*/
  • รุสสกี้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : krailuk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-14
  • จำนวนเรื่อง : 921
  • จำนวนผู้ชม : 1745767
  • จำนวนผู้โหวต : 745
  • ส่ง msg :
  • โหวต 745 คน
แอนิเมชั่น 103 ปี

แอนิเมชั่นเรื่องแรกของรัสเซีย อายุ 103 ปี เพิ่งค้นพบฟิล์มเมื่อไม่นานมานี้

View All
<< เมษายน 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านชื่นชอบอวัยวะส่วนไหนของร่างกายมากที่สุด
ขนจมูก
9 คน
ข้อศอก
9 คน
รูหู
15 คน
ซอกเล็บ
8 คน
ตาตุ่ม
7 คน
ไส้อ่อน
10 คน
ม้าม
4 คน
ฟันน้ำนม
63 คน
ไซนัส
2 คน
ต่อมปิตูอิตารี
26 คน

  โหวต 153 คน
วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน 2557
Posted by รุสสกี้ , ผู้อ่าน : 2509 , 08:51:52 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน rattiya , ฟ้าน่าน และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

เครื่องบินที่เราโดยสารมาเป็นเครื่องโบอิ้ง ไม่ค่อยใหม่นัก ตอนก่อนที่เราจะมายูเครน ก็เพิ่งมีข่าวเครื่องโบอิ้งของมาเลเซียสูญหาย ก็เลยเสียวอยู่เหมือนกัน แต่ที่ผมสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่เรื่องเครื่องบิน หรือพนักงานบนเครื่อง แต่สนใจเรื่องภาษา เพราะผมอยากจะรู้ว่า ในยามที่ยูเครนและรัสเซีย ฮึ่มๆกันอยู่ พวกเขาจะใช้ภาษาอะไร

บนเครื่อง พวกเจ้าหน้าที่ใช้กัน 3 ภาษาครับ คือภาษายูเครน , รัสเซีย และอังกฤษ แต่สำหรับในการสื่อสารโดยตรงกับผู้โดยสารที่ไม่ใช่คนต่างชาติ เจ้าหน้าที่จะใช้ภาษารัสเซียเป็นหลัก ภาษายูเครนนั้นก็มีบ้าง แต่ไม่มาก แม้ผมจะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่บนเครื่องน่าจะเป็นคนยูเครน

บนเครื่องบิน มีหนังฉายให้ดูด้วย ซึ่งก็เป็นหนังฝรั่ง แต่มีการพากษ์เป็นภาษารัสเซีย ไม่มีภาษายูเครน

เรื่องนี้บ่งบอกถึงอิทธิพลของภาษารัสเซียในยูเครนได้ดี

ผมไม่ห้อยพระ เวลาเดินทางไกลไปในแดนที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัย ผมก็มีรองเท้าคู่นี้แหละครับเป็นเครื่องรางของขลัง เป็นรองเท้าของพ่อที่ตายไป แถมเหมือนกับได้พาพ่อไปเที่ยวต่างประเทศอีกต่างหาก

19 มีนาคม 2557

หลังบินกันนานเป็นสิบชั่วโมง หลับๆตื่นๆกันอยู่หลายรอบ เช้าตรู่วันพุธที่ 19 มีนาคม ตามเวลายูเครน เครื่องบินของเราก็ลงจอดที่สนามบินนานาชาติบอริสโปล กรุงเคี๊ยฟ ของยูเครนโดยสวัสดิภาพ

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเดินทาง มาที่ยูเครนโดยทางเครื่องบิน เพราะสมัยที่ถูกส่งมาเรียนที่นี่ เราออกจากกรุงเทพฯมาที่มอสโกก่อน จากนั้นก็จับรถไฟมาที่นี่

สำหรับสนามบินบอริสโปลนั้นใหญ่ที่สุดของยูเครน และอยู่ห่างจากตัวเมืองราว 30 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างทาง ก็ยังเป็นพื้นที่รกร้างอยู่มากมาย ไม่ได้พัฒนาเป็นเมืองใหญ่
ทำให้การจราจรไม่ได้ติดขัดอย่างบ้านเราที่ชอบการมีเมืองล้อมสนามบิน

คำว่าบอริสโปลเป็นคำในภาษารัสเซีย ส่วนภาษายูเครน น่าจะออกเสียงว่า บอริสปิล ขณะที่ภาษาอังกฤษเขียนว่า Boryspil โดยนอกจากสนามบินแห่งนี้แล้ว เคี๊ยฟก็ยังมีสนามบินแห่งหนึ่งที่เล็กกว่า

สนามบินบอริสโปลแต่เดิม เป็นสนามบินทหาร แต่ในปี 1959 มีการเปลี่ยนมาเป็นสนามบินพลเรือน ตอนที่เรามาถึงนั้น คงจะมีการปรับปรุงสนามบินกันเป็นการใหญ่ เพราะ Terminal D ที่เครื่องบินที่บินมาจากต่างประเทศเข้าเทียบท่า รวมถึงเครื่องของเรา เพิ่งจะสร้างเสร็จเมื่อปี 2012 ร้านค้าภายในยังอยู่ระหว่างการประดับตกแต่งเพื่อที่จะเปิดร้าน ทำให้ที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรให้ซื้อ

เมื่อลงจอด เราก็ทำตามกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองแหละครับ โดยตั้งแต่อยู่บนเครื่อง เราก็สอบถามพนักงานบริการบนเครื่องว่าไม่มีเอกสารขอเข้าเมืองให้เรากรอกหรือ แต่เจ้าหน้าที่ก็ทำงงๆ แล้วก็บอกว่าไม่มี

แต่เมื่อเราลงมาที่สนามบิน และเห็นเอกสารขอเข้าเมืองกองอยู่ เราก็อดไม่ได้ที่จะขอกรอก เพื่อว่าจะได้ไม่ไปวุ่นวายต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องสวมเครื่องแบบเหมือนกับทหาร หรือบางทีอาจจะหวังทำให้พวกมิจฉาชีพขี้ตกใจ ขี่เยี่ยวแตกเมื่อเจอกับพวกเขา

แต่ระหว่างที่เรากำลังกรอกอยู่นั้น ฝูงชนที่ลงมาจากเครื่องบินลำเดียวกับเราได้ผ่านด่านตรวจวีซ่า กับหนังสือเดินทางไปหมดแล้ว บริเวณนั้น จึงเหลือแต่เราแค่ 3 คน เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเมื่อมาเห็นเข้า ก็เดินมาบอกว่าไม่ต้องกรอก แล้วก็ให้ต้อนเราไปเข้าคิวตรวจวีซ่าและหนังสือเดินทาง

ระหว่างนั้น ผมก็เห็นเวียดนามชายหญิง 2 คน ถูกเจ้าหน้าที่เรียกเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ซึ่งเมื่อ 20 กว่าปีก่อน กระแสการไม่ไว้ใจคนเวียดนามของเจ้าหน้าที่ประเทศแถบนี้ได้เริ่มขึ้น และก็ไม่น่าเชื่อว่ามันจะสานต่อมาถึงปัจจุบัน

เมื่อมาต่อคิวเข้าตรวจหนังสือเดินทาง เนื่องจากผมพูดภาษารัสเซียได้ ก็เลยรับหน้าที่เป็นด่านหน้า เข้าไปเป็นคนแรก ซึ่งเจ้าหน้าที่หนุ่มหน้าตาบึ้งๆ ที่ก็เหมือนกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั่วโลก ก็ถามผมตามที่คาดการณ์ไว้ว่าจะต้องถาม ว่ามาทำอะไร

ผมก็บอกว่ามาทำข่าว เขาก็ถามต่อมา มาทำข่าวอะไร ผมก็บอกว่าข่าวการประท้วงในกรุงเคี๊ยฟ เขาก็ถามต่ออีกว่า จะไปที่ไหนอีกหรือไม่ ผมก็โกหกไปว่า อยู่แค่ที่กรุงเคี๊ยฟเท่านั้น เพราะกลัวว่าถ้าบอกว่าจะไปที่ไครเมียด้วย เขาอาจจะส่งเรากลับเมืองไทยไปเลย

และเพื่อไม่ให้คุณเทพชัย และเกษม ต้องเจอคำถามมากมายไปด้วย ผมก็เลยบอกว่าอีก 2 คนก็มาทำข่าวกับผมด้วย และทั้งสองก็ไม่มีปัญหาอะไรกับการตรวจเอกสารเช่นกัน

หลังผ่านด่านตรวจเอกสารมาได้ ก็มารอรับกระเป๋าแหละครับ ระหว่างนั้น สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดคือเราจะเข้าเมืองกันอย่างไร เพราะไม่มีข้อมูลว่าเราควรจะเข้าเมืองกันด้วยวิธีไหนจึงจะปลอดภัยที่สุด เพราะผมไม่รู้ว่าคนยูเครนยุคไหม่ จะเป็นอย่างไร จะใจดี ใจร้าย ซื่อสัตย์ ขี้โกงอย่างไร ผมก็สุดจะเดา

เมื่อได้กระเป๋าเรียบร้อย เราก็พบกับแท็กซี่จำนวนมากเข้ามารอลูกค้า ลุงคนหนึ่งก็เข้ามาถามว่าเราจะไปไหน ผมก็บอกว่า รอสักหน่อย เพราะผมต้องไปหาซื้อซิมการ์ด ที่จะใช้สำหรับอุปกรณ์ถ่ายทอดสดของเรา เพราะเกษมบอกว่าตามสนามบินแถวบ้านเรา เขาจะมีซิมประเภทนี้ขายที่สนามบิน แกก็ใจดีครับ ( คงอยากจะได้เงินมากกว่า ) เพราะส่งหนุ่มคนๆหนึ่ง ที่ตัวสูงมากๆ พาเราไปยังร้านค้าเล็กๆในสนามบิน ที่ขายพวกยาดม ยาอม ยาหม่อง ของกระจุกกระจิก ปรากฏว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะทางร้านมองว่าเราต้องการแค่ซิมโทรศัพท์ แต่เราต้องการซิมที่มีคนเปิดให้เราสามารถใช้กับอุปกรณ์ถ่ายทอดสดด้วย เมื่อเห็นว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็ตกลงกันว่าจะไปหาซิมกันในเมือง ซึ่งอาจจะมีร้านใหญ่ที่พอรู้เรื่องๆนี้

จากนั้นเราก็ไปแลกเงิน จากดอลล่าร์เป็นเงินยูเครน ที่เรียกว่า กริฟเนีย หรือที่ภาษาอังกฤษเขียนว่า hryvnia และใช้สัญลักษณ์ว่า UAH แต่เวลาถามคนยูเครนว่าเงินของเขามีชื่อว่าอะไร ส่วนใหญ่บอกว่า กริฟนา ซึ่งผมเดาว่าอาจจะเป็นชื่อเล่น

1 กริฟนา มี 100 โกเปก ซึ่งโกเปกก็เป็นหน่วยย่อยของเงินรูเบิ้ล เงินของรัสเซียเช่นกัน ผมก็เลยขำๆว่าในเมื่อยูเครนคิดชื่อเงินของตัวเองได้ ทำไมจะคิดให้ครบทั้งสองชื่อไปเลย จะมาครึ่งๆกลางๆ ใช้ของยูเครนมั่งของรัสเซียมั่งทำไมกัน

1 ดอลล่าร์ แลกได้ประมาณ 10 กริฟนาครับ ก็เท่ากับว่า 1 กริฟนาก็ตกราว 3 บาทไทย ก็เลยคิดเทียบเป็นเงินไทยไม่ค่อยยากเท่าไหร่เวลาจับจ่ายซื้อของ

สำหรับสภาพอากาศตอนนั้นก็เย็นๆ แต่ไม่มาก น่าจะราว 9 -10 องศา ก็แค่หูเย็น

อันโตน

หลังเสร็จภารกิจที่สนามบิน เราก็มาคุยกับแท็กซี่ว่าจะเข้าเมืองกันอย่างไร เป้าหมายของเราก็คือโรงแรม ผมก็เอาชื่อโรงแรม ชื่อถนนให้แท็กซี่ดู แล้วก็ตกลงราคากัน หลังตกลงกันได้ ก็เดินไปขึ้นรถ ปรากฏว่ามีอีกคนหนึ่งเดินตามเรามา และเมื่อมาขึ้นรถ ซึ่งเป็นรถตู้ขนาดเล็ก ปรากฏว่าหนุ่มตัวสูงไม่ได้มากับเรา แต่คนที่จะไปกับเรา และทำหน้าที่เป็นคนขับรถก็คือคนที่เดินตามมาที่หลัง

หลังสั่งเสียกับ คนขับรถเรียบร้อย ทั้งเรื่องที่หมาย และสนนราคา หนุ่มตัวสูงก็จากไป แต่ก่อนจะไปยังขอขึ้นราคาค่ารถอีก แต่ผมไม่ยอม เพราะมองว่าราคาที่ให้ไปก็ค่อนข้างสูงแล้วสำหรับมาตรฐานเมืองไทย

เมื่อรถออก ผมก็ถามชื่อคนขับรถ ปรากฏว่าคนขับของเราชื่ออันโตน และเพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมก็ขอสัมภาษณ์เขาไปในตัว เพื่อหาข้อมูลพื้นฐานในการทำข่าวไปด้วย และเก็บภาพชีวิตชาวบ้านทั่วไปไปด้วยในตัว

อันโตนก็เหมือนกับคนในแถบ นี้ครับ คือเป็นคนพูดได้ดี และกล้าพูด มีความคิดเห็นเรื่องการเมือง ไม่เหมือนคนไทย ที่เวลาเอาไมค์ไปจ่อที่ใคร แทบจะวิ่งหนีกันหมด แต่นี่เจอกล้องโทรทัศน์เข้าไปด้วยยังเฉยเลย

ตอนผมขออนุญาตสัมภาษณ์เขา เขาบอกแค่ว่า " ก็ลองดูแล้วกัน " แต่ปรากฏว่าหมอพูดได้เป็นฉากๆ

ผมถามเขาว่า เขาเป็นคนยูเครน หรือรัสเซีย อันโตนบอกว่า " ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนยูเครน " ซึ่งคนอื่นอาจจะมึนกับคำตอบทำนองนี้ แต่สำหรับผมไม่ค่อยมึน เพราะเข้าใจดีถึงการผสมข้ามเชื้อชาติของคนแถวนี้ การกำหนดเรื่องเชื้อชาติว่าใครจะถือเชื้อชาติอะไรนั้นถือเอาทางพ่อเป็นหลัก แม้ว่าแม่อาจจะเป็นคนอีกเชื้อชาติหนึ่งก็ตาม

อันโตนค่อนข้างเห็นด้วย กับการโค่นล้มประธานาธิบดียานูโกวิช แต่ไม่ได้ไปร่วมชุมนุมที่จัตุรัสไมดานด้วย โดยให้เห็นผลว่า ไม่เห็นด้วยกับนโยบายเอียงไปทางยุโรป เพราะเห็นว่าคนยูเครนยังไม่พร้อมกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่าในการเลือก ตั้งประธานาธิบดี เขาคิดว่าใครจะชนะ อันโตนก็วิเคราะห์มาเป็นฉากๆ ว่ากันแบบเรียงตัวกันเลยทีเดียว แล้วก็สรุปว่าผู้ชนะน่าจะเป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก โดยให้เหตุผลว่า นักการเมืองคนนี้ ไม่ค่อยถูกผู้สนับสนุนทั้งสองขั้ว คือฝ่ายที่เอาและไม่เอารัสเซีย คัดค้านมากนัก

ก็ต้องรอดูกันต่อไปแหละครับว่านักวิเคราะห์การเมืองยูเครนชื่อดังคนต่อไป เมื่อเดือนมีนาคม ยังทำงานเป็นคนขับรถแท็กซี่อยู่หรือไม่

ผมถามเขาด้วยว่า ถ้าชาวต่างชาติอย่างพวกเรา จะแบกกล้องเดินไปถ่ายตามถนนหนทาง จะโดนตำรวจกวนหรือไม่ เขาบอกว่า อยากจะถ่ายอะไรก็ถ่ายไปเลย ตอนนี้ตำรวจไม่กล้ารบกวนใคร เพราะสติแตกกันไปหมดแล้ว หลังจากที่ถูกประชาชนรุมด่าสมัยที่มีการปราบปรามการชุมนุมที่จัตุรัสไมดาน

คำตอบนี้ บวกกับท่าทีของเจ้าหน้าที่ที่สนามบิน ทำให้ผมสบายใจขึ้นเยอะ

โรงแรม ที่เราจองไม่น่าจะเป็นโรงแรมชื่อดัง อันโตนก็เลยหาไม่เจอ จอดถามผู้คนแถวนั้นก็ไม่มีใครรู้จัก งานนี้เล่นเอาผมใจแป้วไปไม่น้อย ว่างานนี้อาจจะไปเจอโรงแรมจิ้งหรีดเข้าแล้วกระมัง

โรงแรม

ไปๆมาๆ ผมก็เลยเอาเบอร์โทรศัพท์ของโรงแรมให้อันโตนลองโทรติดต่อดู หลังคุยกันรู้เรื่อง อันโตนก็บอกว่ามาผิดถนน เพราะถนนสองสายนี้ชื่อมันคล้าย โดยถนนที่เราจะไปชื่อ กอนชาร์นา และถนนที่เราวิ่งอยู่ชื่อกอนชาร์นายา

หลังวิ่งมาสักครู่ อันโตนก็พาเราขับรถขึ้นเขาครับ อาคารแถวข้างทางเป็นอาคารสร้างใหม่ แต่สร้างเลียนแบบอาคารแบบเก่าของคนแถวนี้ แลดูสวยงามเหมือนในนิยาย อันโตนบอกว่าแถวนี้มีโรงแรมขนาดเล็ก หรือมินิโฮเทล อยู่หลายแห่ง

และที่เกือบจะถึงยอดเนินก็เป็นที่ตั้งของโรงแรมที่เราจองครับ ดูแป๊ปเดียวก็รู้ว่าใหม่เอี่ยมอ่อง

ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรม

เจ้าหน้าที่โรงแรมก็ดูเป็นเด็กๆ อาจจะเป็นนักศึกษา

ถ้าใครจะมายูเครน หากว่าไม่ติดหรู ผมแนะนำโรงแรมนี้ก็แล้วกันครับ

โรงแรมนี้รับจองโดยไม่ได้หักเงินจากบัตรเครดิต ดังนั้น เมื่อมาถึงเราก็จ่ายเงินค่าโรงแรมกันเลย หลังจากเอาข้าวของมาเก็บ ก็นัดแนะกันไปประกอบภารกิจสำคัญ นั่นก็คือการไปที่จัตุรัสไมดาน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะไปกันอย่างไร แต่จากข้อมูลตอนที่หาข้อมูลเรื่องโรงแรม มันอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากนัก

เกษมกับอาวุธคู่กาย หน้าโรงแรม

แต่ก่อนอื่น เราก็ต้องไปตามหาซิมการ์ดสำหรับการถ่ายทอดสดกันก่อน ก็ต้องเริ่มจากการเดินลงเขากันแหละครับ เพราะบนเขาไม่ค่อยมีร้านค้าอะไรมากนัก เมื่อถึงพื้นราบ ก็เริ่มภารกิจถามเป็นหลัก ก็ถามแหลกแหละครับ เจอใครสบตาไม่สบตา ใครอยู่ใกล้อยู่ในระยะ เป็นถามแหลก ก็ได้เรื่องมั่งไม่ได้เรื่องมั่ง คนหนึ่งก็บอกให้ไปทางนั้น อีกคนก็บอกให้ไปทางนี้

มองจากห้องพัก

ทางลงจากเขา

บ้านเมืองนี้ชอบใช้หินทำถนน เท่ดี ชอบ

 

ขายจ้า อยากซื้อโทรเลย

รถซ่อมไฟ

ไอ้ตัวนี้เห็นนั่งแทะป้ายทะเบียนรถอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ แอบถ่ายอยู่ตั้งนานก็ไม่สนใจ

เดินลงเขา คุณเทพชัยบอกมาคราวนี้ผมพาเดินซะผอมเลย

ถือกล้อง แต่ถ่ายไม่เป็น

 

ต้นไม้ใบยังโกร๋น

 

รถราง ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากยุคโซเวียต

ตลาดสด

 

แม่ค้าอายกล้อง

ลงรถไฟใต้ดิน

ตุ้ยนุ้ย สาวขายซิมการ์ด ถึงจะหน้าแก่ไปหน่อย แต่อายุแค่ 18 เอง

โทรศัพท์ที่เราซื้อมาใช้ โทรได้ไม่อั้น ใช้เน็ตได้ไม่อั้น วันละ 50 โกเปค โทรไปต่างประเทศนาทีละ 15 โกเปค

แต่ผลข้างเคียงของ เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่าใกล้ๆกับโรงแรมของเรามีตลาด และใกล้ๆตลาดก็มีสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งเมื่อมีสถานีรถไฟใต้ดิน ก็สบายผมแล้ว เพราะเราสามารถไปที่ไหนมาไหนในเมืองได้สบาย รวดเร็ว และประหยัด ไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกแท็กซี่หลอกต้ม

สรุปแล้ว เราหาซิมการ์ดไม่ได้ครับ เพราะแถวนี้ไม่มีร้านใหญ่ๆที่พอจะรู้เรื่องระบบถ่ายทอดสดของเรา นอกจากนั้น เราต้องการซื้อซิมการ์ดมาใส่มือถือของเราเอง เพื่อใช้ติดต่อกับประเทศไทย ก็ยังทำไม่ได้

สาวคนขายรูปร่างตุ้ยนุ้ย ในร้านที่ตั้งอยู่ใต้ดิน บริเวณทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน ให้เราลองอยู่หลายครั้งก็ปรากฏว่าใช้ไม่ได้ เธอก็เลยสรุปว่า ซิมของที่นี่คงต้องใช้กับโทรศัพท์ของที่นี่เท่านั้น ใช้กับโทรศัพท์จากไทยไม่ได้ เราก็เลยต้องซื้อโทรศัพท์ใหม่ ราคาไม่กี่ร้อยบาทเพื่อเอามาใช้ติดต่อกับคนที่นี่และที่ประเทศไทย

เมื่องานเร่ง ก็ยืนกินกันแบบนี้

ช่วงนั้นก็บ่ายแก่ๆแล้ว คุณเทพชัยบอกว่าควรหาอะไรรองท้องกันได้แล้ว พอดีแถวนั้นไม่มีร้านอาหาร แต่มีร้านขายแฮมเบอร์เกอร์แบบอิตาลี แกก็เลยบอกว่ากินที่นี่ก็แล้วกัน ก็ยืนกินกันหละครับ

แม่ค้าร้านนี้ เป็นสาวใหญ่ ผมสีทอง หน้าตาเหมือนไม่เคยยิ้มกับใครเขา ถามคำตอบคำ หรือเผลอๆอาจจะไม่ตอบเลยก็คงจะมี คุณเทพชัยเลยบอกว่านี่แหละแม่ค้าคอมมิวนิสต์ของแท้

แฮมเบอร์เกอร์ แบบนี้ เขาก็เอาขนมปังดุ้นยาวๆ ประมาณ 1 ศอกมาผ่า เอาเครื่องเคราต่างๆยัดเข้าไปตามสูตร ก่อนจะเอาไปนาบบนเตา ทำให้จากที่เป็นดุ้นๆ ก็เลยกลายเป็นแบนๆ ก็อร่อยดีครับ คุณเทพชัยชอบขนมปังมาก บอกอร่อยดี

ร้านค้าใต้ดิน ก่อนเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน

กินข้าวกินน้ำเสร็จก็ได้ฤกษ์ไปจัตุรัสไมดานกันแล้วครับ

ติดตามต่อตอนต่อไป



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เมธา วันที่ : 29/04/2014 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

ขอบคุณคุณรุสกี้ พาเที่ยว เหมือนได้ร่วมเดินทางไปด้วยเลย ชอบถนนที่ทำจากหินมากๆ พี่เกษมก็ยังเท่ห์เหมือนเดิมม

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
วรรณสุข วันที่ : 28/04/2014 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

รั้วเหล็กดัดบนหลังคา เอาไว้กันคนตกหรือกันขโมยกันคะ
รถรางเท่ห์ดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 28/04/2014 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

มาแวะดูบ้านเมืองที่นานๆจะเห็นทีครับ เห็นแต่รถถังจากยูเครน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/04/2014 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

พระเจ้าช่่วย...ตุ้ยนุ้ยอายุ 18

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
hayyana วันที่ : 28/04/2014 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ช่างภาพคล้ายๆ Black Eyed Peas เลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เฟื่อง วันที่ : 27/04/2014 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

ไม่มีเอกสารกรอกคนเข้าเมืองก็ดีสิคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wullopp วันที่ : 27/04/2014 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เดินเรื่องน่าอ่านมาก... แถมยังเป็นยูเครนที่น่าจะเข้าไปทำข่าวได้ยากด้วย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 27/04/2014 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

เมือง และ ถนน สวยงามน่าเทียวมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน