*/
  • รุสสกี้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : krailuk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-14
  • จำนวนเรื่อง : 921
  • จำนวนผู้ชม : 1745767
  • จำนวนผู้โหวต : 745
  • ส่ง msg :
  • โหวต 745 คน
แอนิเมชั่น 103 ปี

แอนิเมชั่นเรื่องแรกของรัสเซีย อายุ 103 ปี เพิ่งค้นพบฟิล์มเมื่อไม่นานมานี้

View All
<< เมษายน 2015 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านชื่นชอบอวัยวะส่วนไหนของร่างกายมากที่สุด
ขนจมูก
9 คน
ข้อศอก
9 คน
รูหู
15 คน
ซอกเล็บ
8 คน
ตาตุ่ม
7 คน
ไส้อ่อน
10 คน
ม้าม
4 คน
ฟันน้ำนม
63 คน
ไซนัส
2 คน
ต่อมปิตูอิตารี
26 คน

  โหวต 153 คน
วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2558
Posted by รุสสกี้ , ผู้อ่าน : 2718 , 10:23:13 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ni_gul , wullopp และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

แม้จะมีสนธิสัญญาไม่รุกรานซึ่งกันและกัน แต่ฮิตเลอร์ก็จับตาดูความเคลื่อนไหวของโซเวียตอยู่ตลอด ถ้าเผลอเมื่อไหร่ เขาจะได้จัดการกับมิตรประเทศแห่งนี้เสีย เพราะโซเวียตคือแหล่งทุนทรัพย์อย่างดีของพวกเขา ไม่ว่าอยากได้อะไร โซเวียตมีให้หมด เหล็ก น้ำมัน ถ่านหิน แหล่งแร่ธาตุ และแรงงาน


และสตาลินเองก็เผยจุดอ่อนให้ฮิตเลอร์เห็นหลายต่อหลายครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือการกำจัดนายทหารใหญ่ในกองทัพแดงของเขาเอง โดยเหตุการณ์นี้เรียกกันว่า Great Purge

จาก 5 จอมพลของโซเวียต เหลือรอดจาก Great Purge แค่ 2 คน คือคนที่ 2 และ 3 นับจากด้านซ้าย

Great Purge เป็นเรื่องที่เมื่อสตาลินขึ้นมาเรืองอำนาจ ก็กลัวว่าคนรอบข้างอาจจะมาโค่นอำนาจของเขา การหลงละเมอเรื่องความยิ่งใหญ่แบบซาดิสท์ และการแก้เผ็ดจากเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่ย้อนไปในยุคสงครามกลางเมืองรัสเซีย และสงครามรัสเซีย – โปแลนด์ เขาจึงไล่ปราบปรามคนที่คิดว่าเป็นศัตรู และอาจจะเป็นศัตรูในหมู่สมาชิกพรรค รัฐบาล และกองทัพ ที่เขาฆ่าทิ้งก็มาก ที่ต้องติดคุกก็เยอะ ช่วงที่ระห่ำที่สุดก็คือช่วงปี 1937 – 1938 ในช่วงนั้น มีผู้ถูกจับกุมทางการเมืองมากกว่า 1,500,000 คน และในจำนวนนั้นกว่า 680,000 คนถูกประหาร ( เท่ากับ 1,000 รายต่อวัน ) บ้างก็ว่าตัวเลขจริงน่าจะมากกว่านี้ 2 เท่าครึ่ง

รวมแล้ว นายทหาร 36,671 นายถูกประหารชีวิต จำคุก หรือไม่ก็ถูกปลด และจากนายทหาร 706 นายที่มีตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลน้อยหรือสูงกว่า มีแค่ 303 นายเท่านั้นที่ไม่ถูกแตะต้อง หลายๆกรณีที่นำมากล่าวหานายทหารที่ถูกจับ ตามปกติก็มักเป็นเรื่องที่คิดขึ้นมาแบบวิปลาสวิปริต อย่าง พันเอก เค.เค. รากัสซอฟสกี้ ที่ต่อมาเป็นผู้บัญชาการคนสำคัญในการรบที่สตาลินกราด ถูกกล่าวหาโดยอาศัยหลักฐานจากชายคนหนึ่งซึ่งตายไปตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน

ผู้เคราะห์ร้ายคนสำคัญที่สุดคือจอมพล มิคาอิล ตูคาโชฟสกี้ ผู้สนับสนุนเรื่องสงครามเคลื่อนที่คนสำคัญ การจับกุมและประหารชีวิตเขา ยังเป็นการทำลายอย่างจงใจต่อแนวคิดเรื่องการปฏิบัติการณ์ของกองทัพแดง ซึ่งได้รุกล้ำเข้ามาในยุทธศาสตร์การรบอยู่กับที่ของสตาลิน อดีตนายทหารยุคพระเจ้าซาร์ภายใต้การนำของตูคาโชฟสกี้ ได้พัฒนาทฤษฏีที่ซับซ้อนของ”ศิลปะการปฏิบัติการณ์” ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างขนาดอำนาจการยิงและการเคลื่อนที่ แต่พอถึงปี 1941 สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผิดเข้าขั้นกบฏ จึงสามารถอธิบายได้ว่าทำไมจึงมีนายพลกองทัพแดงแค่ไม่กี่คนที่กล้านำรถถังของพวกเขามาประจันหน้ากับการข่มขู่ของเยอรมันได้อย่างประสิทธิภาพ แม้ว่านายทหารที่โดนกวาดล้างส่วนมากจะได้กลับมารับตำแหน่งเดิม แต่ผลกระทบทางจิตวิทยานั้นอยู่ในขั้นวิบัติ

2 ปีครึ่งหลังการกวาดล้างเริ่มขึ้น หรือ 3 เดือนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่ม กองทัพแดงแสดงให้เห็นความวิบัติอย่างน่าดูชมในสง ครามฤดูหนาวกับฟินแลนด์ ปี 1939 - 1940 จอมพล วาราชิลอฟ เพื่อนเก่าแก่ของ สตาลินจากกองทัพทหารม้าที่ 1 ได้แสดงให้เห็นถึงการขาดจินตนาการอย่างน่าตกใจ พวกฟินแลนด์รบได้ดีกว่าศัตรูครั้งแล้วครั้งเล่า ทหารราบโซเวียตต้องดิ้นรนหนักที่จะรุกเข้าไปในทุ่งหิมะ กองทัพแดงเริ่มที่จะมีชัย ก็ต่อเมื่อเพิ่มกำลังทหารมากกว่าศัตรูถึง 5 เท่า และด้วยปืนใหญ่จำนวนมากเท่านั้น งานนี้ฟินแลนด์เสียทหารไปราว 25,000 นาย แต่โซเวียตเสียไปถึง 120,000 นาย ทั้งๆที่ถ้าเป็นมวย ก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นมวยคนละรุ่น ผลของเรื่องนี้ทำให้องค์การสันนิบาตชาติ ซึ่งมีบทบาทเทียบเท่ากับ สหประชาชาติในปัจจุบัน มีมติขับโซเวียตออกจากการเป็นสมาชิก และฮิตเลอร์ก็จึงติดตามผลงานที่น่าเสียใจนี้ด้วยความตื่นเต้น และฝันหวาน

แต่ฝ่ายข่าวกรองญี่ปุ่นมีทัศนะที่ต่างออกไป และพวกเขาเป็นฝ่ายข่าวกรองต่างชาติเพียงเจ้าเดียวที่ไม่ประเมินกองทัพแดงในช่วงนั้นต่ำเกินไป เพราะพวกเขาเคยรบกับทหารโซเวียตมาแล้ว

แต่สำหรับฮิตเลอร์ ผลของการจับเอาบรรดานายพลคนดัง นายทหารระดับสูงไปประหารชีวิต และขังคุกมากมายจนเกือบเหี้ยน ทำให้ฮิตเลอร์ถึงกับมองด้วยความกระหยิ่ม เพราะอย่างนี้โซเวียตจะเอาอะไรมาสู้กับทหารเยอรมัน

นอกจากนั้น พวกเขายังโฆษณาชวนเชื่อว่าทหารโซเวียตเป็นพวกจอมโหด พวกเขาอาจจะมารุกรานเยอรมัน จึงมีเหตุผลที่จะต้องโต้ตอบ

ในปี 1940 มีความชัดเจนว่าเยอรมนีจะบุกโซเวียตแน่ เพราะช่วงนั้นเยอรมนีมีปัญหาเรื่องวัตถุดิบมาก และยังมีปัญหาเรื่องดินแดนในประเทศแถบทะเลบอลติก ขณะเดียวกัน ชัยชนะของเยอรมัน ในสงครามฝั่งตะวันตก ก็ทำให้ได้เพลามือจากสงคราม พวกเขาจึงมีศักยภาพในการทำสงครามในฝั่งตะวันออก ทำให้ดูเหมือนจะได้บทสรุปเดียวนั่นก็คือเยอรมนีบุกโซเวียตแน่นอน

ฮิตเลอร์บอกว่า การบุกโซเวียตจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้ เช่นเมื่อเยอรมนีรบชนะโซเวียต ปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคอุตสาหกรรม ก็จะหมดไป เพราะจะมีการปลดทหารจำนวนมาก แรงงานบังคับจากโซเวียต ก็จะถูกนำมาใช้มากมาย เรื่องอดอยากขาดแคลนอาหารก็จะหมดไป เพราะยูเครนเป็นแหล่งเกษตรกรรมชั้นดี เมื่อไม่มีโซเวียต ประเทศอริเดียวของเยอรมนีก็จะเหลือแค่อังกฤษ และเยอรมนี จะมีน้ำมันมากมาย หากพิชิตโซเวียตได้

ปลายปี 1940 ฮิตเลอร์ก็ได้รับแผนการบุกโซเวียต ซึ่งร่างมาตั้งแต่กลางปี แผนนี้มีชื่อว่าปฏิบัติการณ์ออตโต ฮิตเลอร์โอเคกับแผนนี้ และสั่งให้ลงมือได้เดือนมิถุนายน 1941 และให้ชื่อเสียใหม่ว่าปฏิบัติการณ์บาร์บารอสซ่า ตามชื่อของจักรพรรดิโรมันในศตวรษที่ 12 งานนี้ฮิตเลอร์บอกให้ Wehrmacht หรือกองทัพ ต้องบดขยี้โซเวียตให้แหลกลาญในเวลาอันรวดเร็ว พวกเขามองว่า ถ้าสามารถทำลายกองทัพโซเวียตในทางตะวันออกได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาจะชนะแน่ๆ

ในช่วงนั้น แม้ทหารหลายนายจะหวั่นเกรงโซเวียตอยู่ลึกๆ แต่หลายคนก็ฮึกเหิมกันมากจากชัยชนะที่ง่ายดายต่อมหาอำนาจคู่แค้นอย่างฝรั่งเศส บวกกับการโฆษณาชวนเชื่อที่ว่าทหารโซเวียต เป็นทหารเอเชียยุคโบราณกระจอกๆ ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ทหารโซเวียตนั้นเป็นพวกที่กล้าหาญ และเหนียวแน่นมาก พวกเยอรมนีก็ไม่มองถึงศักยภาพในทางเศรษฐกิจสำหรับการทำสงครามยืดเยื้อ นักรบเยอรมนีจึงเชื่อว่าการรบครั้งนี้จะใช้เวลา 6-8 สัปดาห์ก็น่าจะเรียบร้อย

ในปี 1940 สตาลินก็บอกกับนายทหารของเขาเรื่องทื่ฮิตเลอร์พูดไว้ในหนังสืออัตตชีวประวัติของตัวเอง และบอกให้ทหารพร้อมรับมือกับการโจมตี เขาบอกว่าฮิตเลอร์มองว่ายังต้องรออีก 4 ปี กว่าที่กองทัพแดงจะพร้อมรับมือกับเยอรมัน โซเวียตจึงจะต้องพร้อมให้ได้ก่อนหน้านั้น สตาลิน บอกว่าเขาจะพยายามเลื่อนสงครามออกไปให้ได้ 2 ปี เพื่อให้กองทัพพร้อมสู้ศึกใหญ่

ในช่วงนั้น ใช่ว่าในเยอรมันจะเห็นดีเห็นงามกับการบุกโซเวียตไปเสียทั้งหมด นายทหารระดับสูงหลายนายออกมาพูดถึงอันตรายของเรื่องนี้ แต่ใครหรือจะต้านทานความคิดของฮิตเลอร์ได้

ฮิตเลอร์กับเกอริง

เดือนมีนาคม 1941 แผนเศรษฐกิจที่จะใช้สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ของโซเวียตที่เยอรมนีหวังว่าจะยึดได้โดยง่าย หรือที่เรียกว่า Green Folden ของแฮร์มาน เกอริ่ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ก็เปิดตัวออกมา ภายใต้แผนนี้ ก็นับว่าโหดไม่น้อย เพราะชาวเมืองใหญ่ของโซเวียตที่เยอรมันยึดได้ จะถูกปล่อยให้อดตาย เพื่อว่าผลผลิตทางการเกษตรที่ผลิตได้ จะได้มีเหลือเป็นจำนวนมากเพื่อเอาไว้ให้ทหารเยอรมัน นอกจากนั้น ชาวเยอรมันชั้นสูง จะได้ย้ายเข้าไปปักหลักในดินแดนแถบนี้ พูดง่ายๆก็คือการทำลายโซเวียต และคนรัสเซียให้สิ้นซาก จนกลายเป็นคนชั้นต่ำ

ภายใต้แผน บาร์บารอสซ่า เยอรมันจะโจมตีภาคตะวันตกของโซเวียตตลอดแนวเหนือจรดใต้ ทำให้ต้องใช้กำลังมากมายมหาศาล เมื่อฮิตเลอร์ต้องการทั้งมอสโก ซึ่งเป็นเมืองหลวง และเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของโซเวียต ซึ่งอยู่ในช่วงตอนกลางของแนวรุก ขณะเดียวกัน เขาก็ยังอยากได้เลนินกราด เมืองใหญ่อันดับ 2 ซึ่งอยู่ทางเหนือของแนวรุก และแหล่งน้ำมัน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ที่อยู่เลยยูเครนออกไป ในเขตทางใต้ของแนวรุกออกไป งานนี้ฮิตเลอร์ให้ความสำคัญกับเลนินกราดลำดับแรก ตามมาด้วยยูเครน และมอสโกอยู่ในอันดับ 3 ซึ่งเรื่องนี้จะมีส่วนสำคัญในการจัดสรรกำลังพล และเรื่องนี้เขาก็ขัดแย้งกับนายทหารของเขาหลายคน ที่เชื่อว่าชัยชนะเด็ดขาดน่าจะอยู่ที่มอสโก แต่ฮิตเลอร์บอกว่ามอสโกไม่ได้มีความสำคัญอะ ไรมากนักกับพ่ายแพ้ของมอสโก เขาเชื่อว่า แค่การทำลายกองทัพแดงทางตะวันตกของเมืองหลวง ก็จะนำชัยชนะเด็ดขาดมาให้กับเขา และเชื่อว่า สงครามในยุโรปจะยุติ เมื่อเขาถล่มโซเวียตได้สำเร็จ เพราะเมื่อนั้น อังกฤษ ที่เป็นประเทศเดียวที่ยังรบกับเยอรมันอยู่ จะหมดหวังที่จะเป็นผู้ชนะ และจะต้องมาเป็นมิตรกับเยอรมัน

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ni_gul วันที่ : 07/04/2015 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ประเทศไหนๆ ก็สู้จีนไม่ได้ .. รุกมาตั้งแต่ยุคเส้นทางสายไหมแล้ว

ความคิดเห็นที่ 3 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 06/04/2015 เวลา : 23.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ฮิตเลอร์ คงจะพลาดใหญ่
2 เรื่อง คือ
(1). บุกรัสเซีย...
(2). บุกเบลเยียม
.
ข้อแรก ทำให้ แพ้แบบลืมไม่ลง
.
ข้อสอง ทำให้ อังกฤษ เข้าสู่สงคราม
พออังกฤษเข้า... อเมริกา ก็ช่วยอังกฤษ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
nongkoy วันที่ : 05/04/2015 เวลา : 12.22 น.
http://www.chaichana.net/
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)

สมัยนี้มีแต่สงครามเศรษฐกิจ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/04/2015 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

สมัยนี้ไม่รู้จะมีคนอยากทำอีกไหม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน