*/
  • รุสสกี้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : krailuk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-14
  • จำนวนเรื่อง : 921
  • จำนวนผู้ชม : 1795817
  • จำนวนผู้โหวต : 750
  • ส่ง msg :
  • โหวต 750 คน
แอนิเมชั่น 103 ปี

แอนิเมชั่นเรื่องแรกของรัสเซีย อายุ 103 ปี เพิ่งค้นพบฟิล์มเมื่อไม่นานมานี้

View All
<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านชื่นชอบอวัยวะส่วนไหนของร่างกายมากที่สุด
ขนจมูก
9 คน
ข้อศอก
9 คน
รูหู
15 คน
ซอกเล็บ
8 คน
ตาตุ่ม
7 คน
ไส้อ่อน
10 คน
ม้าม
4 คน
ฟันน้ำนม
63 คน
ไซนัส
2 คน
ต่อมปิตูอิตารี
26 คน

  โหวต 153 คน
วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน 2554
Posted by รุสสกี้ , ผู้อ่าน : 5973 , 23:48:01 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนไปเรียน หนังสือที่โซเวียต ผมถูกส่งไปที่เบลารุส หนึ่งในสาธารณรัฐของโซเวียต และดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ถูกส่งมาที่นี่ทุกคน ที่ทางสถาบันที่เราเรียนอยู่ จะต้องพาเรามาทัศนศึกษาที่เมืองเล็กๆริมชายแดนติดกับโปแลนด์ ที่ชื่อ เบรสต์ ( Brest )

เหตุผล ของการพาพวกเรามาที่นี่ก็เพื่อให้เราได้รับรู้ถึงวีรกรรมของทหารโซเวียตสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเมืองเบรสต์ เป็นเมืองพรมแดน มีป้อมปราการสำคัญแห่งหนึ่งที่จะเป็นด้านหน้าในการรับมือกับข้าศึกที่รุกล้ำ ผ่านพรมแดนเข้ามา



และ เช้ามืดวันที่ 22 มิถุนายน 1941 หรือเมื่อ 70 ปีก่อน ฮิตเลอร์ ก็สั่งให้ทหารของเขาบุกสหภาพโซเวียตแบบขี้ขลาด คือไม่มีการประกาศล่วงหน้าให้ข้าศึกได้มีโอกาสเตรียมรับมือ นับเป็นการเปิดฉากสงครามที่รัสเซียตั้งชื่อว่า  Great Patriotic War

ภาย ใต้ปฏิบัติการณ์มีชื่อว่า  Operation Barbarossa นาซีเยอรมันบุกโซเวียตเข้ามาแบบเป็นแผง คือบุกพร้อมกันตั้งแต่ทางเหนือ ตอนกลาง และทางใต้ของพรมแดนฝั่งตะวันตกของโซเวียต และก็แน่นอนว่า เบรสต์ ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายการโจมตีลำดับแรกๆ เพราะเบรสต์ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการสัญจรข้ามแม่น้ำ Bug ที่เป็นพรมแดนทางธรรมชาติระหว่างโซเวียตกับโปแลนด์ นอกจากนั้น มันก็ยังคุมเส้นทางการขนส่งทางรถไฟที่ติดต่อระหว่างโซเวียตกับกรุงวอร์ซอของ โปแลนด์ด้วย



เบรสต์ อยู่ในความรับผิดชอบในการโจมตีของกลุ่มกองทัพกลางของเยอรมัน และด้วยกำลังที่โหมเข้ามา พวกกับการบุกแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว และการประเมินว่าฝ่ายทหารโซเวียต ไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือการบุก ทำให้ฮิตเลอร์คาดว่า พวกเขาจะสามารถยึดป้อมปราการที่เบรสต์ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ได้ในเวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นเมื่อทหารราบบุกเข้ามา ( ตามแผนบอกว่าพวกเขาควรยึดมันได้ ในเวลาไม่ควรเกิน 12 ชั่วโมง )



ทั้ง นี้เพราะในป้อมมีทหารแท้ๆที่พร้อมรบแค่ 3,500 นาย แม้จะยังมีทหารหน่วยอื่นๆที่บางส่วนไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบเลย ซึ่งรวม 2 ส่วนนี้ก็ประมาณ 7-8 พันนาย นอกจากนั้นก็ยังมีครอบครัวทหารอีกราว 300 ครอบครัว ส่วนฝ่ายฮิตเลอร์มีมากถึง 20,000 นาย 

การสู้รบที่เบรสต์ ถือเป็นการสู้รบของแท้ครั้งแรกๆระหว่าง 2 ประเทศนี้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 

เยอรมัน เปิดฉากการโจมตีป้อมด้วยการยิงปืนใหญ่ และทิ้งระเบิดเข้าใส่ จากนั้นครึ่งชั่วโมง ทหารราบก็บุกเข้ามา แต่ที่ฮิตเลอร์ลืมนึกถึงก็คือ ความกล้าหาญของคนโซเวียตในการปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง ทั้งทหารและประชาชน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในป้อม ที่ต่างก็ช่วยกันทำทุกอย่างที่พอจะทำได้เพื่อต่อสู้กับศัตรู



ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว นาซีเยอรมันต้องใช้เวลาถึง 9 วันกว่าจะยึดส่วนใหญ่ของป้อมปราการ ที่พรมแดนแห่งนี้ได้ในวันที่ 30 มิถุนายน และแม้จะยึดได้ แต่ปรากฏว่า การต่อต้านของทหารประจำค่าย ก็ยังมีอยู่ประปรายอยู่นานเป็นเดือน ซึ่งแม้ในเวลานั้น เยอรมันจะรุกเข้าไปได้ไกลถึงเกือบ 500 กิโลเมตรแล้วก็ตาม

ความ ดุเดือดของการสู้รบที่นี่ ดูได้จากยอดการสูญเสียตลอดแนวรบของเยอรมันคิดตั้งแต่เริ่มสงครามจนถึงวันที่ ยึดป้อมได้มีทั้งสิ้น 8,886 นาย โดยในจำนวนนั้น ราว 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นการสูญเสียที่ป้อมแห่งนี้เพียงแห่งเดียว

ต้อง เข้าใจด้วยว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ทหารในป้อม แทบไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆจากภายนอกเลย เพราะเป็นช่วงกำลังวุ่นวาย และทหารเยอรมันสามารถยึดพื้นที่โดยรอบได้ทั้งหมดในเวลาอันรวดเร็ว ทหารในป้อมจึงขัดสนทั้งน้ำ อาหาร และกระสุน

สุดท้ายแล้ว น้ำน้อยก็ย่อมแพ้ไฟ ทหารในป้อมเสียชีวิตเกือบทั้งหมดจากการสู้รบ



และในวันท้ายๆ ก่อนตาย ทหารผู้รักษาป้อมนายหนึ่งได้ขีดเขียนเอาไว้ที่ที่ผนังของป้อมว่า " ถึงจะตายแต่ก็จะไม่ทิ้งป้อม ถึงจะตายแต่ก็ไม่ยอมจำนน ลาก่อน มาตุภูมิ 20.VII.41 " 



ปัจจุบัน ข้อความส่วนนี้ถูกสกัดออกมา และนำมาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ทหารในกรุงมอสโก

มี รายงานว่าทหารรักษาป้อมบางนาย เพิ่งจะถูกทหารเยอรมันจับได้ในเดือนสิงหาคม เพราะช่วงนั้นฮิตเลอร์จะเดินทางมาดูป้อม จึงต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ และเพื่อกวาดล้างทหารชุดสุดท้ายที่อาจจะยังซุกซ่อนอยู่ภายในป้อม ก็มีการผันน้ำจากแม่น้ำเข้ามาให้ท่วมป้อม

วีรกรรมของทหารที่นี่ ถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์การต่อต้านนาซีเยอรมันของฝ่ายโซเวียต และในปี 1965 ป้อมแห่งนี้ ได้รับสถานะเป็น  Hero Fortress จากวีรกรรมเมื่อปี 1941

ผมเองก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ก็ไ่ม่รู้ว่าเขาสู้กันดุเดือดขนาดไหน ก็เลยเอาตัวอย่างหนังเรื่อง " ป้อมเบรสต์ " มาให้ดูกัน เผื่อว่าจะได้จินตนาการออกว่าสงครามที่จุดนี้เป็นอย่างไร



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ตาหนุ่ม วันที่ : 23/06/2011 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zumon
รวม เรื่องดีๆ จากประสบการณ์ชีวิตและงานที่ปรึกษาด้านการวางระบบบริหารค่าจ้างเงินเดือน มาแบ่งปันสู่สังคม

รักชาติยิ่งชีพ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
pierra วันที่ : 23/06/2011 เวลา : 09.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน