• ศาลาไทย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : salathai_arts@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-01
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 112194
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1084 คน
ศาลาไทย
วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม 2554
Posted by , ผู้อ่าน : 5675 , 13:03:34 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน




            ใครหลายๆ คนชอบบอกว่า เด็กๆ มี “จินตนาการ” กับ “ความฝัน” อันสวยงาม

          แล้วก็ชอบบอกว่า พอโตเป็นผู้ใหญ่ “จินตนาการ” กับ “ความฝัน” ก็หายไป คล้ายกับว่า จู่ๆ มันก็กลายเป็นอากาศไปเสียอย่างนั้น

          ที่แปลกก็คือ เรากลับมักนึกย้อนความหลังอันสวยงามในครั้งวัยเยาว์ แล้วก็จมนิ่งอยู่กับความทรงจำครั้งเก่า ทั้งที่บางทีก็แค่หันหลังกลับไป ก็ได้พบเจอโดยไม่ยากนัก

          เหมือนกับครั้งนี้ ที่เราได้ย้อนกลับไปฟังเรื่องราวในครั้งเยาว์วัย ผ่านปากของ “คุณยายบับ ยืนยง”

 คุณยายใจดี วัย 94 ปี แห่ง “บ้านหนองหล่ม” ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ที่เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรม กับเรื่องราวของ “ฮีตเดือนเก้า-บุญข้าวประดับดิน”

          “ฮีตเดือนเก้า” เป็นหนึ่งใน “ฮีตสิบสอง-ครองสิบสี่” โดยคำว่า “ฮีต” คือ “จารีต” ส่วน “สิบสอง” ก็คือเดือน “ฮีตสิบสอง” ก็คือจารีตประเพณีสิบสองเดือน ที่คนสองฝั่งลุ่มน้ำโขงซึ่งรวมถึงคนอีสานถือปฏิบัติกันมา จนหยั่งรากเป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต

          นี่เช่นเดียวกับ “ครองสิบสี่” ที่เป็น “ครองธรรม” 14 ข้อ ที่เป็นแนวทางปฏิบัติต่อกัน
 ที่ “บ้านหนองหล่ม” สืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน

 นี่เพราะคนในพื้นที่ อ.ดอนตาล ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่า “กะเลิง” ที่มาจาก “ข่าเลิง” อันหมายถึงข่าพวกหนึ่งในตระกูลมอญเขมร ซึ่งถือเป็น 1 ใน 8 กลุ่มชาติพันธุ์ ของ จ.มุกดาหาร








          ผู้หญิงเผ่า “กะเลิง” จะเกล้าผมมวย ส่วนผู้ชายชอบสักรูปนกแก้วที่แก้ม และปล่อยผมยาวประบ่า รวมทั้งสักขาลาย ตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นไปถึงบั้นเอว จนเรียกกันว่า “ผู้บ่าวขาลาย-เผ่ากะเลิง”

 ถึงปัจจุบันนี้ เหลือน้อยเต็มที ที่ยังพอเห็นได้ก็มีที่ “บ้านหนองหล่ม” ซึ่งปัจจุบันก็เป็น “ผู้เฒ่าขาลาย” ที่เหลืออยู่แค่ 2 คน จากเดิมที่มี 3 คน แต่เพิ่งเสียชีวิตไปช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 1 คน

          “คุณตารัตน์ ผิวงาม” เพิ่งเสียชีวิตไปด้วยโรคชรา ในวัย 104 ปี ตอนนี้ก็เหลือแค่ “คุณตาสว่าง คนไว” ในวัย 91 ปี กับ “คุณตาดำ ผิวงาม” อดีตผู้ใหญ่บ้านห้วยกอก ที่ยังแข็งแรงในวัย 89 ปี

          “คุณตาขาลาย” เล่าให้ฟังว่า ที่สักขาจนลายพร้อยไปหมด ก็เพราะเป็นค่านิยมของผู้ชายในชนเผ่า “กะเลิง” ประมาณว่า เป็นชายชาตรีถ้าไม่สักขาลาย ก็ไม่เก่ง ไม่กล้า สาวๆ ก็จะไม่สนใจ

          “คุณตาขาลาย” บอกอย่างอารมณ์ดีว่า เดี๋ยวนี้วัยรุ่นหนุ่มๆ ไม่มีใครสักกันแล้ว เพราะกลัวเจ็บ แถมไม่ต้องกลัวว่า สาวๆ จะไม่สนอีกด้วย

          เราหันไปพินิจดูรอยสัก ที่เป็นลวดลายละเอียดยิบแล้ว ก็เห็นด้วยว่า น่าจะเจ็บมากจริงๆ แต่ก็อดนึกเสียดายไม่ได้ว่า อีกหน่อยก็คงเหลือแค่ตำนาน ให้เล่าขานกันต่อไปเท่านั้น

 แต่นี่คงไม่ใช่การสืบตำนานของ “ฮีตเดือนเก้า-บุญข้าวประดับดิน”

          เพราะจนถึงวันนี้ ลูกหลานก็ยังรักษาประเพณีนี้ไว้ สืบต่อจากโบราณอย่างแข็งขัน

          “ฮีตเดือนเก้า-บุญข้าวประดับดิน” มาจากความเชื่อว่า ในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ยมทูตจะปล่อยให้ดวงวิญญาณของพ่อแม่บรรพบุรุษ ออกมารับอาหารจากลูกหลานในเวลาก่อนรุ่งสาง

          เมื่อถึงวันนี้ ลูกหลานก็จะนำ “อาหารคาว-หวาน” ใส่ “กระทงใบตอง” ไปฝังลงดินในบริเวณวัด โดยฝังเพียงครึ่งเดียวให้มีส่วนที่โผล่มาเหนือดินเล็กน้อย พร้อมกับ “จุดเทียน” บอกแม่ธรณีฝากส่งอาหารคาว-หวาน ไปถึงดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ โดยจะมีการขานชื่อและกรวดน้ำ

 ทุกๆ ปีของวันนี้ บริเวณวัดจะเต็มไปด้วยแสงเทียนระยิบระยับสดใสสว่างไสว จากบรรดาลูกหลานที่ไปร่วมกันฝังข้าวปลาอาหาร จนน่าเชื่อว่า น่าจะเป็นที่มาของคำว่า “ข้าวประดับดิน”

          “คุณยายบับ” เล่าว่า ในสมัยที่คุณยายยังเด็ก สนุกสนานมาก เพราะก่อนถึงวัน “ข้าวประดับดิน” ผู้ใหญ่จะพาเด็กๆ เข้าป่าหาเผือก หามัน เพื่อมาทำขนมหวาน

 ส่วนผู้ชายก็จะไปหาปลาเพื่อมาทำอาหารคาว

 จนถึงยามค่ำทุกบ้านก็จะมีกิจกรรมร่วมกัน ทั้งทำอาหาร-ขนมหวาน เย็บใบตองเพื่อบรรจุ

 แล้วก็รอจนถึงรุ่งเช้า เพื่อไปทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ที่วัด และถือเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษตามประเพณี




          แต่ “บุญข้าวประดับดิน” ยังไม่จบแค่นี้ เพราะในวันนี้ จะเชื่อมต่อด้วยประเพณี “ไหลเรือไฟ” ที่บรรดาผู้ชายในหมู่บ้านจะไปจัดเตรียมอุปกรณ์ประกอบเรือ รอไว้ “ไหลเรือไฟ” ในตอนค่ำ

          “คุณลุงมานพ พิกุลศรี” ที่วันนี้ อายุ 71 ปีแล้ว เล่าให้ฟังว่า ประเพณี “ไหลเรือไฟ” ในโบราณ เป็นการ“ปฏิบัติบูชา” คารวะและขอขมาลาโทษต่อแม่คงคา

          ประเพณี “ไหลเรือไฟ” จะใช้เรือที่ทำจาก “ต้นกล้วยสาว” ที่ยังไม่ออกปลีและมีลูก มาต่อเข้าด้วยกันกับไม้ไผ่ ประกอบเป็น “เรือแม่” ลำใหญ่ 1 ลำ ขนาดความยาวประมาณ  20 เมตร พร้อมกับ “เรือลูก” อีกจำนวนหนึ่ง ตามกำลังศรัทธาของชาวบ้าน

 เมื่อได้เรือแล้ว ก็จะมีการนำข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน เสื่อ หมอน ผ้าห่ม เสื้อผ้า มาใส่ไว้ พร้อมกับประดับประดาด้วย ขี้ไต้ ดอกไม้ อาหารคาว-หวาน และตบแต่งให้สวยงาม

          จากนั้น ผู้ชายในหมู่บ้านก็จะช่วยกันลำเลียงเรือทั้งหมด ขึ้นไปด้านต้นน้ำกลางลำน้ำโขง จนได้เวลาช่วงหัวค่ำ ก็เริ่มปล่อย “เรือลูก” แล้วก็ตามด้วย “เรือแม่” ไหลผ่านหมู่บ้านให้ชาวบ้านได้ร่วมคารวะ ซึ่งตลอดรายทาง ก็จะมีการเฉลิมฉลองด้วยขบวนกลองยาวอย่างครึกครื้น

          แล้วนี่ก็จะเป็นค่ำคืน ที่แสงสีแห่งวัฒนธรรม สอดคล้องเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตอย่างแนบสนิท
 เราอดนึกย้อนไม่ได้ ถึงความทรงจำวัยเยาว์ เมื่อได้ยินคำบอกเล่าอย่างอิ่มเอมใจ

          “จินตนาการ” และ “ความฝัน” ไม่เคยหายไปไหน แต่อยู่กับเราตลอดเวลา

          “ผู้เฒ่า-ผู้แก่” แห่ง “บ้านหนองหล่ม” บอกเล่าเรื่องราววัยเยาว์ อย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย เรื่องราวของ“รากวัฒนธรรม-สองฝั่งโขง” ที่เชื่อมโยงกับ “วิถีชีวิต”







          เรื่องราวของการอยู่ร่วมกันกับวิถีธรรมชาติ อยู่ร่วมกับสายน้ำแห่งชีวิต ที่ให้อยู่ให้กินอย่างอุดมสมบูรณ์ ตลอดลำน้ำโขง

 เรื่องราวของธรรมชาติอันวิจิตรงดงาม นับตั้งแต่ตะวันขึ้นจนตะวันตก กระทั่งผลัดเปลี่ยนเวรให้ดวงจันทร์และดวงดาว มาทำหน้าที่หมุนเวียนกันอย่างสม่ำเสมอ

          และไม่เว้นแต่เรื่องราว “ประวัติศาสตร์” ที่ถูกบันทึกและบอกเล่าสืบต่อกันมา โดยมีประจักษ์พยานบ่งชี้

 อาทิ “กลองมโหระทึก” อายุประมาณไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี ทำจากสำริดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่ “วัดมัชฌิมาวาส”

 หรือ “หลักคอนกรีตประวัติศาสตร์ไทย-ฝรั่งเศส” หลักเขตที่บอกร่องน้ำกลางลำน้ำโขง

 และอีกหลายเรื่องราว ที่ผูกพันอย่างแนบสนิทกับวิถีชีวิต ผ่านความทรงจำจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และสืบต่อไปจนถึงอนาคตอันยาวไกล







          ใครบางคนเคยบอกเราว่า “มุกดาหาร” ไม่ได้มีแค่สถานท่องเที่ยวลือชื่อ เช่น “ภูผาเทิบ-ภูหมู-ภูฮัง-แก่งกะเบา”

 หรือการเป็นทางผ่านโดย “สะพานมิตรภาพไทย-ลาว” เพื่อไปสู่ “ฝั่งลาว”

 เรานึกตามแล้วก็เห็นจริง เพราะที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย โดยเฉพาะสถานที่ที่เชื่อมโยงถึง “วิถีชีวิต” และ “รากทางวัฒนธรรม” ที่สืบทอดกันมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน










          และที่แน่ๆ ก็คือ ที่นี่ยังมี “จินตนาการ” กับ “ความฝัน” จากความทรงจำวัยเยาว์ ที่อยู่ในตัวเรา และพร้อมที่จะเบ่งบานอย่างเต็มหัวใจ...

........................

หมายเหตุ : “บ้านหนองหล่ม” อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จัดประเพณี “ข้าวประดับดิน” และ “ไหลเรือไฟโบราณ” ในวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค.2554 ผู้สนใจพักโฮมสเตย์แบบพื้นบ้าน หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อขอข้อมูลได้ที่ สมหวัง 08-7866-5414, อภินันท์ 08-3679-1878




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]