*/
  • รุสสกี้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : krailuk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-14
  • จำนวนเรื่อง : 921
  • จำนวนผู้ชม : 1736706
  • จำนวนผู้โหวต : 745
  • ส่ง msg :
  • โหวต 745 คน
แอนิเมชั่น 103 ปี

แอนิเมชั่นเรื่องแรกของรัสเซีย อายุ 103 ปี เพิ่งค้นพบฟิล์มเมื่อไม่นานมานี้

View All
<< พฤศจิกายน 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านชื่นชอบอวัยวะส่วนไหนของร่างกายมากที่สุด
ขนจมูก
9 คน
ข้อศอก
9 คน
รูหู
15 คน
ซอกเล็บ
8 คน
ตาตุ่ม
7 คน
ไส้อ่อน
10 คน
ม้าม
4 คน
ฟันน้ำนม
63 คน
ไซนัส
2 คน
ต่อมปิตูอิตารี
26 คน

  โหวต 153 คน
วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน 2555
Posted by รุสสกี้ , ผู้อ่าน : 4126 , 00:29:51 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน wullopp , ตาหนุ่ม และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

สมัยเรียนหนังสืออยู่โซเวียต วันหนึ่งได้ไปซื้อกล้องถ่ายรูปจากร้านขายอุปกรณ์ถ่ายรูป กล้องที่ซื้อก็เป็นกล้องถ่ายรูปโซเวียตแหละครับ เพราะยุคนั้น ไม่มีกล้องต่างประเทศให้ซื้อในดินแดนคอมมิวนิสต์แห่งนี้

หลังจ่ายเงินค่ากล้องเรียบร้อย ก็เอาใบเสร็จไปรับสินค้า คนขายก็ไปหยิบเอากล้องมาแกะกล่อง และทดสอบนั่นทดสอบนี่ให้เราดู ก่อนจะเก็บมันลงกล่องตามเดิมเพราะตัวนี้ไม่ผ่าน อะไรคงจะเสียไปสักอย่าง

จากนั้นคนขายก็หยิบเอาตัวใหม่มาแกะกล่องให้ดู ตัวนี้ก็ไม่ผ่านอีก

จากนั้นก็หยิบมาอีกตัว ก็ยังไม่ผ่านอีก

งานนี้คนซื้ออย่างผมเริ่มหน้าซีดแล้ว แต่คนโซเวียตที่เข้าคิวรอซื้อถัดจากผมไป คงจะชินเสียแล้ว เพราะข้าวของเครื่องใช้แบบนี้ในโซเวียต ต่างอยู่ในสภาพที่ห่วยแตกไม่ต่างกัน

จนมาถึงตัวที่ 4 กล้องตัวนี้ก็จึงค่อยผ่านการตรวจสอบคุณภาพขั้นต้นจากคุณแม่ค้า และก็ถูกส่งผ่านมาให้เป็นสมบัติส่วนตัวของผม ท่ามกลางความหวาดวิตกของผมว่า “ นี่มันจะอยู่กับตูได้สักกี่วันวะเนี่ย ? “

แต่ปรากฏว่าผมได้ใช้งานมันมานานเป็นสิบปี ก่อนมันจะได้พังไปตามกาล ซึ่งถ้าซ่อม ก็คงจะซ่อมได้ แต่ยุคนี้มันเป็นยุคกล้องดิจิตอล ไม่มีใครใช้กล้องใส่ฟิล์มอีกต่อไป ก็เลยไม่รู้จะซ่อมมันมาทำไม ผมก็จึงเก็บซากเอาไว้ดูเล่นอย่างเดียว
.........................................

หลายปีถัดมา เมื่อกลับมาอยู่เมืองไทย และมีครอบครัว อยู่ๆ คุณภรรยาก็เกิดอยากจะร้องคาราโอเกะ ผมก็อยากจะดูหนัง ก็เลยไปซื้อเครื่องเล่นวีซีดีแบบที่ร้องคาราโอเกะได้ ( สมัยนั้นดีวีดียังไม่ฮิต และราคาแพงมาก ) คุณภรรยาเธอชอบของมียี่ห้อ ของเกาหลงเกาหลี ของจีนของไทย ก็ไม่เอา เธอระดับที่มีเกรดหน่อย ผมก็เลยซื้อของดียี่ห้อดัง บอกชื่อไป ใครๆก็รู้จัก ราคาตอนนั้นก็ประมาณ 6 พันบาท ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ค่อนไปทางออกแพงเล็กน้อยสำหรับในยุคนั้น

ตอนซื้อมา เขาแถมวีซีดีหนังจีนมาให้เรื่องหนึ่ง เมื่อกลับมาบ้านผมก็เอามาเปิดดู แล้วก็ไม่ได้ใช้มันอีกเลย เพราะทั้งบ้านมีหนังอยู่เรื่องเดียว

ผ่านไป 1 สัปดาห์ เมื่อมีเวลาว่างก็ออกไปซื้อหนัง ซื้อคาราโอเกะ จะเอามาดู เอามาร้อง แต่ปรากฏว่าเครื่องเล่นใหม่เอี่ยมที่ผมซื้อมาพังซะแล้ว

แต่ผมก็ไม่ได้วิตกอะไร เพราะว่าเครื่องมีประกัน ก็เลยจับรถแท็กซี่พามันไปส่งศูนย์ซ่อม

ซ่อมเสร็จ กลับมาไม่กี่วัน ก็พังอีก ผมก็พาไปส่งศูนย์ซ่อมอีก

ซ่อมเสร็จไม่นาน ก็พังอีก ผมก็พาไปส่งศูนย์ซ่อมอีก

ซ่อมเสร็จ ดูได้ไม่กี่ครั้ง ก็พังอีก ก็ส่งศูนย์ซ่อมอีก แต่คราวนี้เป็นเหมือนกับการประลองกำลังกันระหว่างผมกับเจ้าเครื่องเล่นวีซีดีเครื่องนี้ว่ามันหรือผม ใครจะอึดกว่ากันคือมันจะทนพังได้สักกี่ครั้ง และผมจะทนพามันไปซ่อมได้สักกี่ครั้ง ( จนกว่าจะหมดประกัน )

แต่ตอนนี้ผมเริ่มกลัวว่ามันจะพังอีก ผมเบื่อที่จะเอามันไปส่งศูนย์ซ่อม เพราะแม้จะซ่อมฟรี แต่ผมก็ขี้เกียจที่จะเดินแบกของไปแบกของมา ไหนจะค่าแท็กซี่อีก ก็เลยไม่ค่อยได้เปิดมัน และผมก็คิดไปว่า บางทีมันอาจจะแพ้อากาศร้อน ก็เลยจะเปิดใช้เฉพาะแต่ตอนกลางคืน และตามจริงก็ไม่ค่อยอยากจะใช้มันแล้ว

แต่จนแล้วจนรอด มันก็พังได้เป็นครั้งที่ 5 ผมก็เลยต้องยกไปซ่อมอีก

เมื่อเอาไปซ่อม คราวนี้ช่างซ่อมคนเดิมถึงกับส่ายหัว บอกว่า “ ไอ้เครื่องนี้ ผมเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในไปเกือบหมดทุกอย่างแล้วนะพี่ “ แต่ช่างเขาก็ดี โดยบอกว่า กรณีที่เครื่องเป็นแบบนี้ แม้หมดประกันไปแล้ว ก็ยังสามารถนำมาซ่อมที่ศูนย์ได้ฟรี

จากนั้นไม่กี่วัน ทางบริษัทที่เป็นเจ้าของสินค้าก็โทรติดต่อมาที่บ้าน ก็คงจะได้เบอร์มาจากช่าง เพราะช่างคงโทรติดต่อกับบริษัทเรื่องปัญหาเครื่องของผม

ตอนแรกผมก็ดีใจ นึกว่าบริษัทจะมารับเอาสินค้ากลับไป แล้วคืนเงินให้ หรือเอาตัวใหม่มาเปลี่ยนให้ หรือชดเชยความผิดพลาดอะไรสักอย่าง แต่ประเด็นสำคัญที่บริษัทโทรมา ก็แค่บอกว่า ผมไม่ควรรังเกียจรังงอนสินค้าตัวอื่นๆของบริษัท สมควรที่จะไว้วางใจบริษัท และซื้อสินค้าของบริษัทต่อไป

จริงๆแล้ว ผมก็ไม่ได้โมโหอะไรบริษัทหรอกครับ เพราะเจ้าเครื่องนี้มันก็ไม่ได้มีราคามากมายอะไร และออกจะขำๆกับท่าทีของเจ้าหน้าที่ที่โทรมามากกว่า ไม่รู้ว่าจะโทรมาทำอะไร หากไม่มีอะไรมาเยียวยาความเสียหาย แต่จริงๆแล้ว นับตั้งแต่นั้น ผมก็ไม่เคยเหลียวแลสินค้าของบริษัทนี้อีกเลย

และหลังเอาเครื่องไปซ่อมครั้งที่ 5 ผมก็ไม่ได้ใช้มันอีกเลย เพราะได้ไปซื้อเครื่องใหม่มาใช้แล้ว

แต่หลังจากทิ้งไว้นาน เมื่อเอามาเปิดครั้งแรก ก็ปรากฏว่ามันพังอีกแล้วครับท่าน นับแล้วเครื่องนี้พัง 6 ครั้ง โดย 5 ครั้งเป็นการพังในช่วง 1 ปีแรก ส่วนครั้งที่ 6 ไม่แน่ใจว่าจะพังในช่วง 1 ปีแรกหรือไม่

และเนื่องจากผมหมดความอดทน ประกอบกับมีเครื่องใหม่ ผมก็เลยเอามันขายให้กับรถรับซื้อของเก่า ปรากฏว่าได้เงินกลับมา 40 บาท
..............................................

ผ่านมาอีก 10 กว่าปี คุณภรรยาเกิดอยากได้ทีวีเครื่องใหม่ ก็เลยไปดูในห้างซูเปอร์เซ็นเตอร์ใกล้ๆบ้าน ซึ่งก็มีสินค้าให้เลือกมากมาย และพนักงานขายของบริษัทผู้ผลิตทีวียี่ห้อต่างๆ ต่างก็ออกมาเชียร์ทีวีของบริษัทตัวเองเป็นการใหญ่

แต่มีหนุ่มอยู่คนหนึ่ง ดูจะเกาะติดผมมากกว่าคนขายคนอื่น คงคิดว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก

แต่เจ้าคนนี้โชคร้ายสุดๆครับ ก็เพราะบังเอิญว่าหมอนี่มาจากบริษัทที่เคยขายเครื่องเล่นวีซีดีที่พัง 6 รอบให้ผมเมื่อหลายปีก่อน เจ้าหมอนี่พยายามจะขายทีวีของบริษัทนี้ให้ผมอยู่นั่นแหละ ทั้งๆที่ผมก็บอกว่ายี่ห้ออื่นเอาหมด แต่ยกเว้นยี่ห้อนี้ยี่ห้อเดียวที่ไม่เอา แต่มันก็ยังตื๊ออยู่นั่นแหละ โฆษณาคุณภาพท่านั้นท่านี้ จนผมรำคาญ และเจ้าคนขายก็คงจะรำคาญ ที่ปิดการขายไม่ได้สักที ทั้งๆที่พูดบรรยายสรรพคุณมามากมาย เมื่อถูกถามเหตุผลว่าทำไมไม่เอายี่ห้อนี้ ผมก็เลยกระแทกความหลังการพัง 6 ครั้งที่แสนเจ็บปวดกลับไป พร้อมกับตบท้ายว่า “ ถ้าน้องเจออย่างพี่ น้องยังจะซื้อยี่ห้อนี้มาใช้อีกไหมละ ? “ เท่านั้นแหละ ไอ้หนุ่มคนนี้แทบจะหายวับไปกับตา

สุดท้ายแล้ว หลังจากฟังสรรพคุณจากพนักงานขายของอีกบริษัท คราวนี้ภรรยาก็ได้ทีวีมาเครื่องหนึ่ง ที่มาจากบริษัทแถวเอเชียเรานี่เอง ก่อนเราพาทีวีกลับบ้าน เจ้าคนขายบอกว่าถ้าเครื่องมีปัญหาภายใน 7 วันให้เอามาเปลี่ยนเครื่องใหม่ไปได้เลย

แต่ปรากฏว่าเครื่องของผมมีปัญหาในวันที่ 8 ไม่เข้าเงื่อนไข ก็เลยต้องโทรไปหาศูนย์ซ่อม ทางศูนย์ตกลงจะส่งช่างมาดูถึงบ้านในอีก 1 สัปดาห์ เพราะในวันธรรมดา บ้านเราไม่มีคนอยู่ รวมระยะเวลาที่เครื่องอยู่กับเราจนถึงวันที่ช่างจะมาซ่อมก็ราว 13-14 วัน

เมื่อถึงวันนัด ช่างมาดูแล้วก็บอก “ พี่ .....เอาเครื่องไปเปลี่ยนใหม่เหอะ ? “  พร้อมกับยืนยันว่า ทางห้าง จะต้องเปลี่ยนใหม่อย่างแน่นอน แม้เวลาจะผ่านมาครึ่งเดือนแล้วก็ตาม

ภรรยาผมก็เลยโทรติดต่อกับทางห้างที่ไปซื้อมันมา เขาก็ยอมให้เปลี่ยนอย่างง่ายดายเกินคาด เพียงแต่อิดออดอยู่เล็กน้อย ตรงที่เราทิ้งกล่องมันไปแล้ว แต่ก็ตกลงกันว่า ไม่มีกล่องมาด้วยก็ไม่เป็นไร แต่ตัวใหม่ที่เราจะไปรับกลับไป ก็ต้องมาตัวเปล่า ไม่มีกล่อง ซึ่งเราก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็ไม่รู้จะเอากล่องมาให้รกบ้านทำไมเหมือนกัน

เมื่อไปถึงห้างเพื่อเอาสินค้ามาคืน ก็มีเรื่องให้เจ็บใจแบบขำๆอยู่ 4 เรื่องคือ 1.ราคาทีวีรุ่นเดียวกับที่เราซื้อเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ลดลงจากเดิมหลายพันๆ ทั้งๆที่ตอนเราซื้อมันมา ทางคนขายบอกเป็นช่วงโปรโมชั่น หลังผ่านช่วงนี้ไป ราคาจะเพิ่มขึ้นอีก แต่ในความเป็นจริง มันเสือกลด
ประการที่ 2 . ไอ้หนุ่มคนที่ขายทีวีให้เราวันนั้นมันไม่อยู่ หาไม่แล้วอาจจะมีการเฉ่งกันซะหน่อย เพราะดันอวดสรรพคุณเสียเลิศเลอ ประการที่ 3. หัวหน้าแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มารับสินค้าคืน และเอาของใหม่มาเปลี่ยนให้เรา ก็ทำหน้าเซ็งๆ แถมยังบอกว่า เครื่องรุ่นนี้เอามาเปลี่ยนกันเยอะ ( อ้าว....ตอนซื้อ ไม่เห็นมันบอกแบบนี้ แล้วนี่มันจะยังเอามาวางขายกันอีกทำไม เสียชื่อห้างเปล่าๆ )

ประการที่ 4. อันนี้น่าเจ็บใจที่สุด คือตอนที่เปลี่ยนสินค้าเสร็จแล้ว และกำลังจะออกจากห้าง คุณป้า รปภ. ซึ่งมองปร๊าดเดียว ก็เข้าใจสถานการณ์ได้ดี เพราะเจอเหตุแบบนี้บ่อยครั้ง ก็เดินมาบอกว่า เจ้าทีวีรุ่นนี้มีคนเอามาเปลี่ยนกันบ่อย และถ้าใครไม่อยากเปลี่ยน ก็สามารถเอาเงินคืนได้ด้วย

โห.........ป้า ทำไมไม่มาบอกให้เร็วกว่านี้สักนิดก็ไม่ได้

ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เล่าเรื่องขำๆให้ฟังเท่านั้น

เอาภาพหลังร้าน ของร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในรัสเซียมาให้ดูกันครับ

ร้านนี้มีชื่อว่า เอลโดราโด เป็นร้านค้าปลีกที่จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็คโทรนิค ที่บอกว่าใหญ่ที่สุดในรัสเซีย ว่ากันว่าเมืองไหนมีประชากร 5 แสนคน ร้านนี้จะต้องไปเปิดสาขาเสียทุกเมืองไป ในยุโรป ร้านนี้ติดอันดับ TOP 5 ส่วนในระดับโลกมันติดอันดับ TOP 10

เมื่อขายมาก ก็มีของพังของเสียมาก  สินค้าพังๆเสียๆจากสาขาทั่วประเทศ ก็เลยถูกจัดส่งมารวมกันที่โกดังสินค้าพังแห่งนี้ครับ โกดังแห่งนี้มีพื้นที่มากถึง 5 พันตารางเมตร

ใครอยากจะซื้ออะไรที่นี่ก็ขาย โดยลดให้มากถึง 90 % ด้วย แต่ต้องค้นหาสิ่งที่ต้องการเอาเอง

บางคนก็ซื้อสินค้าแบบเดียวกันไปหลายชิ้น เพื่อถอดเอาอะไหล่มาสลับกัน สำหรับทำให้มันใช้งานได้อีกครั้ง โดยสินค้าแต่ละชิ้นจะมีป้ายบอกว่ามันเสียตรงจุดไหนด้วย



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
wullopp วันที่ : 19/12/2012 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

แต่ระบบคอมฯ ของ Oknation มันไม่มีชีวิตจิตใจ ---- ไม่ต้องไปโกรธมัน ---- //// รอสักพัก แล้วโหวตใหม่ ---- ใช้ได้ ---- ///

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
wullopp วันที่ : 19/12/2012 เวลา : 18.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ตอนนี้ทั่วโลกคงจะเกิดปรากฏการณ์อะไรคล้ายๆ กัน คือ ---- มีคนส่วนหนึ่งไม่ดูของตัวอย่างที่ห้าง ลองใช้ (เช่น ลองสวมรองเท้า ฯลฯ) แล้วไม่ซื้อ ----- เรื่องของเรื่อง คือ มีของหลายอย่างขายออนไลน์ ถูกกว่ากันแยะเลย ---- //// วันนี้เจ้า OKnation ก็เสียอีกแล้ว --- จะโหวตให้ --- ระบบมันบอกว่า โหวตซ้ำ!

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
su วันที่ : 21/11/2012 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

มันเหมือนเชียงกงบ้านเราเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 21/11/2012 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

หลังการล่มสลาย อาวุธยุทโธปกรณ์ก็เอาออกมาขายเยอะเลยนะครับ พี่รุสสกี้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมโชคดีเรื่องนี้
ซื้อเครื่องอะไรมา เสียยากมาก อยากเปลี่ยนเครื่องก็เปลี่ยนไม่ได้ เพราะมันไม่เสีย
ก่อนฟุตบอลโลกปี 2010 เลย"ยก"ทีวีเครื่องเก่า 25 นิ้วให้น้องชายเอาไป(ขาย)ให้คนรงานก่อสร้าง เพราะผมจะซื้อ LCD
ทีวีซัมซุงที่ให้น้องชายไป ผมซื้อใช้ดูมานานกว่า 10 ปีในราคาแค่ 3 พันต้นๆ
น้องชายขายต่อคนงานได้ตั้ง 300 บาท ฮ่าๆๆ
เพราะผมบอกยกให้ไปเถอะ แต่น้องชายบอก ถ้ายกให้ มันจะทะเบาะกัน เลยประมูล สรุปว่าได้ 300 เพราะคนอื่นไม่สู้ ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 06.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

จริงๆเดาไม่ยากเลยนะเนี่ยว่ายี่ห้ออะไรพังหกครั้ง
เอลโดราโด้นี่ทีแรกผมยังสงสัยว่าทำไมมันดันตั้งชื่อซ๊อะอเมริกันจ๋าขนาดนั้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน