• samara17
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : samara17520@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-25
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 177759
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
ศาสนา ความเชื่อ ตำนานประจำถิ่น ท่องเที่ยว เเละอะไรๆในจังหวัดสงขลา
ศาสนา ความเชื่อ ตำนานประจำถิ่น ท่องเที่ยว เเละอะไรๆในจังหวัดสงขลา เช่น ความเชื่อในเรื่องศาสนาพุทธของชาวบ้านที่มีการผสมผสานกับความเชื่อของท้องถิ่นเดิม อาทิ ทวดงู ทวดจระเข้ ทวดช้าง เเละทวดเสือ เป็นต้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/samara17
วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม 2550
Posted by samara17 , ผู้อ่าน : 2658 , 17:24:39 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดี...........สวัสดีปีหนู 2551

นับจากบัดนี้ไปอีกเพียงไม่กี่สิบวัน “กาล” และ “เวลา” ของปีหมูก็กำลังจะหมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายกลายกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกคราหนึ่ง  เปลี่ยนจากสัตว์สี่เท้าประเภทเท้าเป็นกีบคู่ ร่างกายอ้วนพีที่เรียกว่า “หมู”  โอนถ่ายมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นกันแต่เป็นประเภทฟันแทะ ตัวเล็กๆกายร่างเป็นสีดำบ้าง ขาวบ้างที่เรียกกันว่า “หนู” แทน เรามาทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ประจำปี พ.ศ. 2551 กันเถอะ เจ้าเพื่อนตัวจ้อยของเราที่มีประวัติความเป็นมาแสนยาวนานใช่เล่น
                ราชบัณฑิตยสถาน  ได้ให้ความหมายของคำว่าหนูเอาไว้ว่า หนู 1 น. ชื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายสกุลในวงศ์ muridae มีฟันแทะ มีอยู่ทั่วไปตามบ้านเรือนและในถิ่นธรรมชาติ มีหลายชนิด เช่น หนูพุกใหญ่  หนูท้องขาว บางชนิดเป็นพาหะนำโรค(ราชบัณฑิตยสถาน.  2542  :  1251)
                วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี  ได้ให้ความหมายของคำว่าหนูเอาไว้ว่า  หนู คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  ฟันแทะ  พบอาศัยอยู่ตามแหล่งบ้านเรือนและถิ่นธรรมชาติ  หนูอยู่ในวงศ์ muridae
(www.wikipedia.org)  วันที่  6 ธันวาคม 2550.
                 มงคล  ไพศาลวาณิช  ได้ให้ความหมายของคำว่าหนูเอาไว้ว่า  หนู คือสัตว์อันไม่เป็นมงคล เป็นสัญลักษณ์แห่งอุปสรรคและการหักหลัง(มงคล  ไพศาลวาณิช.  2545  :  102)
                 ธนากิต  ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงความเชื่อเกี่ยวกับหนูของชาวฮินดูเอาไว้ว่า  ชาวฮินดูโดยมากล้วนเชื่อและศรัทธาอย่างแรงกล้าว่าหนูเป็นพาหนะของพระเป็นเจ้า  โดยมีความเชื่อส่วนหนึ่งว่าเทพพาหนะของพระคเณศที่พระองค์ทรงอยู่เป็นประจำนั้นเป็นหนูชื่อ “คชมุขาสูร” (ธนากิต.  2546  :  119-120)
                จากทรรศนะของนักวิชาการที่ได้กล่าวมาข้างต้น จึงพอสรุปได้ว่า  หนู หมายถึง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีฟันแทะหลายสกุลในวงศ์ muridae  พบอาศัยอยู่โดยทั่วไปตามถิ่นที่อยู่ของมนุษย์รวมทั้งในถิ่นธรรมชาติต่างๆ ในบางประเทศและในบางศาสนาเชื่อว่าหนูเป็นพาหนะของพระเป็นเจ้า  แต่ในบางชนชาติกลับเชื่อว่าหนูเป็นสัญลักษณ์แห่งอุปสรรคและการหักหลัง
                มีเรื่องราวและประวัติศาสตร์ต่างๆมากมายในหมู่มวลมนุษยชาติที่ว่าคนเรานั้นมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสัตว์เป็นยิ่ง บางชาตินับถือสัตว์เป็นดั่งต้นตระกูลของตน บางชาติก็นับถือสัตว์เป็นเทพเจ้า  เป็นดังที่สมบัติ พลายน้อย ได้ศึกษาไว้สรุปได้ว่า  มนุษย์ในสมัยโบราณนั้นมีความสัมพันธ์กับสัตว์อย่างใกล้ชิดมาก  โดยชาวกุรุ เชื่อว่าตนมีชาติกำเนิดมาจากเต่า   และชาวกุสิ  เชื่อว่าตนมีชาติกำเนิดมาจากหงส์ เป็นต้น(สมบัติ พลายน้อย.  2541  :  3)  สัตว์ประจำปีใหม่ปีนี้อย่าง “หนู”  ก็เช่นเดียวกันล้วนได้รับตกทอดวัฒนธรรมทางความเชื่อต่างๆจวบจนปัจจุบัน อาทิ ความเชื่อที่ว่า หนูนั้นเป็นสัตว์มงคลของทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู กล่าวคือล้วนเชื่อกันว่าหนูเป็นเทพพาหนะของพระเป็นเจ้านาม “คเณศ” (เทพเจ้าเศียรช้าง หรือเทพแห่งความสำเร็จ)ดังมีความเล่าสืบต่อกันมาว่า กาลเก่าก่อนในสมัยหนึ่ง อันยังเป็นสมัยที่ “คชมุขาสูร” ยังเรืองด้วยฤทธิ์อำนาจอยู่ อสูรตนนี้ได้สร้างความเดือดร้อนให้เกิดแก่ทุกหย่อมหญ้า  ร้อนไปถึงพระอิศวรต้องร้องขอให้พระคเณศ พระโอรสคนโตลงมาปราบ ปรากฏว่าทั้งพระคเณศและคชมุขาสูร(อสูรหน้าช้าง)ต่างรบกันไม่รู้แพ้รู้ชนะเป็นเวลาหลายวัน  จวบย่ำรุ่งของเช้าวันหนึ่งคชมุขาสูรจับงาของพระคเณศได้ก็หักงาออกเสียจนแตกแล้วเหวี่ยงงา(ดังกล่าว)เข้าหาพระคเณศ  ยังนับว่าโชคดีที่พระคเณศรับงาเอาไว้ได้จึงปราบอสูรหน้าช้างลงด้วยฤทธิ์ที่เหนือกว่า  แต่บัดนั้นเป็นต้นมาคชมุขาสูรจึงยอมแพ้และกลายร่างเป็นเพียงหนู เป็นพาหนะของพระคเณศนับแต่บัดนั้น  พระคเณศจึงทรงได้ฉายาว่า “อาขุรส” หรือ “ผู้ทรงหนูเป็นพาหนะ” เป็นต้นมาจวบจนปัจจุบัน  ผู้นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดูจึงเชื่อกันว่าหนูเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ห้ามฆ่าหรือทำอันตรายจึงนับว่าหนูที่อยู่ทางประเทศอินเดียนั้นนับว่าโชคดีอยู่มากที่นอกจากคนที่นั่นจะไม่ทำร้ายมันแล้วยังนิยมขนเอาข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงมันด้วย ผิดกับความเชื่อของชาวจีนบางกลุ่ม และชาวไทยที่เชื่อกันว่าหนูเป็นสัญลักษณ์แห่งความไม่เป็นมงคล โดยหากนำรูปปั้นหนู(ประติมากรรม)มาประดับตกแต่งอาคารบ้านเรือนแล้วจะก่อให้เกิดอุปสรรคและการหักหลังกันเองของคนในบ้าน คนทำงานจะมีแต่ความล้มเหลวในชีวิต ฐานะทางการเงินจะสะดุดและติดขัดเสมอ  จึงนับว่าหนูกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความอัปมงคลไปโดยปริยายหากเปลี่ยนมุมมองมาในแบบคนจีน-ไทย  พอพูดหรือกล่าวถึงเรื่องของหนูขึ้นมาแล้วนี่ทำให้ผู้เขียนนึกถึงสำนวนไทยอยู่หลายสำนวนอันมีความเกี่ยวข้องกับหนูสัตว์สัญลักษณ์ประจำปีนี้ อาทิคำว่า “หนูติดจั่น”  นี่ก็เปรียบได้กับเหตุการณ์ใดๆก็ตามแต่ที่ทำให้คนๆหนึ่ง(หรืออาจหลายคน)เกิดอาการจนปัญญา หรือหาทางออกทางแก้ไม่ได้  เป็นต้น  อีกสำนวนเกี่ยวกับหนูที่เห็นใช้กันมากและบ่อยก็คือสำนวนที่ว่า “หนูตกถังข้าวสาร”  ซึ่งหมายถึง ผู้ชาย หรือ ผู้หญิงที่มีฐานะไม่ดีแต่ได้ไปแต่งงานกับคนที่มีฐานะร่ำรวยกว่า  เป็นต้น  ซึ่งกรณีแบบหนูตกถังข้าวสารนี้มักเกิดขึ้นบ่อยมากโดยเฉพาะในบทนิยายน้ำเน่าของไทยเรา(ฮา)  พูดถึงเรื่องหนูทั้งในด้านพราหมณ์-ฮินดู  จีน-ไทย  ตลอดจนสำนวนต่างๆแล้วนี่คงจะกร่อยไปถนัดตาถ้าผู้เขียนไม่ได้เล่าถึงความเชื่อในเรื่อง “เกาะหนู”  อันถือเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงอีกเกาะหนึ่งในประเทศไทย ดังมีกล่าวไว้ในตำนานของ เกาะหนู เกาะแมว และเขาตังกวน ดังนี้ว่า ณ เรือใหญ่ลำหนึ่งกลางมหาสมุทรยังมีเหล่าสัตว์สามสหายอันเป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนานประกอบไปด้วยหนู แมว และหมา สัตว์ทั้งสามนี้ต่างอาศัยอยู่ในเรือใหญ่ซึ่งเจ้าของเรือลำนี้เองเป็นชาวจีนมีลูกแก้ววิเศษที่หากใครถือเอาไว้ก็จะสามารถเดินเล่นบนพื้นผิวน้ำได้อย่างสบายอุรา เหล่าสัตว์ทั้งสามสหายหาวิธีการขโมยลูกแก้ววิเศษมาจนได้แล้วหนีออกมาจากเรือดังกล่าวเนื่องด้วยมีความเบื่อหน่ายในวิถีการดำรงชีพในเรือเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ปรากฏว่าในขณะที่หนีออกมานั้นสัตว์ทั้งสามเกิดทะเลาะกันกลางทะเลเพื่อแย่งชิงลูกแก้ววิเศษ หมาและแมวพยายามวิ่งไล่จับหนูวินาทีนั้นเองที่หนูกลับทำลูกแก้ววิเศษตกน้ำ หนูและแมวจึงจมน้ำตายลงไปตรงนั้น กลายเป็นเกาะหนู และเกาะแมวตามลำดับ ส่วนหมาอาศัยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ว่ายเข้าฝั่งได้สำเร็จก็ขาดใจตายและกลายเป็นเขาตังกวน ส่วนลูกแก้ววิเศษนั้นถูกกระแสน้ำทะเลอันเชี่ยวกราดพัดพาไปตกที่ฝั่งเขตอำเภอสิงหนคร กลายเป็นหาดทรายแก้วอันแสนสวยงาม ดังปัจจุบันปรากฏ  นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “หากขาดความสามัคคีในหมู่คณะเมื่อใดความวิบัติก็จะตามมาในไม่ช้า”  สุดท้ายเรามาดูน้องหนูในโลกแห่งจิตนาการกันบ้างดีกว่า  รู้จักหรือเปล่า “มิกกี้ เมาส์” ตัวการ์ตูนรูปหนูที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันมากที่สุดในโลก หนูตัวนี้ถือกำเนิดขึ้นมาโดย “ไอเวอร์ก” ผู้ควบตำแหน่งหัวหน้าทีมวาดการ์ตูนของวอลต์ ดิสนีย์ซึ่งหนังสือการ์ตูนเรื่องมิกกี้ เมาส์เล่มแรกก็ได้รับการตีพิมพ์ในราวปีค.ศ.1930 พร้อมๆ กับการตีพิมพ์การ์ตูน มิกกี้ เมาส์ ในหนังสือพิมพ์เป็นครั้งแรกอีกด้วย   “ทอม  แอนด์ เจอรรี่” รู้จักกันบ้างไหมกับแมวจอมห้าวชื่อ “ทอม” และเจ้าหนูจอมกวนชื่อ “เจอร์รี่” ว่ากันว่าการ์ตูนเรื่องนี้คลาสสิคพอๆกับเรื่องมิกกี้ เมาส์เลยทีเดียว  “ทอม แอนด์ เจอร์รี่” ถูกสร้างขึ้นมาในราวปี ค.ศ. 1950 โดย “นายโจเซฟ บาร์เบรา” หนึ่งในทีมผู้สร้างการ์ตูนแห่งบริษัทวอร์เนอร์ บราเดอร์ส การ์ตูนเรื่องนี้คลาสสิคตรงที่ไม่มีบทพูดของทอม และ เจอร์รี่เลย เรียกว่าอาศัยใช้ท่วงท่าและดนตรีขับกล่อมเด็กๆทั่วโลกให้สามารถรับชมและดูการ์ตูนเรื่องเดียวกันได้โดยที่ไม่ต้องมีภาษามาเป็นเครื่องขวางกั้นในการรับชมแต่อย่างใด หรือใครเคยได้ยินทอม กับเจอร์รี่มีบทพูดบ้างนี่?  สุดท้ายเจ้าหนูตัวนี้ที่ผู้เขียนชื่นชอบมากเป็นพิเศษ “สปีดดี้ กอนซาเลซ”  (เจ้าหนูเม็กซิโก) สวมหมวกใบโตจอมวิ่งเร็วที่เป็นที่นิยมชมชอบของใครหลายๆคน 
                ปีเก่าผ่านพ้นไปปีใหม่(ปีหนู)เดินก้าวย่างเข้ามา  ไม่ว่าเราจะมีความเชื่อในเรื่องเกี่ยวกับหนูอย่างไร เชื่อว่าเป็นสัตว์มงคล หรือเป็นสัตว์อัปมงคลก็ตามแต่ ยังไงปีใหม่ปีนี้ก็ยังอยู่กับเราไปอีกหนึ่งปีเป็นอย่างน้อย หากเราตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทก็เชื่อว่าน่าที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากได้ไม่ยาก  บอกตนเองทุกครั้งครับว่า “อย่าประมาท  และต้องมีสติ”
  คุณาพร  ไชยโรจน์/11/12/50  

  อ้างอิง    http://www.siamsouth.com/board2006/index.php?board=5.0


บรรณานุกรม

คุณาพร  ไชยโรจน์.ทวดในรูปสัตว์(ทวดงู,ทวดจระเข้,ทวดช้าง และทวดเสือ).สงขลา  :  วนิดา,2549.
ธนากิต.ตำนานเทพเจ้าและอสูร.กรุงเทพฯ  :  ปิรามิด,2546.
มงคล  ไพศาลวาณิช.ของตกแต่งบ้านบันดาลโชค.กรุงเทพฯ  :  ไพลิน,2545.
ราชบัณฑิตยสถาน.พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542.กรุงเทพฯ  :  นานมีบุ๊คส์พับลิ
                เคชั่นส์,2546.
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.หนู.(www.wikipedia.org).  วันที่ 6 ธันวาคม 2550.
สมบัติ พลายน้อย.สัตวนิยาย.กรุงเทพฯ  :  รวมสาส์น,2541.




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
komidea วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komdhamma

หนูนาพาโชค...มาทักทายครับผม

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
samara17 วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/samara17

อย่าลืมตามไปอ่านงานเขียนขิงผมชุดใหญ่ที่นี่นะครับ

http://www.siamsouth.com/board2006/index.php?board=5.0

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
samara17 วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/samara17


พระคเณศ(เทพเจ้าเศียรข้าง)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
samara17 วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/samara17


คชมุขาสูร.......เทพพาหนะของพระคเณศ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
samara17 วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/samara17


หนูวิ่งเร็วตัวนี้......ผมล่ะชอบจริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน