*/
  • ปลัดศักดิพงศ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sakdipong2009@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-03-30
  • จำนวนเรื่อง : 209
  • จำนวนผู้ชม : 326156
  • จำนวนผู้โหวต : 186
  • ส่ง msg :
  • โหวต 186 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 18 กันยายน 2557
Posted by ปลัดศักดิพงศ์ , ผู้อ่าน : 3237 , 11:04:24 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เจตนาที่แท้จริง ตรวจสอบ "ท้องถิ่น" ของ สตง.คืออะไร

 

           ทุกวันนี้ อปท.เป็นหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ที่ใช้เงินจากภาษีของประชาชนทุกคน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น จึงหนีไม่พ้นที่จะต้องได้รับการตรวจสอบ จากหน่วยงานกลางหรือองค์กรอิสระ เช่น สตง. ปปช. ปปท. หรือจากการตรวจสอบจากหน่วยงานระดับส่วนกลาง หรือภูมิภาค เช่น รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เมื่อหน่วยงานจำนวนมาก ก็ย่อมทำงานมากมายหลายโครงการ มีรายละเอียดปลีกย่อยมากตาม แตกต่างตามสภาพพื้นที่

           วันนี้ การตรวจสอบของฝ่ายกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่า ฯ นายอำเภอ ก็ไม่ได้ทำแบบเป็นมาตรฐาน เพราะรู้ๆกันอยู่ ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันเป็นประจำ ก็คือการเสนองบประมาณรายจ่ายบประจำปี หรือการนำของบประมาณจากส่วนกลาง พอเกิดปัญหาขัดแย้งในพื้นที่ระหว่าง ข้าราชการ อปท.กับนักการเมือง ก็พยายามที่หลีกเลียงให้ข้าราชการ อปท.โยกย้ายออกไปให้พ้นๆนักการเมืองเสีย หากเป็นความขัดแย้งในเรื่องระหว่างฝ่ายการเมืองท้องถิ่นด้วยกันเอง ก็จะมี"บ้านใหญ่" คอยรับไม้ต่อ และทำหน้าที่แก้ไขปัญหาคาใจ กันและกัน จึงไม่ค่อยจะมีปัญหาถึงขั้นแตกหักเท่าใดนัก

           แต่ที่กำลังเป็น ข่าวยอดฮิตอยู่ที่ทุกวันนี้ คือการที่ อปท.ถูกตรวจสอบจากหน่วยงาน สตง. ที่มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งระยะหลังๆ สตง.แทนที่จะตรวจสอบโครงการก่อสร้าง กลับหันหลังมาเล่นงาน กับข้าราชการ อปท.ตัวเล็กๆ แทน  ไปตรวจหลักฐานการได้รับสิทธิประโยชน์ของข้าราชการท้องถิ่น เช่น โบนัส ทุนการศึกษา เงินสมทบกองทุนประกันสังคม เงินประจำตำแหน่ง ฯลฯ โดยไปค้นคว้าพยายามทำตัวเป็น "ผู้พิพากษา"เสียเอง เอาข้อกฎหมายเล็กๆน้อยๆ ที่มีอยู่พยายามตีความตัวบทกฎหมาย ตามที่ฝ่ายตัวเองเข้าใจฝ่ายเดียวว่าเขาผิดแน่ๆ ก็ฟ้องไว้ก่อนเหมือนกับทนายความ  และให้เป็นหน้าที่ของข้าราชการ อปท.ไปแก้ไขกันเอาเองก็แล้วกัน

           ซึ่งไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริง ว่าต้องการอะไรกันแน่ จึงทำแบบนี้ แต่พอโครงกรารใหญ่ ๆ ของ อปท.เช่น เสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์  สนามเด็กเล่น สนามฟุตซอล ถนนลูกรัง ฯลฯ กลับไม่ยอมตรวจสอบกลับมาเล่น งานเล็กๆน้อยๆ เรื่องสัวสดิการของข้าราชการ อปท.ซึ่งก็เป็นเรื่อง ที่คาใจว่ากับข้าราชการ อปท.ว่า ตกลง สตง.จะเอาอะไรกันแน่ กับข้าราชการ อปท.

           หรือว่า สตง.คงจะต้องเร่งสร้างผลงานให้องค์กร โดยเอาข้าราชการท้องถิ่น เป็นฐานให้เหยีบย่ำเพื่อแสดงผลงาน อย่างนั้นหรือ เป็นเรื่องที่คาใจจนทุกวันนี้    

           แต่ทั้งนั้น ทั้งนี้ เชื่อว่า ข้าราชการ อปท.ยอมรับการตรวจและชี้แจงตามขั้นตอนกันไป ผิดถูก สุดท้ายก็อยู่ที่กระบวนการทางศาล ที่ท่านจะตัดสินซึ่งเป็นเรื่องที่จะคาดเดาได้ยาก แต่ที่เสียหายแน่ๆคือ

           1)หากมีการทักท้วงในลักษณะแบบนี้ ข้าราชการ อปท. จะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ หาข้อมูล หลักฐาน เอกสาร ชี้แจงเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด จาการที่ได้กระทำลงไป ที่ สตง.เข้าใจว่ามันผิด การบริการประชาชนลดน้อยลงอย่างแน่นอน

          2)การทำงานในองค์กร จะติดขัด เพราะกว่าจะดำเนินการอะไรก็จะต้องศึกษา ให้รอบครอบ แม้จะซื้อหลอดไฟฟ้าเพียง 1 หลอดอาจจะให้ระยะเวลา หลายวัน ซึ่งในข้อเท็จจริงสามารถทำได้ทันที แต่เพื่อความรัดกุม จึงจะต้องมีขั้นตอนมากมาย มีคำร้องจากประชาชน มีการรายงานถึง หัวหน้างาน รายงานถึง ผอ. ผ่านปลัด อปท เสนอนายกฯ แจ้งคลังจัดหา ซื้อที่ร้าน ส่งของตรวจรับ มากมายฯลฯ แค่หลอดไฟนีออน 1 หลอด ใช้ระยะเวลาหลายวัน และขั้นตอนมากมาย 

          3)เป็นการทำลายขวัญกำลังใจ และทำให้ข้าราชการ อปท.เบี่อหน่ายกับการทำงานในหน้าที่ ไม่อยากจะคิดโครงการใหม่ๆ ทำตามแบบเดิม ถ้าหากทำไปแล้ว ไม่มีการทักท้วง ก็ทำตามเดิม ง่ายๆ หมู ๆ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ส่วนผลงานจะได้คุ้มค่าหรือไม่ คงจะตรวจสอบยาก เพราะทำแบบนี้ไม่ผิด เลือกทางนี้ ดีที่สุดสำหรับชีวิต อนาคตข้าราชการ 

          4)ผลสุดท้ายเชื่อว่า ข้อทักท้วง ของ สตง. ไม่มีผลใดๆ ที่จะเรียกเงินคืนจากข้าราชการท้องถิ่น การกระทำที่ผ่านมาๆ หรือแม้แต่กรณี สตง. เรียกเงินคืนจากการจัดการเลือกตั้งล่าสุดของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  สตง.ก็เคยมีหนังสือให้คืนเงินที่ใช้ในการเลือกตั้ง 4 พันล้านบาท ทุกวันนี้จะไปเอาคืนที่ใครกัน  

           นับประสาอะไรกับเงินที่จะเรียกจาก สิทธิสวัสดิการของข้าราชการท้องถิ่น ข้อต่อสู้ในสิทธิของตนเอง เป็นสิทธิพื้นฐานอันชอบธรรม ที่ข้าราชการ อปท.3-4 แสนคน จะต่อสู้ได้อยู่แล้วในชั้นศาลปกครอง ทั้งในระเบียบ ขั้นตอน กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องมากมาย

           ดังนั้น บทสรุป คิดว่าการใช้ดุลยพินิจไปก้าวล่วงเข้าไปถึงการตัดสินใจในองค์กร ว่า อปท.ไม่มีความประหยัด ทำแล้วไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แล้วหาเอาผิดใครๆไม่ได้แล้ว   ย้อนศรมาลงที่เด็กๆ ซึ่งเป็นข้าราชการตัวเล็กๆตามชนบท นั้น

           ผมมองว่าไม่เกิดผลดีกับกับทางราชการแต่อย่างใด นอกเสีย หน่วยงาน สตง.จะมีเจตนาแอบแฝงที่จะทำให้องค์กรท้องถิ่นได้รับความเสียหาย  เพื่อเอาผลงานให้กับหน่วยงานตัวเอง และให้ล้มเลิกองค์กรท้องถิ่นไปเสีย นี่ต่างหากที่อาจจะเป็นเจตนาที่แท้จริงของฝ่ายตรวจสอบ อปท. ถ้าคิดจะทำแบบนี้ ต้องบอกว่าทำกันไปได้  บอกกันตรงๆจะดีกว่าไหม๊

           สำหรับการ ปฏิรูปท้องถิ่น หากต้องการลดปัญหาการทุจริต เพียงให้อำนาจ 2 อย่าง อย่าไปอยู่ในคนๆคนเดียว คืออำนาจในการบริหารงานบุคคล ข้าราชการ อปท. กับ อำนาจในการจัดซื้อ จัดจ้าง ของ ท้องถิ่น ไม่ควรจะไปอยู่ในมือของฝ่ายการเมือง ควรจะให้เป็นรูปคณะกรรมการ หรือ ข้าราชการประจำทำไป โดยให้ฝ่ายการเมืองภาค ประชาชน เข้าตรวจสอบ และผมว่าเป็นเรื่องที่ส่วนกลาง แก้ไขได้ ง่ายๆ แต่ทำไมไม่ยอมทำ ไม่เข้าใจครับ   

            

             


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน