• ต่ายกับต้อม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-09-13
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 147537
  • ส่ง msg :
  • โหวต 17 คน
ศึกษา เรียนรู้ ผ่านบล็อกครูสลิด ชูชื่น
แลกเปลี่ยนและเผยแพร่ผลงาน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/salid
วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม 2552
Posted by ต่ายกับต้อม , ผู้อ่าน : 3187 , 22:08:58 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         ประเด็นปัญหากฎหมายที่น่าสนใจกรณีที่ดินคุณยายเนื่อมสู่สนามกอล์ฟอัลไพน์

               เรื่องราวของที่ดินที่คุณยายเนื่อมยกเป็นมรดกให้วัดแต่ถูกเล่นแร่แปรธาตุกลายเป็นสนามกอล์ฟและบ้านจัดสรรได้กลับมาเป็นประเด็นขึ้นมาอีกหลังจากที่เงียบหายไปพักใหญ่ หลายๆคนอาจจะลืมไปแล้ว หลายๆคนอาจจะสงสัยในปัญหาข้อกฎหมายว่าจริงๆแล้วเป็นอย่างไร ใครจะต้องรับผิดชอบบ้าง ผมเห็นว่าในกรณีนี้มีประเด็นทางกฎหมายที่สนใจและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง จึงขอนำมาเสนอ ดังนี้
               แรกเริ่มเดิมทีนั้น คุณยายเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ผู้เป็นอุปัฏฐายิกาของเจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ทำพินัยกรรม ณ ที่ว่าการอำเภอดุสิต ต่อหน้าว่าที่ร้อยตรีเสมอใจ พุ่มพวงนายอำเภอดุสิตในขณะนั้น เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2512 ยกกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 20 ตำบลคลองซอยที่ที่ 5 ฝั่งตะวันออก (บึงตะเคียน) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 730 ไร่ 1 งาน 51 ตารางวา ถวายเป็นกรรมสิทธิ์ให้แก่วัดธรรมมิการามวรวิหาร
              ต่อมาคุณยายเนื่อมได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2514 จึงมีการตั้งผู้จัดการมรดก แต่การณ์ปรากฏว่าแทนที่ที่ดินดังกล่าวจะถูกจดทะเบียนโอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด แต่พระราชเมธาภรณ์อดีตเจ้าอาวาส แสดงเจตจำนงจะขายที่ดินของวัด แต่ผู้จัดการมรดกเดิมที่มีจำนวน 3 คนไม่ยอมจึงได้มีการตั้งผู้จัดการมรดกใหม่คือมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ ต่อมาก็ได้โอนที่ดินทั้งสองแปลงให้แก่มูลนิธิมหามกุฏฯ แล้วจดทะเบียนขายในวันที่ 31 สิงหาคม 2533 ให้แก่บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท กับ บริษัท อัลไพน์ กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ โดยมีนางอุไรวรรณ เทียนทอง และนายชูชีพ หาญสวัสดิ์เป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่มูลนิธิมหามงกุฎฯ รับโอนที่ดินมาเป็นของตน โดยขายในราคาไร่ละ 1.5 แสนบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 130 ล้านบาท
               แต่เนื่องจากตามประมวลกฎหมายที่ดิน ผู้ใดจะถือครองที่ดินของวัดเกิน 50 ไร่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะต้องอนุมัติก่อน ซึ่งในการนี้ผู้ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้นคือ นายเสนาะ เทียนทอง ก็ได้อนุมัติที่ดินแปลงดังกล่าว และต่อมาก็ได้มีการขายต่อให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในปี 2543
               จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กรมการศาสนาได้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วินิจฉัยในข้อกฎหมายในวันที่ 25 ธันวาคม 2543 และได้รับคำตอบตามหนังสือ ที่ นร 0601/0175 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 โดยสรุปว่าวัดฯได้กรรมสิทธิ์ทันทีที่นางเนื่อมถึงแก่กรรม ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นที่ธรณีสงฆ์ ตามมาตรา33(2) (13) แห่ง พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งการโอนที่ธรณีสงฆ์ต้องทำโดยพระราชบัญญัติ ตามมาตรา 34(14)แห่ง พรบ.คณะสงฆ์ โดยมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินที่ใช้อ้างในการโอนไม่ใช่บทบัญญัติยกเว้นการได้มาดังกล่าว
                 มูลนิธิฯ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางเนื่อมจึงต้องโอนที่ดินมรดกตามพินัยกรรมที่ระบุไว้ให้ตกแก่วัดฯเท่านั้น จะโอนให้แกบุคคลอื่นนอกเหนือจากวัดฯไม่ได้ การโอนที่ดินมรดกให้แก่บุคคลอื่นนอกเหนือจากที่ระบุให้เป็นผู้รับมรดกตามพินัยกรรม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของเจ้ามรดก ซึ่งไม่ผูกพันทายาทและจะต้องรับผิดชอบต่อทายาท ตามมาตรา 1720(21) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
                จากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาดังกล่าว กรมที่ดินจึงมีคำสั่งเพิกถอนรายการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและโฉนดที่ดินดังกล่าวซึ่งถือได้ว่าเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่ง พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 จากนั้นประชาชนเจ้าของบ้านจัดสรรในสนามกอล์ฟอัลไพน์จึงอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองดังกล่าวต่อผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ซึ่งก็คือปลัดกระทรวงมหาดไทย
                นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้นในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกระทรวงมหาดไทยกลับมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของกรมที่ดิน(ที่ให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและโฉนดที่ดิน) ก่อนเกษียณอายุราชการเพียงไม่กี่วัน จนมาถูกรื้อฟื้นเมื่อเดือนธันวาคม 2551 เมื่อมีการสั่งให้กรมที่ดินตรวจสอบใหม่
                จากข้อเท็จจริงที่กล่าวมานั้นมีประเด็นทางกฎหมายที่น่าสนใจสมควรที่จะพิจารณาเป็นอย่างยิ่งในหลายๆประเด็น
               
ประเด็นแรก ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบันจะสามารถทบทวนคำวินิจฉัยอุธรณ์หรือเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครองของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ได้หรือไม่
               คำตอบก็คือ ได้อย่างแน่นอน เพราะมาตรา 49 แห่ง พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ บัญญัติให้เจ้าหน้าที่หรือผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่อาจเพิกถอนคำสั่งทางปกครองได้ตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 51 มาตรา 52 และ มาตรา 53 ไม่ว่าจะพ้นขั้นตอนการกำหนดให้อุทธรณ์หรือโต้แย้งตามกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นมาแล้วหรือไม่
                
ประเด็นที่สอง หากมีการทบทวนโดยการกลับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของนายยงยุทธแล้วบริษัทฯหรือประชาชนจะใช้สิทธิเรียกร้องหรือเยียวยาความเสียหายได้หรือไม่ อย่างไร
               คำตอบก็คือ ถ้าเป็นผู้ซื้อโดยสุจริต (มิใช่มาจากกลฉ้อฉล) ย่อมมีสิทธิรับการชดใช้จากการไล่เบี้ยเอากับผู้ขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
             
ประเด็นที่สาม หากปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน (ไม่ว่าจะชื่อวิชัยหรือมานิตก็ตาม) ไม่ยอมกลับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของนายยงยุทธแล้วจะทำอย่างไร
               คำตอบก็คือ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ทำหน้าที่แทนกรมศาสนาเดิม) ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล ซึ่งศาลในที่นี้คือศาลยุติธรรมเพื่อชี้ขาดกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งกรณีการวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ในที่ดินนี้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลเคยวินิจฉัยไว้ในคำวินิจฉัยที่ 4/2545 ว่า คดีพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินอันเป็นสิทธิในทรัพย์สินของบุคคล ซึ่งจะต้องดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายที่ดินและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรม ซึ่งผมเห็นว่ากรณีนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดอย่างแน่นอน

            ประเด็นสุดท้าย ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบบ้างในกรณีนี้
               1) กระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องรับผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ที่เจ้าหน้าที่ของตนคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและปลัดกระทรวงมหาดไทยปฏิบัติหน้าที่แล้วทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น โดยกระทรวงมหาดไทยก็ไปไล่เบี้ยในภายหลังเอากับบุคคลทั้งสองว่าจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ หากไม่ได้จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงความเสียหายที่กระทรวงมหาดไทยชดเชยไปก็เป็นตกเป็นพับไป แต่ถ้า บุคคลทั้งสองจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงกระทรวงมหาดไทยก็ใช้มาตรการบังคับทางปกครองบังคับ เช่น การยึด อายัด เอากับบุคคลทั้งสองมาชดใช้คืนต่อไป
              2) มูลนิธิฯในฐานะผู้จัดการมรดกและผู้รับโอน ก็ต้องรับผิดทางอาญาหากมีการพิสูจน์ว่าเจตนาฉ้อโกงที่ดินของวัดจริง
            3) นายเสนาะ เทียนทอง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ต้องรับผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หากพิสูจน์ฯ ได้ว่าจงใจกระทำการหรือละเว้นกระทำการโดยทุจริตจริง

             ส่วนบุคคลอื่น เช่น อดีตเจ้าอาวาส หรือผู้ที่ตั้งบริษัทขึ้นมารองรับการโอนที่ดินดังกล่าวหรือซื้อขายที่ดินต่อๆมาทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นที่วัด กฎหมายอาจจะเอื้อมไปไม่ถึงเพราะเป็นการกระทำโดยอ้อมหรือห่างไกลจากพยานหลักฐาน แน่นอนว่าย่อมต้องตกนรกหมกไหม้อย่างแน่นอนเพราะโกงที่ธรณีสงฆ์

---------------------------------------------

ที่มา : http://www.prachatai.com/journal/2009/09/25941

              

           





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สมดุล วันที่ : 04/11/2009 เวลา : 14.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

ปฏิรูปการดูแลรักษาสนามกอล์ฟทั่วไทย ด้วยเทคโนโลยี่ล้ำยุค กับ Atomic Biotech ในระบบ N-function อันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แถมยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้สุดๆอีกด้วย ที่ http://www.ainews1.com

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Mchai วันที่ : 17/10/2009 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mchai

ครับ..บางเรื่องกฎหมายอาจเอื้อมไม่ถึง..ไม่ว่าจะเป็นเพราะตัวกฎหมายเอง..หรือเพราะผู้บังคับใช้..แต่ที่ถึงแน่นอนคือ กฎแห่งกรรม..เพราะกฎแห่งกรรมทำงานอยู่ทุกขณะจิต..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 00.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา
เจตนาของคุณยายชัดเจนอยู่แล้ว

ขอบคุณที่ไปเบี่ยมบ้านนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

แหล่ประวัติศาสสตร์ไทย จาก youtube

คลิปความรู้ด้านประวัติศสตร์ไทยจาก youtube

View All