• Samitivej
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : info@samitivej.co.th
  • วันที่สร้าง : 2016-09-27
  • จำนวนเรื่อง : 34
  • จำนวนผู้ชม : 10189
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
SamitivejClub
บทความในการดูแลสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/samitivejclubs
วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม 2560
Posted by Samitivej , ผู้อ่าน : 297 , 15:52:32 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ในช่วงหนึ่งเคยมีข่าวถึงการเสียชีวิตของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เสียชีวิตไปพร้อมๆ กับบุตรในท้องจากภาวะ “มดลูกแตก” ในช่วงนั้นทำให้คุณแม่ท้องทั้งหลายต่างพากันกังวลอยู่ไม่น้อย หลังจากนั้นก็ไม่มีใครสนใจเรื่องนี้กันนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วในวงการสูตินรีแพทย์ก็มีความกังวลกับปัญหามดลูกแตกอยู่ไม่น้อย แม้ว่าอัตราการเกิดขึ้นของภาวะนี้จะเกิดขึ้นได้น้อยมากก็ตาม แต่ภาวะมดลูกแตกนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณแม่และบุตรเสียชีวิตได้ วันนี้เราจึงขอนำสารระดีๆ ในเรื่องนี้มาฝากกัน

 

มารู้จักภาวะมดลูกแตกกันก่อน

ภาวะมดลูกแตก คือ ภาวะที่ผนังมดลูกแตกหรือปริออก ส่งผลให้ทารกในครรภ์และน้ำคร่ำหลุดออกมาจากมดลูกและทำให้ทารกเสียชีวิตได้ บางรายหากการแตกของมดลูกไปโดนเส้นเลือดใหญ่ก็อาจจะทำให้ผู้เป็นแม่เสียชีวิตได้ด้วย จากการตกเลือดเข้าไปสู่บริเวณช่องท้องเป็นจำนวนมาก จัดว่าภาวะมดลูกแตกนี้เป็นภาวะที่อันตรายร้ายแรง

 

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะมดลูกแตก

สาเหตุหลักของภาวะมดลูกแตกก็คือ การที่คุณแม่มีผนังมดลูกบาง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ผนังมดลูกบางโดยหลักๆ แล้วจะมีอยู่ 5 ประการ คือ

  1. มีประวัติการผ่าตัดคลอดบุตรมาก่อน ทำให้เกิดแผลเป็นแนวยาวที่ชั้นกล้ามเนื้อของมดลูก ถ้าชั้นกล้ามเนื้อมดลูกยังไม่ฟื้นตัวดีพอทำให้มีโอกาสเกิดภาวะมดลูกปริแตกได้ง่ายขึ้น

  2. มีประวัติการผ่าตัดเนื้องอกมดลูก บริเวณที่ได้รับการผ่าตัดจะทำให้ผนังมดลูกบางลง

  3. มีประวัติการขูดมดลูกที่มีปัญหา มดลูกทะลุมาก่อน ทำให้มีรอยแผลและกล้ามเนื้อมดลูกไม่แข็งแรง

  4. การเจ็บคลอดที่ยาวนาน จากการที่ทารกตัวใหญ่

  5. ท่าของทารกที่ไม่ปกติ เช่น ท่าขวาง เมื่อมีการเจ็บครรภ์ ทารกที่อยู่ในท่าขวาง อาจทำให้เกิดมดลูกแตกก็ได้

นอกจากนี้การยืดขยายของมดลูกมากกว่าที่ควรจะเป็นในรายที่ตั้งครรภ์แฝด บางรายได้รับยาเร่งคลอดก็อาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้มดลูกแตกได้ ในปัจจุบันแม่ตั้งครรภ์กลุ่มหนึ่งที่เคยผ่าตัดคลอดมาก่อนในครรภ์ที่แล้ว เกิดอยากคลอดตามธรรมชาติในท้องปัจจุบันก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดมดลูกแตกได้เช่นกัน ถ้าทารกในครรภ์มีขนาดใหญ่กว่าช่องเชิงกรานที่จะทำการคลอด

 

ภาวะมดลูกแตกจะเกิดขึ้นช่วงไหนของการตั้งครรภ์

จริงๆ แล้วสามารถเกิดได้ในทุกระยะของการตั้งครรภ์ แต่ที่พบได้ก็จะอยู่ในช่วงเจ็บครรภ์คลอด เนื่องจากมีการบีบตัวของมดลูกซึ่งเป็นการเพิ่มแรงดันกับตัวมดลูกโดยตรง ในบางกรณีที่ยังไม่มีการเจ็บครรภ์ก็อาจมีการแตกของมดลูกได้

 

ภาวะมดลูกแตกจะเกิดอาการอะไรขึ้นบ้าง

ภาวะก่อนที่มดลูกจะแตก คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีอาการปวดท้องมากจากการที่มดลูกหดรัดตัวแรงระยะที่มดลูกแข็งตัว เมื่อมดลูกแตกแล้วคุณแม่ตั้งครรภ์ก็จะมีเลือดออกในช่องท้อง ถ้าเสียเลือดมากๆ ก็จะมีอาการช็อคซึ่งก็จะเกิดอันตรายทั้งแม่และทารกที่อยู่ในครรภ์

 

มดลูกแตกรักษาได้อย่างไร

จริงๆ กรณีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกรณีฉุกเฉิน จึงต้องทำการผ่าตัดฉุกเฉินโดยการผ่าตัดคลอดทารกออกมาและเย็บซ่อมแซมมดลูกและหยุดเลือดออกให้เร็วที่สุด เพราะเราก็ต้องป้องกันความเสี่ยงทั้งแม่และเด็กเอาไว้ ด้วยเหตุนี้ถ้ามดลูกแตกโดยอายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนดคลอดจึงทำให้เด็กที่ผ่าตัดคลอดออกมาเป็นการคลอดก่อนกำหนด โอกาสที่เด็กจะรอดก็จึงมีน้อย ถึงรอดมาได้ก็อาจไม่สมบูรณ์ แต่อย่างไรก็ดีเราก็ต้องทำการรักษาชีวิตแม่เอาไว้ให้ได้ก่อน เมื่อเย็บซ่อมแซมมดลูกแล้วเราก็จะเฝ้าระวังและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

 

หากเคยเกิดภาวะมดลูกแตกมาก่อนแล้วจะสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่

ต้องดูความรุนแรงของอาการที่ผ่านมา ร่วมถึงการเย็บซ่อมแซมมดลูกที่แตกว่าเป็นอย่างไรและดีแค่ไหน โดยทั่วไปการตั้งครรภ์ซ้ำภายหลังที่มีประวัติว่าเคยมีภาวะมดลูกแตกมาก่อนส่วนใหญ่จะค่อนข้างเสี่ยง มีโอกาสที่มดลูกจะแตกซ้ำได้อีก อันนี้หมอจึงไม่ขอแนะนำให้ตั้งท้องอีกจะดีกว่า

สิ่งที่น่ากลัวของภาวะมดลูกแตกก็คือ เราไม่อาจจะรู้ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราจึงยากที่จะป้องกันภาวะนี้ได้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้เพื่อลดความเสี่ยงลงบ้างตามที่คุณหมอฝากคำแนะนำมาก็คือ คุณแม่ทั้งหลายเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ก็ควรไปฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ถ้ามีประวัติผ่าตัดคลอด หรือผ่าตัดมดลูก หรือมีประวัติที่มีความเสี่ยงอย่างอื่น เช่นประวัติการทำแท้ง ควรวางแผนให้มีการตั้งครรภ์ระยะห่างอย่างน้อยหนึ่งปีครึ่งถึงสองปี

 

พญ. บงกช นราพุฒิ
ปริญญาบัตร/วุฒิบัตร
แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร ปี พ.ศ.2540
สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
โรงพยาบาลสมิติเวช 020-222-222
Facebook: Samitivej Club

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน