*/
  • รุสสกี้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : krailuk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-14
  • จำนวนเรื่อง : 921
  • จำนวนผู้ชม : 1738726
  • จำนวนผู้โหวต : 745
  • ส่ง msg :
  • โหวต 745 คน
แอนิเมชั่น 103 ปี

แอนิเมชั่นเรื่องแรกของรัสเซีย อายุ 103 ปี เพิ่งค้นพบฟิล์มเมื่อไม่นานมานี้

View All
<< พฤษภาคม 2014 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านชื่นชอบอวัยวะส่วนไหนของร่างกายมากที่สุด
ขนจมูก
9 คน
ข้อศอก
9 คน
รูหู
15 คน
ซอกเล็บ
8 คน
ตาตุ่ม
7 คน
ไส้อ่อน
10 คน
ม้าม
4 คน
ฟันน้ำนม
63 คน
ไซนัส
2 คน
ต่อมปิตูอิตารี
26 คน

  โหวต 153 คน
วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม 2557
Posted by รุสสกี้ , ผู้อ่าน : 2172 , 10:39:08 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน wullopp , kikuno และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

โรงแรมของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินชื่อคอนทรัคโตว่า โพลช่าซึ่งเมื่อดูจากแผนผังของรถไฟใต้ดิน ปรากฏว่าเราอยู่ห่างจากสถานีจัตุรัสไมดานแค่ 2 สถานีเท่านั้น ถือว่าใกล้มากเลยทีเดียว ก็เท่ากับว่าที่ผมวางแผนไว้ ก็เป็นไปตามแผน เพราะผมมองว่า เราไม่ควรพักไกลจากไมดาน เพื่อความสะดวกในการทำงาน และควรมีความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง แต่ขณะเดียวกัน ที่พักของเราก็ไม่ควรใกล้กับไมดานเกินไป เพราะช่วงที่ไม่ได้ทำงาน ผมว่าเราควรละสายตาจากซากกระดำกระด่างของไมดานบ้างก็น่าจะดี และก็ไม่แน่ใจว่าความปลอดภัยของการพักใกล้กับไมดานจะเป็นอย่างไร และเราจะทำอย่างไร หากเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นอีกครั้ง

ระบบรถไฟใต้ดิน ของยูเครน หรือที่เรียกกันว่า มิโตร ถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ และเมืองนี้เป็นเมืองแรกของประเทศที่มีรถไฟใต้ดิน แต่หากรวมทั่วทั้งสหภาพโซเวียตแล้ว เคี๊ยฟเป็นเมืองที่ 3 ที่มีรถไฟใต้ดิน ที่นี่มีสถานีหนึ่งที่อยู่ลึกที่สุดในโลกคือ 100 เมตร

ซึ่งคณะเราก็ได้ไปเยือนสถานีแห่งนี้มาด้วยในวันสุดท้านของการทำงานที่นี่

คุณเทพชัยสอดธนบัตร 2 กริฟน่า เพื่อแลกเหรียญสำหรับหยอดเพื่อผ่านไปขึ้นรถไฟใต้ดิน

หารายได้เสริม + กับแสดงฝีมือ

ต้องหยอดเหรียญ ก่อนเข้าสู่สถานี

บรรยากาศการตกแต่งภายใน เอาของหลายๆสถานีมาให้ดู เพราะจำไม่ได้ว่าภาพไหนถ่ายที่สถานีไหน เราผ่านแต่สถานีเก่าๆ ไม่ได้ไปแถวสถานีใหม่ๆ แต่ทุกแห่งก็สะอาดสะอ้านดี ไม่มีขยะ หรือป้ายโฆษณารกรุงรัง

จาก ข้อมูลล่าสุด ปัจจุบัน รถไฟใต้ดินเคี๊ยฟมีทั้งหมด 3 สาย ( สมัยผมมาเรียนที่นี่ มี 2 สาย ) มีสถานีรวม 52 สถานี ความยาวรวมเกือบ 70 กิโลเมตร

ในสมัยโซเวียต ระบบการใช้บริการรถไฟใต้ดินจะเป็นแบบเดียวกันทั่วประเทศคือใช้ระบบเหมาจ่าย เราจ่ายเงินแค่ 5 โกเปก ก็สามารถเดินทางไปได้ทุกสถานี ใกล้ไกลแค่ไหนก็ได้ นานแค่ไหนก็ได้ตราบเท่าที่รถไฟยังไม่ปิดบริการในแต่ละวัน หรือเรายังไม่ขึ้นมาบนพื้นดิน ซึ่งราคาค่าบริการ 5 โกเปกก็เท่ากับค่ารถเมล์ และรถรางทั่วไป ความไฮเทค ความสะดวกสบาย การลงทุนที่มากมายมหาศาลของมัน แทบไม่ได้สื่ออะไรเลยเมื่อพูดถึงเรื่องราคาค่าบริการ เมื่อเทียบกันแล้วก็น่าจะเท่ากับค่ารถเมล์ครีมแดงในกทม.คือ 6.50 บาทในขณะนี้

สำหรับระบบการจ่ายค่าบริการในสมัยนั้นโดยหลักแล้วก็ง่ายๆ ใครมีเหรียญ 5 โกเปก ก็เอาไปหยอดที่ทางเข้า แล้วก็เดินเข้าไป ใครไม่มีเหรียญ ก็มีตู้ให้หยอดแลกเหรียญที่มีให้บริการหลากหลายราคา หรือถ้าใครไม่มีเหรียญที่ใช้แลกได้ ก็ยังมีเจ้าหน้าที่รับแลกเหรียญ ส่วนใครอยากใช้ตั๋วเดือน ซึ่งจะประหยัดลงไปอีก ก็มีแผนกขายแยกต่างหาก ไม่ได้อยู่ตามสถานี

แต่หลังจากแยกประเทศ ระบบการใช้รถไฟใต้ดินก็ถูกทำให้แตกต่างกันไป ผมก็ไม่รู้ว่าระบบที่อื่นเป็นอย่างไร แต่ระบบของยูเครน ยังคงความเรียบง่าย และความประหยัดแบบยุคโซเวียตเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ในรัสเซีย รู้สึกว่าไม่ได้ใช้ระบบเหล่านี้กันแล้ว

อย่างเช่นระบบเหมาจ่าย รถไฟใต้ดินยูเครนก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม โดยค่าบริการของมันก็คือ 2 กริฟน่า ก็คือประมาณ 6 -7 บาท ซึ่งถือว่าถูกมาก แม้เทียบกับบ้านเรา เพราะมันก็ราคาเดียวกับรถเมล์ครีมแดงในกทม.

สำหรับระบบการแลกเหรียญก็ยังคล้ายกัน คือถ้าใครมีธนบัตรใบละ 2 กริฟน่า ก็นำไปแลกในตู้รับแลก เมื่อใส่ธนบัตรเข้าไป เราก็จะได้เหรียญพลาสติกสีฟ้า แบบเหรียญสำหรับเด็กเล่นขายของออกมา จากนั้นก็เอาไปหยอดเพื่้อผ่านประตูเข้าไปยังรถไฟใต้ดิน

ถ้าใครไม่มีธนบัตรใบละ 2 กริฟน่า ก็สามารถเอาเหรียญเอาธนบัตรราคาอื่นไปแลกกับเจ้าหน้าที่ได้

เรื่องนี้ผมก็ไม่พลาดอีกเช่นกัน เพราะได้ไปหาข้อมูลการใช้รถไฟมาเรียบร้อยแล้ว แต่มาพลาดท่านิดหน่อย เพราะตอนมาจากสนามบิน ผมถามอันโตน หนุ่มแท็กซี่ว่าเราสามารถถ่ายวีดีโอในรถไฟใต้ดินได้หรือไม่ หมอก็บอกว่าน่าจะได้ แม้ว่าสถานีรถไฟใต้ดินถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์แห่งหนึ่ง เพราะในยามสงคราม ที่เหล่านี้จะกลายเป็นที่หลบภัยของประชาชน และใช้ประโยชน์อื่นๆในทางการทหารมากมาย

เมื่อมาถึง ผมก็จัดการไปแลกเหรียญ ส่วนเกษมก็จัดการถ่ายวีดีโอทันที ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่รถไฟใต้ดินหญิงคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ก็เดินมาไล่ทันทีเหมือนกัน ผมก็เลยบอกให้เกษมหยุดถ่าย แต่เกษมก็แอบเปิดกล้องและแอบถ่ายในสถานีรถไฟอยู่หลายช็อตเหมือนกัน

ลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งของสถานีรถไฟใต้ดินที่นี่ก็คือมันอยู่ลึกมาก บางแห่งต้องใช้บันไดเลื่อนถึง 2 ชุดมาต่อกัน จึงจะลงไปถึง ไม่เหมือนกับของที่กรุงมิ้นส์ค ในเบลารุสที่บางแห่งไม่ต้องใช้บันไดเลื่อนเลยก็มี เพราะมันอยู่ตื้นมาก

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ คนที่นี่เดินทางกันตลอดเวลา รถไฟใต้ดินจึงมีคนใช้อยู่ค่อนข้างคึกคักทั้งวัน อันนี้เป็นการตั้งข้อสังเกตุของคุณเทพชัย ซึ่งผมก็ยังคิดไม่ตกว่าถ้าบ้านเรามีระบบรถไฟใต้ดินที่มีค่าบริการราคาถูก และบริการครอบคลุมแล้วเราจะหันมาใช้บริการของมันกันอย่างคึกคักหรือไม่ เพราะ 1. บ้านเราร้อน คนไม่ชอบเดิน และ 2 . คนไทยเราชอบรถส่วนตัวมาก ยิ่งมีระบบรถสาธารณะที่มีคุณภาพ คนไปใช่กันเยอะๆ ถนนจะได้ว่าง แล้วฉันจะได้เอารถมาขับให้สบายใจ

หลังรอรถไฟใต้ดินไม่กี่นาที และใช้เวลาเดินทางอีกไม่กี่นาที เราก็มาถึงจัตุรัสไมดานกันแล้วครับ

บอกตามจริงว่า ก่อนเดินทางมาที่นี่ ผมก็คิดว่าเราจะมาทำอะไรกันที่นี่ เพราะการประท้วงนั้นเลิกไปแล้ว สถานที่ที่เสียหายจากการประท้วงคงอยู่ระหว่างการรื้อถอน ปรับปรุง ซ่อมแซม และนั่นก็เป็นเหตุผลให้ผมวางแผนการเดินทางโดยให้ความสำคัญไปที่ไครเมียเป็นหลัก ก่อนจะมาปรับเปลี่ยนเมื่อถูกทางคุณเทพชัยทักท้วง

แต่เมื่อเราขึ้นจากสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งก็ปรากฏว่าทางขึ้นดันมาโผล่ใจกลางจัตุรัส ผมถึงกับเอ่ยปากออกมาว่า " โอ้โห ".........

คุณสุทธิชัยแซวว่าภาพนี้ผมทำตัวกลมกลืนไปกับคนยูเครน อาจจะเป็นเพราะว่าสีเสื้อออกทะมึนๆ ตามสไตล์ของคนที่นี่ ผิดกับของบิ๊กเกษมช่างภาพ รายนี้ขนาดหลงไปไหนใกล้ๆ สามารถมองหาได้โดยง่าย

สงสัยว่าที่นี่จะมีเบียร์แจกด้วยหรือเปล่่า

เพราะสภาพทุกอย่างยังเละเทะแทบจะเหมือนเดิม เหมือนสมัยที่ยังเพิ่งจะเผา เพิ่งจะตีกันหยกๆ เขม่าไฟ ตึกที่ถูกเผา ปราการป้องกันการบุกเข้ามาของเจ้าหน้าที่ที่ทำจากสารพัดสิ่งที่หาได้ และที่สำคัญ ผู้คนที่นี่แม้จะไม่มากนัก แต่ก็ถือว่ามาก เมื่อเทียบกับสภาพทางการเมืองที่สงบลงมาก เพราะอดีตประธานาธิบดีได้หลบหนีไปแล้ว นอกจากนั้น การที่จุดนี้เป็นย่านสำคัญของเมือง ผู้คนจึงพลุกพล่านอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว ผู้คนที่นี่ก็เลยไม่น้อย เมื่อบวกกับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาด้วย

ผมว่าเมื่อเห็นภาพนี้ เราทั้งสามคนถึงกับยิ้มออกมาเลยทีเดียว ตัวผมเองมองว่างานนี้คงมีอะไรรายงานกลับไปทางสถานีที่กรุงเทพฯแน่นอน

หลังจากกระหยิ่มยิ้มย่องกันพอสมควร เราก็เดินสำรวจพื้นที่โดยรอบกันแหละครับ เดินไปนั่นมานี่ เกษมก็ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นภาพประกอบการรายงานข่าว ส่วนผมกับคุณเทพชัย ก็เข้าไปพูดคุยกับประชาชนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นเพื่อหาข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ เดินไปถามใคร ก็ได้รับคำตอบอย่างดีแทบทุกคน ไม่มีใครเดินหนี หรือทำอายม้วนต้วน บางคนเห็นว่าเราเป็นนักข่าว ก็เดินมาขอให้เราถามก็มี โดยบอกว่าอยากถามอะไร ถามเลย คนเดียวที่เราไปถามแล้วเดินหนี กลับเป็นนักข่าวจากโปแลนด์ คงเป็นเพราะพูดอังกฤษไม่ได้นั่นเอง

และที่นี่เอง ที่ทำให้ผมได้ประสบกับสายตาตัวเองเป็นครั้งแรก ภาษายูเครนได้กลับมาแล้ว เพราะหลายคนที่เราไปพูดคุยด้วย ไม่ยอมพูดภาษารัสเซีย เวลาผมถามเป็นภาษารัสเซียออกไป บางคนก็ตอบกลับมาเป็นภาษายูเครนโดยที่ไม่ได้สนใจว่า พวกเราจะเข้าใจอะไรบ้างหรือไม่ แต่ส่วนมากก็ยินดีที่จะพูดและตอบคำถามเราในภาษารัสเซีย

ที่ผมพูดเช่น นี้ก็เพราะเมื่อ 28 ปีก่อน ผมจำได้ว่าไม่เคยเห็นคนตามท้องถนนพูดในภาษายูเครนกันเลย ผมได้ยินคนพูดภาษายูเครนก็เฉพาะในทีวี ซึ่งจัดให้ช่องหนึ่งเป็นช่องของท้องถิ่น ซึ่งจะใช้ภาษาอะไรก็แล้วแต่คนในท้องถิ่น

แต่ที่ผมประหลาดใจก็คือ ผมเพิ่งรู้ว่าภาษายูเครนกับภาษารัสเซียใกล้เคียงกันมาก คือมากกว่าที่ผมเคยรู้สึกมาก่อน เพราะแม้ว่าผมจะไม่รู้ภาษายูเครนเลย แต่พอได้พูดกับคนที่นี่ ก็พอจะเข้าใจบ้าง อย่างในช่วงหนึ่ง ขณะที่เรากำลังยืนรายงานข่าวกันแถวแนวปราการ ก็มีปู่คนหนึ่งเดินมาหา พร้อมกับบอกว่า โดนระเบิดที่เจ้าหน้าที่ปาเข้าใส่จนได้รับบาดเจ็บที่หู และถูกทุบตี ปู่ฝากให้เราไปถามพวกรัสเซียว่ามายิงคนที่นี่ทำไม คุณเทพชัยก็บอกให้ผมถามคำถามปู่อะไรสักอย่าง ซึ่งผมก็จำไม่ได้ แต่ผมก็บอกกับคุณเทพชัยว่า ผมพูดไม่ได้ เพราะปู่พูดภาษายูเครน

มีเรื่องน่าขำสำหรับความเข้าใจของผมเกี่ยวกับภาษายูเครนอยู่เรื่องหนึ่ง

ในรถไฟใต้ดิน เวลาประตูรถจะเปิดจะปิด ก็จะมีเสียงประกาศ เพื่อเตือนผู้โดยสารไม่ให้พิงประตู เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งคำพูดที่ใช้ก็มีอยู่ว่า " ระวัง ประตูจะเปิด " , " ระวังประตูจะปิด " ซึ่งไอ้คำหลังนี่แหละที่ผมเก็บมานั่งคิด

เวลาประตูรถไฟใต้ดินจะปิดนั้น ประตู 2 บานจะไหลเลื่อนมาบรรจบกับตรงกลาง แต่ในภาษายูเครนที่ผมได้ยิน และเมื่อลองแปลงออกมาเป็นคำในภาษารัสเซีย มันฟังดูเหมือนว่าเขาพูดว่า " ประตูมาต่อกัน " ซึ่งก็ตรงกับความหมายที่มองเห็นกันอยู่เลยทีเดียว

ที่จัตุรัสนี่เขาก็มีเวทีหลักเหมือนกัน ตอนที่เราไป ก็บ่ายคล้อยมากแล้ว ก็มีคนไปยืนพูดบนเวที ก็พูดในภาษายูเครนแหละครับ และบนเวทีก็มีฉากเป็นรูปทหารยูเครนหน้าใสๆแบบละอ่อน เราก็เลยสงสัยกันว่าวันนี้เป็นวันสำคัญอะไรของชาวยูเครนหรือไม่ สุดท้ายก็ได้รับคำตอบจาก 2 หนุ่มนักศึกษา ที่มาในชุดพราง เพราะเพิ่งไปเรียนวิชา ร.ด. มา

พวกเขาบอกว่า ภาพที่เห็นนั้นสื่อถึงการที่ประชาชนที่นี่สนับสนุนการจัดตั้งกองกำลังอาสา ที่จะช่วยกองกำลังหลักสู่้รบกับรัสเซีย หาก รัสเซียส่งทหารบุกยูเครน

ส่วนคนอื่นๆ ก็บอกว่า การชุมนุมที่นี่มีทุกวัน และเหตุผลของการชุมนุมก็แตกต่างกันไป บางคนก็มาปกป้องการปฏิวัติ บางคนก็มากดดันรัฐบาลใหม่ให้เดินหน้าปฏิรูป เพราะหลังเข้ารับตำแหน่งมา ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะยังไม่ได้ลงมือทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน และมีท่าทีว่าจะเข้าอีหรอบเดิม

 

อาคารสหภาพแรงงาน น่าจะเป็นอาคารเดียวที่เสียหายหนักที่สุด ถูกเผาซะวอดไปทั้งหลัง

อันนี้น่าจะดำอยู่ก่อนแล้ว บวกกับเขม่าควันไฟที่ลอยมา ไม่น่าจะโดนเผา

หลวงพ่อมาตั้งวัดชั่วคราวที่นี่ น่าจะให้บริการด้านการปลอบโยนผู้สูญเสียและประชาชนทั่วไป

สัมภาษณ์ 2 หน่ม ร.ด. ผมทำหน้าที่ล่าม แต่ไปๆมาๆ หนึ่งในนั้นพูดอังกฤษได้ ผมก็เลยไม่ต้องเหนื่อย

หลังจากเก็บข้อมูลได้มากพอสมควร หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจต่อสิ่งที่เราได้เห็น ได้ยินได้ฟังมาพอสมควร คุณเทพชัย ก็บอกกับให้ผมออกไปยืนรายงานคู่กับแก ผมก็ตอบรับแกไปอย่างนั้นเอง ทั้งๆที่ในใจคิดว่า ถ้าเอาผมไปอยู่ในทีวี แล้วมันจะออกมาอีท่าไหนกันละเนี่ย เพราะไม่เคยคิดอยากจะออกทีวีอะไรกับเขาเลย แถมนี่เป็นการรายงานข่าวเสียด้วย และเป็นการทำคู่กับคุณเทพชัย ที่สำหรับผมแล้วเป็นคนที่เนี๊ยบในการทำงานมาก

ก่อนมาที่นี่ คนที่ทำงานก็พูดกันขำๆเรื่องจะให้ผมรายงานข่าวกลับมา ผมก็เออออไปแบบขำๆแหละครับ ก็ไม่นึกว่าจะเอาจริง

แต่พอมาย้อนกลับไปตรึกตรองดู ทางเนชั่นในช่วงนั้นก็นำเอาพนักงานระดับ บก. ระดับ หัวหน้าข่าว ที่แต่ก่อนไม่อยากออกหน้าจอ มาออกหน้าจอกันทุกวัน วันละหลายๆคน ดังนั้น มันจึงเป็นความผิดของเราเองที่ไม่มีการเตรียมตัวเตรียมใจ

แต่ผมก็อาศัยความนิ่งเป็นหลัก ความกล้าอีกนิดหน่อย กับความรู้ความเข้าใจที่พอจะมีอยู่เดิม และโชคอีกเล็กน้อย ก็ผ่านช่วงนั้นมาได้อย่างทุลักทุเลแหละครับ โชคที่ว่านั้นก็คือ ตอนที่เรายืนรายงานข่าวกันอยู่ใจกลางจัตุรัส ไม่มีใครมามุงดูเราเลย ผมก็เลยผ่านช่วงเวลาสำคัญของชีวิตมาได้ ถ้ามีคนมายืนดู สมาธิอาจจะพังไปแล้วก็ได้ ยิ่้งเป็นคนขี้่อายอยู่ด้วย

จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังไม่กล้าดูผมงานของตัวเองในวันนั้นอย่างเป็นจริงเป็นจังเลยครับ ไม่กล้าดู .....บอกตรงๆ 55555

ภาพล้อเลียนปูติน คำว่าปูตินนั้น คล้ายกับคำว่า " เส้นทาง " ก็เลยเอาคำอวยพรตอนที่คนจะเดินทาง ที่บอกว่า " ขอให้เดินทางอย่างมีความสุข " มาล้อ คล้ายกับจะบอกว่า " ไปดีเถิดนะ ปูติน " เมื่อบวกกับภาพปูตินเหมือนเป็นคนบ้า ผมว่ามันก็ขำดี

ถ่ายกับลุงนักรบคอสแส็ค หมวกขนแกะกับมีดสั้น ตัวจริงเท่มากขอบอก

ของที่ระลึกที่แรงที่สุด พรมเช็ดเท้า มีรูปใบหน้าอดีตประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโกวิช ส่วนข้อความบนนั้น ถ้าถอดออกมาแบบแสบๆอย่างในภาษาไทยก็คือ " เช็ดตีน "

กำไลข้อมือ อันนี้ผมซื้อมาฝาก " น้าคิม " บก.ข่าวการเมืองที่แกฝากซื้อ

แต่เพื่อนพ้องน้องพี่ ก็ไม่มีใครด่าผมสักคน มีแต่คนให้กำลังใจ บางคนเล่าให้ฟังในภายหลังว่า รอลุ้นกันสนั่นหวั่นไหวตอนที่ออกอากาศ บางคนก็บอกว่าแปลกดี เป็นธรรมชาติดี อย่างฮา สนุก บางคนบอกว่า ในทีวี ผมหน้าตาดีกว่าตัวจริง พวกลูกน้อง พวกผู้บริหาร ก็ให้กำลังใจกันพวกเราในหลายๆทาง ซึ่งผมก็รู้สึกประหลาดใจ และก็ขอขอบคุณทุกคนไว้ ณ ที่นี่ด้วย

แต่ก็นี่แหละครับ ธรรมเนียมของเราชาวเนชั่นทีวี ไปทำข่าวสำคัญที่ไหน ก็เหมือนจะพากันไปทั้งสถานี

รายงานข่าววันนั้น ก็มีทั้งการพูดถึงสภาพการณ์ทั่วไปทีเราเห็น พาชมที่พักของพวกการ์ด พาชิมอาหารชาวม็อบ สัมภาษณ์คนที่มาร่วมชุมนุม พาชมสินค้าที่ระลึก ช่วงที่มองว่าผมรายงานข่าวเป็นธรรมชาติมากที่สุดก็เห็นจะเป็นการพาชิมอาหารชาวม็อบที่ก็มีแจกฟรีเหมือนบ้านเรา ที่มันเป็นธรรมชาติก็เพราะผมโดนซุปลวกปาก ซุปที่นี่จะมาแบบร้อนมาก น้ำชาก็เช่นกัน ก็คงเป็นเพราะอากาศที่หนาวมาก มันจะได้อยู่ได้นานๆ เพราะหากมาเป็นแบบปกติ เวลาผ่านไปไม่นานก็จะเย็นชืดเสียหมดแล้ว กาต้มน้ำไฟฟ้าที่ขายที่นี่ ผมว่าต้องตั้งอุณหภูมิไว้สูงมาก อย่างในศูนย์การแถลงข่าว ที่เราก็เข้าไปดูบรรยากาศ แต่ฟังไม่รู้เรื่องเพราะมีแต่ภาษายูเครน ก็มีน้ำชากาแฟเลี้ยง แต่ปรากฏว่าน้ำร้อนมาก ถือไว้ตั้งนานก็ไม่ยอมเย็นสักที

เราก็เดินถ่ายนั่นถ่ายนี่กันจนหมดแสงแดดแหละครับ โดยส่วนสุดท้ายที่เราถ่ายในวันนั้น ก็เป็นส่วนของที่ระลึกที่มีวางขายในเขตรอบ นอกไมดาน เรียกว่าทำงานกันจนหยดสุดท้าย ก็จึงได้เดินทางกลับที่พัก เพื่อตัดต่องาน และส่งรายงานกลับไปทางกรุงเทพ ซึ่งเป็นอีกหน้าที่หนึ่งของเกษม เพราะผมนั้นทำไม่เป็น

แต่ที่นี่เรามีปัญหากันเล็กน้อย เพราะดูเหมือนว่าห้องของเราอยู่ในจุดอับ สัญญาณไวไฟเล็ดรอดมาไม่ถึง ผิดกับห้องคุณเทพชัย ซึ่งอยู่ติดกันแต่สัญญาณเป็นปกติ ผมกับเกษมก็เลยต้องคอยตรวจหาสัญญาณกันยกใหญ่ ปรากฏว่าในห้องเรามีจุดที่รับสัญญาณได้ 3 จุด คือ 1 ที่ปลายเตียงนอนของผม แต่งานนี้เราต้องยืนเท่านั้น ถ้านั่งจะไม่มีสัญญาณ 2. ที่หน้าประตู แต่มีข้อแม้ว่าต้่องเปิดประตูเอาไว้ ถ้าปิดสัญญาณจะไม่เข้ามาในห้อง และ 3 ในห้องน้ำ

ปรากฏว่ารายงานข่าวของเราในช่วง 2 - 3 วันแรก เกษมส่งมาจากในห้องน้ำครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wullopp วันที่ : 06/09/2015 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

อ่านสนุกมาก.... ครับอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hayyana วันที่ : 18/05/2014 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

คราวหน้าอย่าลืมทำทรงผมพังค์ไว้เข้ากล้องเลยครับ
จะได้เป็นที่ฮือฮาในวงการ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
4BANK วันที่ : 18/05/2014 เวลา : 14.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

รออ่านตอน 4 ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน