• sainarong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : linheping@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-28
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 219645
  • ส่ง msg :
  • โหวต 95 คน
สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (ไทย จีนตอนใต้ พม่า ลาว)
Blog นี้เกี่ยวกับแผนเศรษฐกิจของพื้นที่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วยไทย ตอนเหนือ จีนตอนใต้ (ยูนนาน) พม่า และลาวตอนเหนือ Blog นี้ติดตามการดำเนินการตามแผนเศรษฐกิจนี้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sainarong
วันจันทร์ ที่ 12 พฤศจิกายน 2550
Posted by sainarong , ผู้อ่าน : 10007 , 07:58:19 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในการสัมมนาเรื่อง “จินตภาพลุ่มแม่น้ำโขงของเรา” ที่เชียงราย ระหว่าง 5-8 ต.ค. 50 วิทยาการประกอบด้วย ผู้แทนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) จาก Mekong Watch Japan (NGO) จากนักวิชาการด้านมานุษยวิทยา (วิชาการ) จากหอการค้าเชียงราย (ธุรกิจ) น่าสนใจมากๆ ครับ

            บทความใน entry นี้เป็นรายงานจากการสัมมนาครั้งนี้ เขียนโดยคุณอัจฉราวดี บัวคลี่ และลงในนิตยสาร “พลเมืองเหนือ” 

            ผมเขียนลงพลเมืองเหนือเป็นประจำ คุณอัจฉราวดี บัวคลี่ สตรีเหล็กบรรณาธิการสาวแสนสวยของผม ศิษย์เก่าโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย นิตยสารฉบับนี้กล้าเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของการบริหารเมืองเชียงใหม่ ไม่ว่าผู้บริหารจะเป็นฝ่ายไหน ถ้าทำไม่ถูกต้องแล้วล่ะก็ ถูกขุดคุ้ยหมดครับ

            แฮะ แฮะ ขอโทษทีครับ ติดลมไปหน่อย ไม่เห็นเกี่ยวกับ ADB หรือ GMS เลย กลับมาเข้าเรื่องของเราดีกว่า

15 ปี GMS ก้าวพัฒนาที่เผชิญหน้าการเปลี่ยนแปลง

โดย อัจฉราวดี บัวคลี่

             คำว่า GMS (Greater Mekong Sub regional Economic Cooperation : GMS-EC) คุ้นหูผู้คนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 6 ประเทศกันมานาน นับเวลาผ่านจากการเริ่มต้นจับมือพัฒนาโดยมีเป้าหมายทางเศรษฐกิจร่วมกันเป็นหลัก  จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลาถึง 15 ปีแล้ว

            แม่น้ำโขงและกลุ่มประเทศเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้าง ?

            ในการเปิดโครงการ“จินตภาพลุ่มน้ำโขงของเรา” ที่สำนักข่าวอินเตอร์เพรสเซอร์วิส เอเชีย – แปซิฟิค และพร็อบมีเดียฟาวเดชั่นอิงค์ จัดขึ้นเชิญผู้สื่อข่าวในประเทศลุ่มน้ำโขงกว่า 30 คน มาร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 5 – 8 ตุลาคม 2550 มีความคืบหน้าต่อการพัฒนา GMS ที่น่าสนใจยิ่ง

15 ปี ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ

            ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คือหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการรวมตัวเพื่อพัฒนามาตั้งแต่ต้น  Mr. Jean-Pierre Verbiest  ผู้อำนวยการ ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ประจำประเทศไทย ย้อนบรรยากาศขณะนั้นให้ฟังว่า เมื่อ 15 ปีที่แล้ว หรือค.ศ.1992  ความร่วมมือของ GMS เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย เป็นการประชุม 2 วัน แต่ส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ  ไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก แต่ 15 ปีผ่านไป ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย บทบาทของเอดีบีคือการประสานจัดลำดับความสำคัญในประเด็นริเริ่มของแต่ละประเทศ  มองดูยุทธศาสตร์การพัฒนา ซึ่งหากให้เรียงลำดับความสำคัญของการพัฒนาแล้ว ประเด็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นเป้าหมายหลัก ตามมาด้วยการค้า การลงทุนข้ามพรมแดน  การพัฒนาทรัพยากรบุคคล สิ่งแวดล้อม การแลกเปลี่ยนการใช้ทรัพยากร

            “ที่ต้องเน้นโครงสร้างพื้นฐานก่อน ก็เพราะ GMS ต้องการเป็นประตูทางการค้าที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศที่อยู่โดยรอบ เราหนุนการสร้างเส้นทางไฮเวย์ที่เชื่อมกันซึ่งจะมีบทบาทสำคัญเชื่อมกลุ่มต่างๆ ให้มีอำนาจมากขึ้น เวลาที่เราลำดับความสำคัญเราจะพูดถึงฮาร์ดแวร์ก่อนคือถนน จากนั้นจึงมีเรื่องคนเข้ามาเกี่ยวข้อง”

            โครงข่ายคมนาคม ณ วันเริ่มต้นโครงการ GMS ที่มีเพียงเส้นทางกรุงเทพ – แม่สาย  กรุงเทพ - หนองคาย เท่านั้น แต่วันนี้การพัฒนาผ่านการให้เงินลงทุนก่อสร้างและเงินกู้แก่แต่ละประเทศ   การคมนาคมทางบกของ 6 ประเทศได้ก่อสร้างขึ้นและเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น เกิดการค้าขาย การท่องเที่ยวระหว่างกันมากและคาดว่าปี ค.ศ.2015 โครงข่ายนี้จะสมบูรณ์แบบ

            แต่ J.P. ก็ยอมรับว่า ทิศทางการพัฒนาเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าทุกฝ่ายจะเห็นพ้อง บางคนเห็นว่าเรื่องของผู้คนย่อมสำคัญกว่าสิ่งก่อสร้าง  แต่สำหรับเอดีบีแล้ว คิดว่าฮาร์ดแวร์สำคัญต่อภาพรวม เพราะจะช่วยส่งผ่านการสื่อสาร สิ่งแวดล้อม การค้า การแลกเปลี่ยนมากขึ้น  และเมื่อมันได้เกิดขึ้น โครงสร้างพื้นฐานสำเร็จแล้วมากมาย   ผู้คนและซอฟท์แวร์ต่างๆเริ่มเลื่อนไหลเข้ามา  และถึงจุดเปลี่ยนอันสำคัญที่เป็นสิ่งที่ซับซ้อนมากขึ้นแล้ว

            “6 ประเทศต้องคิดร่วมกันถึงวิธีการคุมการข้ามพรมแดนระหว่างกัน ว่าจะต้องทำอย่างไรให้มีระบบที่ดี  มีหน่วยงานต่างๆ มาทำงานร่วมกัน บูรณาการสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกันและตกลงในทิศทางอนาคต  สิ่งนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก มันไม่ง่าย  แต่คุยกันเรื่องวีซ่าเรื่องเดียวก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว แต่ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และไม่ว่าจะใช้เวลาแค่ไหน ก็ต้องทำให้มันเกิด”

เตือนรับปัญหาไม่ได้คือล้มเหลว

            J.P.ย้ำว่า การข้ามพรมแดนมาหากัน ไม่ใช่มาเพียงสิ่งที่ดี  ยังมีเชื้อโรค สัตว์ ผู้คน เป็นพาหะเข้ามาด้วย  เราจะตรวจสอบผัก ผลไม้ มาตรฐานสินค้าเหล่านี้อย่างไร เช่นที่เชียงรายเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มีอาหารต่างๆ จากเมืองจีนมามากมาย เริ่มมีการพูดคุยระหว่างไทยกับจีนเพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าเหล่านี้  นอกจากนั้นปัญหาสังคมและวัฒนธรรม  ผู้คนเคยอยู่เป็นชุมชน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานนำคนกลุ่มใหม่เข้ามา  คนเหล่านี้เกิดผลกระทบ เกิดการเคลื่อนย้ายชาติพันธ์ การค้ามนุษย์ การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย   

            J.P. ยกประเด็นของสิ่งแวดล้อมว่าคือประเด็นที่น่าห่วง  เพราะการเชื่อม  6  ประเทศด้วยกันนั้นมีแม่น้ำโขงเป็นหัวใจสำคัญ  การทำอะไรกับแม่น้ำโขง ย่อมเกิดกับประเทศต่างๆ ได้เช่นกัน  การจะสร้างสมดุลของการส่งเสริมเศรษฐกิจกับการใช้ทรัพยากรจนส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นต้องตระหนัก   เพราะการสร้างถนนที่เชื่อมต่อกัน  ก็มีเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่ต้องดูแล  ทั้งป่าไม้ เหมืองแร่ ต้องได้รับผลกระทบ ในฐานะหนึ่งในประเทศสมาชิกGMS เราจะแก้ปัญหานั้นโดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพังไม่ได้

               “เราต้องทำการบ้านให้มากที่จะข้ามผ่านปัญหาเหล่านี้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ผมขอย้ำว่าการข้ามพรมแดน จะมาทั้งสิ่งดีและไม่ดี เราต้องกำหนดแนวทางเพื่อให้ GMS ส่งผลประโยชน์ที่ดีแก่ทุกคน  ถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาที่ล้มเหลว” 

พัฒนามากับผลกระทบ

            ขณะที่ข้อมูล ของ Mr.Toshiyuki Doi  ที่ปรึกษาอาวุโส จาก Mekong Watch Japan  ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ติดตามประเด็นสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงนี้กล่าวถึง ผลกระทบจากการพัฒนา ว่า  ADB ให้เงินรัฐบาลและองค์กรต่างๆ ของประเทศในภูมิภาคนี้ในรูปของเงินให้เปล่า และเงินกู้พร้อมดอกเบี้ย   เวลาพูดถึงการพัฒนาในแม่น้ำโขง ADB มักจะพูดว่ามาช่วย แต่แท้จริงแล้ว  ไม่ได้ให้เงินเปล่า ประเทศในภูมิภาคนี้จะต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยกลับคืนให้ ADB ด้วย         

            ประเด็นที่ Toshi  ชี้ว่าคือผลกระทบและตั้งคำถามกับ ADB คือนโยบายการตรวจสอบติดตามความรับผิดชอบต่อการพัฒนา โดยยกตัวอย่างการพัฒนาที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งได้รับเงินหลายร้อยล้านบาทจาก ADB เมื่อปี 1998  ในการสร้างถนนทางหลวงระยะทางราว 105 กม.   โครงการนี้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน 5,000 ครอบครัว ทั้งๆ ที่ ADB มีนโยบายว่าการพัฒนาต่างๆ คนจะต้องไม่ได้รับผลกระทบ เช่นถ้าจะต้องย้ายผู้คนออกจากพื้นที่พัฒนา สถานะชีวิตความเป็นอยู่ของคนดีขึ้นหรือต่ำลงเช่นไร 

“โครงการนี้มีปัญหาล่าช้าไป 5 ปี จนปี 2004 เริ่มมีการเข้ามาตรวจสอบโครงการนี้ว่าจะให้เงินทดแทนผู้คนที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้อย่างไร  ปีนี้ผมได้ไปสัมภาษณ์ครอบครัวที่นั่น 23 ครอบครัว พบว่าเขาได้รับผลกระทบเชิงรายได้ มีหนี้สินมากขึ้น บางคนถูกย้ายที่อยู่หลายครั้ง  ต้นเดือนกรกฎาคม 2007  มีประชาชนกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้  รวมตัวกันประท้วงอยากจะเจรจากับ ADB โดยตรง  ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ADB เพิ่งมาพบประชาชนและบอกว่าธันวาคมนี้จะมาตรวจสอบอีกครั้ง ผมคิดว่าปัญหาแบบนี้จะได้รับการแก้ไข”    

            Toshi ระบุว่า ADB บอกว่าจะคุ้มครองประชาชน สิ่งแวดล้อม และผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องโดยตรงต่อ ADB ได้หากมีปัญหา  ต้องมีการชดเชยการสูญเสีย แต่ในทางปฏิบัติกลับมีจุดอ่อน ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ไม่เป็นไปตามนโยบายที่วางไว้ เช่นทางหลวงในกัมพูชาดังกล่าว  ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นคนระดับรากหญ้า  ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเสียใจ เพราะคนในลุ่มแม่น้ำโขงมีความยากจนอยู่แล้ว  แม้คนแถบนี้จะมีการค้าขายระหว่างกันมาก่อน แต่ไม่ใช่การค้าขนาดใหญ่ ความร่ำรวยในภูมิภาคนี้มีผลกระทบต่อคนรากหญ้า ซึ่งตนคิดว่าประเทศในภูมิภาคนี้ควรจะได้บอกกับประเทศที่มีอำนาจด้วยว่า  เกิดอะไรขึ้นกับผู้คนในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะประเด็นข้ามพรมแดน

            “ผมคาดหวังให้  ADB เข้ามาดูแลปัญหาข้ามพรมแดนให้มากขึ้น    โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบ ADB ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่สิ่งอื่นที่เกิดขึ้นแล้วเป็นปัญหาประชาชนก็ควรจะสื่อผลกระทบนี้โดยตรงต่อ ADB และได้รับการดูแล”

            Toshi ยังแสดงความเห็นกับ “พลเมืองเหนือ” ด้วยว่า  15 ปีของการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันของประเทศในภูมิภาคนี้เริ่มต้นจากการไม่มีอะไรเลย  ลาว เวียดนาม กัมพูชา  มีสงคราม พม่ามีปัญหาภายในประเทศ ไทยพัฒนาตัวเองมานานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดังนั้นผลดีที่มองเห็นก็มี แต่ก็มีผลเสียด้วย ซึ่งในสถานการณ์ระดับชาวบ้าน ตนเห็นว่าคนจนมีปัญหาและมีผลกระทบมากกว่า เช่นถนนในกัมพูชา หรือภายในประเทศลาวเอง มีผลกระทบในเชิงชาติพันธุ์ โดยมีการนำแรงงานมามายเพื่อพัมนาโครงสร้างพื้นฐานเช่นถนนในลาว  คนส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ทำให้เกิดอุตสาหกรรมด้านเพศมาก  รับคนชาติพันธุ์มาค้าขายเซ็กส์ตามไซด์งาน ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่มีความรู้เรื่องโรคเอดส์ หรือการป้องกันตัวเอง จะส่งผลเสียระยะยาวได้

เกิดช่องว่างและสุ่มเสี่ยง

             Dr.Rosalia Sciortino   นักวิชาการด้านมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ย้อนประวัติศาสตร์ของประเทศในภูมิภาคนี้ ไทยภูมิใจที่ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร ขณะที่ประเทศโดยรอบตกเป็นเมืองขึ้น  มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ที่เกิดความแตกแยกกันในประเทศเหล่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นจากอดีตส่งผลถึงปัจจุบัน  ขณะนี้มี 3 ประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด   ไทยด้วยการเปิดตลาดการค้าและเศรษฐกิจมานาน แต่ประเทศสังคมนิยมมีปัญหาด้านเศรษฐกิจอยู่ ระหว่างนี้มีประเด็นอินเดียและจีนด้วย 2 ประเทศนี้เข้ามาปฏิสัมพันธ์กับประเทศในอินโดจีนด้วย

               นักวิชาการผู้นี้กล่าวว่า 6 ประเทศลุ่มน้ำโขง พัฒนาเปิดเขตการค้า เขตเศรษฐกิจ สามารถเชื่อมจีน อินเดีย  และเชื่อมระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน  มีความร่วมมือเต็มที่ เป็นตัวอย่างที่จะบอกได้ว่าภาพในอนาคตจะไปในทิศทางใด ซึ่งสิ่งที่ควรจะได้พิจารณาด้วยคือการขจัดความยากจนผ่านกระบวนการทางเศรษฐกิจนี้ เพราะ GMS ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้เติบโตด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ต้องการลบความยากจนด้วย

             “วัตถุประสงค์นี้สำคัญ มีการเติบโตผ่านโครงสร้างพื้นฐาน เกิดการหมุนเวียนสินค้า เคลื่อนย้ายผู้คน  แต่ก็ต้องระมัดระวังให้มาก  การเติบโตในภูมิภาคนี้จะสูงเป็น 6  เท่าในอนาคต  นักท่องเที่ยวจีนจะหลั่งไหลเช้ามา  เรามีด้านบวกของเศรษฐกิจในเขตชายแดน  แต่ด้านลบ จะเห็นว่า มีการโตเฉพาะด้านเงินทุน   เราจะเห็นว่ามีความแตกต่างเรื่องของรายได้ เกิดช่องว่างมากทุกที  บางประเทศรายได้อยู่ที่เดิมไม่เติบโต” 

              Dr.Rosalia Sciortino   บอกว่า ADB ระบุว่าประเทศยากจนที่สุดได้ประโยชน์ที่สุด  เพราะเป็นทางผ่านของสินค้าและบริการ  แต่มีความแตกต่างที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ที่ลงทุน ได้ผลประโยชน์มากขึ้น  แต่ประเทศยากจนยังคงมีอัตราคนชายขอบได้รับผลกระทบตามพรมแดน มาก  กลุ่มชาติพันธ์มีอัตราการตายสูง   สิ่งแวดล้อมมีผลกระทบทั้งสิ้น   แม่น้ำโขงเสียไป ในการสร้างเขื่อนจำนวนมาก จะเป็นครั้งแรกที่มีการส่งน้ำมันผ่านแม่น้ำโขงที่ทุกคนต้องจับตา รวมทั้งโรคร้าย ธุรกิจผิดกฎหมาย   การเปิดพรมแดนระหว่างกันเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยง สิ่งที่ 6 ประเทศต้องทำคือสื่อสารกันให้มากขึ้น มีประชาคมเข้ามามีส่วนร่วมในภูมิภาคนี้  

ต้องผนึกกำลังอุดช่องว่าง

            ด้านนายพัฒนา สิทธิสมบัติ  ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย  กล่าวถึงการบูรณาการด้านเศรษฐกิจของ GMS กับภาคเหนือของประเทศไทยว่า จังหวัดเชียงรายเป็นประตูการค้าในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 6 ประเทศ  เชียงรายก็มีแผนปฏิบัติการให้เชื่อมโยงกับหลายฝ่าย มีการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติและระดับท้องถิ่น   ขณะนี้โครงการข่ายคมนาคมพร้อมขึ้นมา  มีการเชื่อมโครงข่ายเหนือ – ใต้ ถนนหลายสายที่เสร็จแล้ว  หรือแม้แต่การเชื่อมฝั่งตะวันตกไปตะวันออก เชียงรายจะเป็นเมืองที่อยู่ตรงกลาง และสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวรับ  เช่น เมื่อคิดถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ  แต่เราก็ต้องรักษาวัฒนธรรมของตนเองด้วย  ภาคเหนือของไทยมี 8 จังหวัด สิ่งที่จะได้รับทางหลวง R 3 A นี้ ถ้าเราไม่มีความสามารถในการแข่งขันเลย คนที่มาจากนานาชาติก็มาตักตวงผลประโยชน์ แต่เราไม่ได้อะไรจากการเปิดประตูนี้เลย

            ประธานหอการค้าจังหวัเชียงรายกล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในพื้นที่ภาคเหนือเป็นสิ่งสำคัญ ต้องคิดถึงระบบการขนส่งคือโลจิสติกส์ การท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกัน อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมสินค้าหัตถกรรมส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน และคิดถึงการทำการตลาดไปด้วย

“ท่าเรือเชียงแสนมีความจุเกือบเต็มแล้ว  เรามีโครงการสร้างท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2  มีการสร้างสะพานข้ามโขงเชื่อมโยงถนน R3a ในอีก 3 ปีข้างหน้า   การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เชียงของ   ต่อจากนี้การสร้างเครือข่ายเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกฝ่ายต้องเจรจาสร้างแผนร่วมกันในอนาคต ภาคเอกชนได้เริ่มต้นทำแล้ว เช่นร่วมมือกับหอการค้ายูนนาน เชียงตุง เชียงของ ท่าขี้เหล็ก พูดคุยกับสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของแต่ละประเทศ เพื่อจะได้ประโยชน์ แก้ไขอุปสรรคร่วมกัน”

นายพัฒนา ยังบอกกับ “พลเมืองเหนือ” เพิ่มเติมว่า 15 ปีของการพัฒนา GMS การเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกันใกล้เสร็จแล้ว แต่การเชื่อมการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานยังมีช่องว่างอีกมาก  เช่น ทำถนนเสร็จ ขนสินค้าไม่ได้ตามกฎศุลกากรสากล   แต่ในภาพรวม 6 ประเทศ  มีสิ่งที่ต้องร่วมกันคิดร่วมกันทำ  เช่นกรณีไทยจะทำเขตอุตสาหกรรมริมน้ำโขง ก็มีคำถามจากเวียดนามแล้วว่า โรงงานอุตสาหกรรมที่สร้างจะส่งผลถึงเขาอย่างไร   การสมานฉันท์ เป็นสิ่งจำเป็นนับจากนี้ 

15 ปีของการจับมือร่วมกันระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้ และเร่งเครื่องพัฒนาตัวเองให้รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในเชิงโครงสร้าง  แต่ ณ เวลานี้ ทุกประเทศจำเป็นต้องทบทวนตัวเองด้วยว่า  15 ปีที่ผ่านมานั้น พวกเราช้าเกินไปหรือไม่กับการเตรียมตัวรับความเปลี่ยนแปลง ??

ท่าเรือเชียงแสน-สินค้าผ่านเข้าออกที่ท่าเรือแห่งนี้วันละหลายร้อยล้านบาท

โครงข่ายคมนาคมจีเอ็มเอสที่คาดว่าจะสมบูรณ์ปี2015

 

 

 

 

Keywords : GSM Agreement CBTA China ASEAN FTA ถนน R3E สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ Economic Quadrangle อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ คุนมั่นกงลู่ Kunming Bangkok Highway ทางด่วน คุนหมิง-กรุงเทพ 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ต้องใส่ใจเรื่องที่จะกระทบกับสิ่งแวดล้อม ชนกลุ่มน้อย และการพัฒนาด้านอื่นๆควบคู่กันไปด้วย .. อย่าหลงประเด็นเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
nathawat วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/may

ด้วยความเคารพ
ขอขอบพระคุณอาจารย์สำหรับข้อมูลและสำหรับพื้นที่ในบล๊อกเพื่อแสดงความคิดเห็นข้างล่างนี้ครับ
ขอบพระคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
nathawat วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 08.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/may

ผมจำได้ว่าเคยอ่านงานร่างข้อเสนอของคุณเยาวภาเกี่ยวกับ GMS หลายเดือนก่อนครับ
"ถ้าเราไม่มีความสามารถในการแข่งขันเลย คนที่มาจากนานาชาติก็มาตักตวงผลประโยชน์ แต่เราไม่ได้อะไรจากการเปิดประตูนี้เลย" ประธานหอการค้าเชียงรายได้กล่าวท่อนนี้ตามข้อมูลด้านบน – ผมเห็นด้วยครับ
..........
ด้วยความเคารพ
ขออนุญาตแสดงความเห็นส่วนตัวว่า
การเกาะเกี่ยวกันโดยผลประโยชน์ของประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง ผลประโยชน์มันไม่จีรังต่างกับความสัมพันธ์ชนิดอื่นๆที่เราควรเน้นพัฒนามากกว่า ที่ผมกล่าวเช่นนี้เพราะความสัมพันธ์ปัจจุบันของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงก็ใช่ว่าจะราบรื่นเสียที่ไหนเพราะความแตกต่างด้านเชื้อชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ถ้ายังจำกันได้กรณีเผาสถานทูตไทยเป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นความอ่อนไหวเปราะบางที่ชัดเจน จนลุกลามเป็นระดับประเทศอย่างง่ายดาย อีกประการโดยการข้องแวะกำกับของเจ้าของเงินกู้ชาติตะวันตกที่ไม่เข้าใจวิถีการดำรงชีวิตของคนในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริงนั้น เป็นภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
ผมเชื่อว่ากระแสที่ถาโถมเข้ามาทั้งการเปิดเสรีการค้า การเคลื่อนย้ายการลงทุน, แรงงานย้ายถิ่น, มองในแง่สังคมศาสตร์แล้วล้วนสามารถเป็นต้นตอของปัญหาสังคมในอนาคต (สังคมที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก) ซึ่งอาจจะส่งผลรุนแรงได้ไม่ยากเลย รวมทั้งผลกระทบไปถึงความมั่นคงในทางทหาร การปกป้องอธิปไตยของประเทศ
ความปลอดภัยและการถูกริดรอนสิทธิ์ของ"คนไทย"ในอนาคต (เคยมีคนกล่าวว่าการสูญเสียเอกราชในอนาคตไม่ต้องใช้กำลังทางทหารบุกไปยึดประเทศอีกต่อไป)
แม้ว่าการเปิดเสรีทางการค้าจะนำมาซึ่งการถ่ายทอดทางเทคโนโลยี การเพิ่มขึ้นของปริมาณการค้าระหว่างประเทศภาคีสมาชิก
แต่จริงๆแล้ว “ใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์”
คนชายขอบหรือเปล่า
น่าวิตกกับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องมีผู้คนจำนวนมาก(โดยเฉพาะคนชายขอบและ/หรือคนด้อยโอกาสทางสังคม)ซึ่งปรับตัวไม่ทัน ปรับตัวไม่ได้
และรวมทั้งไม่อยากปรับตัว จำนวนไม่น้อย
ผมไม่อยากคาดเดาเลยว่าความขัดแย้งของคนในสังคมของเราจะรุนแรงเพิ่มขึ้นเพราะการเปลี่ยนแปลง นี้ด้วยหรือไม่
..........
Readiness จึงเป็นประเด็นที่ต้องมีการถกกันอย่างกว้างขวางและ “มีจุดยืนอิงความพอเพียงบนพื้นฐานความสุขของประชาชนพลเมืองของชาติเป็นหลัก”
..................
หลักสำคัญที่ไม่ผิดไปจากหลักเศรษฐกิจพอเพียงเลย
ด้วยความเคารพ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

สุดท้ายก็ไปพัฒนาถนนหนทาง และโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เงินซื้อได้


ส่วนปัญหาทางสังคมและวัฒนธรรมก็แกล้งมองไม่เห็นและไม่เข้าใจ

เงินไม่ได๔กจัดสรรเพื่อสิ่งแวดล้อม

ปัญหาก็ตามมา

การพัฒนาก็หลงทาง ....เช่นประเทศไทย


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]