตะมุม

2

7

ฟาล์ว

20

3

ล้ำหน้า

2

2

ใบเหลือง

2

65%

% ครองบอล

35%

0

ประตู

0

 




แมนฯยู 1-0 อาร์เซน่อล

ผลเกมส์รอบรองชนะเลิศอีกคู่คืนวันที่ 29 เมษายน 2009 แมนฯยูชนะอาร์เซน่อล 1-0 จากาการทำประตูของจอห์น โอเชีย ในนาที่ 17 ในเกมส์ที่เปิดเกมส์บุกอย่างสนุก แต่แมนฯยู มีโอกาสบุกมากกว่า และน่าจะได้หลายประตูถ้านายทวารของอาร์เซน่อลไม่เหนียวหนึบในเกมส์นี้ จบเกมส์ไปลุ้นกันต่อที่อมิเรสต์สเตเดี้ยม สนามของอาร์เซน่อลนัดที่สองในสัปดาห์หน้า


สถิติของเกมส์

แมนฯยู

 

อาร์เซน่อล

14

ยิงประตู

5

6

ยิงนอกกรอบ

4

4

ลูกเตะมุม

0

11

ฟาล์ว

9

4

ล้ำหน้า

2

1

ใบเหลือง

0

55%

% ครองบอล

45%

1

ประตู

0

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
yunijiro วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yunijiro

เห็นด้วยครับ อยากดูฟุตบอลที่เล่นเพื่อชนะโดยการแข่งกันทำประตู มากกว่าเน้นผลการแข่งขัน

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
tutorcat วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutorcat

ไม่ใช่แค่วงการฟุตบอลครับ ทุกวงการครับ

ความสำเร็จมาเป็นอันดับหนึ่ง วิธีการไปสู่ความสำเร็จสำคัญรองลงมา

ดีใจครับ ที่ยังมีทีมอย่างบาร์เซโลน่า ที่ไม่ว่ายุคสมัยไหน ก็ให้ความสำคัญเรื่องวิธีการไปสู่ความสำเร็จ มากกว่าความสำเร็จ เป็นทีมเดียวในโลกเลยมั้งครับ

แต่ผมว่าโดยรวมแล้ว ทีมฟุตบอลอาชีพ ต้องเน้นความบันเทิงเป็นหลัก ไม่งั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ แฟนบอล หายไปจากสนามหมด เพราะดูแมวกัดกันมันส์กว่า

ตอนแรกนึกว่า บอลน่าเบื่อแบบที่เชลซีเล่นกับบาร์ซ่า มีแต่มูริญโญ่เท่านั้นที่ทำได้ แต่ท่านเซอร์ของแมนยูฯ ก็ทำได้ตอนเจอกับบาร์ซ่าปีก่อน ฮิดดิ้งก็ทำได้ปีนี้

แสดงว่าบอลสไตล์นี้ มันทำไม่ยาก เพียงแต่ไม่มีใครอยากทำ ถ้าไม่จำเป็น ถ้าทำกันมากๆ มันก็จะเหมือนกับลีกอิตาลีตอนนี้ ที่ไม่มีแมวที่ไหนเข้าไปดูในสนามแล้ว เพราะดูแมวกัดกันมันส์กว่า

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ครูอุ๋ย วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kru-oui

เป็นคนที่ไม่ค่อยดูฟุตบอลมากนัก
ปกติเชียร์แต่ทีมชาติไทย
เที่ยวนี้ได้ดูเชลซี 2 นัด
กองเชียร์เชลซีอาจจะไม่สนุกบ้าง
แต่ก็ดีใจที่ไม่เสียประตู :)

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
kokoyadi วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 09.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kokoyadi
Blog me if you can!!! KoKoyadi  โกโก้...อย่าดิ

เขียนได้ดีมากๆๆครับ
ข้อมูลแน่นจริงๆ

เสียดายที่ไม่ได้ดูเกมส์ทั้งสองเกมส์เลยครับ ...
เลยแสดงความเห็นในเรื่องนี้มากไม่ได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สมองโล่ง วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 03.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mybrain

เกมส์

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 30/04/2009 เวลา : 23.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


พอดีไม่ได้ดูครับ
เลยไม่เซ็ง
----------------
บางทีการกระทำบางอย่างอาจส่งผลให้คนบางส่วน คนส่วนใหญ่ ไม่สมหวังนัก เพียงเพราะจุดประสงค์ของใครบางคนบางกลุ่ม
แต่นั่นคือ จุดหมายของเขา
ต่างคนต่างเลือกแล้ว...ที่จะทำอะไร เพื่อใคร
ไม่แคร์แม้กระทั่งสายตา ความคิด ความรู้สึก ของคนอื่น
แต่ผลอาจจะคุ้มค่า หรือไม่นั้น ไม่แน่ใจ
โลกมนุษย์เป็นเช่นนี้....

ขอบคุณในความหมายที่ให้สำหรับคำว่า แอนตี้ ฟุตบอล นะครับ อาจารย์

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
tengpong วันที่ : 30/04/2009 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ดูแล้วเซ็ง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
feng_shui วันที่ : 30/04/2009 เวลา : 19.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ครองบอลได้ เยอะ ไม่ได้หมายความว่าครองใจคนเป็นแฟนบอลง่ายๆ ...แต่ชอบมาราดอนน่ามาเลย เมื่อก่อนนี้นะ
หุ หุ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
theeratatt วันที่ : 30/04/2009 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 30/04/2009 เวลา : 16.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

โทษทีครับผิดจริงๆ
เซลซีฟาลว์เยอะกว่ามาก ผมเอา template เก่ามาแก้
ผมแก้ไปแล้วครับ
ขอบคุณครับที่ท้วงติง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 30/04/2009 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมเพิ่งเห็นสถิติ ..เชลซีฟาล์ว 6 ครั้ง บาร์ซ่า 15 ครั้ง..
พระเจ้า !!!
ผมดูผิดหรือเปล่า????

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 30/04/2009 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เป็นเกมที่เชลซีต้องการผลแบบนั้น
และพวกเขาทำสำเร็จในเกมที่นักเตะชุดสีเหลือง..เป็นทีมอะไรก็ไม่รู้
ไม่ใช่เชลซีแน่ๆ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Patui วันที่ : 30/04/2009 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat



ที่บ้านอดนอนกัน 2 วันแล้ว....
ตามติดฟุตบอล...วันแรกเสมอ (ใช่ปล่าว)
ป้าตุ้ยหลับ ๆ ตื่น ๆ น่ะ...
*******

มาชวนไปตามหาหลานย่าโม....


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ชามาดา วันที่ : 30/04/2009 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/klunpang
^__^ - CHaMaDa - ^_^  : :  รัก รัก รัก อ ย่ า ง ชัดเจน : :


อาร์เซนอลแพ้ หรออ คิก ๆ ๆ ...
แวะมาสวัสดีตอนบ่ายค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]