*/
  • รุสสกี้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : krailuk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-14
  • จำนวนเรื่อง : 921
  • จำนวนผู้ชม : 1738164
  • จำนวนผู้โหวต : 745
  • ส่ง msg :
  • โหวต 745 คน
แอนิเมชั่น 103 ปี

แอนิเมชั่นเรื่องแรกของรัสเซีย อายุ 103 ปี เพิ่งค้นพบฟิล์มเมื่อไม่นานมานี้

View All
<< พฤศจิกายน 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านชื่นชอบอวัยวะส่วนไหนของร่างกายมากที่สุด
ขนจมูก
9 คน
ข้อศอก
9 คน
รูหู
15 คน
ซอกเล็บ
8 คน
ตาตุ่ม
7 คน
ไส้อ่อน
10 คน
ม้าม
4 คน
ฟันน้ำนม
63 คน
ไซนัส
2 คน
ต่อมปิตูอิตารี
26 คน

  โหวต 153 คน
วันพุธ ที่ 14 พฤศจิกายน 2555
Posted by รุสสกี้ , ผู้อ่าน : 10731 , 20:21:57 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

หลังจากคุณปาเวล ซูโค่ย หนุ่มเบลารุส จากเมืองวิเตี๊ยบส์ค ไปฝึกหัดวิชาออกแบบเครื่องบินมาจากอังเดรย์ ตูโปเลฟ ราชานักออกแบบเครื่องบินของโซเวียต จนปีกกล้าขาแข็ง ก็ออกมาตั้งสำนักออกแบบเครื่องบินของตนเองชื่อ Sukhoi Design Bureau หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ OKB-51 เมื่อปี 1939 โดยสำนักแห่งนี้เน้นเรื่องเครื่องบินรบเป็นหลักครับ

เครื่องบินรุ่นแรกที่เขาออกแบบมีชื่อว่า ANT-51 โดยเขาทำโครงการนี้มาตั้งแต่ยังทำงานกับตูโปเลฟ และนับตั้งแต่ที่ออกมาตั้งสำนักออกแบบเครื่องบินเอง ก็มีการออกแบบเครื่องบินรบออกมามากมายหลายรุ่น และจนถึงปัจจุบัน ผู้คนทั่วไปต่างก็รู้เครื่องบินตระกูล “ ซู “ หรือ “ ซูโค่ย “ หรือที่บ้านเรามักเรียกว่า “ ซูคอย “ ของเขาเป็นอย่างดี โดยในช่วงหลังๆ ก็มีการฉีกแนว หันมาเน้นเรื่องเครื่องบินโดยสาร และเครื่องบินสำหรับการบิดผาดแผลง ให้เข้ากับยุคสมัยด้วย

หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย หน่วยงานมากมายของ Sukhoi Design Bureau ได้ถูกขายออกไป แต่ต่อมา เมื่อมีเงิน รัฐบาลรัสเซียได้กลับมาซื้อหน่วยงานสำคัญกลับคืน และเปลี่ยนชื่อมันเสียใหม่ว่า Sukhoi Aviation Military Industrial Combine หรือ Sukhoi AIMC

และเหล่านี้ก็คือผลงานของซูโค่ย , Sukhoi Design Bureau และ Sukhoi AIMC ครับ นับเฉพาะเครื่องบินที่มีการผลิตออกมาใช้จริงเท่านั้น ไม่รวมเครื่องบินต้นแบบทั้งหลายแหล่

Sukhoi Su-2

Su-2 เป็นเครื่องบินลาดตระเวนและทิ้งระเบิดขนาดเบา มันเป็นเครื่องบิน 2 ที่นั่ง และร่วมรบในช่วงต้นๆของสงครามโลกครั้งที่ 2
ซูโค่ย ตั้งสำนักออกแบบเครื่องบินของเขาเองในปี 1939 และในปีถัดมาก็ได้พัฒนาเครื่องรุ่นแรกของสำนัก โดยให้ชื่อว่า Sukhoi Su-1 และเครื่องบินรุ่นนี้ก็ได้พัฒนาจนกลายมาเป็น Sukhoi Su-3 แต่ทั้งสองรุ่นนี้ไม่เคยมีการผลิตเพื่อนำออกมาใช้ และรุ่นแรกที่ถือว่าเป็นผลงานของ Sukhoi Design Bureau ที่ถูกผลิตออกมาใช้ก็คือรุ่น Sukhoi Su-2 ซึ่งระบุว่าถูกพัฒนาขึ้นในปี 1937 คือก่อนที่จะมีการตั้ง Sukhoi Design Bureau ......งงไหม ?

คืออย่างนี้ครับ ตอนซูโค่ยยังทำงานกับตูโปเลฟ  ท่านผู้นำอย่างสตาลินต้องการให้ประเทศมีเครื่องบินรบเอนกประสงค์ คือทั้งลาดตระเวนและโจมตีเป้าหมายได้ ตูโปเลฟก็เลยให้ซูโค่ยมาดูแลในส่วนนี้ และซูโค่ย ก็ออกแบบเครื่องบินดังกล่าวออกมา ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นแรกที่เขาออกแบบเอง โดยให้ชื่อว่า ANT-51 มันออกบินครั้งแรกเดือนสิงหาคม 1937 แต่เนื่องจากความเร็วของมันไม่พอ จึงมีการเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์แบบใหม่ และก็มีการเปลี่ยนชื่อเครื่องบินเป็น BB-1 แต่ในปี 1940 หลังแยกตัวออกมาตั้งสำนักงาน0ออก แบบเครื่องบินของตนเองแล้ว ทาง Sukhoi Design Bureau ก็ได้นำโครงการนี้มาปัดฝุ่น โดยการปรับ เปลี่ยนเครื่องยนต์อีกครั้ง และเปลี่ยนชื่อมาเป็น Su-2 และคราวนี้มันก็ได้เข้าสู่การผลิตอย่างเป็นจริงเป็นจัง ต่อมามีการพัฒนา Su-2 เป็นรุ่น Su-4 ที่มีการปรับปรุงเรื่องอาวุธ และ ShB ที่เน้นเรื่องการโจมตีภาคพื้นดินด้วย

Su-2 ผลิตออกมาทั้งหมด 910 ลำ ก่อนสายพานการผลิตจะยุติลงในปี 1942 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ( สงครามโลกครั้งที่ 2 ของโซเวียตเริ่มกลางปี 1941 ) เพราะเมื่อสงครามเริ่มต้นขึ้น Su-2 ก็ล้าสมัยไปเสียแล้ว นอกจากนั้น เขี้ยวเล็บของมันก็ยังไม่ดีพออีกด้วย พวกมัน ซึ่งกลายเป็นนักรบจำเป็น จึงถูกฝ่ายเยอรมันสอยร่วงได้ร่วงดี ไม่นับพวกที่ถูกถล่มเละคาสนามบิน ตั้งแต่ยังไม่ทันออกบิน โซเวียตจึงโอนมันไปใช้สำหรับการฝึกและการลาดตระเวนมากกว่าที่จะใช้โจมตีภาคพื้นดิน

Sukhoi Su-7

Sukhoi Su-7 หรือ ที่นาโต้เรียกว่า Fitter-A ออกบินครั้งแรกในปี 1955 และเข้าสู่สายพานการผลิตในปี 1959 เป็นเครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือเสียง ตอนแรกมันถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องบินสำหรับการประจัญบานกับเครื่องบินข้าศึกที่ระดับความสูงต่ำ แต่มันไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ แต่ในการพัฒนาลำดับต่อมา จนกลายมาเป็นแบบที่เรียกว่า Su-7B มันกลับทำได้ดีในแง่ของการเป็นเครื่องบินขับไล่-ทิ้งระเบิดและโจมตีภาคพื้นดิน ทำให้เครื่องบินแบบแรกของรุ่นอย่าง Su-7A  ถูกปลดระวางไปในปี 1965 โดยไม่ได้ออกรบ

มีการผลิตเครื่องบินรุ่นเหล่านี้ออกมาทั้งสิ้น 1,847 ลำ โดยส่วนมากเป็นแบบ Su-7B  และมีการส่งออกไปต่างประเทศมากมายด้วยเกือบ 700 ลำ  ขณะเดียวกันมันก็กลายเป็นกำลังหลักของอากาศยานโจมตีภาค พื้นดินของโซเวียต อียิปต์เคยใช้มันรบกับอิสราเอล ส่วนอินเดียก็ใช้มันรบกับปากีสถาน

Su-7 โดดเด่นเรื่องการบังคับและการดูแลรักษาง่าย ทำความเร็วได้สูงแม้ในความสูงที่ต่ำ แต่มีข้อด้อยที่บินไม่ได้ไกล และบรรทุกอาวุธไม่ได้มาก

สำหรับแบบต่างๆที่งอกเงยออกมาจากรุ่น Su-7 นอกเหนือ Su-7B แล้วก็ประกอบไปได้  Su-7BM , Su-7BKL , Su-7BMK , Su-7U , Su-7UM , Su-7UMK , Su-7IG และ 100LDU เครื่องบินทดลองที่ต่อมาพัฒนาไปเป็นรุ่น Sukhoi Su-17

ก่อนหน้า Su-7 ก็ยังมี Su-7 อีกลำหนึ่งครับ มันพัฒนามาจาก Su- 6 ซึ่งเป็นเครื่องบินยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะออกบินครั้งแรกในปี 1941 สำหรับตัว Su-7 นั้นสร้างเสร็จ 1 ลำในปี 1944 แต่ไปๆมาๆ มันเกิดระเบิดขึ้น และนักบินตาย โครงการก็เลยพับไป



Sukhoi Su-9

Sukhoi Su-9 หรือที่นาโต้เรียกว่า Fishpot เป็นเครื่องบินสกัดกั้นเครื่องยนต์เดี่ยว รูปร่างคล้าย Su-9  แต่ใช้ปีกแบบสามเหลี่ยม ติดขีปนาวุธ  AA-1 ที่สามารถทำการบินได้ในทุกสภาพอากาศ มันทำการบินครั้งแรกในปี 1956 มีการผลิตออกมารวม 1,150 ลำ แต่ไม่มีการส่งออกไปนอกประเทศแต่อย่างใด รูปร่างของมันคล้ายกับ MiG – 21 มาก หลายคนจึงสับสน เรียกผิดเรียกถูก

ต่อมามีการพัฒนามันไปเป็นแบบ Su-9U , T-431 และรุ่น Sukhoi Su-11 และมันถูกปลดระวางไปในยุค 1970

และก็เช่นเดียวกับกรณีของ Su-7 คือ Su-9 ก็มี 2 รุ่นด้วยกัน โดยรุ่นแรกนั้นสร้างมาตั้งแต่ปี 1946 รูปร่างหน้าตาคล้ายกับ Messerschmitt Me 262 ของเยอรมัน มันเป็นเครื่องบินไอพ่นลำแรกๆของสหภาพโซเวียต และถูกผลิตออกมาแค่ 2 ลำ



Sukhoi Su-11

Sukhoi Su-11 หรือที่นาโต้เรียกว่า Fishpot-C เป็นเครื่องบินสกัดกั้นที่พัฒนามาจาก Sukhoi Su-9  มันติดขีปนาวุธ AA-3 และออกบินครั้งแรกปี 1958 มีการผลิตออกมาทั้งสิ้น 108 ลำ ถูกปลดระวางไปในปี 1983 โดยไม่มีการส่งออกไปนอกประเทศเช่นเดียวกับ Sukhoi Su-9  

มีข้อมูลว่า Su-11 ก็มี 2 รุ่นเช่นกัน โดยรุ่นแรก ก็พัฒนาจาก Su-9 จากยุคปี 1946  และโครงการไปได้ไม่ดี แต่ผมไม่มีข้อมูลเครื่องรุ่นนี้



Sukhoi Su-15

Sukhoi Su-15  หรือที่นาโต้เรียก Flagon เป็นเครื่องบินสกัดกั้น ซูเปอร์โซนิค 2 เครื่องยนต์ ที่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทน Sukhoi Su-11 ที่ล้าหลังไปเมื่อสหรัฐและอังกฤษส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นใหม่ๆออกมา Sukhoi Su-15 ก็เป็นกำลังหลักของเครื่องบินสกัดกั้นของโซเวียตจนกระทั่งโซเวียตล่มสลายไป

เครื่องบินรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ยิงเครื่องบินโดยสารเกาหลีใต้ตกนอกน่านน้ำฝั่งตะวันออกของโซเวียตเมื่อปี 1983 ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อย รวมถึงคนไทย 5 คน ก่อนหน้านั้น ในปี 1978 มันก็ยิงใส่เครื่องบินโดยสารเกาหลีอีกลำ แต่นักบินยังสามารถประคองเครื่องลงจอดได้ งานนี้มีคนเสียชีวิต 2 ราย

มันออกบินครั้งแรกปี 1962 ผลิตออกมาในปี 1965 ก่อนจะปลดระวางไปในปี 1996 Iรวมแล้วมีการผลิตออกมาทั้งสิ้น 1,290 ลำ

เครื่องบินรุ่นนี้ถูกพัฒนาไปเป็นแบบ T-58VD (Flagon-B) ,Su-15UT (Flagon-C) ,Su-15 (Flagon-D) , Su-15T (Flagon-E) , Su-15TM (Flagon-F) , Su-15UM (Flagon-G) ,U-58UM , Su-15Sh , Su-15-30 , Su-15bis และรุ่น Su-19 (T-58PS)

แม้จะผลิตออกมามาก แต่โซเวียตก็ไม่ได้ส่งออกไปที่ไหน เนื่องจากการที่มันมีเทคโนโลยีชั้นสูงนั้นเอง

แต่หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย จู่ๆทางการก็สั่งปลดระวางพวกมัน ตามข้อตกลงกับฝ่ายยุโรป เพื่อเปิดทางให้ประเทศได้มีเครื่องบินรุ่นที่ใหม่กว่า

Su-15 ก็มี 2 รุ่น โดยรุ่นแรกสร้างมาแค่ 1 ลำในปี 1949

Sukhoi Su-17

Sukhoi Su-17  หรือที่นาโต้เรียกว่า Fitter เป็นเครื่องบินโจมตีซึ่งพัฒนามาจาก Sukhoi Su-7 โดยการเพิ่มความสามารถในขณะบินด้วยความเร็วต่ำ และการบินขึ้นและลงจอดด้วยการใส่ปีกแบบใหม่  โดยในการบินขึ้นลง ความเร็วที่ใช้ สามารถลดลงได้ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อเทียบกับ Sukhoi Su-7  มันบินครั้งแรกในปี 1969 และถูกใช้มาอย่างยาวนานในยุคโซเวียต จวบจนถึงยุครัสเซีย รวมทั้งมีการส่งออกไปยังประเทศคอมมิวนิสต์และตะวันออกกลางเป็นจำนวนมาก ภายใต้ชื่อ Su-20 และ Su-22 โดยมีการผลิตเครื่องบินรุ่นนี้ และเครือญาติของมัน 2,867 ลำ ปรากฏว่าส่งออกไป 15 ประเทศทั่วโลกเกือบครึ่ง คือ 1,165 ลำ

โซเวียตและอัฟกานิสถาน เคยใช้มันในการทำศึกในอัฟกานิสถาน  รวมถึงในสงครามเชชเนียครั้งแรก ในสงครามอิรัก- อิหร่าน ในสงครามกลางเมืองลิเบียเมื่อปีที่แล้ว ในสงครามพรมแดนเปรู-เอกวาดอร์ และอื่นๆ

รัสเซียปลดประจำการณ์พวกมันในปี  1998 เพราะมีแผนจะเลิกใช้เครื่องบินรบแบบเครื่องยนต์เดี่ยว แต่ก็ยังมีใช้กันในประเทศต่างๆอีกราว 550 ลำ

แบบอื่นๆของ Sukhoi Su-17 ก็มี Su-7IG , Su-17K , Su-17M , Su-17M-28 , Su-17MKG , Su-17R , Su-17M2 , Su-17M2D , Su-17UM , Su-17M3 , Su-17UM , Su-17UM3 , Su-17M4 , Su-20,  Su-22M5 , Su-22U , Su-22UM3K

Su-17 ก็มี 2 รุ่นเช่นกัน โดยรุ่นแรกสร้างมา 1 ลำในปี 1949

Sukhoi Su-24

Sukhoi Su-24 หรือที่นาโต้เรียก Fencer เป็นเครื่องบินโจมตีทางยุทธศาสตร์ระบบซูเปอร์โซนิค ที่ทำการบินได้ทุกสภาพอากาศ มันเป็นเครื่องบินแบบ 2 ที่นั่ง 2 เครื่องยนต์ เป็นคู่แข่งกับ F-111 ของสหรัฐ มันสามารถพับปีกได้ และเป็นเครื่องบินโซเวียตรุ่นแรกที่ติดระบบที่รวมการโจมตีและและระบบนำร่องด้วยดิจิตอลเข้าเป็นระบบเดียวกัน ปัจจุบันกองทัพอากาศของกลุ่มประเทศอดีตสาธารณรัฐของโซเวียต รวมถึงประเทศอื่น ก็ยังใช้กันอยู่

การพัฒนาเครื่องบินรุ่นนี้เป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐบาลจะนำเครื่องบินรุ่น Sukhoi Su-7B เข้าประจำการ แต่ทางสำนักออกแบบเครื่องบินของซูโค่ย จะต้องพัฒนาเครื่องที่บินได้ทุกสภาพอากาศ และโจมตีได้อย่างแม่นยำ

มันออกบินครั้งแรกในปี 1967 เริ่มผลิตในปี 1974 มีการผลิตออกมาประมาณ 1,400 ลำ

ถ้าใครยังจำสงครามระหว่างสหรัฐกับอิรักครั้งแรกได้ ก็คงพอจะจำได้ว่า นักบินอิรักขับเครื่องบินรบหลายลำไปจอดในอิหร่าน ทั้งๆที่อิรักกับอิหร่านไม่ถูกกัน ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้สหรัฐโจมตีพวกมันได้ เครื่องบินรบดังกล่าว 24 ลำ ก็เป็นเครื่อง Sukhoi Su-24 นี่เอง

Sukhoi Su-24 ของอิรักอีก 4 ลำที่เหลือถูกสหรัฐโจมตีตั้งแต่ยังไม่ได้บินออกจากฐาน ทำให้หลังสงคราม อิรักเหลือ Sukhoi Su-24 อีกแค่ 1 ลำ และมันก็ได้ชื่อว่า “ เดียวดาย “

นอกจากในสงครามครั้งนี้แล้ว มันยังได้เข้าร่วมรบในสงครามอัฟกานิสถาน สงครามเชชเนียครั้งที่ 2 สงครามรัสเซีย-จอร์เจีย และสงครามกลางเมืองลิเบีย โดยที่จอร์เจีย มันถูกจรวดสอยตกไป 2 ลำ ที่ลิเบียก็โดนกบฏสอยไป 1 ลำ

ปัจจุบันรัสเซียก็ยังมีมันใช้อยู่มากกว่า 400 ลำ

สำหรับแบบอื่นๆของ Sukhoi Su-24 ก็มีอย่างเช่น Su-24M , Su-24M2 , Su-24MK , Su-24MR , Su-24MP ส่วนสนนราคาค่าตัวก็ตก 24-25 ล้านดอลล่าร์

Sukhoi Su-25

Sukhoi Su-25 หรือที่นาโต้เรียก Frogfoot เป็นเครื่องบินเจ็ต 2 เครื่องยนต์ 1 ที่นั่ง  ที่ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจการสนับสนุนทางอากาศระยะใกล้สำหรับกองกำลังภาคพื้นดิน มันทำการบินครั้งแรกในปี 1975  และเข้าสู่การผลิตที่จอร์เจียปี 1978 สนนราคาตอนนี้ประมาณ 11 ล้านดอลล์ มีการผลิตออกมาแล้วกว่า 1,000 ลำ

และจนถึงปัจจุบัน มันก็ยังคงอยู่ในประจำการณ์อยู่ทั้งในรัสเซีย กลุ่มประเทศอดีตสาธารณรัฐของโซเวียต และในต่างประเทศอื่นๆ  มันเข้าร่วมรบในหลายสมรภูมิทั้งในอัฟกานิสถาน สงครามอิรัก-อิหร่าน สงครามอ่าวเปอร์เซีย สงครามอับคาเซีย-จอร์เจีย  ในการปราบปรามกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่มาเซโดเนีย สงครามรัสเซีย-จอร์เจีย รวมทั้งกรณีพิพาทในแอฟริกาอย่างไอวอรี่โคสต์ , ช๊าด หรือซูดาน

อย่างในสงครามกับจอร์เจีย ทั้งสองฝ่ายต่างก็ใช้เครื่องบินรุ่นนี้ในการรบ และต่างฝ่ายต่างก็อ้างว่าทำลายเครื่องบินรุ่นนี้ของทั้งสองฝ่ายไปฝ่ายละ 3 ลำ และล่าสุด ในเดือนนี้ อิหร่านก็ใช้เครื่องรุ่นนี้สอยเครื่องบินอัตโนมัติของสหรัฐไป  1 ลำ

สำหรับแบบอื่นๆของมันก็มีมากมายทั้ง Su-25K , Su-25UB ( เครื่องสำหรับฝึกบิน )  , Su-25UBK , Su-25UBM , Su-25UTG , Su-25BM , Su-25T , Su-25TM (Su-39) , Su-25SM , Su-25KM , Su-28  , Su-25U , Su-25M1 , Su-25UBM1

Sukhoi Su-26

Sukhoi Su-26 เป็นเครื่องบินผาดแผลงแบบ 1 ที่นั่ง 1 เครื่องยนต์  ทำการบินครั้งแรกในปี 1984  โดยในชั้นต้น มันใช้ใบพัดแบบ 4 ใบ แต่ต่อมาในการผลิต ก็หันมาใช้ใบพัดแบบ 3 ใบ และมีการปรับปรุงส่วนหาง จนกลายมาเป็นรุ่น Su-26M, จากนั้นก็มีการปรับปรุงเรื่อยมา มันเป็นตัวช่วยให้นักบินชายหญิงกวาดรางวัลทางด้านการบินผาดแผลงจากทั่วโลกกลับบ้านมากมายนับตั้งแต่ปี 1986  

Sukhoi Su-27  

Sukhoi Su-27  หรือที่นาโต้ Flanker เป็นเครื่องบินขับไล่แบบ 2 เครื่องยนต์ที่มีความคล่องตัวสูง มันถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับเครื่องบินรบรุ่นที่ 4 ของสหรัฐส่วนใหญ่หลังจากทางโซเวียตรู้ว่าสหรัฐมีโครงการพัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่ Sukhoi Su-27 สามารถบินได้ไกลถึง 3,530 กิโลเมตร ติดอาวุธหนัก มีระบบควบคุมการบินชั้นเลิศ และมีความคล่องตัวสูง โดยเครื่องบินของสหรัฐที่เทียบเคียงกับมันได้ก็คือ F-15 Eagle และต่อมา มันก็เป็นพื้นฐานของการพัฒนาเครื่องบินรุ่น Su-30 , Su-33 ‘Flanker-D , Su-34 ‘Fullback และ Su-35 ‘Flanker-E มันเป็นเครื่องบินโซเวียตรุ่นแรกที่บินด้วยระบบ fly-by-wire หรือการสั่งการด้วยคอมพิวเตอร์

บางคนบอกว่านี่คือเครื่องบินขับไล่ไอพ่นที่สมบูรณ์แบบที่สุดรุ่นแรกของซูโค่ย และในช่วงปลายยุคโซเวียต มันทำงานคู่กับ MiG -29 ซึ่งสร้างบารมีให้กับโซเวียตได้มาก ถึงขั้นที่จีนต้องมาขอไปผลิตเพื่อใช้เอง

มันออกบินครั้งแรกเมื่อปี 1977 และมีการสร้างมาประมาณ 680 ลำ โดยราคาขายของมันตกประมาณลำละ30 ล้านดอลล่าร์

เอธิโอเปียเคยใช้มันสอยเครื่อง มิก -29 ของเอริเทรีย นอกจากนั้นมันก็ยังถูกใช้ในสมรภูมิจอร์เจีย – อับคาเซีย และสงครามรัสเซีย-จอร์เจีย

แต่รัสเซียกำลังมีแผนจะแทนที่ Sukhoi Su-27  ด้วยเครื่องบินรบรุ่น 5 เครื่องบินรบล่องหน Sukhoi PAK FA ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา

สำหรับแบบอื่นๆของ Sukhoi Su-27 ก็มีอย่างเช่น Su-27S (Su-27 / "Flanker-B") , Su-27P (Su-27 / "Flanker-B") , Su-27UB ("Flanker-C") ,Su-27SK , Su-27UBK  ,Su-27K (Su-33 / "Flanker-D") , Su-27M (Su-35/Su-37, Flanker-E/F) , Su-27PD , Su-27PU (Su-30) ,  Su-30M / Su-30MK ตัวนี้เวอร์ชั่นส่งออกไปแอลจีเรียใช้ชื่อ Su-30MKA , อินเดียใช้ชื่อ Su-30MKI , จีนใช้ชื่อ Su-30MKK และมาเลเซียใช้ชื่อ Su-30MKM , J-11 ตัวนี้จีนได้ลิขสิทธิ์ไปผลิตเอง , Su-27SM (Flanker-B Mod. 1) , Su-27SKM , Su-27UBM , Su-27SM2 , Su-27SM3 , Su-32 (Su-27IB) , Su-27KUB , Su-35BM/Su-35S

ปัจจุบันพวกมันมีใช้กันในกว่า 10 ประเทศทั่วโลก

Sukhoi Su-29

Sukhoi Su-29 เป็นเครื่องบินผาดแผลงขนาด 2 ที่นั่ง ซึ่งพัฒนามาจากรุ่น Sukhoi Su-29 หรือพูดง่ายๆก็คือ Su-29 สำหรับการฝึก แต่เนื่องจากมีการนำวัสดุพิเศษมาใช้ น้ำหนักของมันจึงค่อนข้างเบา โดยน้ำหนักของมันมากกว่าเครื่องบินรุ่นพี่แค่ 50 กิโลกรัมเท่านั้น แม้ว่าเครื่องจะใหญ่กว่ามากก็ตาม

โดยหลักแล้วเครื่องบินรุ่นนี้ถูกใช้สำหรับการฝึกนักบินผาดแผลงในชั้นต้น ที่ต้องมีครูฝึกนั่งไปด้วย รวมถึงการฝึกบินธรรมดา

ปัจจุบันมีใช้กันใน 2 ประเทศคือรัสเซียและอาร์เจนติน่า

Sukhoi Su-30

Sukhoi Su-30 หรือที่นาโต้เรียกว่า Flanker-C เป็นเครื่องบินขับไล่ 2 เครื่องยนต์ 2 ที่นั่ง ที่มีความคล่องตัวสูง มันเป็นเครื่องบินขับไล่ที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลายอย่าง ทำงานได้ในทุกสภาพอากาศ สามารถโจมตีแบบอากาศสู่อากาศ และอากาศสู่พื้น

Su-30 เริ่มต้นมาจากการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเป็นการภายในของครอบครัว Sukhoi Su-27 และมันมาได้ชื่อของตนเองในปี 1996 โดยในบรรดาพี่น้องตระกูลนี้ มีเฉพาะ Su-27, Su-30, Su-34 และ Su-35 ที่ถูกผลิตและนำออกมาใช้ ส่วนรุ่นอื่นๆ ผลิตออกมาแค่เพียงลำต้นแบบเท่านั้น

โดยหลักๆแล้ว Su-30 มี 2 เวอร์ชั่น เพราะผลิตโดย 2 บริษัทที่เป็นคู่แข่งกัน แต่อยู่ในเครือของซูโค่ย นั่นก็คือ KnAAPO และ Irkut Corporation  โดยฝ่ายแรก ผลิต  Su-30MKK และ Su-30MK2 ที่ออกแบบและผลิตสำหรับการส่งขายให้จีนและอินโดนีเซีย เวเนซูเอล่าและเวียดนาม การที่บริษัท มีส่วนร่วมในการพัฒนาเครื่องบิน  Su-35 มาตั้งแต่ต้น เครื่องบิน Su-30 ที่พวกเขาผลิตออกขาย โดยหลักแล้วก็คือเครื่องบิน Su-35 แบบ 2 ที่นั่งจากกลางยุค 1990 นั่นเอง  เครื่องบินรุ่นที่พวกเขาผลิต เกิดจากความต้องการของจีนที่ต้องการเรด้าร์รุ่นเก่ากว่าแต่น้ำหนักเบากว่า ทำให้เครื่องสามารถเพิ่มน้ำหนักบรรทุกได้ มันจึงกลายเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตี ที่ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจการโจมตีภาคพื้นดินระยะไกล คล้ายกับ F-15E ของสหรัฐ

ส่วน Irkut ได้รับมอบหมายให้ผลิต  Su-27UB เครื่องบินสำหรับฝึกบินขนาด 2 ที่นั่ง แต่เมื่ออินเดียแสดงความสนใจ Su-30 ทางบริษัทก็เลยนำเสนอ Su-30MKI ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ใช้ได้ในหลากหลายภารกิจ โดยการนำ Su-27UB มาปรับแต่ง ใส่อุปกรณ์ช่วยบินให้เหมาะสำหรับการเป็นเครื่องบินขับไล่ รวมถึงระบบการโจมตีภาคพื้นดิน และอื่นๆ สำหรับรุ่นที่ส่งขายให้มาเลเซีย แอลจีเรีย และ เวเนซูเอล่า ใช้ชื่อว่า  Su-30MKM, MKA และ MKV9k ตามลำดับ

สนนราคาค่าตัวของพวกมัน ประมาณลำละ 34 ล้านดอลล่าร์ มีการผลิตออกมามากกว่า 360 ลำ มันทำการบินครั้งแรกปี 1989 และเข้าสู่การผลิต 1996

Sukhoi Su-31

Sukhoi Su-31 เป็นเครื่องบินผาดแผลงเครื่องยนต์เดี่ยว ซึ่งพัฒนามาจากรุ่น Sukhoi Su-29 แต่มีน้ำหนักเบากว่าและมีกำลังมากกว่า มันออกบินครั้งแรกในปี 1992 และเริ่มต้นการผลิตในอีก 2 ปีถัดมา แบบอื่นๆของพวกมัน ก็มีทั้ง Su-31M , Su-31M2 , SU-31U และ Su-31X

Sukhoi Su-33

Sukhoi Su-33 หรือที่นาโต้เรียก Flanker-D เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ออกแบบมาสำหรับการประจำการณ์บนเรือบรรทุกเครื่องบิน และสามารถออกปฏิบัติการณ์ได้ทุกสภาพอากาศ มันถูกพัฒนามาจาก Su-27 Flanker และแต่เดิมถูกเรียกว่า  Su-27K  มันถูกนำออกบินครั้งแรกในปี 1995 โดยถูกส่งไปประจำการณ์อยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov ซึ่งปัจจุบันเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำเดียวของรัสเซีย แต่เข้าประจำการณ์อย่างเป็นทางการในปี 1998 และหันมาใช้ชื่อรุ่นว่า Su-33

หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต มีการลดขนาดกองทัพเรือลงมาก เรือบรรทุกเครื่องบินถูกโล๊ะทิ้ง ความต้องการเครื่องบินแบบนี้จึงเหลือน้อย ทำให้มีการผลิตเครื่องบินแบบนี้ออกมาแค่ 24 ลำ ขณะ เดียวกัน ความพยายามที่จะขายเครื่องบินรุ่นนี้ให้กับทางจีนและอินเดีย ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

Su-33 แตกต่างจาก Su-27 ตรงที่มีช่วงล่างแข็งแรงกว่า  มีปีกและแพนหางที่พับได้ เพื่อประโยชน์ในการทำงานกับเรือบรรทุกเครื่องบิน มันมีปีกที่ใหญ่กว่า เพื่อเพิ่มแรงยก มันใช้เครื่องยนต์รุ่นอัพเกรด และมีล้อหน้า 2 ล้อ รวมทั้งระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ  ระยะการบิน และน้ำหนักบรรทุกของมันดีกว่า MiG-29K แต่มิก มีระบบช่วยบิน เช่นการสื่อสาร การนำร่อง ที่ก้าวหน้ากว่า และสามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลายกว่า  ในปี 2009 กองทัพเรือรัสเซียจึงสั่ง MiG-29K มาแทน  Su-33

 

Sukhoi Su-34

Sukhoi Su-34 หรือที่นาโต้เรียกว่า Fullback เป็นเครื่องบินโจมตีทิ้งระเบิดแบบ 2 ที่นั่ง ( นั่งข้าง )  ที่พัฒนามาจาก Sukhoi Su-27  มันถูกสร้างขึ้นมาโดยหวังจะให้แทนที่ Sukhoi Su-24 ด้านการบินไกล มันทำการบินครั้งแรกปี 1990 และผลิตมาตั้งแต่ปี 2006 มีการผลิตออกมาแล้ว 22 ลำ โดยเป็นเครื่องต้นแบบเสีย 7 ลำ ค่าตัวของมันราคาประมาณลำละ 36 ล้านดอลล่าร์ คาดว่าจนถึงปี 2020 จะผลิตเครื่องบินลำจริงได้ราว 140 ลำ

Sukhoi Su-35

Sukhoi Su-35 หรือที่นาโต้เรียก Flanker-E เป็นเครื่องบินขับไล่หลายบทบาท ที่มีความคล่องตัวสูง ขนาด  2 เครื่องยนต์ 1 ที่นั่ง ที่พัฒนามาจากเครื่องบินประสิทธิภาพสูง Su-27 Flanker ตั้งแต่ยุค 1980  โดยตอนแรกมันถูกเรียกว่า  Su-27M ความแตกต่างของมันกับ Su-27 คือรูปร่างที่ลู่ลมมากกว่า ทำให้มันมีความคล่องตัวมากขึ้น มีปีกเล็กๆ งอกออกมาจากใกล้ๆกับห้องนักบิน มีระบบสนับสนุนการบินที่ดีกว่า และเครื่องยนต์ที่แรงกว่า มันออกบินครั้งแรกในปี 1988  มีการผลิตมันออกมา 15 ลำโดยบางลำถูกฝูงบินผาดแผลงของรัสเซียอย่าง Russian Knights นำไปใช้ในการบินโชว์  

Su-35 ได้พัฒนาต่อไป จนกลายมาเป็น Su-37  และ Su- 35BM  ที่ทางผู้ผลิตบอกว่าจะเป็นเครื่องบินรบรุ่น 4 ++ และมีชื่อในการผลิตว่า Su-35S มันเข้าประจำการณ์ในกองทัพอากาศรัสเซียเมื่อปี 2010 โดยมีการผลิตออกมาแล้ว 4 ลำ สำหรับสนนราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 45-65 ล้านดอลล่าร์ และมันถูกนำไปเสนอขายให้กับหลายประเทศ รวมถึงอินเดีย บราซิล และเกาหลีใต้

Sukhoi Su-80

Sukhoi Su-80  เป็นเครื่องบินลำเลียงแบบ twin-turboprop ที่ใช้รันเวย์ในการบินขึ้นและลงสั้น มันถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ฝรั่งเศสปี 1989 โดยทางผู้สร้าง หวังจะให้มันมาแทนที่เครื่องบินแบบ An-24/26, An-28 และ Yak-40  รวมทั้งแข่งขันกับ Antonov An-38 แต่โครงการขาดเงินสนับสนุน จึงล่าช้าออกมาหลายปี จากที่มันควรออกบินครั้งแรกในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ก็กลายมาเป็นปี 2001 ปัจจุบันมีการสร้างมันออกมาแล้ว 8 ลำ

Sukhoi Superjet 100

ผมเคยเขียนถึงเครื่องบินรุ่นนี้ไป 2 ครั้งแล้ว ลองเขียนอีกสักครั้งจะเป็นไรไป

Sukhoi Superjet 100 เป็นความสำเร็จครั้งแรกของทางซูโค่ย ในการสร้างเครื่องบินโดยสารขนาดกลางสมัยใหม่ หลังจากที่ผลิตเครื่องบินรบมานานแสนนาน เครื่องบินรุ่นนี้ สามารถรองรับผู้โยสารได้ 75-95 คน การพัฒนาเริ่มมาตั้งแต่ปี 2000 โดยความร่วมมือกับทางโบอิ้ง ยักษ์ใหญ่ในเรื่องเครื่องบินโดยสารของฝั่งสหรัฐ มันออกบินครั้งแรกในปี 2008 และปี 2011 มันก็ถูกนำออกให้บริการกับผู้โดยสารครั้งแรก และตอนนี้ผลิตออกมาแล้ว 17 ลำ

สนนราคาค่าตัวของมันถือว่าถูกมาก คือแค่ประมาณ 35 ล้านดอลล่าร์ ทำให้สามารถลงมาแข่งกับคู่แข่งในระดับเดียวกันอย่าง An-148 Embraer และ Bombardier ได้สบาย

แต่อนาคตของมันก็ไม่ได้ราบรื่นมากนัก เพราะเมื่อต้นปี ขณะเอาเครื่องบินไปบินโชว์ที่อินโดนีเซีย ก็ดันไปทำเครื่องตกเสีย 1 ลำ  ทำเอาคนที่จะซื้อตายไปหลายคน

นี่คือเครื่องบินทั้งหมดที่ทางซูโค่ยได้มีการผลิตออกมาใช้จริง ไม่นับอีกมากมายหลายรุ่นที่สร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบ เพื่อให้เป็นพื้นฐานของการพัฒนาเครื่องบินรุ่นต่อๆไป รวมถึงรุ่นที่กำลังได้รับการพูดถึงมากในช่วงนี้ อย่างเครื่องบินรบรุ่นที่ 5 เครื่องบินล่องหน Sukhoi T-50/PAK FA นอกจากนั้นทางซูโค่ย ก็ยังมีแผนที่จะออกเครื่องบินใหม่อีกหลายรุ่น เช่น Irkut MS-21 ,Sukhoi S-54 , Sukhoi Superjet 130



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กบฎทุนิยม วันที่ : 25/11/2012 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bill125

ซูค่อย สามารถเอาชนะ เครื่องบินสหรัด ได้มิคับ

ผมเครื่องบินโดยสารแบบใบพัดมากคับ ประหยัดน้ำมัน
กว่าเจ็ต98% เลยคับ

แต่ยุคนี้ รถไฟอุโมงข้ามทวีปจะมาแรงกว่านะครับ อันนั้นประหยัดกว่า 88% ^^

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BugGOLF วันที่ : 14/11/2012 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/DoSEM
Do SEM กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนไมโครสโคบ SEM, EDS, EDX, SemAfore,Sputter Coater ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ 

แวะมาดูเครื่องบินค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 14/11/2012 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ยังไงคนไทยก็ต้องได้นั่งเจ้า Sukhoi Superjet 100 เพราะ บริษัท 1-2-GO สั่งมาแล้ว 12 ลำครับ พี่รุสสกี้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน