*/
  • ซาฮาร่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bee.oh@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-14
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 49775
  • จำนวนผู้โหวต : 50
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม 2551
Posted by ซาฮาร่า , ผู้อ่าน : 1680 , 17:01:42 น.  
หมวด : สัตว์เลี้ยง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                          

      ปัจจุบันมีผู้นิยมเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็กซึ่งเลี้ยงดูง่าย ไม่ต้องใช้พื้นที่มากนัก แต่เจ้าตัวน้อยๆเหล่านี้ก็บอบบางตามขนาดตัวเหมือนกัน โดยอาจพบว่าสุนัขเหล่านี้มีปัญหากระดูกหักอยู่บ่อยๆ หรือมีอาการเจ็บขา โรคที่มักพบในสุนัขพันธุ์นี้ ได้แก่ โรคสะบ้าเคลื่อน (Patellar Luxation) ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตของสุนัขเหล่านี้ลดลงและหากไม่ได้รับการรักษาก็อาจทำให้ความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น



Q: โรคสะบ้าเคลื่อนคืออะไร


A:
กระดูกสะบ้า (Patella) เป็นกระดูกรูปไข่ฝังอยู่ในเอ็นของกล้ามเนื้อขาหลัง (Patellar Ligament) ซึ่งจะไปยึดเกาะที่ส่วนบนของกระดูกหน้าแข้ง ปกติกระดูกสะบ้านี้อยู่บนร่องของกระดูกต้นขาหลัง ร่องนี้จะเว้าเพื่อรองรับและกักสะบ้าเอาไว้ โดยสะบ้าจะเคลื่อนขึ้น-ลงอยู่บนร่องเมื่อสุนัขยืดและหดขา สำหรับสุนัขที่เป็นโรคสะบ้าเคลื่อน กระดูกสะบ้าจะเคลื่อนออกไปทางด้านใน หรือด้านข้างของร่องกระดูกต้นขาหลัง โดยการเคลื่อนออกนั้นขึ้นกับความรุนแรง


Q: โรคสะบ้าเคลื่อนเกิดจากอะไร


A:
โรคสะบ้าเคลื่อนมักพบในสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น Pomeranians, Miniature และ Toy Poodles, Yorkshire Terriers, Pekingese, Chihuahuas และ Boston Terriers มักพบการเคลื่อนเข้าด้านใน (Medial) มากกว่าเคลื่อนออกด้านข้าง (Lateral) การเคลื่อนของสะบ้า (Patella) ในสุนัขส่วนใหญ่เป็นมาแต่กำเนิดโดยการถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมหรือเกิดขึ้นจากการกระทบกระแทก


Q: โรคสะบ้าเคลื่อนจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่และจะสังเกตได้อย่างไร


A:
ปกติจะพบในสุนัขอายุน้อยประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งในช่วงอายุดังกล่าวสุนัขจะมีการพัฒนาของโรคเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในสุนัขที่มีสะบ้าเคลื่อนกล้ามเนื้อของต้นขาด้านหลังจะถูกดึงไปทางด้านในหรือด้านข้าง ทำให้เกิดแรงกดที่ผิดปกติบริเวณกระดูกอ่อนของข้อเข่า ทำให้เกิดความผิดปกติของโครงสร้างของขา เกิดลักษณะขาโก่งขึ้น จนบางครั้งสุนัขไม่สามารถใช้ขารับน้ำหนักได้ สำหรับสุนัขที่เป็นโรคสะบ้าเคลื่อนระดับที่ไม่รุนแรง อาจสังเกตไม่พบความผิดปกติจนกระทั่งสุนัขมีอายุมากขึ้น เมื่อสะบ้าเคลื่อนออกนอกร่องสุนัขอาจแสดงอาการเจ็บขาและไม่ใช้ขารับน้ำหนักขึ้นกับระดับความรุนแรงของโรค ในกรณีที่ไม่รุนแรงมากนักสะบ้าอาจเคลื่อนออกบางครั้ง ทำให้สุนัขยกขาในบางจังหวะของการเดินและจะกลับมาเดินได้ปกติเมื่อสะบ้าเข้ามาอยู่ในตำแหน่งปกติ ในกรณีที่เป็นรุนแรงสะบ้าจะเคลื่อนออกบ่อยหรือไปคาอยู่นอกร่อง

ความรุนแรงของโรคสะบ้าเคลื่อนแบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ

                                              

ระดับที่ 1 สะบ้าเคลื่อนออกไม่บ่อย สุนัขอาจยกขาจังหวะที่สะบ้าเคลื่อนออก สุนัขมักไม่แสดงอาการเจ็บ


ระดับที่ 2 การเคลื่อนของสะบ้ามักเกิดขึ้นได้บ่อย สัตว์จะอาจแสดงอาการเจ็บขาและเดินผิดปกติ สุนัขที่มีสะบ้าเคลื่อนในระดับนี้เป็นเวลานาน อาจพบการกร่อนของผิวด้านในของสะบ้าและผิวสัมผัสของสันกระดูกที่สะบ้ามีการเสียดสี

ระดับที่ 3 สะบ้ามักเคลื่อนหลุดตลอดเวลา ร่วมกับมีการบิดของกระดูกหน้าแข้งที่เป็นจุดยึดเกาะของเอ็นของกระดูกสะบ้า มักพบว่าสุนัขไม่สามารถเหยียดขาได้เต็มที่ อาจพบการผิดรูปร่างของกระดูกขาหลังในสุนัขที่อายุน้อยกว่า 1 ปี สุนัขจะแสดงอาการเจ็บขา

ระดับที่ 4 เกิดการเคลื่อนของสะบ้าอย่างถาวร โดยที่ไม่สามารถดันกลับได้ มีการบิดและการเจริญผิดรูปของกระดูกขาหลัง ร่องที่รองรับสะบ้าตื้นหรือหายไป สุนัขมักเจ็บขาตลอดเวลาไม่สามารถเหยียดข้อเข่าได้

สุนัขที่มีสะบ้าเคลื่อนเกิดขึ้น บางครั้งเจ้าของอาจไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ เนื่องจากสุนัขยังคงเดินได้เป็นปกติในกรณีที่มีการเคลื่อนเกิดขึ้นในระดับน้อยๆ ร่วมกับน้ำหนักตัวของสุนัขไม่มากนัก แต่อย่างไรก็ตามเจ้าของควรจะสังเกตการเดินและอาการของสุนัขไว้ เนื่องจากปัญหาที่เกิดตามมาคือการเกิดโรคข้อเสื่อม หรือมีการฉีกขาดของเอ็นบริเวณหัวเข่า โดยเฉพาะในสุนัขที่น้ำหนักมากๆ


Q: จะทราบได้อย่างไรว่าสุนัขเป็นโรคสะบ้าเคลื่อน


A:
บางทีการสังเกตอาการสุนัขที่เป็นสะบ้าเคลื่อนอาจทำได้ยาก เนื่องจากสุนัขอาจยังสามารถเดินได้เป็นปกติและไม่แสดงอาการเจ็บ จะมีเพียงบางจังหวะที่เดินขาโก่งหรือยกขา จึงต้องพาไปให้สัตวแพทย์ทำการตรวจคลำ อาจต้องทำการถ่าย x-ray เพื่อดูปัญหาอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การตรวจดูข้อสะโพกหรือการเกิดโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษาต่อไป สำหรับอายุที่ควรจะพาไปตรวจ อาจเริ่มที่ 3 เดือน และทำการตรวจซ้ำที่ 6 เดือน และ 1 ปี เนื่องจากเป็นช่วงที่กระดูกมีการเจริญ ทำให้การพัฒนาของโรคเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

                                                  
  
Q: การเลี้ยงดูมีผลหรือไม่


A:
การเลี้ยงดูอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักของการเกิดโรค แต่ในรายที่พบว่ามีการเคลื่อนของสะบ้าเกิดขึ้น การเลี้ยงดูก็เป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในสุนัขที่อาศัยอยู่บนพื้นลื่นๆ มีส่วนทำให้ความรุนแรงของโรคพัฒนาได้เร็วขึ้น สำหรับสุนัขที่พบการเคลื่อนของสะบ้าเกิดขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเกิดข้อเสื่อมร่วมด้วยนั้น ควรจะต้องมีการควบคุมในเรื่องของน้ำหนักตัวเพราะการรับน้ำหนักของข้อเข่าที่ไม่มั่นคงและเกิดการเสื่อมนั้น จะทำให้ความรุนแรงของโรคเพิ่มมากขึ้น และสุนัขมีอาการเจ็บจนไม่อยากใช้ขารับน้ำหนัก

จากคอลัมภ์ The Vet is in Story
โดย อ.สพ.ญ.ชาลิกา หวังดี ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย




Q: จะทำอย่างไรเมื่อสุนัขเป็นโรคสะบ้าเคลื่อน

A:
ถ้าสุนัขแสดงอาการเจ็บอาจให้ยาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด อาจเกิดจากการเสียดสีของผิวกระดูกสะบ้ากับสันของกระดูกต้นขาหลัง ซึ่งอาจทำให้ผิวกระดูกเกิดการกร่อนและเกิดโรคข้อเสื่อมขึ้น ส่วนการจะทำให้สะบ้ากลับมาอยู่ในตำแหน่งปกติต้องอาศัยการผ่าตัด วัตถุประสงค์ของการผ่าตัดก็เพื่อทำร่องของกระดูกต้นขาหลังที่รองรับสะบ้าให้ลึกขึ้น ร่วมกับการปรับแนวการทำงานของเอ็นของกระดูกสะบ้าให้กลับมาอยู่ในแนวปกติและทำให้เกิดความมั่นคงของข้อเข่า อย่างไรก็ตามการเกิดข้อเสื่อมยังคงเกิดขึ้นถึงแม้จะทำการผ่าตัดแล้วก็ตาม แต่การเสื่อมนั้นจะเกิดขึ้นช้าและน้อยลง


Q: การดูแลสุนัขหลังผ่าตัดควรทำอย่างไร


A:
ควรเริ่มทำกายภาพบำบัด (Passive Physical Therapy) ประมาณ 72 ชั่วโมงหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันข้อแข็งและช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้เป็นปกติ โดยข้อเข่าไม่ต้องรับแรงกดจากน้ำหนักตัวและยังช่วยให้น้ำเลี้ยงข้อเกิดขึ้นด้วย จำกัดการออกกำลังกายด้วยการจูงเดินประมาณ 3-4 สัปดาห์
ปัจจุบันมีอาหารเสริมและอาหารต่างๆ มากมายที่มีส่วนผสมของสารจำพวก Glucosamine, Chondroitin Sulphate, Eicosapentaenoic acid (EPA), Omega-3 fatty acid และ L-carnitine ซึ่งสารต่างๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยในการเพิ่มของเหลวที่มีความจำเป็นในข้อต่อ ลดการทำงานของเอ็นไซม์ที่ทำให้เกิดการทำลายของกระดูกอ่อน และลดสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้สุนัขกลับมาใช้ขาได้ดีขึ้นค่ะ

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ที่ทำให้ได้ความรู้มาก ๆ ค่ะ

http://women.sanook.com/pets/tips_51861.php

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Phithak_C. วันที่ : 12/10/2008 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak1970

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะว่ากายภาพของเจ้าตูบนี่ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเหมือนกัน
อืมม!เป็นเรื่องที่คนรักหมาต้องอ่าน!
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูทิพย์ วันที่ : 12/10/2008 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 


รักสุนัขมากเหมือนกันค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Mothemon วันที่ : 10/10/2008 เวลา : 19.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mothemon

เพิ่งรู้จักโรคนี้นะเนี่ย
น้องหมาที่บ้านน่าจะรอด เพราะตัวใหญ่อยู่
ขอบคุณนะคะ ที่เอาความรู้ดีๆมาฝาก
..
.
ดีใจที่ชอบโปสการ์ดจ้าา จะบอกว่าวันก่อนผ่านหน้าตึกคุณซาฮาร่าด้วยแหละ พอดีไปหาเพื่อนที่มหิดล

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน