• รักพงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rukpong@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 186
  • จำนวนผู้ชม : 982366
  • ส่ง msg :
  • โหวต 278 คน
รักพงษ์
บทความ วิเคราะห์ เศรษฐกิจ ภาพยนตร์ การ์ตูน Ghibli ฟุตบอล กีฬา สารคดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong
วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม 2562
Posted by รักพงษ์ , ผู้อ่าน : 487 , 21:17:29 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน feng_shui , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

ในความฝันของคนทุกคนหรือจะส่วนใหญ่ย่อมอยากที่จะเลือกทำงานที่ตัวเองเคยฝันทั้งนั้น ความสุขจะมากมายเพียงใดถ้าทุก ๆวันตื่นมาได้ทำงานที่ตัวเองปรารถนา ร่ำเรียนมา ฝึกปรือมาตั้งแต่เด็กและเติบโตมากับสิ่งที่ตัวเองต้องการทำ แต่ในความเป็นจริงจะมีสักกี่คนที่ได้ทำแบบนั้น  Departures ภาพยนตร์ญี่ปุ่นปี 2008 ที่สร้างความตื่นตลึงเมื่อคว้ารางวัลออสก้าร์ภาษาต่างประเทศในปี 2009 เล่าเรื่องราวของ โนคังฉิ (納棺師,nōkanshi) คนหนึ่ง ที่ชีวิตหักเหจากอาชีพนักดนตรีที่เขารักมาทำงานในอาชีพที่อาจจะถูกรังเกียจอาชีพหนึ่งในความคิดของเขา นั่นคือการนำศพคนตายเข้าบรรจุโลง Departures เป็นภาพยนตร์ที่แม้จะเกี่ยวข้องกับพิธีการนำร่างคนตายบรรจุในโลงศพ แต่เบื้องหลังที่กล่าวถึงอาชีพนี้ ได้สะท้อนศิลปะในการทำงานไว้อย่างแยบยล แม้ว่างานนั้นคนส่วนใหญ่จะรังเกียจมากที่สุดก็ตาม

 

 

ไดโกะ โคบายาชิ หรือไดจัง ชายหนุ่มที่มีอาชีพเล่นเชลโล่ในวงออกัสตร้าอยู่ในโตเกียว และการเล่นเชลโล่เป็นสิ่งที่ไดจังเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กและเหมือนเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่แล้วความฝันของเขาก็พังสลายเมื่อเจ้าของวงมาประกาศยุบวง งานแห่งความฝันของเขาก็เหมือนปิดฉากลงพร้อมกับไม่รู้จะทำมาหากินอะไรต่อเพราะเชลโล่เป็นความสามารถเพียงหนึ่งเดียวของเขา มิกะ ภรรยาของไดจังจึงเสนอให้ไดจังกลับไปอยู่บ้านของแม่ในชนบทในเมืองยามางาตะ ไปใช้ชีวิตที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงนักเหมือนในโตเกียว แล้วค่อยหาทางต่อไป

 

“ชั่วพริบตางานในวงออเคสตร้าที่ได้ทำตามฝัน ก็ได้กลายเป็นเพียงความทรงจำ

มันไม่ใช่ความผิดของเซลโล่ตัวนี้ คนอย่างผมไม่ควรซื้อมันแต่แรก

ทีนี้ผมก็ตกงานเสียแล้ว ให้พูดอีกอย่างก็คิอเซลโล่ตัวนี้เป็นอะไรที่เกินตัวผม”

 

 

ไดจัง และภรรยาเมื่อย้ายมาบ้านในชนบท บ้านที่มีความหลังอันแสนปวดร้าวของครอบครัวในความคิดของเขา พ่อแยกทางตั้งแต่เขายัง 6 ขวบ และแม่ที่เสียไปในขณะที่เขาเรียนอยู่ต่างประเทศ แต่ชีวิตของเขากลับได้เริ่มต้นใหม่เมื่ออ่านข้อความประกาศหนังสือพิมพ์ในเช้าวันหนึ่ง ถึงประกาศรับสมัครงานและไดจังก็รีบไปสัมภาษณ์งานนั้นทันที แต่ความเข้าใจว่างานของเขาคือ ทะบิ (旅,tabi, “travel, voyage”)   ผู้นำส่งการเดินทางหรือไกด์ทัวร์ในความคิดของเขา แต่ปรากฏว่าข้อความในหนังสือพิมพ์ได้ตกหล่นบางคำไป และทำให้งานนั้นคือ ทะบิดาฉิ (旅立ち,tàbídáchí) ผู้นำการเดินทางไปสู่โลกหน้าแทน หรืองานที่เกี่ยวกับการเตรียมตัวให้กับร่างผู้ตายก่อนนำสู่โลงศพ แม้ว่างานจะสร้างความลำบากใจแค่ไหนในความรู้สึกของเขา แต่ภาวะตกงานทำให้เขาต้องรับทำงานนี้อย่างเสียไม่ได้

 

 

ในขณะที่ไดจังทำงานเป็นนักเชลโล่ในวงออเกสตร้า ขณะเล่นจะเห็นแววตาที่เปี่ยมความสุข แต่เมื่อเขาเริ่มรับงานครั้งแรกสายตาที่แตกต่างจากการเล่นเชลโล่ก็เห็นได้ชัดมาก ไม่เพียงแต่ความลำบากใจของไดจังเอง เขายังปิดบังภรรยาของเขาว่าเขาทำงานอะไร รวมทั้งไม่กล้าเอ่ยบอกเพื่อนหรือคนอื่นๆว่าเขาไม่ใช่นักเชลโล่แล้วแต่เป็นงานที่ผู้คนทั่วไปคิดว่าสกปรกเพราะต้องสัมผัสกับร่างคนตาย แต่เมื่อผ่านๆไปไดจังได้เรียนรู้จากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นคุณยายเจ้าของโรงอาบน้ำอันเก่าแก่ที่มีความสุขกับการทำงานไม่ว่าลูกหลานจะไม่อยู่กับเธอแล้ว ท่านประธานหรือเจ้านายของไดจังโดยตรงเจ้าของบริษัทที่เร่มทำงานนี้มาเนิ่นนานแล้ว แต่แล้วฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ไดจังอยากลาออกจากงานนำส่งคนตายไปโลกหน้าและเดินเข้ามาหาเจ้านายของเขา ณ เวลานั้น เขาก็ได้เรียนรู้เคล็ดรับสำคัญและเป็นศิลปะการทำงานที่ส่งผลต่อชีวิตเขาไปตลอด ในระหว่างที่สนทนาระหว่างไดจังกับเจ้านายบนโต๊ะอาหารที่เขาจะมาลาออก เจ้านายของเขาได้เผยเคล็ดลับบางอย่าง

 

“ นี่ภรรยาของฉัน เธอตายไปได้ 9 ปีแล้ว คู่ผัวเมียต้องมีคนใดคนหนึ่งตายก่อน คนจะอยู่นี่สิลำบาก

ฉันแต่งให้เธอสวยๆ และส่งให้เธอไป เธอเป็นคนแรกเลย จากนั้นฉันก็เริ่มต้นธุรกิจนี้

แม้แต่นี่ (อาหาร) มันก็ศพเหมือนกัน สิ่งมีชีวิตล้วนกินสิ่งที่ตายแล้ว ยกเว้นพืชเท่านั้นที่ไม่กิน

ถ้าไม่อยากตายเราต้องกิน ถ้าต้องกินต้องกินให้อร่อย

 

 

ไดจังได้ค้นพบศิลปะการทำงานจากเจ้านายว่ามันเริ่มจาก “ความรัก” ถ้ามีความรักแล้วมันจะนำไปพาเขาไปสู่การทำงานที่มีความสุข ความแตกต่างจากทำงานที่รักกับรักงานที่ทำ ที่ความรู้สึกเคยบอกว่าห่างไกลกันลิบลับ แท้จริงแล้วใกล้เพียงนิดเดียว เหมือนแค่สลับอักษรหรือประโยคแค่นั้นเอง เพียงแต่ต้องเริ่มจากที่จะ “รัก” มันก่อน จากแววตาที่ลำบากใจในการทำงาน ไดจังได้รักงานที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับคนตายเข้าเสียแล้ว และทุกครั้งหลังจากนี้เขาเริ่มต้นงานด้วยสายตาที่เปี่ยมสุข มุ่งมั่น สายตาที่จับจ้องอย่างไม่กระพริบตา มืออันแผ่วเบาที่สัมผัสร่างคนตายสะท้อนถึงความอ่อนโยน แต่แม่นยำ การพลิกร่างทำได้อย่างนุ่มนวลแต่แฝงความรวดเร็ว การแต่งเติมสีสันบนใบหน้าก็ใส่ใจในรายละเอียดเสมือนแต่งหน้าให้คนที่รักการเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยที่ผู้ตายเคยประพฤติปฏิบัติอย่างไรนำมาใส่ในการห่อหุ้มร่างกายครั้งสุดท้าย และแน่นอนความรู้สึกนั้นเปรียบเสมือนไดจังกำลังเล่นเชลโล่อยู่นั่นเอง ความสุขที่เห็นได้ชัดในขณะที่ทำงานที่แตกต่างจากการเริ่มอาชีพนี้อย่างชัดเจน

 

 

ครั้งหนึ่งไดจังกับเจ้านายไปทำงานสายไป 5 นาที การมาสายในสังคมญี่ปุ่นถือว่าเป็นความผิดพลาดร้ายแรง เจ้าของงานได้ตำหนิทั้งคู่อย่างแรง พร้อมกับรู้สึกโกรธมาก แต่ด้วยความสามารถของท่านประธานหรือเจ้านายของไดจังในการทำงานจนงานออกมาอย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์จากคำตำหนิเมื่อเริ่มต้นก็กลายเป็นคำชมในภายหลัง เพียงเพราะงานของท่านประธานใส่ความรักลงไปนั่นเอง เพียงเพราะเติมคำว่ารักเข้าไปในงาน นำมาสู่ ความอดทน อดกลั้น ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง พัฒนา และเกิดความสุขในการทำงาน

 

 

ภาพยนตร์ซ่อนความสัมพันธ์หลายๆสิ่งไว้ในเรื่อง ความสัมพันธ์เจ้านายกับลูกน้อง สามีภรรยา พ่อกับลูก แต่เคล็ดลับเดียวที่ภาพยนตร์จะบอกก็คือ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน ความรักจะสร้างความเป็นนิรันดร์ให้กับทุก ๆสิ่งเหมือนความรักในการทำงาน หัวหน้าต้องมีความรักในการทำงานที่มีก่อนถึงจะส่งผ่านการสอนงานให้ลูกน้องได้อย่างสมบูรณ์และลูกน้องสามารถเชื่อว่างานมีคุณค่าที่จะรักมัน สามีภรรยาที่ให้ความรักต่อกันแม้จะอยู่สถานการณ์ไหนก็ตาม ครอบครัวที่ยังรักกันอยู่เสมอแม้ว่าจะจากลาด้วยความเศร้า ความบาดหมางของพ่อลูกที่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความรักที่มีต่อกัน แม้กระทั่งการทำอาหารก็ต้องใส่ความรักลงไปในการปรุง จึงจะได้อาหารที่อร่อยไม่สามารถปฏิเสธได้

 

 

ภาพหลักของเรื่องคือความตายแม้จะดูน่ากลัวแต่ภาพยนตร์ก็สื่อสารออกมาได้ให้อยู่แนวทางที่ตลก ไม่สะท้อนความน่ากลัวแม้แต่น้อย ภาพยนตร์แม้จะบอกว่าความตายเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่รังเกียจ แต่ก็สื่อว่าเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของชีวิต เหมือนปลาแซลม่อนที่ว่ายทวนน้ำมายังที่เกิดเป็นวาระสุดท้ายแต่ก็ยังใช้ความพยายาม หรือฝูงนก ห่านป่าที่ย้ายถิ่นฐานเมื่อเปลี่ยนฤดูกาลเมื่อถึงเวลาก็บินไปที่อื่นเหมือนชีวิตเมื่อถึงเวลาก็จากลาไปที่อื่นเช่นกัน การเริ่มต้นของเรื่องก็สื่อสารแต่แรกว่าการนำส่งไปชีวิตในโลกหน้า และในวาระสุดท้ายของชีวิต ณ ที่แห่งหนึ่ง อาจจะเป็นการเริ่มที่ต้น อาชีพที่คนส่วนมากไม่อยากทำแต่ก็เป็นการเติมความพร้อมและตระเตรียมเพื่อให้ผู้ยังคงอยู่ลดความเศร้าโศกเสียใจ เหมือนการจากลาครั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นใหม่ ที่ยังต้องแต่งแต้มความงดงามเช่นกัน

 

 

“ร่างที่เย็นเฉียบกับฟื้นคืนกับความงามอันเป็นนิรันดร์

ทั้งหมดนี้ทำด้วยความสุขุมและแม่นยำ

และด้วยความรักที่แสนจะโอนโยน ในการบอกลาครั้งสุดท้ายเพื่อส่งผู้ตายออกเดินทางไป

การตะเตรียมทุกอย่างเพื่อการนี้ ทำออกมาได้สงบและงดงามยิ่ง”

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 01/01/2020 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขออนุญาตมาสวัสดีปีใหม่ตรงนี้นะคะ

Happy New Year ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 17/12/2019 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

การทำด้วยความสุขุมและแม่นยำ และด้วยความรักที่แสนจะโอนโยน ทำให้ ความตายที่ดูน่ากลัว เป็นงานที่ทำบนพื้นฐานแห่งความรักเป็นงานที่สร้างความสุขให้ได้ทั้งผู้ืทำให้ และ(ญาติ)ผู้ที่วายชนม์

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 16/12/2019 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เป็นหนังที่ให้แง่มุมความคิดกับคนดู
รัก ในงานที่ทำ จะนำมาซึ่งความสำเร็จ
จากในเรื่อง จากเป็นนักเชลโล่มาเป็นผู้จัดงานศพ เมื่อตัวเอกได้ทำงานใหม่ด้วยความรัก การที่เขาทำงานกับศพด้วยความละมุนละม่อม ก็เท่ากับเขากำลังบรรเลงดนตรีที่เขารัก แค่เปลี่ยนความคิดความสุขมันจะมาเอง
น่าสนใจค่ะ ต้องไปหาดูบ้างแล้ว ชอบดูหนังญี่ปุ่นบางทีสถานที่มันจะเรียลมากกว่าหนังเกาหลี ซึ่งเน้นความหรูและสวยงามจนเกินจริง ขอบคุณที่แนะนำหนังดีๆและขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล็อกแม่หมีนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]