• สาลี่หิมะ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : xueli.ong@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-13
  • จำนวนเรื่อง : 47
  • จำนวนผู้ชม : 143997
  • ส่ง msg :
  • โหวต 76 คน
สบายใจ
สวัสดีความสุข เริงระบายคลายเครียด เรียงร้อยถ้อยคำวันสุขสันต์ มาแบ่งปันกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sabaijai
วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม 2552
Posted by สาลี่หิมะ , ผู้อ่าน : 2307 , 12:00:00 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สายของวันสดใส ฟ้าเปิด ลมเย็น ๆ โบกมาทักทายตลอดเวลา เช้าวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2547 เป็นเช่นเช้าวันอื่น ๆ ของปลายเดือนธันวาคม เวลาแห่งการเฉลิมฉลอง และเวลาของความหวังใหม่สำหรับใคร ๆ หลายคน

 

ตามตารางนัดที่บันทึกไว้ระบุว่าตื่น 6 โมงเช้า  ส่งน้ากลับเชียงใหม่   9 โมงเช้าพบกับคุณ Karin จากสวีเดินมาทำฟัน พร้อม ๆ กับนัดชาวเยอรมันมารับการผ่าตัดแก้ปัญหาหนังตาตกในเวลา 11 โมง   และจะต้องลาสามีภรรยาจากนอร์เวย์ที่มาตรวจติดตามผลการผ่าตัดภายหลังการดึงหน้า   อีกหนึ่งบันทึกที่ไม่ได้เป็นการนัดหมายคือ คุณ Edward ผู้ป่วยล้างไตมีกำหนดบินกลับออสเตรเลียตอนเที่ยงวัน

 

หลังจากตื่นนอนมาส่งน้ากลับเชียงใหม่ น่าจะเรียกว่าตื่นมาสวัสดีน้ามากกว่า เพราะมีลูกพี่ลูกน้องมารับหน้าที่สารถีขับรถไปส่งที่สนามบิน เวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดเป็นเวลาส่วนตัวที่มีค่ามหาศาล จึงได้ใช้เวลานั้นนั่งพิงหัวเตียงถักโคร์เชต์ ในช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นได้คิดไปถึงชีวิตตอนเรียนอยู่ที่เชียงใหม่ คิดถึงเพื่อน ๆ และบรรยากาศที่นั่นยามใกล้วันปีใหม่   

 

เสียงเพลงชาติจากโทรทัศน์ตอน 8 โมงเช้าบอกให้รู้ว่าต้องหยุดงานถักโครเชต์เพื่อเตรียมตัวไปทำงาน จู่ ๆ ก็รู้สึกใจสั่น มือสั่น จึงลุกยืนด้วยความอึดอัดคล้ายจะเป็นลม และคิดไปว่าตัวเองคงทำงานหนัก นอนดึกตื่นเช้า  ชั่วขณะนั้นเองก็ได้สติเพราะพบว่าตู้  เตียงในห้องนอนสั่นไปด้วย  แผ่นดินไหวนั่นเอง  แล้วก็รู้สึกแปลกใจว่าแผ่นดินไหวที่เคยเจอมาหลายครั้งหลายคราที่เชียงใหม่นั้นไม่รุนแรงขนาดนี้  คิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งลงบนไดไปชวนแม่ให้วิ่งออกไปนอกบ้าน เพราะหน้าบ้านเป็นลานโล่งไม่มีเสาไฟฟ้า  แล้วอาคารแถวนั้นไม่ได้สูงเกิน 2 ชั้น   เชื่อว่าจะปลอดภัยกว่าถ้าอยู่ตรงลานโล่ง ๆ หน้าบ้าน  แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามแผนเพราะแม่ไม่รู้สึกอะไรเลย   ดิฉันเชื่อความรู้สึกของตัวเองที่สัมผัสได้จึงได้ย้ำกับแม่ว่าแผ่นดินไหวขนาดนี้น่ากลัวนะ แผ่นดินไหวแรงและนานหลายวินาที  ดิฉันเริ่มตั้งข้อสังเกตว่าว่าจะเกิดความเสียหายอะไร ที่ไหนบ้าง

 

แผ่นดินไหวคราวนี้แรงและนานกว่าคราวไหน ๆ เคยเจอที่เชียงใหม่ก็แค่วูบเดียว  ดิฉันนึกถึงคลื่นสึนามิ จึงพยายามย้ำกับแม่หลายๆ ครั้งว่าน่ากลัว รู้สึกว่ามันน่าจะมีอะไรร้ายแรงกว่านั้น ดิฉันเคยเป็นผู้ประกาศข่าวและนักจัดรายการวิทยุ ประจำสถานีวิทยุกรมอุตุนิยมวิทยา จังหวัดภูเก็ต มา 7 ปี เคยได้ประกาศข่าวเตือนเรื่องคลื่นสึนามิ และได้เคยอ่านบทความเรื่องสึนามิออกอากาศในรายการอุตุนิยมวิทยาที่น่ารู้มาหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยคิดว่า “สึนามิ” จะเกิดขึ้นจริง

 

วันนั้น เมื่อมาถึงที่ทำงาน (โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต) หลายคนพูดถึงแผ่นดินไหว แต่ไม่มีใครพูดถึงความเสียหายหรือคิดไปถึงสึนามิ ดิฉันทำงานไปตามที่ได้บันทึกไว้  ส่งสามี ภรรยาชาวนอร์เวย์ขึ้นรถแท็กซี่ แล้วมาพบว่าชาวเยอรมันที่ต้องการผ่าตัดแก้ปัญหาหนังตาตกนั้นเป็นเบาหวาน   ต้องทานอาหารและฉีดอินซูลินให้ตัวเองตามเวลา  จึงต้องเลื่อนการผ่าตัดของเธอเป็นหลังเที่ยงเพื่อจะได้ตรวจและยืนยันว่าอาการเบาหวานนั้นควบคุมได้ ในขณะที่สามีของเธอได้ขี่มอเตอร์ไซต์กลับโรงแรมซาบาน่า หาดไนหาน

 

เมื่อดิฉันกลับไปที่แผนกทันตกรรมก็พบว่าเจ้าหน้าที่มีสีหน้าเคร่งเครียด คุณ Karin ออกมายืนที่เคาเตอร์พยายามกดโทรศัพท์มือถือของเธอ เธอน้ำตาซึมบอกดิฉันว่าสามีเธออยู่ที่ไนหานกับครอบครัวของเพื่อนแล้วก็มีน้ำทะเลทะลักเข้ามากวาดรถยนต์ลงทะเล สามีเธอวิ่งหนีพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ทางโทรศัพท์และสายก็ตัดไป เธอไม่สามารถติดต่อสามีได้อีก  สิ่งที่พูดกับแม่ตอนเช้าเริ่มจะมีปรากฏให้เห็น  อย่างไรก็ตามกลไกในการป้องกันความรู้สึกและอารมณ์กลับบอกว่า เพ้อเจ้อ รู้มากคิดมากมันไม่จริงหรอก ดิฉันปฏิเสธกับคุณ Karin ว่าไม่มีทางเกิดเหตการณ์แบบนี้ในจังหวัดภูเก็ต ไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างที่คุณคิด คุณใจเย็นๆ นั่งรอที่แผนกทันตกรรมนี้ก่อน ดิฉันยกโทรศัพท์มือถือของดิฉันให้คุณ Karin  ไว้ใช้ติดต่อกับสามี  ในที่สุดก็พบว่าโทรศัพท์มือถือใช้ไม่ได้เลย

 

เมื่อหันกลับไปสอบถามเจ้าหน้าที่แผนกทันตกรรมที่มีบ้านอยู่ไนหาน  น้องแมวก็ยืนยันด้วยตาแดงๆ ว่าน้ำท่วมจริง แต่ตอนที่ทราบเรื่องนั้นที่บ้านไม่โดนอะไร ตอนนี้ไม่ทราบและรู้สึกเป็นห่วงมาก น้องอีกคนหนึ่งก็บอกว่าร้านค้าของสามีที่ป่าตองโดนน้ำพาไปหมดแล้ว 

 

ในที่สุด คุณ Karin ก็บอกให้ดิฉันจัดแท็กซี่ให้  เธอต้องการไปหาสามี ดิฉันพยายามยื้อเท่าไหร่ก็ไม่สามารถรั้งเธอไว้ได้ จึงต้องปล่อยไป และบอกกับแท็กซี่ว่ามีอะไรให้ช่วยโทร.บอกดิฉันเป็นระยะและให้นำเธอกลับมาหาดิฉัน   อย่าทิ้งเธอไว้  ดิฉันบอกไปเช่นนั้นทั้ง ๆ ที่รู้ว่าโทรศัพท์มือถือใช้ไม่ได้ทั้งเกาะภูเก็ต

 

ประมาณ 10.30 น. คุณ Karin ต้องกลับมาที่โรงพยาบาล  เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเดินทางเข้าไปบริเวณหาดต่าง ๆ อาการขวัญเสียของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน  คุณ Karin ไม่ร้องไห้ฟูมฟาย เธอเงียบไป บางครั้งเธอก็เดินตามดิฉัน บางครั้งเธอก็เดินกลับไปนั่งรอที่ห้องทำงานของดิฉัน  ผู้ได้รับบาดเจ็บเริ่มทยอยเข้ามาที่โรงพยาบาลแต่ยังไม่มาก หลายคนมาด้วยชุดว่ายน้ำ  น้องแมว แผนกทันตกรรมคิดได้ว่าควรไปขอชุดคนไข้มาให้คนกลุ่มนี้ 

 

ช่วงที่ผู้ได้รับบาดเจ็บยังไม่มาก ดิฉันก็เริ่มโทรศัพท์ตามหาผู้ป่วยที่ตัวเองเป็นผู้ดูแล ซึ่งกระจายพักอยู่ตามโรงแรมต่าง ๆ  สิ่งที่พบคือความเครียด บางโรงแรมบอกว่าระบบคอมพิวเตอร์โดนน้ำใช้การไม่ได้ บางโรงแรมไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้เลย บางโรงแรมให้เจ้าหน้าที่และแขกออกจากพื้นที่เสี่ยง   เหลือไว้แต่โอเปอร์เรเตอร์ที่ให้ข้อมูลอะไรไม่ได้ ดิฉันกลับต้องเป็นผู้ให้กำลังใจคนที่ต้องนั่งทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ทุกคนสับสนอลหม่าน สำหรับผู้ป่วยคนที่มีโทรศัพท์มือถือ ดิฉันก็ติดต่อเขาไม่ได้เลย 

 

แล้วในที่สุดโทรศัพท์มือถือของดิฉันก็สามารถติดต่อไปยังหมายเลขมือถือสวีเดนของสามีคุณ Karin ได้ในเวลาประมาณ 15.30 น.   าและเพื่อนๆ ปลอดภัย ข่าวนี้ทำให้ดิฉันและ คุณ Karin เกิดอาการหิวพร้อม ๆ กัน เราไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน  ดิฉันเริ่มค้นหามุมพักผ่อนของแผนกเจอขนมเค้กเมืองตรังที่มีคุณหมอท่านหนึ่งซื้อมาฝาก   มันเหลืออยู่ประมาณหนึ่งในสี่ของก้อนและอยู่ในสภาพดี มันจึงเป็นอาหารมื้อพิเศษของคุณ Karin และดิฉัน หลังจากนั้นเธอเริ่มบ่นอยากกลับโรงแรม แต่ไม่มีแท็กซี่คันไหนยอมไปส่งเธอ ในที่สุดโรงแรมที่เธอพักได้จัดรถมารับเธอกลับไป แต่กว่ารถจะมาถึงฟ้าก็มืดแล้ว และผู้ได้รับบาดเจ็บก็เริ่มล้นโรงพยาบาล ดิฉันทำทุกอย่างตามคำสั่ง  วิ่งถือใบยาไปเบิกยา เข็นรถผู้ป่วย ยกข้าวของ  ขนที่นอนปิกนิกมาปูให้ผู้ป่วยนอน คนที่ไม่ได้เป็นบุคคลากรทางการแพทย์เมื่อมาพบกับสถานการณ์แบบนี้  ทำได้อย่างเดียวคือรอรับคำสั่ง

 

ผู้ได้รับบาดเจ็บที่ถูกนำมาส่งโรงพยาบาลอาการหนักมากขึ้น มากขึ้น และเริ่มมีปัญหาเรื่องการจัดคิวเข้าห้องผ่าตัด คุณหมอสมโภช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ได้เข็นผู้ป่วยหญิง ชาวสวีเดนมาที่แผนกของดิฉันแล้วบอกว่า ขอให้ห้องนี้เป็นห้องรับผู้ป่วยหนักรอเข้าห้องผ่าตัด ความกลัวเกิดขึ้นทันทีทันใด ดิฉันจะทำอย่างไร คนไข้มีเลือดไหลเหมือนคนหัวแตก แต่เมื่อพยาบาลพลิกดูพบว่าใบหูฉีกและเปิดมาถึงใบหน้า เธอคงจะเจ็บปวดมาก  เธอร้องไห้แล้วบอกว่าเป็นห่วงลูกกับสามี  ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน มีใครเคยเห็นภาพเช่นนี้บ้างเลือดผสมกับน้ำตา มันทำให้ดิฉันน้ำตาซึม ดิฉันวิ่งไปวิ่งมาไปช่วยเข็นรถบ้างกลับมาบ้าง  ทุกครั้งที่กลับมาดิฉันจะเขย่าเรียกเธอ  ดิฉันกลัวเธอหมดสติ

 

ตอนหัวค่ำน้องปิ่น เพื่อนพนักงานได้ติดต่อมาที่ดิฉัน

“พี่อยู่ที่โรงพยาบาลหรือเปล่า ปิ่นคิดว่าพี่ต้องอยู่โรงพยาบาล รอแป๊บนึง ปิ่นกำลังมาจากบ้าน”

“ บ้านที่ไหน บ้านกะทู้หรือบ้านภูเก็ตวิลล่า ”

“ บ้านกะทู้ ”

“ ปิ่น อย่าเพิ่งมาดีกว่า มันไกลแล้วก็เปลี่ยวด้วย ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาดีกว่า พี่เป็นห่วงปิ่น”

“แล้วพี่จะให้ปิ่นอยู่บ้านเฉยๆ หรือ”   บทสนทนาจบลงตรงนี้เอง คืนนั้นจึงมีน้องปิ่นมาคอยเฝ้าดูผู้ป่วยอาการหนัก

 

ระหว่างนั้นดิฉันยังต้องประสานงานเรื่องจัดรถไปรับ พญ.พรทิพย์ พร้อมทีมงาน ซึ่งดิฉันได้รับความช่วยเหลือจาก สนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับ ในการจัดรถและเตรียมห้องพัก   ซึ่งในที่สุดทีมงานของ พญ.พรทิพย์ ก็ไม่ได้ใช้ที่พักนั้น เพราะไม่มีเวลาสำหรับการพักผ่อน และดิฉันได้ทราบในภายหลังว่ารถที่อาสาไปรับ  พญ.พรทิพย์ นั้นเป็นรถส่วนตัวของชาวต่างชาติที่พักอยู่ที่สนามกอล์ฟภูเก็ตคันทรีคลับ ณ เวลานั้นไม่มีอะไรเพียงพอกับการใช้งาน ทุกคนต้องเสียสละแรงงานและข้าวของส่วนตัวเพื่อให้ผ่านภาวะวิกฤตินั้นให้ได้

 

เมื่อดิฉันทราบว่ามีผู้ป่วยรอรับการผ่าตัดอยู่ที่แผนกตรวจสุขภาพจำนวนมากก็ได้พยายามสอบถามถึงการจัดลำดับผู้ป่วย ดิฉันมาพบว่าคนไข้ที่เสียเลือดมากและรอผ่าตัดอยู่ที่สำนักงานของดิฉันยังไม่มีคิวผ่าตัด น้องโอ๋ แผนกบุคคลได้ช่วยประสานงานจนได้คิวผ่าตัด แล้วเราสองคนก็ทั้งเข็นและยกเตียง (ไม่ใช่เปล) ผู้ป่วยไปยังห้องรอผ่าตัดด้วยความทุลักทุเล เรามาทราบในตอนหลังว่าเราไม่สามารถเข็นเตียงได้เพราะเราไม่ได้ปลดล็อกล้อ  

 

ในคืนนั้นดิฉันยังถูกสั่งการให้ขึ้นไปเดินเยี่ยมตามห้องพักต่างๆ เพื่อสอบถามว่าผู้ป่วยและญาติต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง และเพื่อการประสานงานกับญาติ บริษัทประกัน หรือ อะไรก็แล้วแต่   ผู้บาดเจ็บหลายรายก็ไม่มีบัตรประจำต้ว ไม่มีอะไรเหลืออยู่ เพราะข้าวของเครื่องใช้ของเขาถูกทำลายไปพร้อมกับโรงแรมเสียแล้ว 

 

สิ่งที่ดิฉันไปพบเห็นขณะเดินเยี่ยมคนไข้ คือ ความทุกข์ บางคนทุกข์เพราะไม่ทราบว่าสามีอยู่ที่ไหน  บางคนทุกข์เพราะความเจ็บปวด  ห้องหนึ่งเป็นผู้บาดเจ็บชาวอังกฤษที่เป็นเพื่อนกัน 3 คน เขาสอบถามว่าเขาจะได้รับการผ่าตัดเมื่อไหร่ ดิฉันแจ้งไปว่าทางพยาบาลจะเป็นผู้แจ้ง  เขาก็โวยวายว่าเพื่อนเขาเลือดออกเยอะแล้วมีกระดูกหักด้วย  เจ็บปวดขนาดนี้คุณยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ว่าจะสามารถเข้าห้องผ่าตัดได้เมื่อไหร่ เขาเองก็เจ็บแต่เพื่อนเจ็บกว่า สิ่งที่ดิฉันทำได้ดีที่สุดคือตอบไปว่าเราต้องช่วยชีวิตก่อน

 

ในขณะที่ห้องของชายชาวฮอลแลนด์ที่แทบจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย มีภรรยาและเพื่อนภรรยาเฝ้าดูแลอยู่ เธอเล่าว่าสามีและตัวเธอวิ่งหนีคลื่นมาได้แล้ว แต่สามีตัดสินใจวิ่งกลับไปช่วยเหลือผู้หญิงอีกคนหนึ่งจนทำให้ได้รับบาดเจ็บ การรอเข้าห้องผ่าตัดไม่ใช่ปัญหาของเธอและสามี การช่วยชีวิตสำคัญกว่า  ค่ะ ดิฉันได้พบน้ำใจในยามยาก

 

ดิฉันกลับถึงบ้านเกือบตี 2 ไม่รู้สึกหิว  ไม่รู้สึกง่วงนอน  มีแต่ความเครียดเท่านั้นที่เกาะกินอยู่เงียบๆข้างใน แม่ได้ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใส่ไข่ให้ได้กลืนลงไปในท้องให้เร็วที่สุด  กลิ่นคาวเลือดยังติดอยู่ที่จมูก และก็ไม่ทันได้เตรียมใจเลยว่าวันรุ่งขึ้นกลิ่นนี้จะอบอวลทั่วไปในโรงพยาบาลโดยเฉพาะในลิฟท์

 

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์มาก ดิฉันลุกจากเตียงได้ตั้งแต่เช้าและมาถึงโรงพยาบาลก่อน 8 โมง  ของวันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม 2547 ก่อนจะลงไปประจำการที่ information center ดิฉันอ่านอีเมลทั้งหมด แล้วต้องน้ำตาซึมเมื่อมีอีเมลจากผู้ที่เคยเป็น “ผู้ป่วย” ของดิฉันจำนวนมากสอบถามถึงดิฉันและครอบครัว  และพนักงานโรงพยาบาลว่าต้องประสบภัยครั้งนี้หรือไม่ และที่สร้างความสะเทือนใจที่สุดคือภาพถ่ายของบุคคลอันเป็นที่รักของแต่ละครอบครัวได้ถูกส่งมานับไม่ถ้วนพร้อมกับชื่อ ลักษณะพิเศษ และที่พักในภูเก็ต  พังงา หรือกระบี่ ดิฉันพยายามประสานงานไปยังทุก ๆ ส่วนในจังหวัดภูเก็ตแล้วตอบกลับไป

 

และในวันนี้เองที่พบว่าผู้ป่วยของดิฉันที่พักอยู่ตามโรงแรมต่าง ๆ ในภูเก็ตปลอดภัย  มีเพียงคุณ Edward ที่ไม่มีใครยืนยันได้ว่าเค้าบินกลับออสเตรเลียไปแล้วหรือยัง และดิฉันก็ไม่รู้จะถามข่าวคุณ Sisel ซึ่งพักอยู่ที่เขาหลักจากใครได้

 

“A hundred story” เสียงของอาสาสมัครซึ่งเป็นชาวต่างชาติในภูเก็ตหันมาพูดกับดิฉันเมื่อเห็นว่าดิฉันเริ่มทำตาแดงๆใส่ผู้เข้ามาติดต่อ  เด็กสาวผมทอง ผอมสูง อายุ 12 ขวบ  วิ่งเข้ามาหาดิฉันทุกครึ่งชั่วโมงเพื่อถามว่าเจอชื่อพ่อของหนูเป็นผู้ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลไหนหรือเปล่า  ในท่ามกลางความวุ่นวาย สารพัดคำถามทั้งทางโทรศัพท์และจากผู้เข้ามาติดต่อทุกเชื้อชาติ “พวกเรา” หมายถึงดิฉัน เจ้าหน้าที่  และอาสาสมัครทั้งหมดที่ประจำอยู่ที่ information center ไม่ได้ละเลยแม้สักคำถาม เราไม่ได้นั่งรับโทรศัพท์เพียงอย่างเดียวแต่เราสามารถแปลงกายเป็นอะไรก็ได้เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เมื่อมีผู้บาดเจ็บที่ไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลต้องการไปยังที่ทำการกงสุลของประเทศตน  เราก็เปลี่ยนเป็นพนักงานโบกรถ  โดยใช้วิธีขอความช่วยเหลือจากใครก็ได้ที่ขับรถเข้ามาในโรงพยาบาลซึ่งไม่มีใครปฏิเสธคำขอของเราสักราย

 

ครั้งหนึ่ง ดิฉันต้องวิ่งไปตามหาด๊อกเตอร์รอนนี่  จิตแพทย์จากอิสราเอลให้รีบมาช่วยดูแลผู้สูญเสียท่านหนึ่งที่อาละวาดและทำลายข้าวของด้วยความเครียดสุดขีดของผู้ที่เคยเป็นเจ้าของโรงแรมริมชายหาดเขาหลัก แล้ววันหนึ่งต้องมาพบว่าโรงแรมนั้นเป็นเสมือนปราสาททรายที่มลายหายไปโดยน้ำมือของธรรมชาติ

 

คุณจะทำอย่างไรถ้ามีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งน้ำตาซึมมาบอกว่าผมโชคดีที่ไม่สูญเสียใครในครอบครัว  มีเพียงภรรยาที่บาดเจ็บเล็กน้อย  ลูกชายและลูกสาวไม่เป็นอะไรเลยแต่มีเสื้อผ้าเพียงชิ้นเดียวที่ติดตัวอยู่และไม่มีรองเท้า ตอนนี้ผมมีเพียงบัตรเครดิตที่เป็นความหวังเดียวสำหรับผม ผมสงสารลูกมากขอให้ช่วยบอกทางไปธนาคารที่ใกล้ที่สุด ผมต้องการเงินสดจำนวนหนึ่งให้พอเป็นค่ารองเท้าและอาหารให้ลูก ณ วันนั้น รองเท้าแตะ  และชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลถูกนำออกมาใช้หมด ไม่มีอะไรเหลืออยู่แม้แต่ชิ้นเดียว 

 

ดิฉันจะกลับบ้านได้อย่างไรเมื่อมีชายสูงอายุผู้หนึ่งบอกว่าไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์ ไม่เคยใช้อินเทอร์เน็ต ขอให้ดิฉันช่วยสอนให้เขาสามารถหารายชื่อผู้บาดเจ็บจากเว็บไซต์ต่างๆ ด้วย   เขายังไม่เจอหน้าภรรยาและยังไม่ได้ข่าวใด ๆ  จากภรรยาของเขาเลยนับแต่เกิดเหตุ ตอนกลางวันมีผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา ตอนนี้คนไม่เยอะแล้วเขาจึงต้องการนั่งหารายชื่อเหล่านั้นด้วยตนเอง เขาไม่อยากนอน   ซึ่งตอนนั้นเข็มสั้นของนาฬิกากำลังจะชี้ไปที่เลขหนึ่งและเข็มยาวของนาฬิกาก็เดินผ่านเลขสิบมาแล้ว 

 

คุณจะหลั่งน้ำตาไหม หากมีหญิงกลางคนเดินเข้ามาในลักษณะกล้าๆ กลัวๆ แล้วนั่งยอง ๆ และยกมือไหว้เรา 

“ที่นี่มีเด็กผู้ชายไหม อายุ 3-4 ขวบ ตัวแค่นี้” สำเนียงคนพม่าพูดไทยถูกเปล่งออกมาพร้อมกับการยกมือขึ้นสูงจากพื้นประมาณ 2 ฟุต 

“พี่ยืนเถอะค่ะ ที่นี่ไม่มีเด็กที่ตามหาพ่อแม่ค่ะ พี่มาจากที่ไหนคะ แล้วไปที่โรงพยาบาลอื่นๆ แล้วหรือยัง” ร่างทั้งร่างของเธอทรุดฮวบ

“ไม่รู้จะไปที่ไหนอีกแล้ว ไปมาหมดแล้ว   ที่นี่เป็นที่สุดท้าย” แล้วเธอก็ร้องขอให้ดิฉันช่วยตามหาลูกชายเล็ก ๆ ให้ด้วย

 

คุณจะทนเห็นภาพสามีภรรยานั่งมองหน้ากันแล้วร้องไห้อยู่ตลอดเวลาที่เฝ้ารอข่าวของลูก 2 คน ที่หลุดจากมือแม่เพราะแรงของคลื่นยักษ์  วันที่สองของเหตุการณ์ทางพ่อแม่คู่นี้ตัดสินใจกลับไปยังโรงแรมที่พักที่หาดไตรตรังค์  เพื่อไปค้นหาลูกทั้งสองด้วยตัวเอง ดิฉันมาทราบข่าวอีกครั้งว่าเธอและเขาเจอลูกทั้งสองแล้ว แต่ลูกทั้งสองจะไม่ได้เดินทางกลับญี่ปุ่นพร้อมเขาอีกแล้ว 

 

ทุกคำถามมีคำตอบ ทุกปัญหามีทางแก้ไข พวกเราเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและอาสาสมัครต่างภูมิใจที่ผ่านร้อยเรื่องราวพันอารมณ์ในครั้งนั้นมาได้อย่างสง่างาม  เมื่อคลื่นสึนามิกลายเป็นคลื่นแห่งปัญหาและความกดดันที่ถั่งโถมสู่พวกเรา     เราก็ได้พิสูจน์แล้วว่าพลังกายสร้างได้จากกำลังใจและจิตอันเป็นกุศลที่ฝังรากลึกอยู่ในใจของมนุษยชาติ จึงเป็นเหตุผลที่ดีสำหรับทุกคนในการทำทุก ๆ วันให้เป็นวันที่เราจะมีกำลังกายและกำลังใจในการทำความดีตลอดไป





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ปุณ วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 18.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watercolorpainting

ชื่นชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
สีน้ำกับสีฝุ่น วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seanamkabseafoon

ขอบคุณนะคะสำหรับกำลังใจ...สั้นๆแต่ได้ใจความ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit

คนทรงเจ้า...

ลองอ่านหนังสือของทมยนตีสักสองเล่มสิครับ..
...ลองถามที่ร้านดู...แนะนำๆๆ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Cat@ วันที่ : 08/02/2010 เวลา : 05.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ความสูญเสีย น่ากลัวเสมอ

..

เชิญนะค่ะ

แม่แคทมาแล้ว

เรียน ครบปี
เลย จึงมาอวดหน่อย

ตอน

* ชม วีดีโอมวยจีน ยี่สิบสี่ท่าปักกิ่งฟอร์ม ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
nilsamai วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

ขอบคุณมากนะคะ..ทุกครั้งที่เข้ามาก็มาเยี่ยมกันเสมอ..อ่านเม้นท์ในบล็อกพรานบุญแล้วรีบมาหาค่ะ อะไรที่เป็นอยู่ขอให้หายนะคะ คิดถึงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ปากเปล่า วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 13.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/storydd

ถ้าไม่รู้จักเจ็บปวด ก็ไม่ซึ้งถึงความสุขใจ...

http://www.oknation.net/blog/getset/2010/02/06/entry-1

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ตาพรานบุญ วันที่ : 30/01/2010 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ta-pran-boon
ตาพรานบุญ

จะวาเลนไทน์แล้วจิ๊
อัพใหม่ๆ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ยามค่ำคืน วันที่ : 06/01/2010 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deksongkhla
Noel

ไม่ได้แวะมาทักทายเจ้าบ้านนี้นานแล้ว

สบายดีนะคะ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ทิพย์อาภา วันที่ : 01/01/2010 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rpa


สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
chailasalle วันที่ : 31/12/2009 เวลา : 01.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle


แวะมาอวยพรปีใหม่ครับ
ขอให้เปี่ยมด้วยพลัง มีพลังสรางสรรเรื่องราวดีดี
ขอให้สุขภาพแข็งแรง ไว้ฝ่าฟันเศรษฐกิจในปีที่จะมาถึง
Happy new year 2553

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ตาพรานบุญ วันที่ : 28/12/2009 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ta-pran-boon
ตาพรานบุญ

เราได้เห็นน้ำใจคนก็ยามยากนี่แหละจี๊ครับ
ผมก็ตระเวณแจกของกันทั่ว
ขนลุกอยากร้องไห้เมื่อนึกถึงช่วงเวลานั้น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Cat@ วันที่ : 28/12/2009 เวลา : 03.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

คริสมาส ไม่เหงา ..

สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้มีความสุขนะค่ะ

เชิญนะค่ะ
หากว่าง แวะมาเลยนะคะ่

ตอน

มาบอกสูตร เสต็กปลาsalmon พร้อมเรืองเล่าAVATAR กับ สองเรา ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
chailasalle วันที่ : 28/12/2009 เวลา : 01.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

คนบางคนตั้งแต่เกิดจนตายไปนึกทบทวนไม่ได้ว่าได้ทำสิ่งใดที่มีคุณค่าต่อโลกนี้บ้าง แต่กับบางคน ได้มีโอกาสทำงานที่มีคุณค่าต่อมวลมนุษย์และโลกใบนี้ .. ช่างเป็นคนที่โชคดีจริงจริง Merry Christmas ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
โคมทอง วันที่ : 27/12/2009 เวลา : 01.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

อ่านที่ไรก็สะเทอนใจทุกครั้ง ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ โคมทองไม่อยากไปบริเวณนั้นอีกเลย เพราะยังทำใจยอมรับกับสิ่งนั้นไม่ได้ (ไม่มีญาติได้รับบาทเจ็บ)...

เพราะเกิดสึนามิในคราวนั้น เมื่อกลางปีนี้ คนไทยที่มาเก็บบลูเบอร์รี่โดนหลอกมากมาย มีนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งบอกว่า เราต้องช่วยเหลือคนไทยกลุ่มนี้ เพราะเมื่อคราวสินามิคนไทยช่วยเหลือคนสวีเดนมากมาย....

ความดีเหล่านั้นก็มาจากการช่วยเหลือของคุณสาลีหิมะเหมือนกันค่ะ...

ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่นะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
phantomof13floor วันที่ : 26/12/2009 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phantomof13floor

*** ประทับใจและซาบซึ้งจริงๆครับ

น้ำใจมนุษย์ ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓ ครับ/-

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 26/12/2009 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

Merry X'Mas & Happy New Year 2010
มีแต่ความโชคดีตลอดปีใหม่ครับผม..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
geo วันที่ : 26/12/2009 เวลา : 22.18 น.

มาร่วมรำลึกและจดจำภาพแห่งอดีตที่น่าเศร้า

แม้จะเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ ที่มีโอกาสได้ลงไปในเหตุการณ์นั้น
แต่ก็คงจะไม่รู้ซึ้งเท่ากับผู้คนที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์จริง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ณดาว วันที่ : 26/12/2009 เวลา : 18.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/petpetpe

คุณทำหน้าที่ได้ดีมากๆที่สุดในตอนนั้นแล้วคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 26/12/2009 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

ผมอ่านกรุงเทพธุรกิจฉบับเมื่อวานรู้สึกหดหู่อย่างไรไม่รู้ บางทีคนตายเราไม่รู้เขาไปอยู่ที่ไหน แต่คนเป็นที่มีคนรักสูญเสียไปกับเหตุการณ์ในวันนั้นมันยากจะบรรยายจริงๆเลย

" วันนัั้นลุงออกไปตัดผมแต่เช้าและบอกให้ลูกสาวเฝ้าร้านไว้ พอลุงไปถึงร้านตัดผมลูกสาวก็โทรมาบอกว่า พายุเต็มไปหมดเลย หลังจากนั้นสาวยโทรศัพท์ก็ถูกตัดและขาดการติดต่อทันที ลุงรีบขี่มอเตอร์ไซด์กลับบ้านไปอย่างทันทีแต่ก็สายเกินไป ทุกอย่างถูกคลื่นยักษ์กวาดเรียบเป็นหน้ากอง
ตอนนั้นทุกคนวิ่งหนีคลื่น แต่ลุงกลับวิ่งเข้าหาคลื่น พอไปถึงบ้าน ทุกอย่างก็หายไปหมด ลุงตามหาศพเมียกับลูกอยู่ถึงสองเดือนเศษกว่าจะเจอ พยายามทำใจเหมือนกันแต่ไม่ได้เลย
วันไหนคิดถึงลูกเมียขึ้นมา ลุงก็จะไปอนุสรณ์บ้านน้ำเค็ม ไปดูป้ายชื่อของเมียและลูกสาวอีก 4 คน ที่เสียชีวิตจากคลื่นยักษ์
ถ้า คิดทีไรก็น้ำตาไหลออกมาเรื่อยๆ อยู่ว่างๆ ก็คิดถึงคนที่เขาจากไป แต่ตอนนี้พยายามอยู่กับเพื่อน ไม่คิดอะไรและมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง อย่างน้อยวันหนึ่งข้างหน้ามันอาจจะดีขึ้น.."

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Cat@ วันที่ : 26/12/2009 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ร่วมรำลึก
เป็นปีที่ โหด ร้ายกับ ความทรงจำ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 26/12/2009 เวลา : 17.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ห้าปีผ่านไปสำหรับผู้ที่อยู่ไกลอย่างผม ก็ยังจำได้ดี
สาลี่หิมะ ยิ่งอยู่ในเหตุการณ์ ยิ่งไม่มีวันลืมทุกนาทีที่เกิดขึ้นแน่นอน

คิดถึงเพื่อน ขอสวัสดีปีใหม่เลยนะ

สุขภาพแข็งแรง
สมหวังดั่งที่ใจปรารถนา

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 26/12/2009 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/untameheart

"แต่ลูกทั้งสองจะไม่ได้เดินทางกลับญี่ปุ่นพร้อมเขาอีกแล้ว "

"ไม่รู้จะไปที่ไหนอีกแล้ว ไปมาหมดแล้ว ที่นี่เป็นที่สุดท้าย"

ทำใจก่อนอ่านอยู่นาน
อ่านแล้วน้ำตาซึมครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
nilsamai วันที่ : 26/12/2009 เวลา : 12.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

อ่านแล้วน้ำตาซึมขึ้นมาดื้อๆ..
คนที่ไม่อยู่ในเหตการณ์ย่อมไม่ลึกซึ้งเท่า
หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]