*/
  • รุสสกี้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : krailuk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-14
  • จำนวนเรื่อง : 921
  • จำนวนผู้ชม : 1737471
  • จำนวนผู้โหวต : 745
  • ส่ง msg :
  • โหวต 745 คน
แอนิเมชั่น 103 ปี

แอนิเมชั่นเรื่องแรกของรัสเซีย อายุ 103 ปี เพิ่งค้นพบฟิล์มเมื่อไม่นานมานี้

View All
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านชื่นชอบอวัยวะส่วนไหนของร่างกายมากที่สุด
ขนจมูก
9 คน
ข้อศอก
9 คน
รูหู
15 คน
ซอกเล็บ
8 คน
ตาตุ่ม
7 คน
ไส้อ่อน
10 คน
ม้าม
4 คน
ฟันน้ำนม
63 คน
ไซนัส
2 คน
ต่อมปิตูอิตารี
26 คน

  โหวต 153 คน
วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม 2555
Posted by รุสสกี้ , ผู้อ่าน : 8232 , 19:37:07 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม รัสเซียเพิ่งจะเสร็จสิ้นการฉลองการจัดตั้งกองทัพอากาศมาครบ 1 ศตวรรษ ซึ่งเมื่อเทียบกับกองทัพอากาศของประเทศอื่น ทั้งที่อาจจะตั้งมาก่อน หรือหลัง ก็ต้องถือว่ากองทัพอากาศรัสเซียมีความล้ำหน้ากว่าหลายเท่าตัว แม้ว่าประเทศต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่การล่มสลายของการปกครองในระบอบกษัตริย์ หันมาสู่ระบอบสังคมนิยม ก่อนที่สหภาพโซเวียตจะล่มสลาย และรัสเซียเปลี่ยนมาสู่ระบอบทุนนิยมอย่างในปัจจุบัน นอกจากนั้นกองทัพอากาศรัสเซียก็ผ่านด่านโหดของสงครามโลกทั้งสองครั้งมาอย่างโชกโชน รวมทั้งยุคสงครามเย็น



โดยปานิธานของคนในยุคนั้นระบุว่า กองทัพอากาศรัสเซียควรที่จะต้องแข็งแกร่งกว่าของประเทศเพื่อนบ้าน

ในการฉลอง มีการนำเครื่องบินหลากรุ่นหลายแบบมาบินโชว์ด้วย และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือเครื่องบินแบบ Bleriot XI ที่ออกแบบโดยชาวฝรั่งเศส ความสำคัญของมันก็คือ มันเป็นเครื่อง บินรุ่นแรกที่สามารถบินข้ามช่องแคบอังกฤษเมื่อปี 1909 โดยนักบินเที่ยวบินประวัติศาสตร์ก็คือตัวผู้ออกแบบเอง และรัสเซียก็ซื้อเครื่องบินรุ่นนี้มา 15 ลำในปี 1910  เพื่อให้มาทำหน้าที่เป็นเครื่องบินรุ่นแรกในกองทัพอากาศรัสเซียยุคเริ่มต้น และนักบินรัสเซียก็ฝึกบินกับเครื่องบินรุ่นนี้จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1

คนรัสเซียนั้นสนใจเรื่องการบิน และเรื่องเครื่องบินมานานแล้ว โดยการบินของรัสเซีย มีจุดกำ เนิดจากโปรเจ็คทางทฤษฎีที่นักวิทยาศาสตร์รัสเซียหลายคนได้ศึกษาไว้ตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1880 และมีความก้าวหน้ามากในยุคทศวรรษที่ 1890 จนในปี 1904 ถึงกับมีการตั้งสถาบันแอโรไดนามิกแห่งแรกของโลกขึ้นที่รัสเซีย ขณะที่เอกสารบางชิ้นก็บอกว่าคนรัสเซียสร้างเครื่องบินได้สำเร็จเป็นคนแรก แต่ข้อมูลที่ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อถือบอกว่า คนแรกที่สร้างเครื่องบิน และทำการบินได้สำเร็จก่อนใครเพื่อน ก็คือพี่น้องตระกูลไรท์ ชาวอเมริกัน



จริงๆแล้วการบินในกองทัพรัสเซียเริ่มต้นมาจากบอลลูนก่อน โดยการบินแบบนี้เริ่มถูกนำมาใช้ในกองทัพรัสเซียตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 และพอถึงกลางศตวรรษ กองทัพก็นำบอลลูนเข้าประ จำการณ์ และพอถึงปลายศตวรรษก็มีการสร้างสนามบินสำหรับบอลลูนเหล่านี้โดยเฉพาะ โดยหน้าที่ของบอลลูนเหล่านี้ก็คือการตรวจการณ์หน้า การหาข่าว และการตรวจสอบความแม่นยำของการยิงปืนใหญ่ สมัยที่คึกคักที่สุด กองทัพรัสเซียมีบอลลูนทางทหารมากถึง 65 ลูก

ในช่วงปี 1905 – 1912 เป็นช่วงการการฟอร์มกองทัพอากาศขึ้นมาเสริมกองทัพบกและกอง ทัพเรือ หลังจากที่รัสเซียแพ้ญี่ปุ่นในสงครามรัสเซีย – ญี่ปุ่นเมื่อปี 1905 โดยในปี 1907 กองทัพก็หันมาสนใจเรื่องการนำเรือเหาะมาใช้ในกองทัพ แต่ในเวลาใกล้เคียงกัน ก็มีแนวคิดเรื่องการนำเอาเครื่องบินมาใช้ในกองทัพด้วยเช่นกัน และก็มีศึกษาเรื่องนี้โดยการสร้างเครื่องบินขึ้นมาเอง รวมถึงการซื้อเครื่องบินของต่างชาติมาทดลองใช้



ในช่วงครึ่งหลังของการเตรียมสร้างกองทัพอากาศคือระหว่างปี 1909 – 1912  รัฐบาลได้ซื้อเครื่องบินจากฝรั่งเศสมาใช้ ดังที่ได้พูดถึงมาแล้ว และมีการเปิดโรงเรียนการบินขึ้น 2 แห่ง เพื่อสร้างนักบิน รวมทั้งการสร้างระบบสาธารณูปโภค และการจัดองค์กรต่างๆที่จำเป็น งานนี้ทำกันอย่างจริงจัง เพราะมีการระดมกำลังผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยวางรากฐานให้กับกองทัพสายพันธุ์ใหม่ของยุคเมื่อ 100 ปีก่อน และรัสเซียควักกระเป๋าจ่ายในเรื่องนี้ไปมากโข

และในที่สุด ในปี 1912 รัสเซียก็ได้ก่อตั้งกองทัพอากาศขึ้น หรือที่ในภาษารัสเซียปัจจุบันเขียนชื่อย่อว่า BBC แต่ไม่ได้อ่านว่า บีบีซี หากแต่อ่านว่า แวแวเอส

และพอถึงช่วงกลางปี 1914 หรือ 2 ปี หลังก่อตั้งกองทัพอากาศ เครื่องบินแบบ 4 เครื่องยนต์ลำแรกของโลก ก็ถูกสร้างขึ้นโดยรัสเซีย ในการบินเที่ยวแรก มันบินจากเมืองหลวงในยุคนั้น คือเซ็นต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ไปยังเมืองเคี๊ยฟ เมืองหลวงของยูเครนในปัจจุบัน งานนี้นักบินก็คือ อิกอร์ ซิคอร์สกี้ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเครื่องบินรุ่นนี้ แน่นอนว่ามันจะต้องถูกนำเข้าประจำการณ์ในกองทัพด้วย ต่อมาเขาก็ยังสร้างเครื่องบินทิ้งระเบิดลำแรกของโลกขึ้นมาด้วย และต่อมา ซิคอร์สกี้ ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นคนแรกของโลกที่สร้างเฮลิคอปเตอร์ได้สำเร็จด้วย แต่เรื่อง ฮ. นั้นเกิดขึ้นหลังเขาอพยพไปตั้งรกรากในสหรัฐแล้ว



พอถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพอากาศของประเทศก็มีกำลังพล 35,000 นาย มีเครื่องบินรบ 256 ลำ และนักบินทหาร 250 นาย โดยรัสเซียจัดแบ่งขุมกำลังทางอากาศเหล่านี้เป็น 39 เหล่า หรือฝูงบินประจำป้อม ในช่วงแรกๆ เมื่อเกิดการสู้รบกัน โดยหลักแล้ว เครื่องบินมักถูกส่งออกไปทำหน้าที่สอดแนมและตรวจการณ์หน้า เพื่อดูว่าการยิงปืนใหญ่ของฝ่ายรัสเซียนั้น ถูกต้องหรือผิดพลาด ต้องแก้ไขประการใดหรือไม่

แต่การใช้เครื่องบินเป็นประหนึ่งอาวุธทำลายล้างเครื่องบินอัลบาทรอส ของฝ่ายตรงข้ามนั้น เริ่มขึ้นจากการดำเนินการของบรรดานักบินเอง และพอถึงปลายปี 1914  กองทัพอากาศรัสเซียก็จัดตั้งฝูงบินเครื่องบินหนักเป็นฝูงแรกของโลก

ในปี 1916 แกรนด์ปรินซ์ อเล็กซานเดอต์ รามานอฟ พระบรมวงศานุวงศ์ของพระเจ้าซาร์ ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องกองทัพ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการภาคสนามของกองทัพอากาศ และภายใต้การนำของพระองค์ หน่วยงานการป้องกันทางอากาศที่กระจัดกระจาย ก็ถูกนำมารวมตัวกันเพื่อทำหน้าที่ในสงคราม กองบัญชาการของพระเจ้าซาร์ ทั้งที่นครหลวง และมากิโลฟ ก็เริ่มได้รับการคุ้มครองจากการโจมตีทางอากาศ ด้วยความช่วยเหลือของเครื่องบิน และปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ทำให้แนวหลังต้องให้การสนับสนุนกองทัพอากาศของพวกเขาด้วยทุกสิ่งที่กองทัพต้องการ



แต่แม้กองทัพอากาศรัสเซียจะมีผลงานดีเยี่ยมในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ปรากฏว่าผู้คนไม่ ได้สนใจกับเรื่องทำนองนี้มากนัก เพราะตอนนั้นเกิดปัญหาวุ่นวายในรัสเซีย ตามมาด้วยการปฏิ วัติสังคมนิยม และสงครามกลางเมือง แต่หลายคน ก็ยังมองเห็นความสำคัญของมัน แม้กระ ทั่งเลนิน ผู้นำคนใหม่ของรัสเซียหลังการปฏิวัติ ก็ยังหวังที่จะส่งเครื่องบินออกไปสู่รบกับทหารม้า ด้วยวิธีการบินในระดับที่ต่ำมาก

หลังยุคพระเจ้าซาร์ล่มสลายไป ก็เข้าสู่ยุคโซเวียต และวีรกรรมแรกของกองทัพอากาศของพวกเขาในยุคนี้ก็คือการบินเข้าไปช่วยเหลือลูกเรือของเรือ S.S. Chelyuskin ที่ติดอยู่ท่ามกลางวงล้อมของน้ำแข็งระหว่างเมืองมูร์มานส์ค และวลาดิวอสต็อค  จากนั้น นักบินกองทัพอากาศโซเวียตก็ยังสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการบินไปสหรัฐโดยผ่านทางขั้วโลกเหนือ

แต่บททดสอบโหดสุดของกองทัพอากาศรัสเซียก็คือช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ในเบื้องแรก นาซีเยอรมันเปิดฉากถล่มโซเวียตแบบไม่ทันตั้งตัวในปี 1941  และจุดหนึ่งที่พวกเขามุ่งทำลายเป็นลำดับแรกก็คือเครื่องบิน ในวันแรกๆ เครื่องบินรบรัสเซียที่ประจำการณ์อยู่ใกล้กับพรมแดนถูกทำลายเกือบราบเรียบ และเพราะการเตรียมตัวที่ไม่ดี ทำให้นักบินโซเวียตเทียบชั้นอะไรไม่ได้กับนักบินเยอรมัน มากมายหลายคนถูกสอยร่วงหลังจากนำเครื่องบินขึ้นไม่กี่นาที

แต่พอตั้งตัวได้ โซเวียตก็กลับมาพัฒนากองทัพอากาศเป็นการใหญ่ ทั้งเรื่องนักบิน และแผนยุทธวิธี และในที่สุด พวกเขาก็สามารถควบคุมน่านฟ้าได้ดีกว่าข้าศึก ในการสู้รบในแนวรบฝั่งตะวันออก เยอรมันเสียเครื่องบินไป 72,000 ลำ ในจำนวนนั้น ถูกทำลายโดยนักบินโซเวียต 56,000 ลำ ส่วนที่เหลือเป็นผลงานของเครื่องบินรบของกองทัพเรือและระบบต่อสู้อากาศยาน



นอกจากนั้น โซเวียตก็ยังนำผู้หญิงมาเป็นนักบินเครื่องบินรบด้วย ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่ค่อยมีใครนิยมทำกัน ถึงแม้จะในยุคนี้ก็เถอะ และนักบินหญิงเหล่านี้ก็สร้างผลงานการต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้จนถึงปัจจุบัน มีผู้หญิง 26 คนได้รับตำแหน่งวีรสตรีแห่งสหภาพโซเวียต ( ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นวีรสตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย )

ช่วงสงครามเย็น กองทัพอากาศโซเวียตต้องบินออกไปยังมหาสมุทรห่างไกล เพื่อหาข้อมูลเกี่ยว กับเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ ติดตามดูความเคลื่อนไหวนอกชายฝั่งสหรัฐ ปกป้องน่านฟ้าของประเทศ และจัดการทำลายเครื่องบินที่รุกล้ำน่านฟ้า  ( ไม่เว้นแม้จะเป็นเครื่องบินโดยสาร )

ในยุคสงครามอัฟกานิสถาน กองทัพอากาศโซเวียตก็มีบทบาทอย่างมาก ในยุคทศวรรษที่ 1980 ถือได้ว่ากองทัพอากาศโซเวียตขยายพลังได้อย่างสูงสุดเต็มที่แล้ว เครื่องบินที่มีอยู่ ถูกส่งไปประ จำการณ์ตั้งแต่หมู่เกาะซัคคาริน ทางตะวันออกไกล ไปจนถึงกรุงเบอร์ลิน พวกเขามีเครื่อง บินรบความเร็วสูง ที่เดินทางได้ไกล และสามารถบินได้ทุกสภาพอากาศ รวมทั้งยังสามารถยิงขีปนาวุธได้ด้วย ยุคนั้น กองทัพอากาศมีกำลังพล 500,000 นาย เป็นนักบินเสีย 30,000 นาย มีเครื่องบิน 13,000 ลำ และ ฮ. 6,000 ลำ



กำลังพลเหล่านี้ รวมทั้งจากกลุ่มประเทศสนธิสัญญาวอร์ซอ เข้ารับการฝึกในโรงเรียนกอง ทัพอากาศพิเศษ ทีมีอยู่ 8 แห่ง  วิทยาลับการบิน 2 แห่ง และสถาบันการทหาร 2 แห่ง

หลังการล่มสลายลงของสหภาพโซเวียต อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศส่วนหนึ่งถูกนำไปแบ่งปันให้กับอีก 14 ประเทศที่แยกตัวออกไป แต่ที่ยังเหลืออยู่กับรัสเซียก็ยังมากอยู่ และจากสงครามเย็นที่ปิดฉากไป รัสเซียเลิกทะเลาะกับชาติตะวันตกแล้ว กำลังทหารที่มีมากมาย จึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีความจำเป็น ในปี 1992 กองทัพอากาศรัสเซียก็ปรากฏโฉมขึ้นมาแทนที่กอง ทัพอากาศโซเวียต  และองค์กรใหม่นี้ก็ไม่สนใจความยิ่งใหญ่เช่นในอดีต เพราะพวกเขาลดทั้งจำนวนเครื่องบินและกำลังพล



ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ประเทศกำลังปรับตัวทุกสิ่งอย่าง และเป็นความยากลำบากสำหรับทุกคน ทหารต้องทำงานกันโยไม่ได้รับเงินเดือนอยู่นานหลายเดือน กองทัพไม่มีเชื้อเพลิงสำหรับการนำเครื่องบินออกฝึกบิน  ครอบครัวทหาร 40,000 นาย ไม่มีที่พักอาศัย

เมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น หน่วยฝึกทางตะวันตกของประเทศก็เริ่มได้รับเครื่องบินรุ่นใหม่ อย่าง Mig-29  และ Su-27 มีการปรับปรุงฐานทัพอากาศในเขตการทหาร มีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาเป็นสิบเมืองเพื่อให้เป็นที่อยู่ของครอบครัวทหาร แต่หลังจากนั้นก็มาเกิดเรื่องเกิดราวอีกครั้ง เมื่อเกิดสงครามเชชเนีย ตามมาด้วยการปฏิรูปกองทัพ ด้วยรวมกองทัพอากาศกับกองกำลังด้านการป้องกันทางอากาศอื่นๆให้มารวมเป็นกลุ่มเดียวกันอยู่ในกองทัพอากาศนั่นเอง

เมื่อประเทศมีรายได้มากขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นมากมาย ปัจจุบัน กองทัพอากาศรัสเซียกำลังพยายามกลับมาสร้างชื่อและบารมีเหนือน่านฟ้าอย่างที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ตอนนี้พวกเขามีเชื้อเพลิงสำหรับเติมเครื่องบินแล้ว เครื่องไม้เครื่องมือ และอาวุธยุทโธปกรณ์มีความทันสมัยมากขึ้น มีการทุ่มงบประมาณลงมาพัฒนาในสิ่งที่รัฐบาลได้เคยสัญญาไว้ คือปรับปรุงการบินขนส่งทหาร การบินระยะไกล และปรับปรุงเครื่องบินที่ประจำการณ์อยู่ในแนวหน้า รวมทั้งความเป็นอยู่และสวัสดิการของกำลังพล



เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ในพิธีฉลอง 100 ปี กองทัพอากาศรัสเซีย ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ก็ย้ำอีกครั้ง เรื่องการเสริมกำลังให้กับกองทัพด้วยเครื่องบินใหม่หลายร้อยลำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับปรุงกองทัพให้มีความทันสมัย

เขาบอกว่ากองทัพอากาศจะได้รับเครื่องบินรบใหม่มากกว่า 600 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 1,000 ลำ ภายใน 8 ปีข้างหน้า ซึ่งเรื่องการเสริมความแข็งแกร่งแกร่งของกองทัพอากาศ เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ หลังจากกองทัพตกต่ำลงมากหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 ทำให้กองทัพมีแต่เครื่องบินเก่าๆ และนักบินไม่ได้รับการฝึกซ้อมที่ดีพอ อย่างปีนี้ปีเดียว กองทัพอากาศก็ได้รับเครื่องบินรุ่นใหม่แล้ว 180 ลำ

รัสเซียเร่งสร้างกองทัพ เพื่อกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งไม่ใช่เพื่อหน้าเพื่อตาเป็นหลัก แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสัมพันธ์ทางการทหารกับสหรัฐที่ไม่ดี จากโครงการป้องกันขีปนาวุธของนาโต้ ที่ฝ่ายนาโต้บอกว่าใช้เพื่อป้องกันขีปนาวุธจากอิหร่านและเกาหลีเหนือ แต่ระบบดังกล่าวดันมาอยู่ประชิดพรมแดนรัสเซีย ก็เลยทำให้รัสเซียไม่สามารถมองเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากการที่สหรับและนาโต้จะใช้มันเพื่อป้องกันขีปนาวุธของรัสเซีย

รัสเซียมีแผนจะทุ่มเงินราว 20 ล้านล้านรูเบิ้ล ( หรือประมาณ 20 ล้านล้านบาท )ในการซื้ออาวุธมาเสริมเขี้ยวเล็บให้กองทัพรัสเซียในช่วงอีก 8 ปีต่อจากนี้

แต่ฝ่ายผู้เชี่ยวชาญมองว่าแม้จะมีเงินมากมายสำหรับการช็อปปิ้งอาวุธ ( รัสเซีย ) แต่ตอนนี้อุต สาหกรรมอาวุธของรัสเซีย ที่ถูกปล่อยปละละเลยไปในยุคหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตกำลังมีปัญหาทั้งเรื่องการผลิตอาวุธป้อนให้กองทัพ รวมถึงการพัฒนาอาวุธชนิดใหม่ๆ โดยอาวุธที่มีออกมาใหม่ในช่วงนี้ เป็นแค่การอัพเกรดมาจากอาวุธรุ่นเดิมๆ

อย่าง Sukhoi T-50 เครื่องบินขับไล่ล่องหนของรัสเซียที่หวังจะให้มาทาบบารมีกับ  F-22 Raptor ก็เพิ่งจะออกบินครั้งแรกเมื่อต้นปี 2010 หรือล่าช้ากว่าของสหรัฐเกือบ 20 ปี และเมื่อมันปรากฏโฉมออกมา รูปร่างหน้าตาของมันก็ยังคล้ายกับเจ้า Raptor อีกต่างหาก



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 02/09/2012 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

เครื่องบินไร้นักบิน น่าจะอยู่ระหว่างการวิจัย เพราะเครื่องบินไร้นักบิน ปัจจุบันก็ได้ข่าวว่ารัสเซียมีแผนจะซื้อจากอิสราเอลมาใช้

นับประสาอะไรกับเครื่องบินไร้นักบินล่องหน

ความคิดเห็นที่ 3 รุสสกี้ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 20/08/2012 เวลา : 11.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ตอนนี้ รัสเซียสามารถผลิตเครื่องบินไร้คนขับแบบล่องหนขัีบ ได้หรือเปล่าครัีบ
เคยได้ยินว่านอกจากสหรัฐแล้ว ก็มีฝรั่งเศสที่ผลิตได้

ความคิดเห็นที่ 2 รุสสกี้ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
hayyana วันที่ : 20/08/2012 เวลา : 00.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ชอบมากครับเครื่องบินรัสเซีย..

ความคิดเห็นที่ 1 รุสสกี้ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชนากานต์50 วันที่ : 19/08/2012 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanakan50

สวัสดีตอนคำ ขอบคุณครับข้อมูลดีๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน